<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114179</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 19:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 19:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตประธานาธิบดีหญิงโบลิเวียพยายามฆ่าตัวตายในคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจไนน์ อานเยซ อดีตประธานาธิบดีหญิงสายอนุรักษนิยมของโบลิเวียที่โดนจับกุมเมื่อเดือนมีนาคม และอยู่ระหว่างรอพิจารณาคดีก่อรัฐประหารและฆ่าหมู่ผู้ประท้วง พยายามฆ่าตัวตายในเรือนจำเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจไนน์ อานเยซ ขณะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีรักษาการของโบลิเวีย ร่วมพิธีสมโภชพระคริสตวรกาย เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2563 (Photo by Gaston Brito/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 22 สิงหาคมว่า ฮอร์เก บาลดา ทนายความของอดีตประธานาธิบดีโบลิเวียวัย 54 ปี กล่าวว่า อานเยซพยายามฆ่าตัวตายด้วยการกรีดข้อมือ 3 แผลเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แต่แพทย์ช่วยไว้ได้ แต่รัฐมนตรีมหาดไทย เอดูอาร์โด เดล กาสตีโย บอกว่า อานเยซมีแค่รอย &amp;quot;ถลอก&amp;quot; ที่ข้อมือเท่านั้นจากความพยายามทำร้ายตนเองในคุกเมื่อเช้าวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อานเยซขึ้นสู่ตำแหน่งเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 ภายหลังประธานาธิบดีเอโบ โมราเลส ลาออกแล้วหนีออกนอกประเทศ เพราะโดนประชาชนประท้วงขับไล่ด้วยความรุนแรงนานหลายสัปดาห์ หลังจากเขาชนะการเลือกตั้งสมัยที่ 4 ที่ถูกระบุว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ ในฐานะที่อานเยซเป็นผู้ดำรงตำแหน่งสูงที่สุดในรัฐสภาที่ยังหลงเหลืออยู่ เธอจึงขึ้นรักษาการประธานาธิบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา รัฐบาลชั่วคราวของเธอสามารถจัดการเลือกตั้งอย่างราบรื่นในเดือนตุลาคม 2563 ซึ่งลูอิส อาร์เซ พวกพ้องฝ่ายซ้ายของโมราเลสชนะอย่างถล่มทลาย จากนั้นเขาประกาศเช็กบิลผู้ที่อยู่เบื้องหลังการโค่นอำนาจโมราเลส ที่ฝ่ายซ้ายระบุว่าเป็นการรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อานเยซถูกจับกุมเมื่อเดือนมีนาคมปีนี้ด้วยข้อกล่าวหาว่าเป็นผู้นำการรัฐประหาร รวมถึงข้อหาก่อการร้าย, ปลุกระดม และสมรู้ร่วมคิด เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา อัยการสูงสุดยังตั้งข้อหาเธอเพิ่มเติมว่า &amp;quot;ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์&amp;quot; จาก 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 ที่ทำให้มีคนเสียชีวิต 22 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายค้านโบลิเวียประณามการปฏิบัติของรัฐบาลต่ออานเยซและเรียกร้องให้ปล่อยตัวเธอ อดีตประธานาธิบดีการ์ลอส เมซา ที่เป็นสายกลาง กล่าวว่า คำอธิบายของทางการเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของเธอไม่มีความจริงจัง และขอให้ยุติการ &amp;quot;คุมขังทางการเมือง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครอบครัวของอานเยซเรียกร้องรัฐบาลหลายครั้ง ให้ย้ายเธอไปยังโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการความดันโลหิตสูงและตรวจทรวงอก คำขอนี้ถูกปฏิเสธ รวมถึงคำขอจากทนายให้กักบริเวณเธอที่บ้านแทน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114179</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรีดข้อมือ, พยายามฆ่าตัวตาย, อดีตประธานาธิบดีโบลิเวีย, เจไนน์ อานเยซ, โบลิเวีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210822/image_big_612246d3b4a31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96069</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2021 22:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2021 22:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โบลิเวียจับกุมอดีตปธน.หญิง เช็กบิลย้อนหลังฐานปลุกระดมโค่นโมราเลส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โบลิเวียจับกุมจีไนน์ อาเยซ อดีตประธานาธิบดีหญิง ฐานก่อการร้ายและปลุกระดมต่อต้านรัฐบาล จากการขึ้นมารักษาการตำแหน่งผู้นำประเทศภายหลังการประท้วงผลการเลือกตั้งปี 2562 ทำให้ประธานาธิบดีเอโบ โมราเลส ต้องระเห็จออกนอกประเทศ อัยการเสนอขัง 6 เดือนระหว่างรอไต่สวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ จีไนน์ อาเยซ รักษาการประธานาธิบดีโบลิเวีย เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2563 (Photo by Gaston Brito/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจับกุมครั้งนี้มีขึ้นภายหลังพรรคขบวนการเพื่อสังคมนิยม (เอ็มเอเอส) ที่โมราเลสก่อตั้ง ชนะเลือกตั้งในเดือนตุลาคม 2563 เปิดโอกาสให้โมราเลสเดินทางกลับประเทศ และขณะนี้ทั้งตำแหน่งประธานาธิบดีและรัฐสภาอยู่ในการควบคุมของพรรคเอ็มเอเอส โมราเลสทวีตสนับสนุนการจับกุมอาเยซและอดีตรัฐมนตรีหลายคนในรัฐบาลของนาง พร้อมกับเรียกร้องให้ลงโทษพวกก่อการและสมคบคิดกันก่อรัฐประหารโค่นอำนาจเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีไนน์ อาเยซ โดนจับกุมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยภาพข่าวโทรทัศน์ของโบลิเวียเผยให้เห็นนางขณะเดินทางมาสนามบินเอลอัลโตในกรุงลาปาซแต่ไม่ได้ถูกจับใส่กุญแจมือ โดยการ์ลอส เอดูอาร์โด เดล กัสตีโย รัฐมนตรีในรัฐบาลโบลิเวีย พร้อมด้วยตำรวจหลายนาย ตามประกบมาด้วย เมื่อพบกับนักข่าว อาเยซกล่าวสั้นๆ ประณามว่าเป็นการจับกุมที่ &amp;quot;ผิดกฎหมาย&amp;quot; ก่อนที่จะถูกพาตัวไปสอบปากคำที่กระทรวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังโดนอัยการออกหมายจับเมื่อวันศุกร์ อาเยซทวีตว่า &amp;quot;การข่มเหงทางการเมืองเริ่มขึ้นแล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากตัวอาเยซ ยังมีอดีตรัฐมนตรีพลังงาน โรดริโก กุซมาน และอดีตรัฐมนตรียุติธรรม อัลบาโร โกอิมบรา ที่เป็นสมาชิกในรัฐบาลรักษาการอายุ 1 ปีของนาง โดนออกหมายจับและถูกจับกุมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีต ส.ว.หญิงผู้นี้ขึ้นมารักษาการประธานาธิบดีหลังจากผู้นำฝ่ายซ้ายคู่ปรับของนางรายนี้หนีออกนอกประเทศเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 ภายหลังประชาชนประท้วงชัยชนะประธานาธิบดีสมัยที่ 4 ของเขาและกองทัพปฏิเสธหนุนหลังการเลือกตั้งที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ พันธมิตรหลายคนของโมราเลสที่ดำรงตำแหน่งระดับสูงพากันหลบหนีเช่นกัน ส่งผลให้อาเยซกลายเป็นสมาชิกวุฒิสภาที่อาวุโสสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมราเลสซึ่งเรียกอาเยซว่าเป็น ส.ว.