<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120050</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 09:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 09:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลื้ม2โพลยก&#039;บิ๊กตู่&#039;เหมาะนั่งนายกฯมากสุด ลุยทำงานครบวาระแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค. 64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จากสำนักวิจัยที่ประเมินภาพรวมสถานการณ์ความคิดเห็นของประชาชนต่อการเมืองและผู้นำ โดยทั้ง สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) และ &amp;ldquo;สวนสุนันทาโพล&amp;rdquo;&amp;nbsp; ระบุว่าเสียงประชาชนส่วนใหญ่สะท้อนผลประเมินให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความเหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป&amp;nbsp; โดยความเหมาะสมบุคคลที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ประชาชนยังคงมีความเห็น 68.2 % จาก &amp;ldquo;SUPER POLL&amp;rdquo; และ 16.68%&amp;nbsp; จาก &amp;ldquo;สวนสุนันทาโพล&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนให้เหตุผลว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ อดทน อดกลั้น มุ่งมั่นทุ่มเททำงานให้ประเทศชาติและประชาชนต่อเนื่อง และกำลังทำงานต่อเนื่องฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศแก้ปัญหาปากท้องให้กลับมาเปิดประเทศได้ อีกทั้งยังไม่พบปัญหาทุจริตคอร์รัปชันที่รุนแรงเอื้อต่อผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง ไม่เหมือนอดีตนายกรัฐมนตรีที่มีปัญหาทุจริตคอร์รัปชันเอื้อผลประโยชน์ต่อครอบครัวและพวกพ้อง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผลโพลล์เป็นส่วนหนึ่งของเสียงสะท้อนของสังคมส่วนใหญ่ว่า ท่านนายกฯ เป็นบุคคลที่ยังคงมีผลงานเชิงประจักษ์ และพร้อมเดินหน้าทำงานด้วยความสุจริต ซื่อสัตย์ จงรักภักดี ซึ่งท่านนายกฯ ให้คำมั่นว่าจะมุ่งมั่นตั้งใจทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มจนกว่าจะครบวาระของรัฐบาลชุดนี้อย่างแน่นอน&amp;rdquo; โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120050</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, นายกฯ, บิ๊กตู่, โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210816/image_big_6119f80906646.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116350</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2021 11:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2021 11:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ซูเปอร์โพล&#039; คนเบื่อหน่ายม็อบปิดถนนป่วนเมือง แนะตำรวจใช้กฎหมายจัดการขั้นเด็ดขาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ย.64 - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง เสียงประชาชนต่อม็อบที่รุนแรง กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศโดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,002 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 8 &amp;ndash; 10 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 97.0 ระบุ การชุมนุมเริ่มไม่มีความชัดเจนและไม่เห็นมีประโยชน์อะไรต่อส่วนรวม ร้อยละ 96.1 ระบุ มีกลุ่มการเมืองเชื่อมโยงแกนนำ แตกกลุ่มย่อยสาขาชักชวนคนมาเคลื่อนไหว สร้างเงื่อนไขความรุนแรงและขยายผลปั่นกระแสผ่านเครือข่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 97.1 ต้องการให้ตำรวจใช้กฎหมายจัดการเด็ดขาด หยุดม็อบรุนแรง ละเมิดคุกคามเบียดเบียนผู้อื่น สร้างความเดือดร้อน ส่งผลผู้ไม่เกี่ยวข้องบาดเจ็บ ทำลายทรัพย์สินส่วนรวม