<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119258</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ไทยภักดี’ขวางแก๊งล้มสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หมอวรงค์&amp;quot; เปิดตัว &amp;quot;ไทยภักดี&amp;quot; ประกาศขวางขบวนการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ เผยสิ่งที่ต้องทำเพิ่ม ประชาชนต้องอยู่ดีกินดี รัฐบาลต้องซื่อสัตย์ โปร่งใสและตรวจสอบได้ ชี้คอร์รัปชันเกิดมาพร้อมคณะราษฎรปล้นพระราชอำนาจ &amp;quot;แรมโบ้&amp;quot; ยันนายกฯ อยู่ครบเทอมไม่ยุบสภา ให้ฝ่ายค้านรอไปก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2564 ที่อาคารชื่นฤทัยในธรรม จ.นนทบุรี พรรคไทยภักดี โดย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรค &amp;nbsp;ถือฤกษ์ 09.09 น. แถลงเปิดตัวพรรค พร้อมประกาศรับสมัครสมาชิกและว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรค ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีบุคคลสำคัญทางการเมือง อาทิ นายถาวร เสนเนียม อดีต รมช.คมนาคมและส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์, นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ, นายอานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อ.คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, นายไพฑูรย์ แก้วทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, นายสุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย, &amp;nbsp;นายสาธิต เซกัล อดีตแกนนำ กปปส. และบุคคลมีชื่อเสียงอีกหลายคน เข้าแสดงความยินดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วรงค์กล่าวว่า ในช่วง 1 ปีเศษที่ผ่านมา มีกระบวนการล้มล้างสถาบัน โดยเห็นชัดเจนที่จาบจ้วงเบื้องสูง อ้างจะปฏิรูปสถาบันเพื่อที่จะแก้ไข ม.112 และแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ โดยใช้วิธีการยุยงปลุกปั่นเยาวชนจากอาจารย์ในมหาวิทยาลัย กระบวนการเหล่านี้ขยายใหญ่โต เชื่อมโยงทั้งในสภา นอกสภา องค์กรต่างประเทศ และเครือข่ายต่างประเทศ ที่ผ่านมาเราทำได้เพียง 2 อย่างคือเปิดเผยความจริงและพยายามใช้ข้อกฎหมาย แต่ทำแค่ 2 อย่างนั้นไม่เพียงพอ โดยสิ่งที่ต้องทำเพื่อให้เกิดความยั่งยืนต่อสถาบันหลักของชาติมากที่สุดคือ ประชาชนต้องอยู่ดีกินดี รัฐบาลต้องซื่อสัตย์ โปร่งใส และตรวจสอบได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ปัญหาที่เป็นรากเหง้าของประเทศในอดีตที่ผ่านมาเกิดจากนักการเมืองนำไปสู่การปฏิวัติรัฐประหาร มีการตั้งคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาและจะเห็นได้ชัดว่าในรัฐธรรมนูญ 60 นั้น ระบุไว้ในหมวดของการเลือกตั้ง ว่าการเลือกตั้งในอดีตที่ใช้บัตร 2 ใบ ส.ส.ไม่ได้มาจากประชาชน แต่ ส.ส.คือตัวเเทนของพรรคการเมืองและนายทุนเจ้าของพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่ผมเศร้าใจคือ ขณะนี้ ส.ส.ในสภาคิดจะแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบในอดีตที่สร้างปัญหาให้กับประเทศ ตนก็เสียดายผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือและพยายามช่วยที่บางครั้งก็ไม่เข้าในความซับซ้อนทางการเมือง เป็นรัฐธรรมนูญลักไก่ ขัดหลักการอย่างชัดเจน และขัดรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน แต่ไม่เป็นไรถ้าทุกคนช่วยกัน ช่องทางก็ยังคงมี ทั้งการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ โดยยื่นผ่านผู้ตรวจการเเผ่นดิน ซึ่งตนขอชวนประชาชนใช้สิทธิ์ร้องผ่านผู้ตรวจการเเผ่นดินตั้งแต่สัปดาห์หน้า ตามมาตรา 213 ของรัฐธรรมนูญ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วรรงค์เผยว่า สิ่งที่ต้องเน้นย้ำคือการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน เป็นปัญหารากฐานของประเทศเกิดมาตั้งแต่ พ.