ฝ่ายขวากระหายการรัฐประหาร กล่าวโจมตีอดีตประธานาธิบดีหญิงรายนี้ว่า &amp;quot;ประกาศตนเองเป็นประธานาธิบดีรักษาการโดยปราศจากองค์ประชุมของสภานิติบัญญัติ และรายล้อมด้วยกลุ่มผู้สมรู้ร่วมคิด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากสถานที่คุมขังภายในค่ายของตำรวจในกรุงลาปาซ อาเยซส่งจดหมายถึงสหภาพยุโรปและองค์การรัฐอเมริกา ขอร้องให้ส่งผู้สังเกตการณ์มาติดตามคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในวันอาทิตย์ เอเอฟพีรายงานว่า อัยการได้ยื่นขออนุญาตศาลฝากขังอาเยซและอดีตรัฐมนตรี 2 คน ชั่วคราวเป็น 6 เดือนก่อนการพิจารณาคดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96069</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีไนน์ อาเยซ, อดีตประธานาธิบดีหญิง, เอโบ โมราเลส, โบลิเวีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210314/image_big_604e2acb7c712.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2020 19:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2020 19:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โบลิเวียตามเก็บศพมากกว่า 400 ศพใน 5 วัน เชื่อส่วนใหญ่ป่วยโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตำรวจโบลิเวียเผยเมื่อวันอังคารว่าตามเก็บศพจากถนนและบ้านประชาชนได้มากกว่า 400 ศพ ในช่วง 5 วัน โดย 85% ของศพที่พบเชื่อว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีอ้างคำแถลงของอีวาน โรคาส ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า แค่ในมหานครโคชาบัมบาแห่งเดียว ตำรวจเก็บศพได้ 191 ศพ ระหว่างวันที่ 15-20 กรกฎาคม และพบอีก 141 ศพที่กรุงลาปาซ ส่วนที่เมืองซันตากรูซ เมืองใหญ่ที่สุดของประเทศและมีการแพร่ระบาดรุนแรงที่สุดโดยมีผู้ติดเชื้อเกือบครึ่งหนึ่งของทั้งประเทศ เจ้าหน้าที่เก็บศพได้ 68 ศพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรคาสกล่าวว่า ราว 85% ของศพที่เก็บได้เป็นผู้ติดเชื้อโควิด-19 และเป็นผู้ที่แสดงอาการของโควิด-19 ผู้เสียชีวิตเหล่านี้จะถูกบันทึกว่าเป็นผู้ป่วยต้องสงสัย ศพที่เหลือนั้นเสียชีวิตเพราะอาการป่วยอื่นหรือจากความรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจากสำนักงานระบาดวิทยาแห่งชาติ ระบุว่า ภูมิภาคโคชาบัมบาและลาปาซในภาคตะวันตกกำลังประสบกับการติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันเดรส ฟลอเรส ผู้อำนวยการสถาบันสอบสวนทางนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวว่า ระหว่างวันที่ 1 เมษายน ถึง 19 กรกฎาคม ศพมากกว่า 3,000 ศพที่เจ้าหน้าที่เก็บได้จากภายนอกโรงพยาบาลถูกระบุว่าเป็นผู้ป่วยยืนยัน หรือผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสโคโรนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลอย่างเป็นทางการนั้น โบลิเวียซึ่งมีประชากร 11 ล้านคน มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 เสียชีวิตมากกว่า 2,200 คน จากผู้ติดเชื้อมากกว่า 60,000 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72241</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตามเก็บศพ, โควิด-19, โบลิเวีย, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200722/image_big_5f182ed1d7c93.