<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109794</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2021 12:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2021 12:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลขาขึ้น ธุรกิจแกร่งจากโควิดระบาด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15 ก.ค. 2564 บล. บัวหลวงประเมินกำไรหลักของกลุ่มโรงพยาบาลในช่วง 2Q21 ที่ 2.8 พันล้านบาท เติบโต 201% YoY และ 40% QoQ หนุนโดยรายได้และอัตรากำไรที่ขยายตัว เรามองว่า CHG และ BCH จะรายงานกำไรทำสถิติสูงสุด ในขณะที่ BDMS และ BH คาดรายงานกำไรเติบโตแข็งแกร่ง YoY และ QoQ เช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้กลุ่มโรงพยาบาลยังคงได้รับผลกระทบเชิงบวกจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยังคงรุนแรงใน 3Q21 ทั้งรายได้จากการตรวจและการรักษา โดยคาด BCH และ CHG จะได้รับประโยชน์มากที่สุด เราได้มีการปรับประมาณการกำไรของ BCH ขึ้น 7% และ CHG ขึ้น 6% ในปี 2021 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนมุมมองการลงทุน ทาง บล. บัวหลวง ได้มีการปรับราคาเป้าหมายของกลุ่มโรงพยาบาลไป ณ สิ้นปี 2022 ได้ราคาใหม่ดังนี้ CHG 4.60 บาท, BCH 26 บาท, BDMS 26 บาท และ BH 160 บาท และยังคงคำแนะนำให้ซื้อทุกบริษัทฯ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109794</URL_LINK>
                <HASHTAG>หุ้นกลุ่มโรงพยาบาล, โบรก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180516/image_big_5afb9254e3e07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6215</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2018 12:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2018 12:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โบรกแนะ เม.ย.ควรเก็บหุ้นกลุ่มพลังงาน-ท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โบรกให้น้ำหนักเดือนเม.ย.ลงทุนพลังงานและท่องเที่ยว ชี้จับตาผลประกอบการแบงก์ไตรมาสแรกและเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมการลงทุนในเดือนเม.ย. ให้น้ำหนักกับหุ้น 2 กลุ่มสำคัญ คือ กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก รวมถึงราคาน้ำมันและสเปรดผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีจะยังคงทรงตัวในระดับสูงภาพ ขณะที่ กลุ่มท่องเที่ยวที่ได้ประโยชน์จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังคงแข็งแกร่ง ได้แก่ กลุ่มโรงแรม และกลุ่มพาณิชย์ ทั้งนี้ คาดดัชนีหุ้นไทยจะแกว่งตัวในกรอบ 1,750-1,850 จุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ปัจจัยในประเทศที่ต้องจับตามองคือการประกาศผลประกอบการของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ซึ่งเป็นกลุ่มแรกที่แจ้งงบไตรมาสแรก ปี 61 หากออกมาดีหรือแย่กว่าที่คาด จะนำไปสู่การปรับประมาณการกำไรของตลาดได้ นอกจากนี้ ยังมีประเด็นการเลือกตั้งภายหลังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ตัดสินใจเข้าชื่อส่งร่างประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว.ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ หากยุติเพียงเท่านี้ จะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยไม่มากนัก แต่ถ้ามีการเข้าชื่อเพื่อยื่นร่างกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ให้กับศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาด้วย จะส่งผลกระทบต่อแผนการเลือกตั้งแน่นอน และกดดันตลาดหุ้นไทยได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตาม คือสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน หากยังเกิดการโต้ตอบระหว่างกัน อาจส่งผลกระทบในวงกว้างต่อหลายประเทศรวมถึงเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะผู้ส่งออกสินค้าวัตถุดิบและสิ้นค้าขั้นกลางไปยังประเทศที่ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม ผลต่อตลาดหุ้นนั้นอาจอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากกลุ่มที่ได้รับผลกระทบนั้นไม่ได้มีมูลค่าตลาด (มาร์เก็ตแคป) อย่างมีนัยสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพบชัย ภัทราวิชญ์ ผู้จัดการสายงาน วิจัย บล.เอเชียพลัส กล่าวว่า ในสัปดาห์แรกของเดือนเม.ย. คาดว่าตลาดหุ้นไทยยังเคลื่อนไหวได้ดี แต่ต้องระวังในช่วงสัปดาห์ที่ 2 เนื่องจากจะมีแรงขายทำกำไรก่อนวันหยุดยาวเทศกาลวันสงกรานต์ ทำให้ตลาดมีความผันผวนและมูลค่าซื้อขายเบาบางลง นอกจากนี้ ยังมีแรงกดดันจากการประกาศจ่ายปันผลและการขึ้นเครื่องหมายผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่ได้สิทธิรับเงินปันผล (เอ็กซ์ดี) ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ประมาณ 70 บริษัท ซึ่งเป็นบจ.ที่มีมาร์เก็ตแคปใหญ่ โดยจะเป็นปัจจัยกดดันดัชนีประมาณ 11 จุด ทำให้ดัชนีหุ้นไทยในเดือนเม.ย.