<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31466</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2019 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2019 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรึ่บ!โพลเลือกตั้งประชาชนจะแห่ไปใช้สิทธิ์เฉียด100เปอร์เซ็นต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;16 มี.ค.62 - กรุงเทพโพลล์ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง&amp;ldquo;โค้งสุดท้ายส.ส.แบบไหนคนไทยจะเลือก&amp;rdquo;โดยเก็บข้อมูลประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,794 คน พบว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 96.9 ระบุว่าตั้งใจว่าจะไปเลือกตั้ง มีเพียงร้อยละ 1.6 เท่านั้นที่ระบุว่า ตั้งใจว่าจะไม่ไป ที่เหลือร้อยละ 1.5 ระบุว่ายังไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปัจจัยที่ใช้ในการตัดสินใจเลือกพรรคการเมือง/ส.ส. เข้ามาบริหารประเทศนั้น ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 55.9 ระบุว่าตัดสินจากนโยบายที่ใช้ในการหาเสียง รองลงมาร้อยละ 39.7ระบุว่าดูจากความรู้ความสามารถวิสัยทัศน์ก้าวไกล&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร้อยละ 39.3 ระบุว่าดูจากผลงานในอดีต ร้อยละ 38.7 ระบุว่าต้องไม่มีประวัติด่างพร้อยด้านการทุจริต และร้อยละ 35.9 ระบุว่าเป็นคนทำงานช่วยเหลือชุมชนแก้ปัญหาชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โปรดพิจารณารายละเอียดดังต่อไปนี้
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31466</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., กรุงเทพโพลล์, เลือกต้ังวันที่24มีนาคม2562, โพลเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190316/image_big_5c8c695093306.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30859</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2019 08:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2019 08:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลเลือกตั้งพลิกระนาว! &#039;อนุทิน&#039; อายุ 50 ต้นๆเหมาะนั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มี.ค.62 - นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง จับคู่เหตุผล ผู้เสนอตัวนายกฯ กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 3,572 ตัวอย่าง โดยดำเนินโครงการระหว่าง วันที่ 20 กุมภาพันธ์ &amp;ndash; 8 มีนาคม พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อสอบถามถึงจุดยืนทางการเมืองช่วงก่อนโค้งสุดท้ายการเลือกตั้ง พบว่า ร้อยละ 21.5 สนับสนุนรัฐบาล ในขณะที่ร้อยละ 16.1 ไม่สนับสนุนรัฐบาล และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 62.4 เป็นพลังเงียบ โดยในกลุ่มผู้หญิงมีอยู่ร้อยละ 65.3 ซึ่งมากกว่าในกลุ่มผู้ชายที่มีอยู่ร้อยละ 59.7 ที่เป็นพลังเงียบ นอกจากนี้ เมื่อจำแนกตามอาชีพ พบว่า กลุ่มคนว่างงานเป็นกลุ่มพลังเงียบมากที่สุดคือร้อยละ 74.4 รองลงมาคือ กลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ ร้อยละ 64.6 และกลุ่มเกษตรกรและรับจ้างทั่วไปร้อยละ 62.8 อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่ไม่สนับสนุนรัฐบาลที่มากที่สุด คือ นักศึกษา มีอยู่ร้อยละ 34.7&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ การจับคู่เหตุผล ตัวตน ผู้เสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรี พบว่า อันดับแรก หรือร้อยละ 22.2 ได้แก่ นาย อนุทิน ชาญวีรกูล อายุ 50 ต้น ๆ เป็นนักธุรกิจ เคยเป็นผู้บริหารประเทศระดับสูง เก่งแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ ไม่ใช่คู่ขัดแย้งของใคร จิตใจดีมีน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่น รองลงมาคือ ร้อยละ 19.4 ได้แก่ นาย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อายุประมาณ 40 ปี อดีตนักธุรกิจ เป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ฯลฯ ร้อยละ 9.1 ได้แก่ นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อายุ 50 กว่าปี อดีตผู้บริหารประเทศระดับสูง ยึดหลักการ แก้ปัญหามากมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ร้อยละ 8.7 ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อายุกว่า 60 ปี เป็นผู้บริหารประเทศระดับสูง แก้ปัญหามากมาย ร้อยละ 5.8 ได้แก่ คุณหญิง สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อายุเกือบ 60 ปี อดีตผู้บริหารประเทศระดับสูง เด่นด้านสุขภาพ แก้ปัญหามากมาย ร้อยละ 3.0 ได้แก่ นาย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อายุ 50 ปีต้น ๆ อดีตผู้บริหารประเทศระดับสูง เด่นด้านคมนาคม ฯลฯ และ ร้อยละ 2.5 ได้แก่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เตมียเวส อายุประมาณ 70 ปี มีผลงานมากมาย เป็นต้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30859</URL_LINK>