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71090</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2020 00:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2020 00:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้นำโบลิเวียป่วยโควิดอีกคน สหรัฐติดเชื้อรายวันทุบสถิติเป็นว่าเล่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจไนน์ อานเยซ รักษการประธานาธิบดีโบลิเวีย เป็นผู้นำประเทศรายล่าสุดที่ป่วยเป็นโรคโควิด-19 ขณะสหรัฐมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เมื่อวันพฤหัสบดีเกิน 65,000 ราย ทำลายสถิติอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจไนน์ อานเยซ รักษาการประธานาธิบดีโบลิเวีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หรือโควิด-19 ในจีนครั้งแรกเมื่อปลายปี 2562 ถึงขณะนี้ไวรัสโควิด-19 ได้แพร่ระบาดไปทั่วโลกคร่าชีวิตผู้คนแล้วมากกว่า 550,000 คน และทำให้มีผู้ป่วยมากกว่า 12.3 ล้านคน ผู้ติดเชื้อนั้นรวมถึงระดับผู้นำประเทศ อาทิ นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ ที่ป่วยเมื่อเดือนมีนาคมและหายดีแล้ว, ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ของบราซิลที่เพิ่งประกาศเมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่าติดเชื้อและบอกว่าเขาสบายดี และล่าสุด เจไนน์ อัญเญซ ประธานาธิบดีหญิงรักษาการของโบลิเวียก็ประกาศว่าเธอติดไวรัสนี้ด้วยอีกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์กล่าวว่า อานเยซประกาศผ่านวิดีโอที่เผยแพร่ทางทวิตเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดีว่า เธอสบายดี และจะทำงานต่อไปตามปกติจากสถานที่แยกกักกันโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบลิเวียกำลังเตรียมจัดการเลือกตั้งทั่วไปในอีกไม่ถึง 2 เดือน แม้ว่าประเทศลาตินอเมริกาที่มีประชากร 11 ล้านคนแห่งนี้จะมีผู้ติดเชื้อเกือบ 43,000 คน และเสียชีวิตเกิน 1,500 คน รัฐบาลคาดการณ์ว่าถึงวันเลือกตั้ง โบลิเวียอาจมีผู้ติดเชื้อ 130,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนที่โบลิเวียคาดคะเนนี้เท่ากับ 2 เท่าของจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ของสหรัฐในวันพฤหัสบดี ตามข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ ซึ่งรวบรวมในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง ถึงเวลา 20.30 น.วันพฤหัสบดี หรือ 07.30 น.วันศุกร์ของไทย พบว่าสหรัฐมีผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 60,200 ราย เป็นสถิติสูงสุดนับแต่โรคนี้แพร่ระบาดในสหรัฐ และมีผู้เสียชีวิตในช่วงเวลาเดียวกันอีก 1,000 ราย ส่วนข้อมูลล่าสุดของจอห์นฮอปกินส์ถึงช่วงค่ำวันศุกร์ของไทย สหรัฐมีผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด 3,131,953 ราย เสียชีวิต 133,420 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71090</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานาธิบดีโบลิเวีย, ยอดติดเชื้อในสหรัฐ, เจไนน์ อานเยซ, โควิด-19, โบลิเวีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200711/image_big_5f08a15bc8615.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2019 21:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2019 20:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ว.หญิงยึดเก้าอี้ผู้นำโบลิเวีย &#039;โมราเลส&#039; จวกรัฐประหารอีแอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นางจีไนน์ อาเยซ รองประธานวุฒิสภาโบลิเวียวัย 52 ปี แต่งตั้งตนเองเป็นประธานาธิบดีชั่วคราวของโบลิเวียเมื่อวันอังคาร เพื่อยุติภาวะสุญญากาศผู้นำภายหลังเอโบ โมราเลส ลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันอาทิตย์แล้วเผ่นไปลี้ภัยการเมืองที่เม็กซิโกเมื่อวันจันทร์ ด้านโมราเลสประณามเป็น &amp;quot;รัฐประหารอีแอบ&amp;quot; สหรัฐออกคำเตือนด้านการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จีไนน์ อาเยซ ประธานาธิบดีชั่วคราวของโบลิเวีย โบกมือทักทายผู้สนับสนุนจากระเบียงของทำเนียบประธานาธิบดี ในกรุงลาปาซ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 13 พฤศจิกายน 2562 กล่าวว่า สมาชิกรัฐสภาของโบลิเวียถูกเรียกให้เข้าประชุมเมื่อวันอังคารเพื่อรับรองการลาออกของโมราเลสอย่างเป็นทางการ และยืนยันการแต่งตั้ง ส.ว.จีไนน์ อาเยซ เป็นประธานาธิบดีชั่วคราว แต่สมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุม โดยเฉพาะฝ่ายหนุนโมราเลส ที่ไม่ยอมเข้าร่วม ทำให้อาเยซตัดสินใจประกาศแต่งตั้งตนเองดำรงตำแหน่งนี้ และต่อมาศาลรัฐธรรมนูญก็ให้การรับรอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราจะต้องการเลือกตั้งใหม่โดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้&amp;quot; อาเนซกล่าวต่อที่ประชุมรัฐสภา ซึ่งมีแต่ผู้แทนที่คัดค้านโมราเลส โดยเธอรับปากด้วยว่าจะตั้งรัฐบาลชุดใหม่ภายในวันที่ 22 มกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาเยซเป็นตัวเลือกอันดับแรกที่จะรับตำแหน่งนี้ ภายหลังรองประธานาธิบดีอัลบาโร การ์เซีย ลีเนรา, ประธานวุฒิสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้รักษาการตำแหน่งประธานาธิบดี พร้อมใจกันลาออกตามโมราเลส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านโมราเลส ทวีตภายหลังเดินทางด้วยเครื่องบินของกองทัพเม็กซิโกไปถึงเม็กซิโกเมื่อคืนวันจันทร์ ประณามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็น &amp;quot;การก่อรัฐประหารต่ำทรามที่สุดและหลบๆ ซ่อนๆ มากที่สุดในประวัติศาสตร์&amp;quot; และเรียกอาเยซว่าเป็น &amp;quot;ส.ว.ฝ่ายขวาที่กระหายรัฐประหาร&amp;quot; เธอประกาศตั้งตนเป็นประธานาธิบดีชั่วคราวท่ามกลางพวกเดียวกันโดยที่สภาไม่ครบองค์ประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตประธานาธิบดีฝ่ายซ้ายวัย 60 ปี ประกาศด้วยว่าเขาจะต่อสู้ต่อไป แม้ว่าเขาจะไม่ได้อยู่ในประเทศแล้ว และขอบคุณประธานาธิบดีอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ พันธมิตรฝ่ายซ้ายของเขาในเม็กซิโก ที่ &amp;quot;ช่วยชีวิตเขา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบลิเวียตกอยู่ในภาวะวิกฤติจากการประท้วงรุนแรงตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา นับแต่การเลือกตั้งประธานาธิบดีวันที่ 20 ตุลาคม เกิดการปะทะกันระหว่างฝ่ายสนับสนุนกับฝ่ายต่อต้านโมราเลสและกองกำลังฝ่ายความมั่นคง หลังจากโมราเลสลาออกแล้วสถานการณ์ก็ยังไม่สงบ ผู้สนับสนุนโมราเลสพากันชุมนุมในเมืองหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮวน ลันชีปา อัยการสูงสุด กล่าวเมื่อวันอังคารว่า มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์รุนแรงนับแต่วันเลือกตั้งเพิ่มเป็น 7 คน จากเดิม 3 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร กองกำลังฝ่ายความมั่นคง ซึ่งรวมถึงทหารที่ถูกส่งมาเสริมกำลังของตำรวจ ได้ออกรักษาการณ์ในกรุงลาปาซ ขณะที่ผู้สนับสนุนโมราเลสชุมนุมกันที่จัตุรัสซานฟรานซิสโกใกล้รัฐสภา เจ้าหน้าที่ยิงแก๊สน้ำตาขับไล่ผู้ประท้วงที่ปะทะกันบนท้องถนนในเมืองหลวงทันทีที่การประชุมสภายุติลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาร์ลอส เมซา ผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสายกลาง ที่พ่ายแพ้เลือกตั้งอย่างน่ากังขา