ร้อยละ 97.0 ต้องการให้ฝ่ายความมั่นคงเห็นความสำคัญกับการรักษาความสงบสุขของบ้านเมืองและความปลอดภัยของประชาชนส่วนรวมมากกว่า &amp;nbsp;โดยให้เด็ดขาดจับกุมต้นตอผู้อยู่เบื้องหลังสนับสนุน อาวุธ และปลุกปั่นม็อบ &amp;nbsp;ร้อยละ 96.5 รู้สึกเบื่อหน่ายม็อบปิดพื้นที่และปิดถนนใช้ความรุนแรง สร้างความเดือดร้อนประชาชนรายวัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.0 ระบุ ควรเปิดพื้นที่รับฟัง พูดคุยกับกลุ่มม็อบที่ชุมนุมอย่างสงบ ร่วมแก้วิกฤตชาติในทางสร้างสรรค์ &amp;nbsp;ร้อยละ 97.9 ระบุมีความพยายามใช้ความรุนแรงของม็อบและขยายผลบิดเบือนปั่นกระแสทำลายความรู้สึก ความหวังและความเชื่อมั่นของประชาชน &amp;nbsp;ร้อยละ 97.6 ขอให้กลุ่มผู้อยู่เบื้องหลังม็อบ หยุดทำลายความเชื่อมั่นของประชาชน ที่ต้องการเห็นการเปิดประเทศ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ และแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน &amp;nbsp;ร้อยละ 96.7 สนับสนุนให้รัฐบาลเดินหน้า เปิดประเทศฟื้นฟูเศรษฐกิจและแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนเต็มรูปแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ภาพรวมโพลสะท้อนชัดว่า ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งและเบื่อหน่ายกับการเคลื่อนไหวรวมกลุ่มชุมนุมที่เริ่มไม่มีความชัดเจน มีการแตกกลุ่มสาขาย่อยใช้อาวุธนำสู่ความรุนแรง สร้างเงื่อนไขปั่นกระแสทำลายภาพลักษณ์รัฐบาลและประเทศ &amp;nbsp;สร้างความเดือดร้อนรายวันกระทบประชาชนในพื้นที่และผู้สัญจรไปมา &amp;nbsp;โดยส่วนใหญ่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กฎหมายจัดการขั้นเด็ดขาดกับผู้เกี่ยวข้องเชื่อมโยงทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ขณะเดียวกันส่วนใหญ่ต้องการให้รัฐบาลเปิดพื้นที่รับฟัง พูดคุยร่วมแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์เพื่อให้ประชาชนส่วนใหญ่ได้ประโยชน์อย่างแท้จริง &amp;nbsp;ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจปากท้อง ไม่ต้องการให้ใครมาทำลายความหวังความเชื่อมั่น โดยสนับสนุนและต้องการให้รัฐบาล เดินหน้าแก้ปัญหาวิกฤตโควิดอย่างจริงจังและตรงจุด นำสู่การเปิดประเทศฟื้นฟูเศรษฐกิจและปากท้องเต็มรูปแบบ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116350</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพดล กรรณิกา, ม็อบ, โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210911/image_big_613c281bed8da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114048</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2021 10:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2021 10:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ซูเปอร์โพล&#039; แฉขบวนการสมประโยชน์หลังม็อบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ส.ค.64 - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ขบวนการสมประโยชน์ หลังม็อบ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศโดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,132 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 16 - 20 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึง กลุ่มต่าง ๆ เบื้องหลังความรุนแรงบานปลายทุกวันนี้ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.9 ระบุ นักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐบางคนที่มีส่วนได้ส่วนเสียอำนาจและผลประโยชน์ รองลงมาคือร้อยละ 94.7 ระบุ พรรคการเมืองบางพรรค ร้อยละ 93.6 ระบุ แกนนำม็อบบางคน ร้อยละ 93.2 ระบุกลุ่มเอ็นจีโอบางกลุ่มรับเงินต่างชาติมาป่วน และร้อยละ 