                <HASHTAG>SUPER POLL, ซูเปอร์โพล, นพดล กรรณิกา, ผลโพลเลือกตั้ง, เลือกตั้ง24มีนาคม2562, โพลเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190309/image_big_5c83118a821ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30283</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2019 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2019 09:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต้นแบบนายกฯที่คนไทยต้องการ!ผู้ชายอายุ50ปีต้นๆคะแนนพุ่งพรวด ขณะที่ชายอายุประมาณ40ปีเคยเป็นอดีตผู้บริหารระดับสูง-นักเคลื่อนไหวลดฮวบ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
2 มี.ค.62 - &amp;nbsp;ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ต้นแบบนายกรัฐมนตรีที่ต้องการ กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวนทั้งสิ้น 1,432 ตัวอย่าง โดยดำเนินโครงการระหว่าง วันที่ 20 กุมภาพันธ์ &amp;ndash; 1 มีนาคม พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา พบว่า เมื่อถามถึงความกังวลต่อความวุ่นวายช่วงเลือกตั้ง พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 69.6 ไม่กังวล ในขณะที่ร้อยละ 30.4 กังวล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณา คือ ผลการเปรียบเทียบความตั้งใจจะไปเลือกตั้งของประชาชนวันที่ 24 มีนาคมนี้ พบว่า ประชาชนตั้งใจจะไปเลือกตั้งเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 35.3 ที่เคยระบุว่าไปอย่างแน่นอนในการสำรวจครั้งที่ 1 มาอยู่ที่ร้อยละ 58.9 ในการสำรวจครั้งล่าสุดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ ผลการเปรียบเทียบ ต้นแบบนายกรัฐมนตรีที่ต้องการของประชาชน พบว่า เป็นผู้ชาย อายุ &amp;nbsp;50 ปีต้น ๆ และเป็นอดีตผู้บริหารธุรกิจระดับสูง อดีตผู้บริหารประเทศระดับสูง แก้ปัญหาผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจ ไม่มีประวัติด่างพร้อย ไม่ใช่คู่ขัดแย้งของใคร โดยลักษณะต้นแบบนายกรัฐมนตรีที่ประชาชนต้องการเช่นนี้เพิ่มขึ้น จากร้อยละ 25.6 ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ มาอยู่ที่ ร้อยละ 40.7 ในการสำรวจครั้งล่าสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ ต้นแบบนายกรัฐมนตรีที่ประชาชนต้องการลดลงคือ เป็นผู้ชายอายุประมาณ 40 ปี เคยเป็นอดีตผู้บริหารระดับสูง เป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ลดลงจากร้อยละ 22.8 มาอยู่ที่ร้อยละ 7.5&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ ที่น่าจับตามองคือ ต้นแบบนายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้ชาย อายุกว่า 60 ปี เคยเป็นทหารระดับสูง และเป็นผู้บริหารประเทศระดับสูง แก้ปัญหาหลายอย่าง เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 13.9 มาอยู่ที่ ร้อยละ 16.2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่น่าจับตามองเช่นกันคือ เป็นผู้ชาย อายุ 50 ปีต้น ๆ เคยเป็นนักวิชาการ อดีตผู้บริหารประเทศระดับสูง เด่นด้านคมนาคม และต้นแบบนายกรัฐมนตรีอีกต้นแบบหนึ่งคือ เป็นผู้หญิง อายุเกือบ 60 ปี เป็นนักการเมือง และเคยบริหารประเทศระดับสูง เด่นด้านสุขภาพ เพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากร้อยละ 7.4 มาอยู่ที่ร้อยละ 7.8 และร้อยละ 6.1 มาอยู่ที่ร้อยละ 8.6 ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนต้นแบบนายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้ชาย อายุประมาณ 70 ปี อดีตตำรวจระดับสูง มีผลงานมากมายนั้นยังคงได้รับเหนียวแน่นเช่นเดิมคือร้อยละ 5.4 และร้อยละ 5.4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า การใช้ต้นแบบนายกรัฐมนตรีที่ประชาชนต้องการในการสำรวจเช่นนี้เป็นการประยุกต์ใช้การวิจัยเชิงสำรวจกึ่งทดลองเพราะถ้าถามตรง ๆ ด้วยการระบุชื่อ อาจจะทำให้ประชาชนไม่ตอบตามความเป็นจริงว่าจะเลือกสนับสนุนใคร แต่ถ้าใช้วิธีนำลักษณะต้นแบบนี้มาถามจะทำให้ &amp;ldquo;เข้าถึง&amp;rdquo; ความรู้สึกนึกคิดที่แท้จริงของประชาชนมากขึ้น และทำให้คาดการณ์ได้ว่า ต้นแบบใดที่ประชาชนต้องการอยากให้เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศคนต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30283</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณสมบัติผู้ที่เหมาะสมจะเป็นนายกฯ, ซูเปอร์โพล, นพดล กรรณิกา, โพลเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190302/image_big_5c79e8c4112e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30278</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2019 07:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2019 07:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลเลือกตั้ง!คะแนนนิยม&#039;อนาคตใหม่-ธนาธร&#039;ดิ่งเหว ขณะที่&#039;บิ๊กตู่-โหวตโน&#039;พุ่งสูง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;2 มี.ค.62 - &amp;nbsp;กรุงเทพโพลล์โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ &amp;nbsp;เผิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;นับถอยหลัง21 วัน สู่การเลือกตั้ง&amp;rdquo; โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,491 คน พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 96.5 ตั้งใจว่าจะไปเลือกตั้ง ส.ส.ในวันที่ 24 มี.ค. 62 ที่จะถึงนี้ขณะที่ร้อยละ 1.3 ตั้งใจว่าจะไม่ไป ส่วนที่เหลือร้อยละ 2.2 ยังไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เมื่อถามว่า &amp;ldquo;ได้รับทราบข้อมูลความรู้ความเข้าใจและการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม 2562 มากน้อยเพียงใด&amp;rdquo; ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 48.8 ระบุว่าได้รับความรู้ปานกลาง รองลงมาร้อยละ 33.6 ระบุว่าได้รับความรู้มากถึงมากที่สุด และร้อยละ 17.6 ระบุว่าได้รับความรู้น้อยถึงน้อยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า &amp;ldquo;ในการเลือกตั้งครั้งนี้ตั้งใจจะเลือกผู้สมัครจากพรรคใดมาบริหารประเทศ&amp;rdquo;ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 53.4 ระบุว่ายังไม่ตัดสินใจ ขณะที่ประชาชนที่ตัดสินใจแล้วร้อยละ 12.8 ระบุว่า จะเลือกพรรคเพื่อไทย รองลงมาร้อยละ 11.6 ระบุว่า จะเลือกพรรคพลังประชารัฐ และ ร้อยละ 7.6 ระบุว่าจะเลือกพรรคประชาธิปัตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่า &amp;ldquo;ในการเลือกตั้งครั้งนี้จะสนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรี&amp;rdquo;ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 46.0 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ ขณะที่ประชาชนที่ตัดสินใจแล้วร้อยละ 17.2 ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองลงมาร้อยละ 12.0 ระบุว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และร้อยละ 6.9 ระบุว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โปรดพิจารณารายละเอียดดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30278</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพโพลล์, ความนิยมพอเอกประยุทธ์, โพลเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190302/image_big_5c79ce1c7b50f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29746</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2019 09:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2019 09:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลเช็กเสียงหนุน-ต้านคสช.สูสี &#039;พลังเงียบ&#039;ร้อยละ64.7ชี้ขาดผลเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;CxSpFirst&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;CxSpFirst&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;23 ก.