<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45148</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2019 18:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2019 18:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  Life by Film by Nobuyoshi Araki  มองโลกในแบบ โนบุโยชิ อารากิ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพเรือนร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาวนอนแผ่กายบนเตียงนอน หรือจะเป็นภาพหญิงสาวในชุดกิโมโนกับเชือกเส้นใหญ่ที่พันธนาการเธอเอาไว้ราวกับทาสในสมัยเอโดะของญี่ปุ่น หรือภาพดอกไม้เร้าอารมณ์ด้วยการจัดวางตัวหุ่นผู้หญิงไว้บนนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รูปภาพเหล่านี้คือคุณลักษณะเด่นของ &amp;ldquo;โนบุโยชิ อารากิ&amp;rdquo; ช่างภาพชาวญี่ปุ่นในวัย 79 ปี ที่เรียกได้ว่าเป็นศิลปินตัวพีคของวงการช่างภาพญี่ปุ่นก็ว่าได้ เนื่องมาจากผลงานเขาที่ผ่านมาค่อนข้างแสบเอาการ มักเสียดสีหรือส่อแววเรื่องเพศเสียส่วนใหญ่ และยังถือเป็นผู้บุกเบิกภาพถ่ายแนวนี้ในช่วงปี 1980 จนได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ในญี่ปุ่นว่าไม่เหมาะสม ทำเพื่อสนองตัณหาตนเอง ขณะเดียวกันเขากลับมีชื่อเสียงโด่งดังในต่างประเทศมาก จึงส่งผลให้ได้รับการยอมรับจากสังคมญี่ปุ่นในเวลาต่อมา จนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โนบุโยชิ อารากิ เจ้าของผลงานภาพถ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาไม่เพียงแต่หลงใหลในการถ่ายภาพเรือนร่างของหญิงสาวเท่านั้น ตลอดช่วงชีวิตการทำงานในฐานะช่างภาพยังได้ถ่ายภาพสิ่งที่อยู่รอบกาย ที่บ่งบอกถึงชีวิตของเขาด้วย รวมถึงการทำงานในวงการเพลงและแฟชั่น เขาเคยถ่ายภาพให้กับศิลปินตัวแม่ ฝั่งตะวันตกอย่างเลดี้ กาก้า มาแล้วด้วย รวมถึงราชาเคป็อปอย่างจีดราก้อน นางแบบเบอร์หนึ่งจากญี่ปุ่นอย่างกิโกะ มิซูฮาร่า ไม่เว้นแม้แต่นางเอกจีนอย่างถังเหว่ย และคนอื่นๆ อีกมากมาย แต่หลังจากที่โยโกะ ภรรยาของเขา และแมวตัวโปรดจากไป เขาก็ประสบอาการเจ็บป่วย เผชิญกับภัยร้ายจากมะเร็งต่อมลูกหมาก &amp;nbsp;ทำให้เขาหันมาบันทึกไดอารี่ถึงความเจ็บป่วย และความสุข ผ่านภาพถ่ายแนวใหม่ในเวลาต่อมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิทรรศการ Life by Film by Nobuyoshi Araki (ไลฟ์ บาย ฟิล์ม บาย โนบุโยชิ อารากิ) ที่กำลังจัดแสดง ณ &amp;nbsp;Leica Gallery Bangkok (ไลก้า แกลเลอรี่ แบงค็อก) เป็นผลงานการถ่ายภาพของ โนบุโยชิ อารากิ ที่รังสรรค์ขึ้นมาใหม่จำนวน 30 ภาพ ผ่านกล้อง Leica M7 เพื่อแฟนๆ ชาวไทยโดยเฉพาะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮิซาโกะ โมะโตะโอะ คิวเรเตอร์ มือขวาของ&amp;nbsp;โนบุโยชิ อารากิ มากว่า 30 ปี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮิซาโกะ โมะโตะโอะ คิวเรเตอร์ &amp;nbsp; ผู้เปรียบเสมือนมือขวาที่ร่วมงานกับ โนบุโยชิ อารากิ มากว่า 30 ปี กล่าวว่า ได้เริ่มทำงานกับ อารากิ ตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1990 ซึ่งตอนนั้นเขาได้สูญเสียโยโกะ ภรรยาสุดรัก ผู้ที่เขาจดจำในฐานะ &amp;ldquo;คนที่ทำให้ผมเป็นช่างภาพ&amp;rdquo; และในปี 1992 นิทรรศการเดี่ยวของเขาในชื่อ &amp;ldquo;AKT &amp;ndash; TOKYO&amp;rdquo; ได้ถูกเวียนไปจัดแสดงตามเมืองใหญ่ต่างๆ ในทวีปยุโรป เริ่มต้นที่เมืองกราทซ์ ประเทศออสเตรีย ส่งผลให้ผู้คนเริ่มกล่าวขานถึงเขามากขึ้น รวมทั้งเป็นที่จับตามองในระดับนานาชาติ และแนวงาน &amp;ldquo;ชิ - ฉะชิน&amp;rdquo; (I &amp;ndash;Photography) ของอารากิได้รับอิทธิพลจากความปั่นป่วนของสังคมเมืองที่เกิดขึ้นในกรุงโตเกียวหลังการรับมือกับยุคเศรษฐกิจฟองสบู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลงานนี้นอกจากจะเป็นตัวกระตุ้นมุมมองใหม่ในการประเมินค่าประวัติศาสตร์ภาพถ่ายญี่ปุ่นจากทั้งสายตาคนใน และนอกประเทศแล้ว ยังเป็นงานที่มีอิทธิพลต่อช่างภาพรุ่นหลังเป็นอย่างมาก เรียกว่าอารากิสามารถคว้าเอาความสนใจของผู้คนทั่วโลกไว้อยู่หมัด ด้วยภาพถ่ายที่สามารถเก็บรายละเอียดความเฉพาะเจาะจงของพลังในการดึงดูดและโน้มน้าวจิตใจผู้ชม อันส่งผลให้ภาพถ่ายของเขามีชีวิตขึ้นมา เขานำช่วงขณะเวลานั้นมาใส่กรอบและผนึกมันไว้ดั่งคำพูดที่ว่า &amp;ldquo;หากชีวิตไม่น่าสนใจ ภาพถ่ายก็ไม่น่าสนใจ&amp;rdquo; ชีวิตการถ่ายภาพของอารากิได้เผยให้เราเห็นปรัชญาชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพดอกไม้กับหุ้นไร้ชีวิต มุมมองของอารากิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมะโตะโอะ กล่าวต่อว่า ภาพที่รุนแรงอย่างภาพนู้ด หรือศิลปะการมัดเชือกในหญิงสาว ในช่วงที่อาริกิเริ่มทำในยุค 80 กลายเป็นที่จับตามองมากๆ จากสื่อ และมักจะโดนตำรวจเรียกอยู่บ่อยครั้ง เพราะตอนนั้นยังถือเป็นเรื่องใหม่มาก ทั้งยังทำให้เกิดคำถามในสังคมญี่ปุ่นว่า อะไรคือเส้นแบ่งระหว่างสื่อลามกกับศิลปะ ซึ่งตอนนั้นยังเป็นเรื่องที่คนญี่ปุ่นไม่เข้าใจกัน จนกระทั่งเขาได้รับการจับตามองจากต่างประเทศ ศิลปินจากต่างประเทศมาดูงานของอารากิ มีการวิจารณ์เชิงให้ค่าของงาน สังคมญี่ปุ่นจึงมองอารากิใหม่ ตอนนั้นน่าจะประมาณปี 90 คนเริ่มเข้าใจว่าอารากิ ไม่ใช่แค่นักถ่ายภาพโป๊ ลามก บ้ากาม เขาก็เป็นเพียงศิลปินคนหนึ่ง และได้รับการยอมรับมากขึ้น กระตุ้นให้รัฐบาลเริ่มมาพูดคุยว่าเราจะสามารถขีดเส้นแบ่งระหว่างสื่ออนาจารกับศิลปะอย่างไร ก็เลยเป็นประเด็นที่ค่อนข้างเซ้นสิทีฟ พูดออกมาเป็นรูปธรรมยากว่าอันไหนเข้าข่ายอนาจาร ในมุมมองของคิวเรเตอร์เองคิดว่า ก็ต้องมีการเข้าใจในการดำเนินงานว่าจะสื่อสารกับผู้ชมหรือสังคมรอบด้านเราอย่างไร แต่ถ้าจะย้อนกลับมาในมุมของอารากิ นอกจากรูปนู้ดแล้ว เขาก็ยังถ่ายภาพท้องฟ้า ดอกไม้ ดอกไม้ หรือสแนบช็อตตามถนนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แต่ด้วยการแสดงออกของเขาผ่านสื่อต่างๆ ที่นำเสนอบุคคลิกและงาน อาจจะดูแรงๆ ออกแนวลามก จริงๆ แล้ว เขามีหลายบุคคลิก เขาไม่ได้มีกิเลสเอ่อล้นขนาดนั้น เขาค่อนข้างนิ่ง สงบ มีความน่ากลัว เป็นคนเย็นชาไร้อารมณ์ เขามีสมาธิสูงในการทำงานมาก เขาจะมองเห็นแค่สิ่งรอบตัว แล้วก็กล้อง ด้วยความที่เราเห็นในสื่อ คนจะมองเห็นว่าเขาแรงๆ หน่อย แต่ในความเป็นจริงไม่ใช่แบบนั้น เขาจะโฟกัสในสิ่งเดียว แต่เวลาไม่ทำงานก็รีแลคสบายๆ เหมือนเด็กคนหนึ่ง ตรงไปตรงมา&amp;rdquo; โมะโตะโอะ &amp;nbsp;กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ นิทรรศการ Life by Film by Nobuyoshi Araki เป็นผลงานล่าสุดของอารากิในขณะที่ยังคงต่อสู้กับปัญหาสุขภาพทั้งมะเร็งต่อมลูกหมาก การสูญเสียการมองเห็นของตาขวา และการทำงานของหัวใจที่ผิดปกติ ทำให้ภาพถ่ายของเขาแตกต่างจากงานชุดแรกๆ ซึ่งอารากิเคยกล่าวว่า &amp;lsquo;ยิ่งแก่ รูปยิ่งออกมาดี เมื่อเราเริ่มรู้ตัวว่าเข้าใกล้ความตายมากเท่าไหร่ เราจะเรียนรู้ที่จะพอเพียง และละเอียดอ่อนกับความสวยงามในการมีชีวิต&amp;rsquo; อย่างไรก็ตาม อารากิก็ยังคงทุ่มเทให้กับความหลงใหลในการถ่ายภาพ เรียกได้ว่า เราค่อยๆ มองเห็นโลก อย่างแท้จริง ผ่านการใช้ชีวิตอยู่บนความเป็นจริง ดังคำกล่าวของอารากิที่ว่า &amp;lsquo;การถ่ายภาพคือการมีชีวิต เช่นเดียวกับการหายใจและการเต้นของชีพจร&amp;rsquo; งานชุดนี้ท้าทายโดยการใช้กล้องไลก้า เป็นความสุขของเขาที่ใช้กล้องอยู่แล้ว จุดเริ่มต้นใช้ไลก้าเกิดขึ้นเมื่อครั้งเขาได้ทำงานกับผู้กำกับภาพยนตร์ท่านหนึ่ง และได้ถ่ายภาพให้กับนักแสดงคู่บุญของเขา ก็ได้สร้างผลงานมาเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพในงานชุดนี้หากมองผ่านเรื่องเพศ และมองข้ามอารากิช่างภาพผู้หลงใหลในภาพนู้ด จะเห็นภาพอื่นๆ ที่กำลังสะท้อนเรื่องของชีวิต ร่างกาย สุขภาพ ในการสร้างสรรค์ศิลปะของเขา ที่มองเรื่องของการมีชีวิตอยู่ที่ส่งผลต่อเขาในฐานะปัจเจกบุคคล แม้ว่าจะมีการเจ็บไข้ได้ป่วย หรือสูญเสียบางอย่าง แต่ก็ยังคงทำงานอย่างแข็งแรงจะทำให้เราเห็นมุมมองของเขาต่อโลก ผู้สนใจสามารถร่วมชม Life by Film by Nobuyoshi Araki นิทรรศการภาพถ่ายของ โนบุโยชิ อารากิ &amp;nbsp;โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 27 พ.ย.2562 ที่ Leica Gallery Bangkok ชั้น 2 เกษร วิลเลจ ตั้งแต่ 10.00-20.00 น. ติดตามรายละเอียดได้ทางเฟซบุ๊ค leicagallerybangkok.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45148</URL_LINK>
                <HASHTAG>Leica Gallery Bangkok (ไลก้า แกลเลอรี่ แบงค็อก), นิทรรศการ Life by Film by Nobuyoshi Araki (ไลฟ์ บาย ฟิล์ม บาย โนบุโยชิ อารากิ), โนบุโยชิ อารากิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190906/image_big_5d724792cce15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