ศ.2475 ที่คณะราษฎรปล้นพระราชอำนาจมา ไม่ยอมวางโครงสร้างรากฐานนำไปสู่การทุจริต ให้เงินสินบนมาจนถึงปัจจุบันนี้ พรรคไทยภักดีสัญญาว่าจะเข้าไปปราบโกง รวมไปถึงปฏิรูปตำรวจ ปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปราคาพืชผลทางการเกษตร โดยจะเห็นว่าปัญหาทุกอย่างเกิดจากการทุจริตคอร์รัปชันทั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคไทยภักดี เป็นพรรคของประชาชน ที่จะไม่ขอรับเงินทุนแบบผูกขาด จะเอาเงินมาให้เป็นร้อยล้านก็ไม่เอา เพราะเชื่อว่านายทุนที่มีขนาดใหญ่เมื่อลงทุนแล้วก็ต้องมาหาผลประโยชน์จากประชาชนอีก เงินของคนพวกนี้แพ้เงินของประชาชน ไทยภักดีจะหารูปแบบในการระดมทุนไม่เหมือนพรรคการเมืองอื่น เราจะระดมทุนด้วยการทำเสื้อยืด 1 ล้านตัว ราคาก็แล้วแต่ประชาชน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นพ.วรงค์ได้ประกาศพร้อมรับไม้ต่อตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ย้ำว่า พล.อ.ประยุทธ์จะส่งไม้ต่อหรือไม่ อยู่ที่เสียงของประชาชน และพร้อมสู้สนามเลือกตั้งในทุกกติกา ไม่ว่าบัตรเลือกตั้งใบเดียวหรือบัตรสองใบ รวมถึงยืนยันจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งครบทุกเขต ไม่ว่ากฎหมายจะกำหนด 350 เขต หรือ 400 เขต และเปิดเผยความคืบหน้าของพรรคไทยภักดีในกระบวนการคัดเลือกผู้สมัครได้เกือบครบทั่วประเทศแล้ว และจะส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ
ไม่ยุบฝ่ายค้านรอไปก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสการยุบสภา โดยยืนยันว่านายกฯไม่มีการยุบสภาอย่างแน่นอน และจะอยู่ครบเทอม เนื่องจากขณะนี้ประเทศได้เกิดสถานการณ์ หลายอย่างทั้งการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 และสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัด และนายกฯ รัฐบาลก็กำลังแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายลงให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาย้ำว่าการลงพื้นที่ของนายกฯ รองนายกและรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่องนั้น เนื่องจากขณะนี้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก จึงเป็นหน้าที่ของนายกฯ และรัฐมนตรีทุกคนจะต้องลงพื้นที่เพื่อไปให้ความช่วยเหลือ โดยไม่ใช่เป็นการลงพื้นที่หาเสียงหรือเตรียมการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมขอให้พรรคร่วมฝ่ายค้านได้รอไปก่อน เพราะนายกฯ ไม่ยุบสภาอย่างแน่นอน นายกฯ จะไม่ทิ้งประชาชนที่ขณะนี้กำลังได้รับความเดือดร้อนอยู่ หากฝ่ายค้านอยากเข้ามามีอำนาจ ก็ขอให้เข้ามาตามกติกาหลังนายกฯ หมดวาระแล้ว และทางที่ดีฝ่ายค้านน่าจะเอาเวลานี้ไปช่วยเหลือประชาชนที่กำลังประสบปัญหา ให้ประชาชนได้เห็นความดีของฝ่ายค้านบ้าง มากกว่าการออกมาพูดกล่าวหาโจมตีคนอื่นหวังผลทางการเมืองของตนเอง อย่าหวังว่านายกฯ จะยุบสภาก่อนครบวาระ ไม่มีแน่นอน คงเป็นแค่ฝันกลางวันหรือฝันค้างของฝ่ายค้าน ให้ระวังกระหายอยากมีอำนาจอยากเป็นรัฐบาลมากเกินไประวังอกแตกตายก่อน เพราะนายกฯ มีผลงานรัฐบาลดีวันดีคืน เลือกตั้งสมัยหน้า มีโอกาสสูงที่ฝ่ายค้านก็ยังจะรักษาความเป็นแชมป์ฝ่ายค้านได้เหมือนเดิม ไม่มีโอกาสเป็นรัฐบาลอย่างแน่นอน เพราะประชาชนส่วนใหญ่มองว่าเหมาะสมทำหน้าที่ค้านได้ดีมาก ไม่สมควรมาเป็นรัฐบาล เพราะผลงานและฝีมือไม่ถึง ทำหน้าที่ไม่ได้ดั่งใจประชาชน&amp;quot; นายเสกสกลกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงผลการสอบสวนของคณะกรรมการวินัยและจริยธรรมของพรรคเพื่อไทย ต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย ที่กระทำการขัดมติพรรคในการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ โดยคณะกรรมการวินัยและจริยธรรมพรรคเพื่อไทยเสนอให้ลงโทษสมาชิกพรรค 2 คน ได้แก่ นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ และนางพรพิพล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี ให้พ้นจากสมาชิกพรรค ตามข้อบังคับพรรคเพื่อไทย พ.