พ.62 - ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง อยากเห็นอะไรหลังเลือกตั้ง กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวนทั้งสิ้น 1,326 ตัวอย่าง โดยดำเนินโครงการระหว่าง วันที่ 17 - 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;CxSpMiddle&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;เมื่อสอบถามถึงการติดตามข่าวสารการเมือง พบว่า ประชาชนเริ่มติดตามข่าวการเมืองเข้มข้นลดลงจากต้นเดือนกุมภาพันธ์ จากร้อยละ 66.4 ในช่วงวันที่ 1 &amp;ndash; 15 กุมภาพันธ์ ลงมาอยู่ที่ร้อยละ 55.4 ในช่วง 17 &amp;ndash; 22 กุมภาพันธ์ที่ระบุว่า ติดตามบ่อย ๆ แต่มาเพิ่มจำนวนคนที่ติดตามข่าวสารการเมืองไม่บ่อย จากร้อยละ 30.5 เป็นร้อยละ 39.7 ในขณะที่ คนไม่ได้ติดตามเลยเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากร้อยละ 3.1 มาอยู่ที่ร้อยละ 4.9&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;CxSpMiddle&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;CxSpMiddle&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อถามถึงจุดยืนทางการเมือง พบว่า กลุ่มคนที่สนับสนุนรัฐบาล และกลุ่มคนที่ไม่สนับสนุนรัฐบาลมีจำนวนมากพอ ๆ กัน คือ ร้อยละ 17.6 สนับสนุนรัฐบาล และร้อยละ 17.7 ไม่สนับสนุนรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 64.7 ระบุเป็นพลังเงียบ ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;CxSpMiddle&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;CxSpMiddle&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ที่น่าสนใจคือ เมื่อถามถึง สิ่งที่อยากเห็นหลังชัยชนะของนักการเมือง หลังเลือกตั้ง พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 82.1 อยากเห็นบ้านเมืองสงบ ไม่วุ่นวาย รองลงมาคือ ร้อยละ 9.8 ระบุ ชนะแล้วคนไทยมีงานทำ ไม่อดอยาก แก้ปัญหาปากท้อง ทำตามนโยบาย ช่วยเหลือประชาชน เป็นต้น ร้อยละ 4.7 ระบุ ผู้ชนะมีอำนาจ ตั้งพวกพ้องสู่ตำแหน่ง ในขณะที่ ร้อยละ 2.0 ระบุ ผู้ชนะร่ำรวย พวกพ้องรวยตาม และร้อยละ 1.4 ระบุ ชนะแล้ว บ้านเมืองแตกแยก &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;CxSpMiddle&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;CxSpMiddle&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ที่น่าพิจารณา คือ เมื่อวิเคราะห์สิ่งที่ประชาชนอยากเห็น หลังชัยชนะของนักการเมือง จำแนกตามจุดยืนทางการเมือง พบว่า ทุกกลุ่มส่วนใหญ่อยากเห็นบ้านเมืองสงบ ไม่วุ่นวาย หลังชัยชนะของนักการเมือง แต่ กลุ่มที่ไม่สนับสนุนรัฐบาลมีสัดส่วนที่อยากเห็นความสงบ ไม่วุ่นวายน้อยที่สุดคือ ร้อยละ 68.8 เปรียบเทียบกับ กลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาลและกลุ่มพลังเงียบ ที่อยากเห็นความสงบของบ้านเมือง ไม่วุ่นวาย หลังชัยชนะของนักการเมือง คือร้อยละ 85.1 และร้อยละ 84.9 ตามลำดับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29746</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซูเปอร์โพล, พลังเงียบ, โพลเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190223/image_big_5c70a9fdea722.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29743</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2019 10:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2019 08:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลเลือกตั้ง!เพื่อไทยมาแรง&#039;ปชป.-พปชร.&#039;จี้ติดๆ -&#039;อนาคตใหม่&#039;วูบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;23 ก.พ.62- &amp;nbsp;กรุงเทพโพลล์ โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;นับถอยหลัง 28 วัน สู่การเลือกตั้ง&amp;rdquo; โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,506 คน พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 95.6 ตั้งใจว่าจะไปเลือกตั้งส.ส.ในวันที่ 24 &amp;nbsp;มี.ค. 62 ที่จะถึงนี้ขณะที่ร้อยละ 2.1 ตั้งใจว่าจะไม่ไป ส่วนที่เหลือร้อยละ 2.3 ยังไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าสโลแกนนโยบายพรรคที่เห็นหรือได้ยินแล้วสนใจมากที่สุดคือ ลดรายจ่าย &amp;nbsp;เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส(พรรคเพื่อไทย) คิดเป็นร้อยละ 37.4 รองลงมาคือ นโยบายแก้จน สร้างคน สร้างชาติ (พรรคประชาธิปัตย์) คิดเป็นร้อยละ 34.1 ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน เพื่อแก้ปัญหาปากท้องประชาชน (พรรคภูมิใจไทย)คิดเป็นร้อยละ 23.1 &amp;nbsp;7:7:7 สวัสดิการ สังคม เศรษฐกิจประชารัฐ (พรรคพลังประชารัฐ) คิดเป็นร้อยละ 21.5 และเพิ่มคุณภาพชีวิต แก้ปัญหาปากท้อง พร้อมสานต่อปฏิรูปจริงจัง (พรรคชาติไทยพัฒนา) คิดเป็นร้อยละ 