<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>36576</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2019 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2019 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนส่วนใหญ่ชี้เปรี้ยง&#039;บิ๊กตู่&#039;นั่งนายกฯ&#039;ชวน&#039;ประธานสภา ฮือฮา&#039;ปชป.&#039;งูเห่าเยอะสุด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ค.62 - &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน&amp;nbsp;เรื่อง &amp;ldquo;นายกรัฐมนตรี และ ประธานสภาผู้แทนราษฎร&amp;rdquo; โดยทำการสำรวจระหว่างวันที่ 21 &amp;ndash; 22 พฤษภาคม 2562 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,260 หน่วยตัวอย่าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่จะสนับสนุนให้สมาชิกรัฐสภาเลือกมาเป็นนายกรัฐมนตรี พบว่า ส่วนใหญ่ อันดับ 1 ร้อยละ 39.05&amp;nbsp;ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา (พรรคพลังประชารัฐ) รองลงมา อันดับ 2 ร้อยละ 25.48 ระบุว่าเป็น นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;nbsp;(พรรคอนาคตใหม่) อันดับ 3 ร้อยละ 21.43 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 4 ร้อยละ 5.00 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์) อันดับ 5 ร้อยละ 2.62 ระบุว่าเป็น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 6 ร้อยละ 2.54&amp;nbsp; &amp;nbsp; ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) อันดับ 7 ร้อยละ 1.43 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) และร้อยละ 2.45 อื่น ๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านที่มาของนายกรัฐมนตรีที่ประชาชนอยากได้ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 61.99 ระบุว่า อยากได้นายกรัฐมนตรีจากในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอให้ชิงเก้าอี้นายกฯ รองลงมา ร้อยละ 28.49 ระบุว่า นายกรัฐมนตรีจากคนในบัญชีรายชื่อหรือคนนอกบัญชีรายชื่อ ก็ได้ และร้อยละ 9.52 ระบุว่า อยากได้นายกรัฐมนตรีจากคนนอกบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอให้ชิงเก้าอี้นายกฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบุคคลที่จะสนับสนุนให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเลือกมาเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร พบว่า ส่วนใหญ่ อันดับ 1 ร้อยละ 29.92 ระบุว่าเป็น นายชวน หลีกภัย (พรรคประชาธิปัตย์) รองลงมา อันดับ 2 ร้อยละ 19.37 ระบุว่า ไม่แน่ใจ/ไม่ระบุ/ไม่แสดงความคิดเห็น อันดับ 3 &amp;nbsp; &amp;nbsp;ร้อยละ 16.19 ระบุว่าเป็น นายบัญญัติ บรรทัดฐาน (พรรคประชาธิปัตย์) อันดับ 4 ร้อยละ 9.52 ระบุว่าเป็น นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 5 ร้อยละ 7.86 ระบุว่าเป็น นายชัย ชิดชอบ (พรรคภูมิใจไทย) อันดับ 6 ร้อยละ 6.35 ระบุว่าเป็น วันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ)&amp;nbsp; อันดับ 7 ร้อยละ 6.19 ระบุว่าเป็น นายสุชาติ ตันเจริญ (พรรคพลังประชารัฐ) อันดับ 8 ร้อยละ 2.30 ระบุว่าเป็น นายวิรัช รัตนเศรษฐ (พรรคพลังประชารัฐ) และร้อยละ 2.30 อื่น ๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่ประชาชนคิดว่าจะมี &amp;ldquo;งูเห่า&amp;rdquo; (ไม่ทำตามมติพรรค) พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ อันดับ 1 ร้อยละ 43.10 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ รองลงมา อันดับ 2 ร้อยละ 29.13 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 3 ร้อยละ 27.86 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ อันดับ 4 ร้อยละ 27.14 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 5 ร้อยละ 24.92 ระบุว่าเป็น พรรคอนาคตใหม่ อันดับ 6 ร้อยละ 23.02 ระบุว่า ไม่มี &amp;ldquo;งูเห่า&amp;rdquo; &amp;nbsp; ในพรรคใดเลย อันดับ 7 ร้อยละ 18.10 ระบุว่าเป็น พรรคชาติไทยพัฒนา อันดับ 8 ร้อยละ 17.70 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย อันดับ 9 ร้อยละ 17.46 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อชาติ, พรรคเศรษฐกิจใหม่ และพรรครวมพลังประชาชาติไทย ในสัดส่วนที่เท่ากัน อันดับ 10 ร้อยละ 17.30 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชาติ อันดับ 11 ร้อยละ 5.63 ระบุว่า ไม่แน่ใจ/ไม่ระบุ/ไม่แสดงความคิดเห็น และอันดับ 12 ร้อยละ 0.48 ระบุว่าเป็น พรรคไทยศรีวิไลย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36576</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมืองไทย, งูเห่าการเมือง, จัดตั้งรัฐบาล, เลือกนายกรัฐมนตรี, เลือกประธานสภา, โพลการเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190523/image_big_5ce608e37c600.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5674</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2018 08:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2018 08:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลระบุพลังโซเชียลทำให้คนอยากออกมาเลือกตั้งต้นปีหน้ามากขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.61-กรุงเทพโพลล์โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ &amp;nbsp;ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;พลังสื่อโซเชียลกับการเมืองไทยยุค 4.0&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,192 &amp;nbsp;คน พบว่า ประชาชนร้อยละ 67.8 เห็นว่าการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ พลังสื่อโซเชียล &amp;nbsp;(IG, facebook ,twitter) จะช่วยกระตุ้นให้เกิดกระแส ทำให้คนอยากออกมาเลือกตั้ง รองลงมาร้อยละ 58.4 จะช่วยติดตามกิจกรรมการรณรงค์การเลือกตั้ง และร้อยละ 53.6 จะช่วยสร้างช่องทางให้พรรคการเมืองนำเสนอนโยบายของพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าพลังสื่อโซเชียลมีผลอย่างไรต่อประชาชนในการสร้างความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไทย ส่วนใหญ่ร้อยละ 73.3 เห็นว่าทำให้รับรู้สถานการณ์การเมืองมากขึ้น รองลงมาร้อยละ 65.9 ทำให้การเมืองเข้าถึงประชาชนในวงกว้าง และร้อยละ 52.1 ทำให้มีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้นทั้งเป็นผู้รับและผู้ส่งสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายเมื่อถามว่าจะติดตามหรือไม่หากพรรคการเมืองหรือ กกต. มีการใช้สื่อโซเชียลประชาสัมพันธ์ข้อมูลการเลือกตั้งหรือ การหาเสียง ส่วนใหญ่ร้อยละ 73.9 จะติดตาม ขณะที่ร้อยละ 16.8 จะไม่ติดตาม ที่เหลือร้อยละ 9.3 ยังไม่แน่ใจ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5674</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพโพลล์, การเลือกตั้ง, ติดตามการเลือกตั้ง, พลังสื่อโซเชียลกับการเมืองไทยยุค4.0, ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ, โพลการเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180324/image_big_5ab5ae7e3a667.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