90.8 ระบุกลุ่มต่างชาติที่ต้องการเข้ายึดครองทรัพยากรชาติและผลประโยชน์ประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ร้อยละ 86.8 รับรู้มีพรรคการเมืองขัดแย้งกัน ซัดกันไปมา ประชาชนหมดหวังพึ่ง ร้อยละ 84.3 รับรู้มีกลุ่มเคลื่อนไหวต่าง ๆ ผสมโรงสร้างความรุนแรงทำลายจิตใจของประชาชน และร้อยละ 81.2 รับรู้ มีกลุ่ม เอ็นจีโอ รับทุนต่างชาติเคลื่อนไหวทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 93.3 รู้และเชื่อว่ามีอยู่จริง ขบวนการเบื้องหลังปั่นม็อบรุนแรง รับเงินต่างชาติเข้ายึดครองทรัพยากรและผลประโยชน์ของประเทศและคนไทย ในขณะที่ร้อยละ 6.7 ไม่รู้ไม่ทราบ อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 93.1 ไม่สนับสนุน ขบวนการทำลายชาติทั้งที่อยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลังม็อบรุนแรง ในขณะที่ร้อยละ 6.9 สนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.1 ระบุเรื่องเร่งด่วนที่สุดที่ทุกฝ่ายทุกภาคส่วนต้องช่วยกันคือ ความร่วมมือกันของคนไทยและต่างชาติ ทำให้บ้านเมืองสงบสุข ไม่วุ่นวาย ไม่รุนแรง กลับคืนสู่สภาพปกติสุขโดยเร็ว ในขณะที่ร้อยละ 3.9 ไม่เห็นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลการศึกษาครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า ประชาชนส่วนใหญ่รับรู้และเข้าใจภาพมากขึ้นและชัดขึ้นถึงเบื้องหลังความรุนแรงป่วนเมืองภาพใหญ่ การปะทะของมหาอำนาจ 2 ขั้วต่อการแย่งชิงผลประโยชน์ในหลายภูมิภาคและมีผลตรงต่อประเทศเล็ก ๆ โดยสำแดงให้เห็นผ่านความวุ่นวายขัดแย้งกันเองภายในประเทศที่ผ่านมา ประชาชนส่วนใหญ่รับรู้และต่อภาพได้ถึงอิทธิพลการเมืองระหว่างประเทศและการสนับสนุนเงินทุนผ่านกลุ่มเอ็นจีโอบางกลุ่มมาป่วนชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวต่อว่า มีนักการเมือง ข้าราชการ กลุ่มทุนและกลุ่มอุดมการณ์ร่วมสมประโยชน์ในเป้าหมายย่อยประชาชนถูกใช้เป็นเครื่องมือซ้ำแล้วซ้ำเล่าในการป่วนเมืองสร้างความโกรธเกลียดใช้ความรุนแรงต่อกันก่อเกิดผลกระทบทวีคูณของความโกรธแค้นกัน (Multiplier Effect of the Public Angers) ทำลายรากฐานเสาหลักของชาติ จนอาจเกิดวัฏจักรแห่งซากปรักหักพังและความสูญเสียซ้ำซาก เกิดภาพจลาจลปะทะกันเองเกินการควบคุม จนทุกเสาหลักของชาติอ่อนแอลงอย่างน่าเป็นห่วง &amp;nbsp;นำสู่การเรียกแขกร้องขอต่างชาติเข้ามาเปลี่ยนแปลงแก้ไข สุดท้ายปลาใหญ่เอาไปกินรวบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประชาชนส่วนใหญ่ ยังสะท้อนไม่เอาด้วยกับขบวนการดังกล่าวและไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงป่วนเมือง การปั่นกระแสสร้างภาพรุนแรงเกินเหตุจึงอ่อนไหวและน่าเป็นห่วงยิ่งในขณะที่การระบาดของโรคยังรุนแรงมีผู้คนติดเชื้อจำนวนมากและเสียชีวิตรายวัน การร่วมมือเป็นหนึ่งเดียวกันจึงเป็นทางออกที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม ปัญหาความเหลื่อมล้ำสั่งสมที่เป็นรากเหง้าในสังคมที่มีอยู่และเป็นจุดกดทับร่วมต้องถูกเร่งแก้ไขโดยเร็วที่สุดด้วยความจริงใจเพื่อลดเงื่อนไขความเหลื่อมล้ำทางสังคมชนชั้น ผ่านการพูดคุยกันทุกระดับอย่างกว้างขวางและตกผลึกเป็นที่ยอมรับของส่วนใหญ่นำสู่การแก้ไขอย่างเป็นระบบและเป็นรูปธรรม เพื่อไม่ให้สถานการณ์ความขัดแย้งรุนแรงบานปลาย ถูกปั่นหัวซ้ำซากต่อเนื่อง จนประเทศไทยกลายเป็นเมืองขึ้นยุควิถีใหม่ของการล่าอาณานิคมของชาติมหาอำนาจ (New Normal of the Super Power&amp;rsquo;s Colonization) ที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่ทันได้ปรับตัว&amp;rdquo; ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114048</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพดล กรรณิกา, ม็อบ, โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210821/image_big_61207415f08a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101585</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2021 11:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2021 11:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แรมโบ้&#039;ปลื้มปชช.