<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115777</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 12:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 12:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>CPF ทุ่ม 100 ล้านซื้อธุรกิจอาหารทะเลในโปแลนด์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย. 2564 รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จํากัด (มหาชน) (CPF) แจ้งว่า บริษัท CPF Poland S.A. ซึ่งเป็นย่อยทางตรงของ CPF ได้ทำการเข้าซื้อ FishFood sp. z o.o. (Fish Food) และ MaxFish sp. z o.o. (MaxFish) ซึ่งดําเนินธุรกิจอาหารทะเลในประเทศโปแลนด์ มูลค่าประมาณ 101 ล้านบาท โดยภายหลังจากการเข้าทํารายการเสร็จสมบูรณ์แล้ว Fish Food และ MaxFish จะมีสถานะเป็นบริษัทย่อยทางอ้อมของ CPF ทั้งนี้ แหล่งที่มาของเงินทุนบริษัทจะใช้กระแสเงินสดภายในกลุ่ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ Fish Food เป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายของประเทศโปแลนด์ มีทุนจดทะเบียนและทุนชําระแล้วจํานวน 2.65 ล้านซวอตี้ ประกอบธุรกิจผลิตผลิตภัณฑ์อาหารทะเล เช่น ปลาที่หมักในเครื่องปรุงต่างๆ อาหารทะเลชุบเกล็ดขนมปัง กุ้งต้ม และอาหารพร้อมทาน มีรายได้ปี 2563 ที่ 100.2 ล้านบาท ส่วน MaxFish เป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายของประเทศโปแลนด์เช่นกัน มีทุนจดทะเบียนและทุนชําระแล้วจํานวน 0.3 ล้านซวอตี้ ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการค้าและจัดจําหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารทะเล ซึ่งปี 2563 มีรายได้ 92.6 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115777</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซื้อกิจการ, ธุรกิจอาหารทะเล, บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จํากัด (มหาชน) (CPF), โปแลนด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_6135ac612b130.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107068</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2021 12:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2021 12:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จิม แคร์รี่’สลัดภาพฮาสวมบทดราม่าในหนังที่สร้างจากโครงเรื่องจริงคดีอาชญากรรมสุดอื้อฉาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากเอ่ยชื่อของดาราฮอลลีวูดชื่อดังอย่าง &amp;ldquo;จิม แคร์รี่&amp;rdquo; เชื่อว่าหลายคนคงจะนึกถึงชายหนุ่มหน้าทะเล้น ผู้มีภาพลักษณ์ในวงการแสดงบทบาทแนวตลก-คอมเมดี้ซะเป็นส่วนใหญ่! ล่าสุด &amp;ldquo;MONOMAX&amp;rdquo; (โมโนแมกซ์) ผู้นำดูหนังออนไลน์แบบถูกลิขสิทธิ์ ในเครือ โมโน เน็กซ์ จัดให้กับการพลิกบทบาทของ &amp;ldquo;จิม แคร์รี่&amp;rdquo; ที่เปลี่ยนลุคมาเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนคดีฆาตรกรรมในภาพยนตร์ดราม่า-ระทึกขวัญสุดเข้มข้น &amp;ldquo;Dark Crimes วิปริตจิตฆาตกร&amp;rdquo; ที่สร้างจากเค้าโครงเรื่องจริงคดีอาชญากรรมสุดอื้อฉาวปี 2007 ของประเทศโปแลนด์ กับเรื่องราวของ ทาเด็ค นักสืบที่รับหน้าที่สืบสวนคดีฆาตกรรมนักธุรกิจคนหนึ่ง แต่ที่เขาและคนอื่นๆ ต้องประหลาดใจมากก็คือ เรื่องราวมันเหมือนกับเรื่องในนิยายฆาตกรรมของนักเขียนคนหนึ่งที่ชื่อ คอซโลว์ ขณะที่คดีนี้น่าจะเปิดและปิดได้ง่ายๆ เหมือนคดีทั่วๆ ไป ทาเด็ค ดูเหมือนจะสืบพบเรื่องในมุมมืดของคดีนี้ขึ้นมา นั่นเป็นเหมือนชนวนที่ทำให้ ทาเด็ค ดำดิ่งสู่อีกโลกที่มืดบอด และทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปตลอดกาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ติดตามความเข้มข้นการสืบสวนคดีฆาตกรรมได้ในภาพยนตร์ต่างประเทศ &amp;ldquo;Dark Crimes วิปริตจิตฆาตกร&amp;rdquo; นำแสดงโดย จิม แคร์รี่, มาร์ตัน โชแคส และ ชาร์ลอต เกนส์เบิร์ก ผ่านทาง MONOMAX (โมโนแมกซ์) ดูครบ จบทุกตอน! &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107068</URL_LINK>