ศ.2561 เนื่องจากมีพฤติกรรมประชุมโดยไม่มีเหตุผล ตั้งใจให้ร้ายพรรคด้วยความเท็จ และมีลักษณะบ่งบอกว่าไม่ต้องการอยู่กับพรรคในการเลือกตั้งครั้งหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในวันที่ 12 ตุลาคม จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยในเวลา 09.30 น. มีระเบียบวาระสำคัญเป็นเรื่องการเตรียมการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 พรรคเพื่อไทย ที่จังหวัดขอนแก่น และรับทราบผลการสอบสวนข้อเท็จจริงและพิจารณาข้อกล่าวหาสมาชิกของคณะกรรมการวินัยและจริยธรรมร่วมกับคณะกรรมการบริหารพรรค รวมทั้ง ส.ส.พรรคทุกคน ซึ่งจะประชุมร่วมกันในเวลา 13.00 น.เพื่อลงคะแนน เนื่องจากตามระเบียบต้องมีคะแนนเสียง 3 ใน 4 ของสมาชิกพรรคเพื่อไทย ลงมติให้พ้นจากสมาชิกพรรค ทางพรรคได้ส่งหนังสือถึง ส.ส.ทุกคน เพื่อให้องค์ประชุมครบในวันที่ 12 ตุลาคมนี้ เพื่อแสดงเจตจำนงร่วมกันด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.อรุณีกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีความเป็นสถาบันการเมือง สมาชิกพรรคต้องเคารพและยึดมั่นในมติพรรคร่วมกัน เพื่อเป็นการสะท้อนหลักการเคารพซึ่งประชาธิปไตยเสียงส่วนใหญ่ การนำเหตุผลส่วนตัวและข้อจำกัดส่วนตัวเป็นข้ออ้างในการฝ่าฝืนมติพรรคในหลายๆ กรณี &amp;nbsp;จึงมีความจำเป็นต้องถูกลงโทษ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119258</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;หมอวรงค์&quot;, ตรวจสอบได้, รัฐบาลต้องซื่อสัตย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปิดตัว &quot;ไทยภักดี&quot;, โปร่งใส, ‘ไทยภักดี’ขวางแก๊งล้มสถาบัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211009/image_big_6161925ad1ebb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78860</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2020 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2020 14:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดคะแนนคุณธรรม-ความโปร่งใสรัฐ &#039;เกรดซี&#039; อื้อ ธอส.คว้าแชมป์  อบต.สะอาด ร้อยเอ็ด ได้ที่โหล่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย.63 - &amp;nbsp;สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้จัดงาน ITA DAY 2020 &amp;ndash; Talks and Result Announcement นอกจากนี้ ยังมีการจัดเวทีสนทนา และประกาศผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. บรรยายในหัวข้อ &amp;ldquo;การประกาศผลการประเมิน ITA ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563: ข้อค้นพบเกี่ยวกับคุณธรรมและความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐ ในสายตาของคนไทยทั่วประเทศ&amp;rdquo; ตอนหนึ่งว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 คะแนน ITA เฉลี่ยของไทยอยู่ที่ 67.90 คะแนน หรือระดับ C โดยหน่วยงานที่ได้คะแนนสูงสุดคือ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้ 99.60 คะแนน ส่วน อบต.สะอาด ใน จ.ร้อยเอ็ด ได้ 28.16 คะแนน โดยมีหน่วยงานที่ผ่านเกณฑ์ หรือได้คะแนนเกิน 80 คะแนนขึ้นไปเพียงร้อยละ 13.19 เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ปีนี้มีหน่วยงานจำนวนมากเข้าร่วมประเมิน ITA รวมถึงมีบุคคลเข้าเป็นผู้ประเมินกว่า 1.3 ล้านคน เป็นสัญญาณที่ดีของการเข้ามามีส่วนร่วมต่อต้านการทุจริตของไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า เดิมตั้งเป้าหมายไว้ว่าในปี 2565 จะให้ทุกหน่วยงานได้คะแนนผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 ถือเป็นเป้าหมายที่ยาก และท้าทายอย่างยิ่ง เพราะขณะนี้พบว่ามีหน่วยงานรัฐได้คะแนนประเมินค่อนข้างต่ำ และยังมีถึง 499 หน่วยงานได้คะแนนระดับต่ำ หรือ F โดยเฉลี่ยคือ หน่วยงานส่วนกลางค่าประเมินจะอยู่ในระดับกลางถึงสูง แต่หน่วยงานระดับภูมิภาคหรือท้องถิ่นจะได้ค่าประเมินระดับกลางลงไปต่ำ ขณะที่หน่วยงานของรัฐมีจุดอ่อนเรื่องการเปิดเผยข้อมูล การพัฒนาเรื่อง e-Service มีหน่วยงานที่พัฒนาได้เพียง 1,522 