ยังไว้ใจ&#039;บิ๊กตู่&#039;บริหารประเทศ สอนฝ่ายค้านหัดฟังบ้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ค. 64 - นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เห็นด้วยกับผลสำรวจสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เรื่อง &amp;quot;ผู้นำฝ่าโควิดของไทย&amp;quot; วันนี้ โดยเฉพาะประเด็นหากวันนี้เลือกได้ จะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรี พบว่า ร้อยละ 42.6 บอกว่าเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;nbsp; เป็นการแสดงให้เห็นว่าประชาชนยังไว้ใจ และยังอยากให้ นายกฯ พลเอกประยุทธ์ บริหารบ้านเมือง แก้ไขปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ระบาดอยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะที่ผ่านมาประชาชนเห็นแล้วว่านายกฯและรัฐบาล แก้ไขปัญหาในช่วงเกิดสถานการณ์โควิดได้ดี เห็นถึงความพยายาม และความจริงใจ ซึ่งแม้ว่าการแก้ไขปัญหาจะเป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่นายกฯ ไม่เคยย่อท้อ การระบาดหลายครั้งที่ผ่านมาก็สามารถทำให้สถานการณ์คลี่คลายลงได้ และการระบาดในครั้งนี้ประชาชนยังมั่นใจว่านายกฯและรัฐบาลจะสามารถทำให้คลี่คลายลงได้เช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมมองว่า ก็มีแต่พรรคฝ่ายค้านที่มองไม่เห็นการทำงานของนายกฯ และรัฐบาล ไม่รู้ว่าหูหนวก ตาบอดหรือไม่ และการที่พรรคฝ่ายค้านเรียกร้องซ้ำๆ ให้นายกฯ ลาออกจากตำแหน่งในขณะที่บ้านเมืองเกิดปัญหาวิกฤตโควิดอยู่นั้น พรรคฝ่ายค้านยังกล้าตบตาประชาชนเพื่อหวังผลทางการเมือง จ้องล้มรัฐบาลอยากกลับมามีอำนาจ&amp;nbsp; และตนเองก็ขอให้รับฟังเสียงของประชาชนส่วนใหญ่ด้วยว่าต้องการเช่นเดียวกันกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ อย่าเอาเพียงความรู้สึกของพรรคฝ่ายค้านที่อยากให้นายกฯลาออกเพียงอย่างเดียว โดยไม่คำนึงถึงประชาชนที่ขณะนี้ต้องการความช่วยเหลืออยู่ พรรคฝ่ายค้านควรมีจิตสำนึกฟังเสียงประชาชนบ้างว่าประชาชน ต้องการผู้นำคนไหน ในภาวะวิกฤตเช่นนี้ นอกจากนี้ก็ยังไม่มีผู้นำมืออาชีพคนไหน ตามที่ผู้นำพรรคฝ่ายค้านและพรรคร่วมฝ่ายค้านกล่าวอ้าง ดังนั้นอย่ามาเที่ยวไล่นายกฯให้ลาออก เมื่อผลสำรวจโพลออกมาเช่นนี้จึงเป็นสิ่งยืนยันการันตีชัดเจนว่า ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไว้วางใจพลเอกประยุทธ์ให้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนต่อไป&amp;quot; ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101585</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, นายเสกสกล อัตถาวงศ์, บิ๊กตู่, โควิด, โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210418/image_big_607c44944c3ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96741</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2021 09:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2021 09:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาชนทะลุ 90 % จี้ใช้กฎหมายทุกมาตรา จัดการม็อบ 3 นิ้วและนักการเมือง นักวิชาการที่ยุยงปลุกปั่น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มี.