                <HASHTAG>Dark Crimes วิปริตจิตฆาตกร, จิม แคร์รี่, ชาร์ลอต เกนส์เบิร์ก, มาร์ตัน โชแคส, โปแลนด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210621/image_big_60d01f2c6bcc9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69983</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2020 22:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2020 22:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปแลนด์เลือกตั้งประธานาธิบดี &#039;ดูดา&#039;ลุ้นนั่งเก้าอี้อีกสมัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวโปแลนด์ใช้สิทธิเลือกตั้งประธานาธิบดีแบบเว้นระยะห่างทางสังคมเมื่อวันอาทิตย์ หลังจากถูกเลื่อนมา 7 สัปดาห์เพราะการแพร่ระบาดของโควิด-19 &amp;quot;อันด์เซจ์ ดูดา&amp;quot; หวังกลับมาสานต่อนโยบายชาตินิยมฝ่ายขวา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีอันด์เซจ์ ดูดา และภริยา หย่อนบัตรที่เมืองคราคุฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานาธิบดีอันด์เซจ์ ดูดา วัย 48 ปี หาเสียงเพื่อรักษาเก้าอี้สมัยที่ 2 วาระ 5 ปี โดยยืนยันว่าจะคงโครงการเศรษฐกิจของพรรคกฎหมายและความยุติธรรม (PiS) พรรครัฐบาลนิยมขวาที่หนุนหลังเขา ซึ่งรวมถึงการทุ่มงบประมาณใช้จ่ายเชิงสังคมและการปกป้องค่านิยมครอบครัวในประเทศคาทอลิกแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้สมัครลงชิงชัยกับเขา 10 คน แต่ผลสำรวจความคิดเห็นเผยว่า มีเพียงราฟัล ชัสคอฟสกี นายกเทศมนตีกรุงวอร์ซอหัวเสรีนิยมจากพรรคฝ่ายซ้ายแนวนโยบายพลเมือง (PO) ที่สามารถขับเคี่ยวกับดูดาอย่างสูสีและจะต้องไปเลือกตั้งชี้ขาดในรอบที่ 2 วันที่ 12 กรกฎาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากชัสคอฟสกี ซึ่งอายุ 48 ปีเช่นกัน ชนะดูดาได้ ก็จะส่งผลสะเทือนถึงรัฐบาลนิยมขวาของนายกฯ มาเตอุซ มอราวีสกี ซึ่งต้องพึ่งการสนับสนุนของดูดาในการผ่านกฎหมายที่สร้างความขัดแย้งในประเทศ โดยเฉพาะการปฏิรูปฝ่ายตุลาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดิมการเลือกตั้งประธานาธิบดีโปแลนด์กำหนดไว้ในเดือนพฤษภาคม แต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ต้องเลื่อนมาลงคะแนนกันในวันอาทิตย์ พร้อมกับการปรับเปลี่ยนไปใช้การลงคะแนนทางไปรษณีย์ปนกับการใช้สิทธิที่คูหาเลือกตั้งเพื่อควบคุมการแพร่เชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการเลือกตั้งแถลงขอโทษเมื่อวันอาทิตย์ที่ต้องใช้มาตรการควบคุมโรค เช่นให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย, เว้นระยะห่างทางสังคม และขอให้นำปากกามาเอง ซึ่งทำให้การใช้สิทธิล่าช้ากว่าปกติ ขณะที่ชาวโปแลนด์ในต่างแดนที่ใช้สิทธิทางไปรษณีย์แจ้งว่าได้รับบัตรล่าช้าทำให้โหวตไม่ทัน โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่าเป็นผลกระทบของโควิด-19.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69983</URL_LINK>
                <HASHTAG>ราฟัล ชัสคอฟสกี, อันด์เซจ์ ดูดา, เลือกตั้งประธานาธิบดี, โปแลนด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200628/image_big_5ef8b80780611.