ปรับขึ้นได้ไม่มาก คาดกรอบดัชนีแนวรับอยู่ที่ 1,750 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,835 จุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6215</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัชนี, ตลาดหุ้น, ทรีนีตี้, มาร์เก็ตแคป, สงกรานต์, หุ้น, เอเชียพลัส, โบรก, โบรกเกอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180131/image_big_5a719add2e62a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3128</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2018 19:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2018 07:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผงะ3โบรกขายเงินดิจิทัล  คลังเร่งคลอดกฎคุม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผงะ! 3 บริษัทหลักทรัพย์ทำการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล มองเป็นเรื่องที่ทำได้ ไม่ผิดกฎหมาย พร้อมเร่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกกฎเกณฑ์ให้ชัดเจน &amp;nbsp;&amp;quot;เจฟินคอยน์&amp;quot; ประเดิมตลาด ยอดจองทะลุ80%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15ก.พ. 2561 นายสุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้มีการรายงานว่า ขณะนี้มีบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) 3 แห่ง ทำการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล (คริปโตเคอเรนซี่) ให้กับลูกค้า ซึ่งทั้ง 3 บริษัท ได้รายงานการซื้อขายดังกล่าวให้กับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และยังเรียกร้องให้ กลต., ปปง. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบออกกฎระเบียบการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลให้ชัดเจนเพื่อจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บล.ทั้ง 3 แห่ง ซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลให้กลับลูกค้า เพราะได้ค่าธรรมเนียมจากการซื้อขาย บล. ดังกล่าวคิดว่าเป็นเรื่องที่ทำได้เพราะไม่ได้ผิดกฎหมาย แต่เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่จึงอยากให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการการกำกับดูแล เร่งออกกฎระเบียบให้ชัดเจนว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้ เพื่อที่ บล. จะได้ดำเนินธุรกิจอย่างมั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิด&amp;quot; นายสุวิชญ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี รัฐบาลให้ความสำคัญกับการกับดูแลการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล โดยมีการตั้งคณะทำงานพิเศษขึ้นมาดำเนินการ หลังจากที่ก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังได้ออกหนังสือเตือนนักลงทุนมาตลอดว่าสกุลเงินดิจิทัล ไม่ใช่สกุลเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย การลงทุนมีความเสี่ยง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายธนวัฒน์ เลิศวัฒนารักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด เปิดเผยว่า การระดมทุนด้วยวิธีเสนอขายเหรียญดิจิทัลให้คนทั่วไป (ไอซีโอ) ของบริษัทที่เสนอขายพรีเซล เจฟิน คอยน์ เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 61 เป็นวันแรก &amp;nbsp;มีการยอดจองไปแล้ว 87.06 ล้านโทเคน จากที่เปิดเสนอขายจำนวน 100 ล้านโทเคน ที่ราคาขาย 6.60 บาทต่อโทเคน &amp;nbsp;และเชื่อว่าจะมีผู้สนใจจองซื้อเจฟิน คอยน์ ตามที่เสนอขายหมดอย่างแน่นอน โดยไอซีโอกำหนดเปิดขายเสนอขายวันแรก 14 ก.พ. &amp;ndash; 28 ก.พ. 61 นี้ และเปิดขายไอซีโอรอบจริง 1 มี.ค. &amp;ndash; 31 มี.ค. 61&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เจ มาร์ท กล่าวว่า การเสนอขาย เจฟิน คอยน์ ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดี สะท้อนว่ากลุ่มเจมาร์ทได้รับความเชื่อมั่นจากผู้สนับสนุน แม้จะเป็นการระดมทุนในรูปแบบใหม่ของประเทศก็ตาม และมุ่งหวังให้ เจฟิน คอยน์ เป็นตัวอย่างแรกของการสร้างมาตรฐานที่ดีแก่บริษัทที่ต้องการระดมทุนแบบไอซีโอได้ตามเป้าหมายที่วางไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ ก.ล.ต &amp;nbsp;กล่าวว่า หลักเกณฑ์ที่จะกำกับดูแลไอซีโอ จะมีความชัดเจนภายใน 3 สัปดาห์นี้ ส่วนกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกประกาศขอความร่วมมือสถาบันการเงินไม่ให้ทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอเรนซี่นั้น หลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นการควบคุมเฉพาะสถาบันการเงินเท่านั้น แต่หากเป็นเอกชนมองว่าสามารถทำได้ เพราะขณะนี้ไม่ได้มีหลักเกณฑ์ควบคุมดูแล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3128</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ล.ต., คริปโตเคอเรนซี่, คลัง, บล., บิตคอยน์, สกุลเงินดิจิทัล, เจฟินคอยน์, เจมาร์ท, โบรก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180214/image_big_5a8429e9ae20b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