ค.64 - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง เปิดประเทศ พ้นวิกฤต กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,600 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 17 - 20 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 95.3 เชื่อว่า เปิดประเทศ พ้นวิกฤต เพราะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว และห่วงโซ่ธุรกิจอื่น ๆ ช่วยเพิ่มเงินในกระเป๋าของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 91.5 ระบุ ประเทศไทยเปิดประเทศได้ เพราะมีวัคซีนแล้ว และเป็นหน้าที่ของทุกคน คนไทยอยู่กับโควิดให้เป็น บุคลากรการแพทย์ไทยเก่งเครื่องมือทันสมัยติดโควิดก็รักษาได้ แต่ต้องไม่ประมาท การ์ดไม่ตก ในขณะที่ร้อยละ 88.5 มั่นใจว่า เปิดประเทศแล้ว รัฐบาลและประชาชนช่วยกันทำเศรษฐกิจฐานราก เดินหน้าต่อได้ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 90.4 มีความสุข มีความหวัง ที่รัฐบาลจะเปิดประเทศ ช่วงโควิด กระตุ้นเศรษฐกิจ คนต้องการทำมาหากิน แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 92.3 ทุกข์ใจ และต้องการให้ใช้กฎหมายทุกมาตรา จัดการพวกม็อบ พวกท่อน้ำเลี้ยงและนักการเมือง นักวิชาการบางคนยุยงปลุกปั่น ม็อบละเมิดกฎหมาย ก้าวล่วงละเมิดสถาบันหลักของชาติ เผาบ้านตนเอง ชักศึกเข้าบ้าน ทำลายภาษีของประชาชน แกนนำม็อบละเมิดศาล ม็อบละเมิดผู้อื่น คุกคามผู้อื่น เบียดเบียนผู้อื่น ทำลายชาติบ้านเมืองของตนเองด้วยการยั่วยุให้เกิดความรุนแรงบานปลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 93.1 ต้องการเห็น รัฐบาลต่างชาติ หนุนประเทศไทยเปิดประเทศช่วงโควิด กระตุ้นเศรษฐกิจ ขอรัฐบาลต่างชาติอย่าหนุนม็อบทำลายสถาบันหลักของชาติ สร้างความแตกแยกของคนไทยในชาติ ในขณะที่ ร้อยละ 89.6 ระบุ รัฐบาลต่างชาติ ควรหนุนประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการเดินทางทั่วโลกอย่างปลอดภัย ปลอดโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 73.5 ต้องการค่อนข้างมาก ถึง มากที่สุด ต่อรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีมาตรการใหม่ ๆ ช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลางและย่อม (SME) ล่วงหน้ารองรับการเปิดประเทศ ในขณะที่ ร้อยละ 22.4 ระบุปานกลาง และร้อยละ 4.1 ต้องการค่อนข้างน้อย ถึง ไม่เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า &amp;ldquo;พวกเราต้องทำหน้าที่&amp;rdquo; เปิดประเทศ พ้นวิกฤต เพิ่มเงินในกระเป๋าของคนไทยถ้วนหน้า ดึงรัฐบาลต่างชาติมาเสริมสร้างการเปิดประเทศอย่างปลอดภัยสร้างผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างชาติ โดยชี้ให้ตรงจุดไปว่า ขอรัฐบาลต่างชาติอย่าร่วมมือกับนักการเมือง นักวิชาการ นักธุรกิจคนไทยบางคนที่พบปะกันบ่อย ๆ วางแผนหนุนหลังม็อบ 3 นิ้ว ที่เห็นกันชัดเจนว่า แกนนำม็อบ 3 นิ้วและนักการเมือง นักธุรกิจ และนักวิชาการบางคน ก้าวล่วงละเมิดสถาบันหลักของชาติ ละเมิดศาล ฝ่าฝืนกฎหมาย เผาทำลายเงินภาษีของประชาชน เบียดเบียนคุกคามผู้อื่น นำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงบานปลายของคนไทยในชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวต่อว่า เปิดประเทศ พ้นวิกฤต จะเป็นจริงได้ เมื่อคนไทยทุกคนทำหน้าที่ พลเมืองที่ดี มีความรับผิดชอบ ไม่ชักศึกเข้าบ้าน ไม่เผาชาติบ้านเมืองของตนเอง และรัฐบาลออกมาตรการใหม่ ๆ หนุนกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและย่อมรองรับการเปิดประเทศจะช่วยทำความสุข ความหวังของประชาชนเป็นจริงขึ้นมาได้ เมื่อประชาชนทุกกลุ่มมีความสุข สมหวังที่ตั้งเป้าไว้ ผลที่ตามมาคือ ม็อบต่าง ๆ จะจุดติดได้ยาก เพราะคนไทยส่วนใหญ่ไม่เอาด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96741</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.