20.7&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า&amp;ldquo;ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ท่านตั้งใจจะเลือกผู้สมัครจากพรรคใดมาบริหารประเทศ&amp;rdquo; กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 11.7 ตั้งใจจะเลือกพรรคเพื่อไทย (เพิ่มขึ้นจากผลสำรวจครั้งก่อน ร้อยละ 2.4)รองลงมาร้อยละ 10.6 ตั้งใจจะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.3) และร้อยละ 10.2 ตั้งใจจะเลือกพรรคพลังประชารัฐ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.2)ขณะที่ส่วนใหญ่ร้อยละ 51.7 ยังไม่ตัดสินใจ (ลดลงร้อยละ 14.5)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายเมื่อถามว่า &amp;ldquo;ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ท่านจะสนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรี&amp;rdquo; กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 15.1 จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.1) รองลงมาร้อยละ 11.0 จะสนับสนุนคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.9) และร้อยละ 9.0 จะสนับสนุนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.4) ขณะที่ร้อยละ 47.2 ยังไม่ตัดสินใจ (ลดลงร้อยละ 12.2)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29743</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความนิยมพลเอกประยุทธ์, พรรคเพื่อไทยคะแนนนำ, เลือกตั้ง24มีนาคม2562, โพลล์กรุงเทพ, โพลเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190223/image_big_5c70a147c53a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28114</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2019 07:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2019 07:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดความคิดเห็นปชช.ส่วนใหญ่ &#039;ส.ส. แบบไหนที่โดนใจคนไทย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;2 ก.พ. 62 - &amp;nbsp;กรุงเทพโพลล์โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ &amp;nbsp;ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;ส.ส. แบบไหนที่โดนใจคนไทย&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,199 &amp;nbsp;คน พบว่า &amp;nbsp;ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 87.8 ทราบว่าจะมีการเลือกตั้งครั้งใหญ่ในวันที่ 24 มี.ค. 62 ขณะที่ร้อยละ 12.2 ไม่ทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าเคยเห็นรูปแบบการเคลื่อนไหวทางการเมือง การหาเสียง ในพื้นที่ของตนเองหรือไม่อย่างไร ส่วนใหญ่ร้อยละ 53.8 เคยเห็น โดยในจำนวนนี้ร้อยละ 24.2 เห็นการติดป้ายหาเสียง รองลงมาร้อยละ 22.0 เห็นการเดินเท้าพบปะประชาชน ร้อยละ 21.1 เห็นการใช้รถหาเสียง และร้อยละ 17.4 เห็นการหาเสียงผ่านสื่อโซเชียล ขณะที่ร้อยละ 46.2 ยังไม่เคยเห็น
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
เมื่อถามต่อว่า &amp;ldquo;ผู้สมัคร ส.ส. แบบไหน ที่ท่านอยากเลือก&amp;rdquo; พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 70.0 อยากเลือกคนที่ช่วยเหลือชุมชน แก้ปัญหาชุมชน รองลงมาคือ ร้อยละ 60.1 อยากเลือกคนมีความรู้ความสามารถ วิสัยทัศน์ก้าวไกล และร้อยละ 52.1อยากเลือกคนไม่มีประวัติด่างพร้อยด้านการทุจริต&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายเมื่อถามว่าจะไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ส.ส. ที่คาดว่าจะจัดขึ้นในวันที่ 24 &amp;nbsp;มีนาคม 2562 ที่จะถึงนี้หรือไม่ พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 96.0 ตั้งใจว่าจะไป ขณะที่ร้อยละ 0.9 ตั้งใจว่าจะไม่ไป โดยในจำนวนนี้ ร้อยละ 0.4 ต้องเรียน ทำงาน ติดธุระ และมีร้อยละ 0.2 เท่ากันที่ให้เหตุผลว่า &amp;nbsp;เบื่อหน่ายการเมืองและเลือกไปก็ไม่เห็นทำประโยชน์ให้เลย &amp;nbsp;ส่วนที่เหลือร้อยละ 3.1 ไม่แน่ใจ.

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28114</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพโพลล์, ส.ส.แบบไหนที่คนต้องการ, สำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อการเลือกตั้ง, เลือกตั้ง24มีนาคม2562, โพลเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190202/image_big_5c54e76892d69.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