ทวีตแสดงความยินดีกับอาเยซ ส่วนลูอิซ เฟร์นันเดซ คามาโช ผู้ทรงอิทธิพลในฝ่ายค้านที่เป็นผู้นำในระดับภูมิภาคที่จังหวัดซานตาครูซ ประกาศยุติการนัดหยุดงานประท้วงและปิดถนนยาวนาน 3 สัปดาห์แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดิมเมื่อวันอาทิตย์โมราเลสยอมให้มีการเลือกตั้งใหม่หลังจากองค์การรัฐอเมริกา (โอเอเอส) ระบุว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีสิ่งผิดปกติในหลายด้าน แต่ต่อมาผู้บัญชาการเหล่าทัพและตำรวจประกาศเลิกสนับสนุนเขาและขอให้เขาลาออก เจ้าหน้าที่ในรัฐบาลและรัฐมนตรีรวมหลายสิบคนพากันลาออกตามและแห่ขอลี้ภัยในสถานทูตหลายแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้าน รัฐบาลสหรัฐออกคำเตือนพลเมืองอเมริกันให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปโบลิเวีย, สั่งให้ครอบครัวของนักการทูตเดินทางออกจากโบลิเวีย และอนุญาตให้ลูกจ้างที่ไม่มีภารกิจฉุกเฉินเดินทางออกมาได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50218</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีไนน์ อาเยซ, ประธานาธิบดีโบลิเวีย, รัฐประหาร, เอโบ โมราเลส, โบลิเวีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191113/image_big_5dcc0ba7a4120.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2019 20:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2019 20:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โบลิเวียระส่ำ &#039;โมราเลส&#039; เผ่นลี้ภัยการเมืองที่เม็กซิโก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เอโบ โมราเลส อดีตประธานาธิบดีฝ่ายซ้ายโบลิเวีย ขึ้นเครื่องบินที่ทางการเม็กซิโกจัดส่งมารับเมื่อวันจันทร์เพื่อลี้ภัยการเมืองที่เม็กซิโก ขณะสถานการณ์ในโบลิเวียวุ่นวายหนัก ตำรวจขอร้องทหารช่วยควบคุมสถานการณ์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยินดีโมราเลสลาออก ชื่นชมบทบาทกองทัพโบลิเวีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านออกมารวมตัวบนถนนขณะรถตำรวจลาดตระเวนผ่าน ที่กรุงลาปาซ เมื่อวันจันทร์ /&amp;nbsp; AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 12 พฤศจิกายน กล่าวว่า เอโบ โมราเลส ประธานาธิบดีที่เป็นชนพื้นเมืองคนแรกของโบลิเวีย ขึ้นเครื่องบินทหารที่เม็กซิโกส่งมารับ เดินทางไปยังเม็กซิโกเพื่อลี้ภัยทางการเมืองแล้วเมื่อวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมราเลสทวีตว่า เป็นเรื่องเจ็บปวดที่เขาต้องออกจากประเทศนี้ด้วยเหตุผลทางการเมือง แต่เขาจะจับตาดูอยู่ตลอดเวลา และจะกลับมาในอีกไม่ช้าด้วยพลังงานและความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลาออกของอดีตผู้นำฝ่ายซ้ายวัย 60 ปี ที่ครองอำนาจนานร่วม 14 ปี ส่งผลให้โบลิเวียปราศจากผู้นำ เนื่องจากรองประธานาธิบดี, ประธานวุฒิสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งรัฐธรรมนูญบัญญัติให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแทนตามลำดับนั้น พากันลาออกตามไปด้วย โดย ส.ว.