<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118996</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 20:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 20:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้คิดค้น&#039;ตัวเร่งปฏิกิริยาอินทรีย์แบบอสมมาตร&#039;คว้าโนเบลเคมี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รางวัลโนเบลสาขาเคมีประจำปีนี้มอบให้แก่นักเคมีชาวอเมริกันและเยอรมัน ผู้พัฒนาเครื่องมือในการสร้างโมเลกุลแบบใหม่หรือ &amp;quot;ตัวเร่งปฏิกิริยาอินทรีย์แบบอสมมาตร&amp;quot; ที่เอื้อต่อการวิจัยด้านเภสัชกรรมและทำให้เคมีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหรียญรางวัลโนเบลจำลองตั้งอยู่ด้านนอกพิพิธภัณฑ์โนเบลในกรุงสตอกโฮล์มของสวีเดน ก่อนงานประกาศผลรางวัล (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า คณะกรรมการตัดสินรางวัลโนเบลสาขาเคมีประกาศผู้ชนะรางวัลประจำปีนี้ที่กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เมื่อวันพุธที่ 6 ตุลาคม โดยมีผู้ชนะ 2 คน ได้แก่ เบนจามิน ลิสต์ ชาวเยอรมัน และเดวิด แม็กมิลลัน ชาวอเมริกัน จากผลงานการพัฒนาเครื่องมือแบบใหม่ที่แม่นยำในการสร้างโมเลกุล ที่เรียกว่า &amp;quot;ตัวเร่งปฏิกิริยาอินทรีย์&amp;quot; ที่ส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อการวิจัยทางเภสัชกรรม และทำให้เคมีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการกล่าวว่า ก่อนหน้าผลงานของทั้งคู่ นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่า มีตัวเร่งปฏิกิริยาอยู่เพียง 2 ชนิด คือ โลหะ และเอนไซม์ แต่ในปี 2543 นักวิจัยทั้งสอง ซึ่งต่างคนต่างทำงานวิจัยของตนเอง ได้พัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาชนิดที่ 3 เรียกว่า &amp;quot;ตัวเร่งปฏิกิริยาอินทรีย์แบบอสมมาตร&amp;quot; ซึ่งใช้โมเลกุลอินทรีย์ขนาดเล็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม็กมิลลัน อายุ 53 ปี เป็นอาจารย์สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยปรินซ์ตันในสหรัฐอเมริกา ส่วนลิสต์ ซึ่งอายุเท่ากัน เป็นผู้อำนวยการสถาบันมักซ์พลังค์ในเยอรมนี ทั้งคู่จะแบ่งครึ่งเงินรางวัล 10 ล้านโครเนอร์สวีเดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการโนเบลจากราชบัณฑิตยสถานแห่งสวีเดนกล่าวในแถลงการณ์ว่า งานวิจัยและอุตสาหกรรมจำนวนมากพึ่งพาความสามารถของนักเคมี ในการสร้างโมเลกุลที่สามารถสร้างวัตถุที่ยืดหยุ่นและทนทาน, สามารถเก็บพลังงานไว้ในแบตเตอรี หรือยับยั้งการลุกลามของโรค งานดังกล่าวต้องใช้ตัวเร่งปฏิกิริยา ซึ่งเป็นสารที่ควบคุมและเร่งปฏิกิริยาเคมีโดยไม่กลายเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ที่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประกาศผลรางวัลโนเบลปีนี้เริ่มต้นที่สาขาการแพทย์เมื่อวันจันทร์ โดยในวันพฤหัสบดีจะเป็นสาขาวรรณกรรม ตามด้วยสาขาสันติภาพในวันศุกร์ แล้วปิดท้ายที่สาขาเศรษฐศาสตร์ ซึ่งจะประกาศผลในวันจันทร์หน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร โนเบลประกาศผู้ชนะสาขาฟิสิกส์ 3 คน โดยแบ่งครึ่งรางวัลมอบให้แก่ ซิวคูโร มานาเบะ และเคลาส์ ฮัสเซลมานน์ ชาวอเมริกันเชื้อสายญี่ปุ่น และเคลาส์ ฮัสเซิลมานน์ ชาวเยอรมัน จากผลงานการสร้างแบบจำลองว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และอีกครึ่งมอบให้แก่ จิออร์จิโอ ปาริซิ ชาวอิตาลี จากผลงานเกี่ยวกับปฏิกิริยาของความไร้ระเบียบและการผันแปรในระบบฟิสิกส์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118996</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตัวเร่งปฏิกิริยาอินทรีย์แบบอสมมาตร, ผู้ชนะรางวัลโนเบล, โนเบลสาขาฟิสิกส์, โนเบลสาขาเคมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d9f1d4c989.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79808</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2020 22:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2020 22:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2นักวิจัยหญิงผู้พัฒนาเทคนิคตัดต่อยีนคว้าโนเบลเคมี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รางวัลโนเบลสาขาเคมีประจำปีนี้มอบให้นักวิจัยหญิงทั้งคู่ ได้แก่ เอมมานูเอล ชาร์พองติแยร์ ชาวฝรั่งเศส และเจนนิเฟอร์ เดาด์นา อเมริกัน จากผลงานการพัฒนาเทคนิคการตัดต่อพันธุกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจนนิเฟอร์ เดาด์นา (ซ้าย) และเอมมานูเอล ชาร์พองติแยร์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ราชบัณฑิตยสภาวิทยาศาสตร์สวีเดนประกาศเมื่อวันพุธที่ 7 ตุลาคมว่า ผู้ชนะรางวัลโนเบลสาขาเคมีในปีนี้คือ เอมมานูเอล ชาร์พองติแยร์ ชาวฝรั่งเศส วัย 51 ปี และเจนนิเฟอร์ เดาด์นา ชาวสหรัฐวัย 56 ปี จากผลงานร่วมกันพัฒนาเทคนิคการปรับแต่งยีนหรือหน่วยทางพันธุกรรมที่เรียกว่า &amp;quot;CRISPR-Cas9 DNA&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการตัดสินรางวัลโนเบลในสาขานี้ระบุว่า ด้วยการใช้เทคนิคนี้ นักวิจัยสามารถเปลี่ยนดีเอ็นเอของสัตว์, พืช และจุลชีพ ด้วยความแม่นยำที่สูงอย่างยิ่ง เทคโนโลยีนี้นับเป็นการปฏิวัติต่อวิทยาศาสตร์ชีวภาพ นำไปสู่การรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งด้วยวิธีการรักษาแบบใหม่ และอาจทำให้ความฝันในการรักษาโรคที่ถ่ายทอดภายในครอบครัวเป็นจริงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิทยาศาสตร์ทั้งสองคนเป็นสตรีที่ชนะรางวัลโนเบลสาขานี้คนที่ 6 และ 7 และเป็นครั้งแรกที่รางวัลโนเบลสาขาวิทยาศาสตร์มอบให้นักวิทยาศาสตร์ที่เป็นผู้หญิงทั้งสองคน ชาร์พองติแยร์ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการแผนกจุลชีพก่อโรคของสถาบันมักซ์พลังค์ในกรุงเบอร์ลิน ส่วนเดาด์นาเป็นศาสตราจารย์สอนชีวเคมีที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79808</URL_LINK>
                <HASHTAG>การตัดต่อพันธุกรรม, มานูเอล ชาร์พองติแยร์, เจนนิเฟอร์ เดาด์นา, โนเบลสาขาเคมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201007/image_big_5f7ddf86047e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47721</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2019 21:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2019 21:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สามนักบุกเบิก &#039;แบตลิเทียม-ไอออน&#039; คว้าโนเบลสาขาเคมี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน, อังกฤษ และญี่ปุ่น คว้ารางวัลโนเบลสาขาเคมีประจำปี 2562 ไปครองจากการประกาศผลเมื่อวันพุธ ด้วยผลงานการบุกเบิกและพัฒนาแบตเตอรีลิเทียม-ไอออนที่ปฏิวัติวงการพลังงานปลอดเชื้อเพลิงฟอสซิลและเทคโนโลยีอุปกรณ์สื่อสารไร้สาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพบนจอขนาดใหญ่ขณะประกาศผลผู้ชนะรางวัลโนเบลสาขาเคมี จากซ้าย จอห์น กูดอีนาฟ, สแตนลีย์ วิตทิงแฮม และอากิระ โยชิโน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราชบัณฑิตยสภาด้านวิทยาศาสตร์แห่งสวีเดนประกาศผลการพิจารณามอบรางวัลโนเบลสาขาเคมีประจำปี 2562 เมื่อวันพุธที่ 9 ตุลาคม 2562 โดยผู้ที่ได้รับรางวัลมีทั้งสิ้น 3 คน ได้แก่ จอห์น กูดอีนาฟ ชาวอเมริกันอายุ 97 ปี ซึ่งกลายเป็นผู้ชนะรางวัลโนเบลที่อายุมากที่สุด, สแตนลีย์ วิตทิงแฮม ชาวอังกฤษ อายุ 77 ปี และอากิระ โยชิโน ชาวญี่ปุ่น อายุ 71 ปี ทั้งสามคนจะต้องหารเงินรางวัล 9 ล้านโครนาสวีเดน (ราว 27 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการโนเบลกล่าวว่า แบตเตอรีลิเทียม-ไอออนปฏิวัติชีวิตของมนุษย์เรานับแต่แบตเตอรีชนิดนี้เข้าสู่ตลาดเมื่อปี 2534 บุคคลทั้งสามเป็นผู้วางรากฐานของสังคมไร้สายที่ปลอดเชื้อเพลิงฟอสซิล ที่ยังก่อประโยชน์อย่างยิ่งใหญ่ที่สุดต่อมวลมนุษยชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิตทิงแฮมเป็นผู้พัฒนาแบตเตอรีลิเทียมที่ใช้งานได้เป็นคนแรกเมื่อยุคต้นทศวรรษ 1970 จากความต้องการหาแหล่งพลังงานทางเลือกใหม่ในช่วงเกิดวิกฤติน้ำมัน กูดอีนาฟช่วยพัฒนาศักยภาพของแบตเตอรีชนิดนี้ให้สามารถประจุไฟได้มากขึ้น ส่วนโยชิโนเป็นผู้นำวัสดุจำพวกคาร์บอนเข้ามาใช้ ซึ่งทำให้แบตเตอรีชนิดนี้มีความปลอดภัยมากขึ้นและสามารถใช้ในเชิงพาณิชย์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีนี้โนเบลประกาศผู้ชนะในสาขาการแพทย์หรือสรีรวิทยา และสาขาฟิสิกส์ไปแล้ว เมื่อวันจันทร์และอังคารที่ผ่านมา โดยสาขาการแพทย์มอบให้วิลเลียม เคลิน กับเกรก เซเมนซา ชาวอเมริกัน และปีเตอร์ แรตคลิฟฟ์ ชาวอังกฤษ ที่วิจัยว่าเซลล์ของมนุษย์รับรู้และปรับตัวเข้ากับระดับออกซิเจนที่เปลี่ยนแปลงอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสาขาฟิสิกส์ ผู้ชนะได้แก่ เจมส์ พีเบิลส์ นักจักรวาลวิทยาชาวแคนาดา-อเมริกัน ผู้คิดทฤษฎีเรื่องจักรวาลวิวัฒนาการอย่างไรภายหลังบิ๊กแบง และไมเคิล เมเยอร์ และดีดีเยร์ กีลอส สองนักดาราศาสตร์ชาวสวิส ผู้ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2538&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันพฤหัสบดีจะเป็นคิวของโนเบลสาขาวรรณกรรม ซึ่งปีนี้จะประกาศชื่อผู้ชนะ 2 คน ทดแทนจากการเลื่อนเมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากกรณีอื้อฉาวทางเพศ จากนั้นวันศุกร์จะเป็นสาขาสันติภาพ ซึ่งเกรียตา ทุนแบร์ เป็นตัวเก็งในปีนี้ และวันจันทร์จะปิดท้ายที่สาขาเศรษฐศาสตร์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47721</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอห์น กูดอีนาฟ, รางวัลโนเบล, สแตนลีย์ วิตทิงแฮม, อากิระ โยชิโน, แบตเตอรีลิเทียม-ไอออน, โนเบลสาขาเคมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191009/image_big_5d9dedb1735a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