นพดล กรรณิกา, ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน, ม็อบ, โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210321/image_big_6056a8d51110c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95931</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2021 10:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2021 10:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชช.ส่วนใหญ่ &#039;รู้ทันม็อบ&#039; มุ่งก่อเหตุทำให้เกิดความรุนแรงขยายวงกว้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มี.ค.64 - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ม็อบ ต้นตอ โควิด กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,858 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 9 &amp;ndash; 12 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 97.2 ม็อบทำให้เกิด การแพร่ระบาดโควิด ซ้ำเติมความทุกข์ยาก เดือดร้อนของประชาชน ในขณะที่ ส่วนใหญ่เช่นกันหรือร้อยละ 97.1 ระบุ ม็อบ ทำประชาชนเดือดร้อนยิ่งกว่า ตัวกฎหมายมาตรา 112&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าเป็นห่วง คือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.2 ระบุ ม็อบ มุ่งทำร้าย สถาบันหลักของชาติ อันเป็นหัวใจของคนไทยทั้งชาติ ร้อยละ 95.2 ระบุ แกนนำม็อบ เชื่อมโยงผลประโยชน์ต่างชาติ ชักศึกเข้าบ้าน โกยเงินเข้าตนเอง และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 94.8 กังวล รัฐบาลต่างชาติอยู่เบื้องหลังม็อบไทย ม็อบพม่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 75.7 ระบุ ประชาชนทั่วไป ขยันหมั่นเพียรหากินสุจริตด้วยตนเองค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ไม่ใช่พวกโหนม็อบหากิน สร้างชื่อเสียงทำตัวเองเด่นดัง ในขณะที่ ร้อยละ 14.2 ระบุปานกลาง และร้อยละ 10.1 ระบุค่อนข้างน้อย ถึง ไม่เลย นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 69.7 ระบุ ม็อบ ทำให้คนหาเช้ากินค่ำ ลำบาก ค่อนข้างมาก ถึง มากที่สุด ร้อยละ 18.1 ระบุ ปานกลาง และร้อยละ 12.2 ระบุ ค่อนข้างน้อย ถึง ไม่เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 68.6 ระบุ ม็อบ ทำให้คนป่วยจะไปโรงพยาบาล เดินทางลำบาก ค่อนข้างมาก ถึง มากที่สุด ร้อยละ 18.4 ระบุ ปานกลาง และร้อยละ 13.0 ระบุ ค่อนข้างน้อย ถึง ไม่เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ม็อบ ต้นตอ โควิด เป็นหัวข้อโพลที่สะท้อนให้เห็นว่า คนไทยส่วนใหญ่ &amp;ldquo;รู้เท่าทันม็อบ&amp;rdquo; ว่ามุ่งก่อเหตุปัจจัยทำให้เกิดความรุนแรงขยายวงกว้างเพื่อสร้างเงื่อนไขให้เกิดสถานการณ์สุกงอม บ้านเมืองวุ่นวายจนคุมไม่อยู่จนเกิดวงจรอุบาทว์ทหารออกมาเข้าทางขบวนการปลุกปั่นกระแสต่อต้านรัฐประหาร ทำให้กลุ่มต่าง ๆ ที่เตรียมไว้แนวหลังกลุ่มม็อบจะออกมาแสดงตนด้านหน้าเป็นแผง เช่น รัฐบาลต่างชาติ นักวิชาการ นักการเมือง กลุ่มสุดขั้วหัวกะทิทางการเมือง และกลุ่มตามกระแส เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวต่อว่า ถ้าสถานการณ์เลวร้ายจนอาจจะเหลือแต่ซากปรักหักพังจะทำให้ขบวนการต่างชาติและคนไทยบางส่วนถือโอกาสเข้ามายึดครองกอบโกยผลประโยชน์ชาติของประเทศไทยไปในช่วงจังหวะที่คนไทยทั้งชาติอ่อนแอ ที่อาจจะเหมือนกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในทางตอนใต้ของประเทศพม่าที่มีขุมทรัพย์ในทะเลอันดามันและอื่น ๆ จนประเทศเมียนมากำลังตกอยู่ในสภาวะที่น่าสงสารและบอบช้ำท่ามกลางสงครามแย่งชิงทรัพยากรของเมียนมาระหว่างกลุ่มประเทศมหาอำนาจสองขั้วอยู่ในเวลานี้ ประเด็นคำถามคือ คนไทยจะไม่หันมา รู้ รัก สามัคคี รู้เท่าทันม็อบเพื่อปกป้องรักษาผลประโยชน์ชาติไว้ให้ลูกหลานคนรุ่นใหม่หรืออย่างไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95931</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซูเปอร์โพล, นพดล