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2019 21:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2019 21:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผ่านมาแล้ว 80 ปี เยอรมนีขอโปแลนด์ &#039;ยกโทษ&#039; ก่อสงครามโลกครั้งที่ 2 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีแฟรงก์-วอลเตอร์ สไตน์ไมเออร์ ร่วมพิธีรำลึกวันเริ่มต้นสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่โปแลนด์ กล่าวสุนทรพจน์วิงวอนโปแลนด์ให้อภัยที่ระบอบทรราชย์ของเยอรมนีก่อสงครามทำลายล้างครั้งนี้เมื่อ 80 ปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟรงก์-วอลเตอร์ สไตน์ไมเออร์ ประธานาธิบดีเยอรมนี กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีรำลึกครบรอบ 80 ปี การเริ่มต้นสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เมืองเวียลุนของโปแลนด์ เมื่อวันที่ 1 กันยายน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน 2562 กล่าวว่า ประธานาธิบดีสไตน์ไมเออร์ของเยอรมนีกล่าวทั้งภาษาเยอรมันและภาษาโปแลนด์ระหว่างพิธีรำลึกที่เมืองเวียลุน ซึ่งเป็นเมืองที่เยอรมนีทิ้งระเบิดลูกแรกเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 เปิดฉากเมื่อปี 80 ปีก่อน ว่า &amp;quot;ผมค้อมคำนับต่อหน้าเหยื่อการโจมตีที่เวียลุน ผมค้อมคำนับต่อชาวโปแลนด์ที่ตกเป็นเหยื่อของระบอบทรราชย์เยอรมัน และผมขอให้พวกท่านยกโทษให้ด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โปแลนด์เป็นประเทศที่เผชิญกับการทำลายล้างอย่างเลวร้ายที่สุดชาติหนึ่งในสงครามโลกครั้งที่ 2 มีชาวโปแลนด์สังเวยชีวิตเกือบ 6 ล้านคน จากผู้สังเวยสงครามโลกครั้งนี้ทั้งหมดมากกว่า 50 ล้านคน ในจำนวนนี้รวมถึงชาวยิว 6 ล้านคนที่เป็นเหยื่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของนาซี ซึ่งครึ่งหนึ่งเป็นชาวโปแลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สไตน์ไมเออร์กล่าวว่า ในฐานะประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐเยอรมัน เขาขอให้คำมั่นว่าเยอรมนีจะไม่มีวันลืม พวกเราจะจดจำ จะรับผิดชอบต่อสิ่งที่ประวัติศาสตร์กำหนดให้เรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีอันด์แชย์ ดูดา ของโปแลนด์ ประณามการโจมตีโปแลนด์ของนาซีเยอรมัน โดยระบุว่าเป็นความโหดร้ายป่าเถื่อนและเป็นอาชญากรรมสงคราม &amp;quot;ผมเชื่อมั่นว่า พิธีในวันนี้จะได้รับการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์สัมพันธไมตรีระหว่างโปแลนด์และเยอมนี&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การทิ้งระเบิดปูพรมที่โปแลนด์เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2482 เกิดขึ้น 1 สัปดาห์หลังจากเยอรมนีและสหภาพโซเวียตทำกติกาสัญญาโมโลตอฟ-ริบเบนทร็อปที่จะไม่รุกรานกัน การตัดสินใจโจมตีโปแลนด์
ของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ทำให้อังกฤษและฝรั่งเศสประกาศสงครามกับเยอรมนี และวันที่ 17 กันยายน โซเวียตก็รุกรานโปแลนด์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44768</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยกโทษ, สงครามโลกครั้งที่ 2, เยอรมนี, แฟรงก์-วอลเตอร์ สไตน์ไมเออร์, โปแลนด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190901/image_big_5d6bd4a92f552.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26447</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2019 18:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2019 18:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หัวเว่ย&#039; รีบไล่ออก พนง.ในโปแลนด์ ต้องสงสัยเป็นสายลับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;บริษัท หัวเว่ย จัดการไล่ออกลูกจ้างของบริษัทที่โดนทางการโปแลนด์จับกุมฐานต้องสงสัยเป็นสายลับแล้ว พร้อมยืนยันบริษัทไม่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมส่วนบุคคล ด้านรัฐบาลโปแลนด์ได้ทีกระตุ้นนาโตและอียูหารือสกัดหัวเว่ยออกจากตลาดยุโรป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัท หัวเว่ย ผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดในโลกจากจีน กำลังเผชิญการตรวจสอบจากโลกตะวันตก เกี่ยวกับความสัมพันธ์กับรัฐบาลจีน และคำกล่าวหาโดยเฉพาะจากสหรัฐ ที่ว่าอุปกรณ์สื่อสารของหัวเว่ยอาจถูกทางการจีนใช้เพื่อจารกรรมข้อมูล ถึงแม้จะไม่มีหลักฐานชัดเจนที่ยืนยันคำกล่าวหานี้ และบริษัทก็ยืนกรานปฏิเสธ แต่หลายประเทศในโลกตะวันตกได้จำกัดหัวเว่ยในการเข้าถึงตลาดของตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีล่าสุดนี้ โยอาคิม บรุดชินสกี รัฐมนตรีมหาดไทยของโปแลนด์ ได้ใช้เป็นข้ออ้างเรียกร้องสหภาพยุโรป (อียู) และนาโต แสดงจุดยืนร่วมกันว่า จะสกัดหัวเว่ยออกจากตลาดในกลุ่มประเทศเหล่านี้หรือไม่ หลังจากโปแลนด์จับกุมลูกจ้างชาวจีนของหัวเว่ย 1 ราย พร้อมกับอดีตเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของโปแลนด์ 1 รายเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ฐานต้องสงสัยว่าเป็นสายลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำให้สัมภาษณ์กับวิทยุอาร์เอ็มเอฟเมื่อวันเสาร์ที่ 12 มกราคม 2562 บรุดชินสกีกล่าวว่า โปแลนด์ต้องการรักษาความสัมพันธ์และร่วมมือกับจีนต่อไป แต่ขณะเดียวกัน ก็มีความจำเป็นต้องหารือกันว่า ควรจะกันหัวเว่ยออกจากตลาดบางตลาดหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ภายในนาโตก็มีความกังวลเกี่ยวกับหัวเว่ยเช่นกัน จะเป็นเรื่องสมเหตุสมผลหากสมาชิกอียูและสมาชิกนาโตจะแสดงจุดยืนร่วมกัน&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยีส์ ออกแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ ยืนยันว่าบริษัทได้ไล่ หวัง เว่ยจิง ลูกจ้างที่โดนจับ ออกจากบริษัทแล้ว โดยเป็นไปตามเงื่อนไขและสภาพการจ้างตามสัญญาการจ้างงาน เนื่องจากเขาทำให้บริษัทเสียชื่อเสียง ทั้งยังชี้แจงด้วยว่า พฤติกรรมของเขาไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับหัวเว่ย และบริษัทปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบของแต่ละประเทศอย่างครบถ้วน มาตรการนี้บังคับใช้กับลูกจ้างของบริษัททุกคนด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์อ้างคำกล่าวของโฆษกสำนักงานความมั่นคงโปแลนด์ว่า คำกล่าวหาลูกจ้างรายนี้นั้นเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมส่วนบุคคล และไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท หัวเว่ย โดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประวัติย่อของเขาจากบัญชี LinkedIn ระบุว่าหวังทำงานในหัวเว่ยสาขาโปแลนด์มาตั้งแต่ปี 2554 ก่อนหน้านี้เขาเคยทำงานให้กงสุลใหญ่จีนประจำเมืองกดัญสก์ระหว่างปี 2549-2554 ด้านกระทรวงการต่างประเทศของจีนแสดงความห่วงกังวล และเรียกร้องให้โปแลนด์จัดการกับคดีนี้อย่างเป็นธรรม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26447</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับลูกจ้างหัวเว่ย, จีน, สายลับ, หัวเว่ย, โปแลนด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190113/image_big_5c3b20267760e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26053</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2019 16:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2019 16:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> โปแลนด์เล็งเปิดสำนักงานการค้าการลงทุนในไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โปแลนด์&amp;rdquo;ชี้ศักยภาพ&amp;rdquo;ไทย&amp;rdquo;เป็นฮับสู่อาเซียน เล็งลงทุนจ่อเปิดสำนักงานการค้าไตรมาสแรกปี 62 หวังขยายความร่วมมือทางการค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;08 ม.