แห่งเท่านั้น ขณะที่หน่วยงานส่วนใหญ่ยังไม่สามารถให้บริการแบบ e-Service ได้ ขณะเดียวกัน ข้อค้นพบด้านคุณธรรมและความโปร่งใสของหน่วยงานรัฐในสายตาคนไทย พบว่า พฤติกรรมการรับสินบนมีแนวโน้มลดลง หน่วยงานภาครัฐเคร่งครัดต่อการเบิกจ่ายงบประมาณที่ถูกต้อง ส่วนการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับแผนการใช้จ่ายงบประมาณ และสร้างการรับรู้ด้านการใช้จ่ายงบประมาณยังไม่มากพอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวอีกว่า พฤติกรรมการเททรัพย์สินของข้าราชการไปเป็นของส่วนตัวตอนนี้มีแนวโน้มลดลง แต่เจ้าหน้าที่รัฐยังไม่มั่นใจในการจัดการเรื่องร้องเรียนทุจริตภายในหน่วยงาน เรื่องนี้เป็นปัญหา แม้ ป.ป.ช. จะมีมาตรการกันพยาน หรือมาตรการการจ่ายเงินให้แก่ผู้แจ้งเบาะแสทุจริต ซึ่งศาลปกครองเคยมีคำวินิจฉัยให้ ป.ป.ช. จ่ายเงินให้แก่ผู้แจ้งเบาะแสทุจริตได้แล้ว ก่อนหน้านี้ ป.ป.ช. ไม่กล้าจ่ายเพราะไม่มีกฎหมายรองรับ ดังนั้นหวังว่ามาตรการต่าง ๆ จะทำให้เจ้าหน้าที่รัฐมีความเชื่อถือมากขึ้น อย่างไรก็ดี ป.ป.ช. จะเสนอผลการประเมินให้แก่คณะรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับทราบต่อไป คิดว่าผู้นำประเทศคงสนใจ และอาจตกใจเหมือนกันที่คะแนนยังอยู่ในระดับต่ำ โดยตนจะนำผลการประเมิน ITA เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ รวมถึงบูรณาการความร่วมมือเพื่อยกระดับการประเมิน และการเปิดเผยข้อมูลอีกด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78860</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอร์รัปชัน, ปปช., หน่วยงานรัฐ, โปร่งใส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200828/image_big_5f4909b2c40ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18530</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2018 08:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2018 08:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอท.ยันออกแบบอาคารหลังที่2โปร่งใส ยืนเซ็นสัญญา กลุ่มดวงฤทธิ์ ต.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทอท.ยันการประมูลออกแบบก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่2 ทำตามกติกา เตรียมเซ็นสัญญากับ กลุ่มดวงฤทธิ์ ต.ค.นี้ ยืนยันการก่อสร้างขยายสนามบินสุวรรณภูมิเป็นไปตามแผนแม่บทเดิม เร่งขออนุมัติงบ 7 หมื่นล้านก่อสร้าง 3 โครงการ มั่นใจ TOR ดิวตี้ฟรีเสร็จ ต.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทท่าอากาศยานไทยจำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่าการประมูลออกแบบก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่2 (Terminal 2) นั้น ทอท. ดำเนินตามขั้นตอนขบวนการประมูล กฏกติกาที่กำหนดไว้รวมถึงดำเนินตามเงื่อนไขการประมูล (TOR) โดยไม่ได้มีการแก้ไขแบบเนื่องจากว่ายังอยู่ในขั้นตอนของการวางแนวทางซึ่งยังไม่ได้ดำเนินการออกแบบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การดำเนินโครงก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่2 กรอบวงเงินลงทุนโครงการ 4.2 หมื่นล้านบาทได้เพิ่มเติมในโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิระยะที่3 ซึ่งเป็นไปตามแผนแม่บท (Master Plan) ของทอท.โดยคาดว่าจะสามารถเซ็นสัญญากับกลุ่มดวงฤทธิ์ บุญนาค ผู้รับออกแบบได้ภายในเดือนตุลาคม นี้หลังจากนั้นจะใช้ระยะเวลา 10 เดือนในการดำเนินการออกแบบและร่างรายละเอียด ทีโออาร์ แล้วเสร็จ แล้วถึงจะเปิดประมูลได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การประกวดแบบอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 มีปัญหาและกลุ่มบริษัทร่วมทำงาน S.A. &amp;nbsp;ร้องต่อนายกรัฐมนตรีขอให้ยกเลิกผลการประกวดแบบนั้น &amp;nbsp;ทอท.ยืนยันว่าการประกวดแบบที่ผ่านมาเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และไม่อยากให้สังคมใช้อารมณ์ตัดสิน แม้จะมีผู้ไปร้องให้ยกเลิกกับนายกรัฐมนตรี แต่ ทอท.ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพิจารณาตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่มี รวมทั้งขอย้ำว่าว่าการดำเนินการต่าง ๆ ยังอยู่ในช่วงประกวดแนวคิดการ ออกแบบเท่านั้น &amp;nbsp;รวมทั้ง ทอท.จะดูแลให้การก่อสร้างเป็นไปตามหลักเกณฑ์และกฎหมาย และอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 จะต้องปลอดภัยตามมาตรฐานการบิน โดยขณะนี้กำหนดเป้าหมายให้งานก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 สามารถก่อสร้างได้ปลายปี 62&amp;quot;นายนิตินัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัย กล่าวว่าสำหรับการวิพากษ์วิจารณ์การก่อสร้างอาคารหลังที่ 2 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไม่เป็นไปตามแผนแม่บท ยืนยันว่าแผนแม่บทปัจจุบันยังคงสอดคล้องฉบับเดิมในแง่สาระสำคัญ 2 ข้อ คือ ปรับเวลาก่อสร้างให้สอดคล้องกับความเป็นจริงของโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิระยะ 2 ประกอบด้วย อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 ส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารรวมถึงระบบขนส่งมวลชน จากเดิมวางแผนก่อสร้างปี 2554-2560 แต่โครงการล่าช้าส่งผลให้ต้องปรับเวลาใหม่ให้มีการก่อสร้างระหว่างปี 2559-2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ระหว่างการก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินหลังที่ 1 จะมีการก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินหลังที่ 2 ต่อเนื่องไปทิศทางใต้ ดังนั้น &amp;nbsp;ทอท.จึงต้องหาพื้นที่ขยายศักยภาพของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิคู่ขนานไปด้วย นำมาซึ่งการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ในโครงการพัฒนาท่าอากาศยานระยะ 3 ซึ่งเป็นไปตามองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ(ICAO) และ IATA หรือไออาต้าได้จัดทำในแผนแม่บทปี 2554&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ยืนยันว่าการดำเนินการตามแผนแม่บทที่ปรับปรุงจะช่วยให้สุวรรณภูมรองรับผู้โดยสารมากขึ้น จากปัจจุบันผู้โดยสารปีละ 60 ล้านคนแล้ว จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วต่อเนื่องแต่ละเฟส เพื่อให้รองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้น แต่หาก ทอท.ยังใช้แผนมาสเตอร์แพลนเดิม ซึ่งจะก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินหลังที่ 2 และขยายอาคารหลักที่เหลืออีกด้านหนึ่งเสร็จในปี 2569 ซึ่งก่อนที่จะก่อสร้างเสร็จจะมีผู้โดยสารมาใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิประมาณ 100 ล้านคน ขณะที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะมีศักยภาพรองรับผู้โดยสารได้ 60 ล้านคนเท่านั้น หาก ทอท.ไม่มีการปรับแผนมาสเตอร์แพลนก็จะทำให้เกิดปัญหาความแออัดในการใช้บริการไปตลอด&amp;quot;นายนิตินัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะโครงการก่อสร้างทางวิ่งอากาศยานเส้นที่3 &amp;nbsp; กรอบวงเงินลงทุน 2.2 หมื่นล้านบาทค่ารวมชดเชยผลกระทบด้านเสียงอยู่ระหว่างผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (EHIA) โดยจะดำเนินควบคู่กับจัดทำTOR คาดแล้วเสร็จในได้เดือน ธ.ค.61 ส่วนโครงก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารหลังที่1 กรอบวงเงินลงทุน 6,600 ล้านบาทอยู่ระหว่างดำเนินการขอแก้ไขพื้นที่การก่อสร้างจากฝั่งตะวันออกไปฝั่งตะวันตกก่อน และจะดำเนินการเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้ดำเนินการย้ายฝั่ง อย่างไรก็ตามทั้งหมด 3 โครงการมูลค่ารวม 70,600 ล้านบาทจะดำเนินการขออนุมัติงบประมาณจาก ครม.ในเดือนธ.ค.61 แต่คาดว่าจะสามารถเปิดประมูลได้ภายในปีนี้ 2 โครงการคือ รันเวย์3 กับส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารหลังที่1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัย กล่าวว่าส่วนความคืบหน้าการประมูลพื้นที่ปลอดภาษีอากร (Duty fee) สุวรรณภูมิเฟส2 และในพื้นที่จะหมดอายุสัญญาในปี63คาดว่า TORแล้วเสร็จและเปิดประมูล ได้ในเดือนต.ค.นี้ โดยขณะนี้รอผลการประชุมคณะอนุกฎหมายในต้นเดือน ต.ค.นี้เพื่อจะพิจารณา ประเด็นเกี่ยวกับข้อกฎหมาย ข้อพิพาทต่างๆ รวมถึงเทคนิค และประเด็นต่างๆที่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18530</URL_LINK>