จีไนน์ อาเยซ รองประธานวุฒิสภา ประกาศทำหน้าที่ประธานาธิบดีรักษาการ และรับปากจะจัดการเลือกตั้งใหม่เพื่อยุติวิกฤติการเมืองของประเทศ โดยจะถ่ายโอนอำนาจให้รัฐบาลใหม่ภายในวันที่ 22 มกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์วุ่นวายครั้งนี้เกิดขึ้น 3 สัปดาห์หลังการเลือกตั้ง ที่โมราเลสชนะการเลือกตั้งสมัยที่ 4 อย่างน่ากังขา จนทำให้เกิดการชุมนุมประท้วงรุนแรงอย่างต่อเนื่อง มีคนเสียชีวิตแล้ว 3 ราย บาดเจ็บอีกนับพันคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ องค์การรัฐอเมริกา (โอเอเอส) ออกรายงานผลการสังเกตการณ์การเลือกตั้งของโบลิเวียว่ามีการทุจริตหลายด้านและเรียกร้องให้โบลิเวียเลือกตั้งใหม่ โมราเลสยอมทำตาม แต่เขากลับโดนผู้บัญชาการเหล่าทัพและตำรวจกดดันให้ลาออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังแถลงลาออกทางโทรทัศน์ในวันอาทิตย์ ประชาชนพากันออกมาฉลองตามท้องถนนในกรุงลาปาซ ทว่าหลังจากนั้นผู้สนับสนุนโมราเลสที่ไม่พอใจออกมาประท้วงก่อความวุ่นวาย สถานการณ์ยังคงลุกลามถึงวันจันทร์ กลุ่มม็อบออกโจมตีสถานีตำรวจหลายแห่งและทำร้ายประชาชน โจรออกปล้นสะดม ก่อความตื่นตระหนกไปทั่ว ร้านค้าและสำนักงานในกรุงลาปาซปิดทำการในวันจันทร์ ตกกลางคืนผู้สนับสนุนโมราเลสนับพันคนเดินทางจากเมืองเอลอัลโตเข้ากรุงมาชุมนุมประท้วงด้านนอกทำเนียบประธานาธิบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจโบลิเวีย ซึ่งหลายหน่วยเข้าร่วมการประท้วงนับแต่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศให้โมราเลสชนะ พยายามควบคุมสถานการณ์ แต่ก็เกินกำลัง ทำให้ต้องร้องขอความช่วยเหลือจากกองทัพ ต่อมาพลเอกวิลเลียมส์ กาลิมัน ผู้บัญชาการทหาร แถลงทางโทรทัศน์ว่า กองบัญชาการของเหล่าทัพจัดเตรียมปฏิบัติการร่วมกับตำรวจแล้ว เพื่อป้องกันการนองเลือดและการต่อสู้กันเองระหว่างชาวโบลิเวีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคืนวันจันทร์ โมราเลสอ้างผ่านทวิตเตอร์ด้วยว่า บ้าน 2 หลังของเขาโดน &amp;quot;พวกทำลายทรัพย์สิน&amp;quot; บุกโจมตี ขณะที่คาร์ลอส เมซา ผู้นำฝ่ายค้าน ก็ทวีตเช่นกันว่า &amp;quot;ม็อบหัวรุนแรง&amp;quot; กำลังมุ่งมาถล่มบ้านของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวถึงการลาออกของโมราเลสว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับประชาธิปไตยในซีกโลกตะวันตก พร้อมทั้งยกย่องบทบาทของกองทัพโบลิเวีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหตุการณ์เหล่านี้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงระบอบที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในเวเนซุเอลาและนิการากัวว่า ประชาธิปไตยและเจตจำนงของประชาชนจะเป็นฝ่ายชนะเสมอ&amp;quot; ทรัมป์กล่าวโดยพาดพิงถึงชาติลาตินอเมริกาฝ่ายซ้ายคู่ปรับของรัฐบาลเขา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50138</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานาธิบดีโบลิเวีย, ลี้ภัยการเมือง, เม็กซิโก, เอโบ โมราเลส, โบลิเวีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191112/image_big_5dcab2b9264b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48873</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2019 21:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2019 21:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โมราเลส&#039; นั่งเก้าอี้ ปธน.