ค. 62 นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า รัฐบาลสาธารณรัฐโปแลนด์ มีนโยบายที่ชัดเจนที่จะขยายตลาดการค้าการลงทุนกับประเทศในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์ของกลุ่ม ASEAN ไม่ว่าจะเป็น ทางด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุน รวมถึงเป็นศูนย์กลางการคมนาคมและโลจิสติกส์อีกด้วย และยิ่งไปกว่านั้นในปี 2562 ประเทศไทยจะก้าวไปสู่การเป็นประธานอาเซียน ทำให้สาธารณรัฐโปแลนด์เล็งเห็นถึงศักยภาพและบทบาทสำคัญของไทยในภูมิภาคนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้รัฐบาลโปแลนด์ จึงได้กำหนดแผนที่เปิดสำนักงาน Polish Investment and Trade Agency ที่กรุงเทพมหานคร ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2562 เพื่อส่งเสริมและขยายความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนกับไทย และใช้ไทยเป็น Hub สู่อาเซียน ซึ่งคาดว่าการเปิดสำนักงานในครั้งนี้จะมีระดับรัฐมนตรีโปแลนด์เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิด และจัดคณะผู้แทนการค้าจากภาคเอกชนเดินทางมาเจรจาการค้าในประเทศไทยอย่างเป็นทางการการเยือน พร้อมคณะผู้แทนการค้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากการเปิดสำนักงานฯ ในกรุงเทพฯ โปแลนด์เตรียมที่จะจัดพิธีลงนาม MOU ความร่วมมือกับ DITP เพื่อขยายการค้าการลงทุนพร้อมผลักดันและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน ทั้งนี้ ภาครัฐของสาธารณรัฐโปแลนด์เตรียมขยายกรอบความร่วมมือกับรัฐบาลไทยในหลากหลายมิติกับหน่วยงานต่างๆ ซึ่งบางส่วนได้เริ่มดำเนินการไปแล้ว เช่น การลงนามบันทึกความเข้าใจ MOU ว่าด้วยเรื่อง การท่องเที่ยว นวัตกรรม Startups การเกษตร เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสาธารณรัฐโปแลนด์เป็นคู่ค้าอันดับที่ 46 ของไทยในโลกและเป็นอันดับที่ 13 ในกลุ่มสหภาพยุโรป โดยการค้าของไทยกับโปแลนด์ในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา 2559-2560 มีมูลค่าเฉลี่ย &amp;nbsp;ปีละ 670.56 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2560 การค้ารวมมีมูลค่า 798.84 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 11.49% โดยไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้า 103.86 ล้านเหรียญสหรัฐฯ &amp;nbsp;ส่วนการส่งออกสาธารณรัฐโปแลนด์เป็นตลาดส่งออกอันดับที่ 43 ของไทยและเป็นอันดับที่ 10 จากสหภาพยุโรป ในระยะ 3 ปี ที่ผ่านมา 2558-2560 การส่งออกของไทยไปยังโปแลนด์มีมูลค่าเฉลี่ยปีละ 408.76 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2560 การส่งออกมีมูลค่า 451.33 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 16.19%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26053</URL_LINK>
                <HASHTAG>อาเซียน, ฮับ, โปแลนด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190108/image_big_5c346df7214bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24376</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2018 21:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2018 21:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ที่ประชุม &#039;ค็อป 24&#039; ผ่านกฎกติกาลดโลกร้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาโลกร้อนกรุงปารีสครั้งที่ 24 ที่โปแลนด์ปิดฉากเมื่อวันอาทิตย์ โดยเกือบ 200 ประเทศสามารถเอาชนะความเห็นต่างการเมือง และผลักดันกฎกติกาที่ต่อลมหายใจความตกลงโลกร้อนปารีสได้สำเร็จ แต่ยังโดนวิจารณ์ว่าไม่ทะเยอทะยานมากพอเพื่อป้องกันผลกระทบที่อันตรายจากภาวะโลกร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิชาล คูร์ไทกา ประธานค็อป 24 กระโดดลงจากโต๊ะแถลงข่าวด้วยความดีใจ เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ 24 หรือค็อป 24 ที่เมืองคาโตวีตเซของโปแลนด์ ยาวนาน 2 สัปดาห์ ปิดฉากลงได้เมื่อผู้แทนจาก 196 ประเทศสามารถหาฉันทมติกันได้ในนาทีสุดท้าย เกี่ยวกับกฎกติการ่วมกันเพื่อให้ปฏิบัติได้ตามเป้าหมายของความตกลงลดภาวะโลกร้อนกรุงปารีส ซึ่งก็คือการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิไม่ให้เกิน 2 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับยุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มิชาล คูร์ไทกา ประธานค็อป 24 กล่าวกับผู้แทนในที่ประชุมว่า