                <HASHTAG>Terminal 2, TOR ดิวตี้ฟรี, ทอท., ประมูลออกแบบก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่2, สนามบินสุวรรณภูมิ, โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิระยะที่3, โปร่งใส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180927/image_big_5bac35a4477bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3654</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2018 10:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2018 10:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยเงิบ!ภาพลักษณ์คอร์รัปชันไทยยุครัฐบาลคสช.ดีขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22&amp;nbsp;ก.พ. 61 - &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี ผลดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชันในภาครัฐทั่วโลก (Corruption Perception Index - CPI) ประจำปี 2560 ประเทศไทยได้คะแนนซีพีไอ 37 เต็ม 100 คะแนน ได้อันดับ 96 จากเดิม 101 เมื่อปี 2559 ซึ่งไทยได้คะแนน 35 คะแนน ว่า รัฐบาลคสช. และ ป.ป.ช. อย่าเพิ่งลิงโลดใจในผลคะแนนดังกล่าว องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International -- TI) ชี้ว่า แทบไม่เห็นผลงานการปราบทุจริตของคณะรัฐประหารไทย ต่างจากที่ว่าไว้เมื่อเข้าสู่อำนาจ 4 ปีก่อน ปมแหวนมารดา นาฬิกาเพื่อน สะท้อน ช่องโหว่ของกลไกคุณธรรมจริยธรรมของไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์ กล่าวว่าจากสถิติ cpi index ในรอบหลายปี พบว่า คะแนนปีนี้ดีขึ้นจากปีที่แล้ว 2 คะแนน ทำให้ลำดับดีขึ้น 5 ลำดับ แต่ก็ยังแย่กว่าปี 2558 ซึ่งเคยอยู่ลำดับที่ 76 และได้ 38 คะแนน คะแนน และลำดับที่ได้ในปีนี้ยังแย่กว่าในปี 2557 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งบริหารประเทศ และเป็นปีที่มีการรัฐประหาร สะท้อนว่าการที่รัฐบาลคสช.ประกาศจะปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.เป็นประธานคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ หรือ คตช.มีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นกรรมการ ยังไม่ประสบความสำเร็จหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนหนึ่งของสาเหตุที่อยู่อันดับต่ำมากๆ น่าจะมาจากสภาวะบ้านเมืองที่ยังไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างเต็มที่ มีการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน พรรคการเมืองถูกห้ามทำกิจกรรมทำให้กระบวนการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชันไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ ประชาชนสื่อมวลชนถูกกันออกมานอกวงของการตรวจสอบและไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลการตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชันหรือไม่ ปัญหาสำคัญคือการขาดสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนและประชาชนหรือไม่ ซึ่งรัฐบาลต้องรับสภาพข้อเท็จจริงนี้ เพื่อนำไปแก้ไขต่อไป&amp;quot;นายอนุสรณ์ ระบุ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3654</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., คอร์รัปชัน, ดัชนีคอร์รัปชั่น, ปราบโกง, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, เพื่อไทย, เอี่ยม, โปร่งใส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180117/image_big_5a5ed0018a93f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
