<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118765</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 20:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 20:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สองนักวิจัยระบบรับรู้อุณหภูมิและการสัมผัสคว้าโนเบลการแพทย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เดวิด จูเลียส และอาร์เดม ปาตาปูเตียน สองนักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน คว้าโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์ประจำปีนี้ จากผลงานการค้นพบการรับรู้อุณหภูมิและการสัมผัสที่ช่วยให้มนุษย์ปรับตัวเข้ากับโลกได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการโนเบลประกาศว่าเดวิด จูเลียส และอาร์เดม ปาตาปูเตียน เป็นผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์ ที่กรุงสตอกโฮล์ม สวีเดน เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2564 (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์ประกาศชื่อผู้ได้รับรางวัลโนเบลเป็นสาขาแรกประจำปี 2564 นี้เมื่อวันจันทร์ที่ 4 ตุลาคม 2564 โดยคณะกรรมการโนเบลประกาศมอบรางวัลให้แก่เดวิด จูเลียส อายุ 65 ปี และอาร์เดม ปาตาปูเตียน อายุ 53 ปี สองนักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของคณะกรรมการกล่าวว่า ผลงานของทั้งคู่เป็นการค้นพบใหม่ๆ ที่่ช่วยให้เราทำความเข้าใจได้ว่า ความร้อน, ความเย็น และแรงเชิงกล สามารถกระตุ้นกระแสประสาทที่ช่วยให้เรารับรู้และปรับตัวเข้ากับโลกได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลงานวิจัยของพวกเขากำลังถูกนำมาใช้พัฒนาการรักษาโรคและอาการต่างๆ มากมาย รวมถึงอาการปวดเรื้อรัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการโนเบลกล่าวว่า ความสามารถของเราในการรับรู้ความร้อน, ความเย็น และการสัมผัส มีความสำคัญต่อการอยู่รอด และสนับสนุนปฏิสัมพันธ์ระหว่างเรากับโลกรอบตัวเรา ก่อนหน้าการค้นพบของพวกเขา ความเข้าใจของเราเกี่ยวกับวิธีที่ระบบประสาทรับรู้และตีความสภาพแวดล้อมยังเป็นคำถามพื้นฐานที่ไม่รับคำตอบ ว่าอุณหภูมิและสิ่งเร้าเชิงกลแปลงเป็นแรงกระตุ้นไฟฟ้าในระบบประสาทของเราได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จูเลียส ซึ่งเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ได้รับการยอมรับจากผลงานวิจัยในการใช้แคปไซซิน ซึ่งเป็นสารประกอบพบในพริกที่สามารถกระตุ้นความรู้สึกแสบร้อน มาใช้ระบุว่าตัวรับรู้ของระบบประสาทตัวไหนในผิวหนังของเราที่ตอบสนองต่อความร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนปาตาปูเตียน จากสถาบันวิจัยสคริปส์ในแคลิฟอร์เนีย การค้นพบของเขาระบุประเภทของตัวรับรู้ของระบบประสาทที่ตอบสนองต่อการสัมผัส.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118765</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรับรู้อุณหภูมิและการสัมผัส, อาร์เดม ปาตาปูเตียน, เดวิด จูเลียส, โนเบลการแพทย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615afad3c1cbf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79581</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2020 20:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2020 20:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3นักวิทย์ผู้ค้นพบไวรัสตับอักเสบซีคว้าโนเบลแพทย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โนเบลสาขาการแพทย์ประเดิมประกาศผลรางวัลแรกประจำปี 2563 มอบรางวัลแก่นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน 2 คน และอังกฤษ 1 คน จากผลงานการค้นพบไวรัสตับอักเสบซีที่เปิดหนทางสำหรับการรักษาโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการตัดสินรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์แถลงที่กรุงสตอกโฮล์มเมื่อวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม ว่าผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ประจำปี 2563 ได้แก่ ฮาร์วีย์ อัลเทอร์ และชาร์ลส์ ไรซ์ ชาวอเมริกัน และไมเคิล ฮูห์ตัน ชาวอังกฤษ จากผลงานของทั้งสามคนที่ค้นพบไวรัสตับอักเสบซี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้ง 3 คนได้รับการเชิดชูเกียรติจากผลงานทุ่มเทในการต่อสู้กับโรคตับอักเสบที่ติดต่อกันทางเลือด ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาด้านสุขภาพของโลกที่ทำให้ประชากรโลกป่วยเป็นโรคตับแข็งและมะเร็งตับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การค้นพบไวรัสตับอักเสบซีของนักวิทยาศาสตร์ทั้งสามคนทำให้สามารถตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อไวรัสนี้ด้วยเครื่องตรวจที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งช่วยหยุดการเป็นโรคตับอักเสบจากการถ่ายเลือดในหลายพื้นที่ของโลก เป็นผลดีต่อการสาธารณสุขทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การค้นพบของพวกเขายังช่วยทำให้พัฒนายาต้านไวรัสนี้ได้อย่างรวดเร็ว และมีความหวังว่าจะสามารถกำจัดไวรัสนี้หมดจากโลกได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้ง 3 คนจะแบ่งรางวัลที่ได้รับ 10 ล้านโครนาสวีเดน หรือราว 35.24 ล้านบาท และจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนา ทำให้ปีนี้ไม่มีพิธีมอบรางวัลที่กรุงสตอกโฮล์มในวันที่ 10 ธันวาคม แต่จะมอบรางวัลให้ผู้ชนะในประเทศของตน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79581</URL_LINK>
                <HASHTAG>รางวัลโนเบล, โนเบลการแพทย์, ไวรัสตับอักเสบซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9b427aa8b1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47544</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2019 21:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2019 21:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สามนักวิจัยด้านการปรับตัวของเซลล์คว้าโนเบลการแพทย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โนเบลประเดิมมอบรางวัลสาขาการแพทย์หรือสรีรวิทยาเมื่อวันจันทร์ นักวิจัยชาวอเมริกัน 2 คนและอังกฤษ 1 คนคว้ารางวัลจากผลงานการค้นคว้าวิจัยว่าเซลล์ของมนุษย์รับรู้และปรับตัวเข้ากับระดับออกซิเจนที่เปลี่ยนแปลงอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รางวัลโนเบลสาขาการแพทย์หรือสรีรวิทยาประกาศผลเป็นสาขาแรกเมื่อวันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม 2562 โดยคณะกรรมการมอบรางวัลแก่นักวิจัย 3 คน ได้แก่ วิลเลียม แคลิน ชาวอเมริกัน จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด, เกรก เซเมนซา ชาวอเมริกันจากมหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปกินส์ และปีเตอร์ แรตคลิฟฟ์ ชาวอังกฤษจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดและสถาบันฟรานซิส จากผลงานการวิจัยด้านการปรับตัวของเซลล์กับระดับของออกซิเจนที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งช่วยเปิดกลยุทธ์ใหม่ๆ ของการต่อสู้กับโรคที่พบบ่อย เช่น มะเร็งและโลหิตจาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการพิจารณารางวัลโนเบลกล่าวว่า ผลงานของพวกเขาสร้างพื้นฐานสำหรับการทำความเข้าใจว่า ระดับของออกซิเจนส่งผลต่อกระบวนการเมแทบอลิซึมในเซลล์ของมนุษย์และการทำงานของสรีระอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เซแมนซานั้นศึกษาเกี่ยวกับยีน อีพีโอ ที่ทำให้ร่างกายสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้น และแยกสายดีเอ็นเอที่ช่วยให้เซลล์ปรับตัวเข้ากับระดับออกซิเจนที่ต่ำได้ จากนั้นเขาและแรดคลิฟฟ์ได้ประยุกต์ความรู้นี้เพื่อเปิดเผยให้เห็นว่ากลไกการตรวจจับออกซิเจนนั้นปรากฏอยู่ในเนื้อเยื่อมนุษย์ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนแคลินนั้นสามารถแยกยีนอีกตัว ที่พบในผู้ป่วยที่เป็นโรคทางพันธุกรรมที่ทำให้พวกเขาเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งบางชนิดมากขึ้น ยีนชนิดนี้จัดระบบความสามารถของร่างกายใหม่ เพื่อป้องกันการโจมตีของโรคมะเร็ง และยังมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของเซลล์มะเร็งที่ตอบสนองต่อระดับของออกซิเจนต่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลงานของพวกเขาให้ความรู้ใหม่เกี่ยวกับกระบวนการในระดับเซลล์ในร่างกายของมนุษย์ เมื่อประสบกับภาวะออกซิเจนต่ำ ตั้งแต่การช่วยการทำงานของกล้ามเนื้อระหว่างการออกกำลังกาย ไปจนถึงการปรับตัวให้มีชีวิตรอดเมื่ออยู่ในที่สูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งสามจะได้รับเงินรางวัลรวมกัน 9 ล้านโครนาสวีเดน หรือราว 27.67 ล้านบาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47544</URL_LINK>
                <HASHTAG>การปรับตัวของเซลล์, ระดับออกซิเจนต่ำ, รางวัลโนเบล, โนเบลการแพทย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9b427aa8b1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