โบลิเวียต่อ หลายฝ่ายจี้เลือกตั้งรอบสอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเอโบ โมราเลส แห่งโบลิเวีย ได้รับการประกาศให้เป็นผู้ชนะการเลือกตั้งอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเมื่อวันพฤหัสบดี แม้ว่าก่อนหน้านี้ปัญหาอื้อฉาวเรื่องการนับคะแนนทำให้เกิดการประท้วงรุนแรง หลายฝ่ายเรียกร้องเลือกตั้งชี้ขาดในรอบสอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอโบ โมราเลส ประธานาธิบดีโบลิเวีย แถลงที่กรุงลาปาซเมื่อวันพุธ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะตุลาการการเลือกตั้งสูงสุด (ทีเอสอี) ของโบลิเวียประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม ว่าประธานาธิบดีโมราเลสได้คะแนนสนับสนุน 47.1% จากคะแนนการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ ที่นับเสร็จแล้ว 99.99% ในขณะที่คาร์ลอส เมซา คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดได้คะแนน 36.5% ผลต่างคะแนนมีมากกว่า 10% จึงทำให้โมราเลสเป็นผู้ชนะอย่างเด็ดขาดและไม่ต้องจัดการเลือกตั้งรอบที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการทำให้องค์การรัฐอเมริกา (โอเอเอส) แสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับการนับคะแนน เดิมทีนั้นผลคะแนนเบื้องต้นชี้ว่าโมราเลสและเมซาจะต้องเลือกตั้งชี้ขาดกันอีกครั้งปลายปีนี้ แต่เมื่อวันจันทร์ การนับคะแนนค่อยๆ ปรากฏว่าโมราเลสมีคะแนนทิ้งห่างเมซาอย่างผิดหูผิดตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหภาพยุโรป (อียู) แถลงเมื่อวันพฤหัสบดีว่า อียูเห็นด้วยกับการประเมินของโอเอเอสว่าทางเลือกที่ดีที่สุดคือการจัดการเลือกตั้งรอบที่ 2 เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นและรับประกันว่าการเลือกของประชาชนชาวโบลิเวียได้รับการเคารพอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐ, บราซิล, อาร์เจนตินา และโคลอมเบีย ต่างก็เรียกร้องให้รัฐบาลโบลิเวียจัดการเลือกตั้งรอบที่ 2 เพื่อฟื้นความน่าเชื่อถือของระบบการเลือกตั้งโบลิเวีย นอกจากนี้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐยังได้ปรับปรุงคำแนะนำด้านการเดินทางมาโบลิเวีย โดยเตือนพลเมืองอเมริกันให้เพิ่มความระมัดระวังเนื่องจากเกิดความไม่สงบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดการประท้วงรุนแรงในหลายเมือง และในวันพฤหัสบดี ผู้สนับสนุนทั้งสองฝ่ายปะทะกันครั้งใหม่อีกที่เมืองซานตาครูซ เมืองหลวงทางเศรษฐกิจซึ่งเป็นฐานที่มั่นของฝ่ายค้าน เอเอฟพีรายงานว่าสำนักงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งในเมืองนี้ถูกวางเพลิงเมื่อคืนวันพุธ ผู้ประท้วงยังปะทะกับตำรวจในเมืองลาปาซแห่งนี้และอีกหลายเมืองด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชัยชนะในการเลือกตั้งจะทำให้โมราเลส ซึ่งดำรงตำแหน่งมาแล้ว 13 ปีและเป็นประธานาธิบดีที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดในลาตินอเมริกา จะได้ครองอำนาจต่อไปจนถึงปี 2568&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมราเลสวัย 59 ปี ได้นั่งเก้าอี้นี้เป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกัน ทั้งที่รัฐธรรมนูญจำกัดการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีไว้แค่ 2 สมัยติดต่อกัน เมื่อปี 2559 เขาพยายามแก้ไขบทบัญญัติดังกล่าวแต่กลับพ่ายแพ้ในการลงประชามติ กระนั้นปีถัดมา โมราเลสกลับได้ไฟเขียวจากศาลรัฐธรรมนูญให้ลงสมัครรับเลือกตั้งได้อีก นักวิจารณ์กล่าวหาว่าตุลาการในศาลรัฐธรรมนูญเป็นพวกเดียวกับเขา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48873</URL_LINK>
                <HASHTAG>คาร์ลอส เมซา, ประท้วงเลือกตั้ง, เลือกตั้ง, เลือกตั้งรอบสอง, เอโบ โมราเลส, โบลิเวีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191025/image_big_5db30193ade97.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