การบรรลุข้อตกลงที่มีความจำเพาะเจาะจงและเป็นเรื่องทางเทคนิคให้ได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย กฎกติกาที่ผ่านออกมาได้ในครั้งนี้จะเป็นก้าวเล็กๆ นับพันก้าวที่แต่ละประเทศจะเดินหน้าไปด้วยกัน &amp;quot;มันเป็นเส้นทางที่ยาวไกล แต่พวกเราพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อไม่ให้ใครถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความตกลงซึ่งกำหนดแนวทางกฎกติการ่วมกันสำหรับทุกประเทศ ผ่านการเจรจาแบบมาราธอนมาได้ เมื่อรัฐมนตรีสามารถฝ่าด่านความขัดแย้งระหว่างบราซิลกับอีกหลายประเทศ เกี่ยวกับกฎกติกาสำหรับการเฝ้าตรวจคาร์บอนเครดิต ด้วยการยืดการถกเถียงหารือไปปีหน้า แต่ขณะเดียวกัน ความตกลงนี้ก็ไม่ได้ส่งสัญญาณถึงภาคธุรกิจให้เร่งดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎกติกาความยาว 156 หน้าฉบับนี้กำหนดวิธีการที่แต่ละประเทศจะรายงานและสังเกตการณ์การปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาของประเทศตน ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และปรับแผนของตนให้เข้ากับปัจจุบัน แต่รัฐมนตรีหลายคนยอมรับว่า ไม่ใช่ทุกประเทศที่พอใจกับผลลัพธ์ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากซ้าย หัวหน้าคณะทำงานด้านโลกร้อนของยูเอ็น, ผู้แทนอิหร่าน, จีน, สหภาพยุโรป และประธานค็อป 24 ภายหลังที่ประชุมบรรลุความตกลงว่าด้วยกฎกติกาการปฏิบัติตามความตกลงปารีส / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานบีบีซีกล่าวว่า ประเทศที่ยากจนต้องการกฎกติกาที่มี &amp;quot;ความยืดหยุ่น&amp;quot; บ้าง เพื่อไม่ให้ประเทศเหล่านี้ถูกผูกมัดด้วยกฎกติกาเสียจนไม่มีขีดความสามารถที่จะปฏิบัติได้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางประเทศและองค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมวิจารณ์ความตกลงฉบับนี้ว่าไม่ได้กำหนดเป้าหมายที่ทะเยอทะยานมากขึ้นสำหรับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อให้เพียงพอต่อการควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลก ประเทศยากจนที่เสี่ยงต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศก็ต้องการความชัดเจนมากขึ้นเช่นกันว่า เงินกองทุนภาวะโลกร้อน 1 แสนล้านดอลลาร์ต่อปีภายในปี 2563 ตามที่ตกลงไว้แล้วนั้น จะจัดสรรแก่พวกเขาอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันโตนีโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ซึ่งออกจากการประชุมไปเมื่อวันพฤหัสบดี ย้ำถึงความจำเป็นที่ทุกประเทศต้องทุ่มเทมากขึ้น โดยเขากล่าววา มีแต่ความทะเยอทะยานอย่างเดียวเท่านั้น ที่จะนำทางรัฐภาคีทั้งหลาย ซึ่งกำลังเตรียมแผนลดการปล่อยก๊าซของตนภายในปี 2563 เพื่อทวนกระแสการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกที่วิ่งเร็วแซงหน้าพวกเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของจากคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ไอพีซีซี) ที่มียูเอ็นเป็นผู้อุปถัมภ์ กล่าวเตือนไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ทุกภาคส่วนของสังคมจำเป็นต้อง &amp;quot;เปลี่ยนแปลงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน&amp;quot; หากต้องการควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส แต่รัฐบาลหลายประเทศไม่ยินดีรับฟังคำเตือนนี้ ไม่ว่าจะเป็นซาอุดีอาระเบีย, รัสเซีย, คูเวต รวมถึงสหรัฐ ซึ่งรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศจะถอนตัวจากความตกลงปารีสนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24376</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความตกลงปารีส, คาโตวีตเซ, ค็อป 24, ที่ประชุมโลกร้อน, โปแลนด์, โลกร้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181216/image_big_5c165dfa718b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