กรรณิกา, ม็อบ, โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210313/image_big_604c2bcb74b05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95172</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2021 10:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2021 10:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยูเอ็น&#039; ฟัง! คนไทยทะลุ 90 เปอร์เซ็นต์ ไม่เอาม็อบจ้องทำลายสถาบันหลักของชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มี.ค.64 - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ยู เอ็น ฟัง กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,633 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 1 &amp;ndash; 6 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.2 ระบุ ม็อบ ทำลายทรัพย์สินราชการ ทำลายเงินภาษีของประชาชน ในขณะที่ ร้อยละ 3.8 ระบุไม่ทำลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.7 ต้องการให้ ตำรวจและหน่วยงานความมั่นคงจับกุม กลุ่มม็อบที่ทำลายทรัพย์สินจากเงินภาษีของประชาชน ในขณะที่ร้อยละ 3.3 ไม่ต้องการ นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 95.9 สนับสนุนการทำงานของตำรวจในเหตุการณ์ ม็อบ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ร้อยละ 95.9 เช่นกัน ระบุ ตำรวจ จัดการม็อบ 28 กุมภาพันธ์ ได้ดีกว่ามาตรฐานสากล ดีกว่าหลายประเทศทั่วโลก ร้อยละ 95.4 ระบุ การพาคนและม็อบลงถนน จะนำไปสู่ความแตกแยกและการสูญเสียของคนในชาติ ร้อยละ 94.1 ระบุ มีนักวิชาการ อยู่เบื้องหลัง หนุนม็อบ สั่นคลอน สถาบันหลักของชาติและของประชาชน และร้อยละ 92.3 ระบุ มีต่างชาติ อยู่เบื้องหลังหนุนม็อบ สั่นคลอนสถาบันหลักของชาติและของประชาชนคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.6 ระบุ การทำหน้าที่ของตำรวจ ในการควบคุม ม็อบ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำได้ดี ในขณะที่ ร้อยละ 3.4 ระบุ ทำได้ไม่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ยูเอ็น ฟัง เป็นหัวข้อของโพลนี้ที่ &amp;ldquo;เปิดใจประชาชน&amp;rdquo; ต่อสถานการณ์ม็อบและการพาคนลงถนนที่ประชาชนส่วนใหญ่เห็นชัดเจนว่า ม็อบและการพาคนลงถนนนำไปสู่ความรุนแรงบานปลายและการสูญเสีย ขบวนการเบื้องหลังคือต่างชาติ นักการเมือง นักวิชาการ และกลุ่มผู้หลบซ่อน (Unknown) ยุยง ปลุกปั่น กลุ่มเยาวชนให้เกิดความเกลียดชังและจ้องทำลายสถาบันหลักของชาติและของประชาชน เพื่อให้คนในชาติอ่อนแอและทำร้ายทำลายทรัพย์สินจากเงินภาษีของประชาชนจนเหลือซากหักพังและแหล่งทุนต่างชาติก็จะเข้ามากอบโกยผลประโยชน์ชาติและของประชาชนคนไทยเอาไปยึดครองในช่วงจังหวะคนไทยอ่อนแอและสูญเสียขาดพลังต่อรอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวต่อว่า เมื่อรู้ว่าอะไรจะเกิดแบบนี้แล้ว คนไทยทุกคนต้อง รู้ รัก สามัคคี ความสุขประชาชน คือ รู้เท่าทันเกมสงคราม (War Game) ม็อบนี้ ไม่ตกเป็นเหยื่อของเกมนี้ที่ถูกคนไทยบางคนไปร่วมขบวนการกับต่างชาติยุยงปลุกปั่นคนรุ่นใหม่ที่ขาดการยับยั้งชั่งใจ คาดคิดไม่ถึง ตกเป็นเครื่องมือทำลายทรัพย์สมบัติชาติกันเอง ดังนั้นทุกคนจึงต้องรักและสามัคคี กัน เพื่อความสุขประชาชน และช่วยกันพูดต่อให้ &amp;ldquo;ยู เอ็น ฟัง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95172</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, นพดล กรรณิกา, ม็อบ6มีนา, ยูเอ็น, โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210306/image_big_6042fac746e8e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
