<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98715</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุก8เดือน‘ปารีณา’คดีหมิ่น‘ช่อ’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ศาลสั่งคุก 8 เดือน ปรับ 6 หมื่น &amp;quot;ปารีณา&amp;quot; โพสต์หมิ่น &amp;quot;ช่อ&amp;quot; ลงใต้เอี่ยวบึ้มกรุง รอลงอาญา 2 ปี &amp;ldquo;ธรรมนัส&amp;rdquo; ลุ้น 5 พ.ค.นี้ ศาล รธน.นัดชี้ชะตาสถานะ รมต.-ส.ส. ปมต้องคำพิพากษาคดีค้ายาออสเตรเลีย ศาลรับคำร้อง กกต.สั่ง 5 ส.ส.กปปส.หยุดปฏิบัติหน้าที่ อุทธรณ์จำคุก ส.ส.ขอนแก่นเพื่อไทยย้าย ผอ.โรงเรียนมิชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2564 ที่ห้องพิจารณา 806 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.2043/2562 ที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช หรือช่อ กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า อดีต ส.ส.และอดีตโฆษกพรรคอนาคตใหม่ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 กรณีเมื่อวันที่ 4 ส.ค.2562 จำเลยได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว กล่าวหาใส่ร้ายทำนองว่า น.ส.พรรณิการ์ โจทก์ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (ขณะนั้น) มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับเหตุระเบิดในหลายพื้นที่กรุงเทพมหานคร และ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งล้วนเป็นข้อความอันเป็นเท็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์และจำเลยนำสืบแล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยประการแรกว่า จำเลยเป็นผู้ใช้งานบัญชีเฟซบุ๊กที่โจทก์ฟ้องคดีนี้หรือไม่ โดยจำเลยปฏิเสธว่าบัญชีดังกล่าวเป็นเฟซบุ๊กปลอม ภายหลังจากที่โจทก์ฟ้องจำเลยคดีนี้ เห็นว่าพยานโจทก์เบิกความยืนยันสอดคล้องกันว่า ก่อนเกิดเหตุคดีนี้จำเลยเคยถ่ายทอดสดโดยปรากฏใบหน้าจำเลยผ่านบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นคดีนี้ อีกทั้งพยานโจทก์ซึ่งเป็นสื่อมวลชนเบิกความว่า ภายหลังเกิดเหตุโจทก์แถลงข่าวเกี่ยวกับคดีนี้ จำเลยก็มีได้ปฏิเสธว่าบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวมิใช่เฟซบุ๊กของจำเลยแต่อย่างใด เพียงแต่ออกมาปฏิเสธภายหลังเมื่อโจทก์ฟ้องเป็นคดีนี้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปว่า จำเลยกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามฟ้องหรือไม่ เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้ใช้งานบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ &amp;quot;ปารีณา ไกรคุปต์&amp;quot; นั้น เห็นว่า การที่จำเลยโพสต์ข้อความดังกล่าวประกอบกับรูปภาพของโจทก์และรูปภาพของผู้ต้องสงสัยในการก่อเหตุวางระเบิดในกรุงเทพฯ ย่อมทำให้บุคคลทั่วไปที่ได้อ่านข้อความและดูรูปภาพประกอบกันแล้ว เข้าใจได้ทันทีว่าโจทก์มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ต้องสงสัยในเหตุการณ์วางระเบิดในกรุงเทพมหานคร โจทก์เป็นผู้จ้างวานให้มีการวางระเบิด ถือเป็นการใส่ความโจทก์ว่าเป็นคนไม่ดีต่อบุคคลที่สาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะเกิดเหตุ โจทก์ดำรงตำแหน่ง ส.ส.ฝ่ายค้าน ส่วนจำเลยดำรงตำแหน่ง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่จำเลยใส่ความโจทก์ดังที่กล่าว เพื่อมุ่งประสงค์ให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง และภายหลังเผยแพร่ข้อความดังกล่าวแล้ว จำเลยก็ไม่ได้วิเคราะห์หรืออธิบายข้อเท็จจริงในเฟซบุ๊กของจำเลยให้ประชาชนได้ทราบว่าโจทก์เกี่ยวข้องกับผู้ต้องสงสัยในเหตุการณ์วางระเบิดอย่างไร จึงมิใช่การแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ติชมด้วยความชอบธรรม การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท เมื่อจำเลยโพสต์ข้อความและรูปภาพดังกล่าวผ่านบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กของจำเลย โดยตั้งค่าการเข้าถึงแบบสาธารณะ ย่อมทำให้ประชาชนหรือบุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงได้โพสต์ดังกล่าวได้อย่างไม่จำกัด เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า โพสต์ดังกล่าวมีผู้กดถูกใจ 498 ครั้ง กดแชร์โพสต์ถึง 263 ครั้ง จึงถือได้ว่าเป็นการกระจายข่าวสู่สาธารณชนในลักษณะแพร่หลายแล้ว การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 ประกอบมาตรา 326 จำคุก 1 ปี ปรับ 100,000 บาท ทางนำสืบจำเลยให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 8 เดือน ปรับ 66,666 บาท ไม่ปรากฏว่า จำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาภายหลังฟังคำพิพากษา น.ส.ปารีณา จำเลย จ่ายเงินค่าปรับ จำนวน 66,666 บาทต่อศาลเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงเดินทางกลับทันทีโดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยในคดีที่ประธานรัฐสภาส่งความเห็นของ ส.ส. 51 คน ขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคหนึ่ง และมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าสมาชิกภาพ ส.ส.ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (10) และความเป็นรัฐมนตรีของ ร.อ.ธรรมนัสสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 17 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (6) และมาตรา 98 (10) หรือไม่ จากกรณีเคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายอันถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิดในความผิดฐานเป็นผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือผู้ค้าซึ่งยาเสพติด แม้จะเป็นคำพิพากษาของศาลต่างประเทศ ซึ่งศาลได้ให้ ร.อ.ธรรมนัสได้ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา รวมทั้งมีหนังสือเรียกเอกสารหลักฐานจากคู่กรณีและกระทรวงการต่างประเทศแล้ว โดยจากการอภิปราย ศาลเห็นว่าคดีเป็นปัญหาข้อกฎหมาย และมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง และกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ ลงมติ และอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังในวันพุธที่ 5 พ.ค. เวลา 15.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลรัฐธรรมนูญยังมีคำสั่งรับคำร้องกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสี่ ว่าสมาชิกภาพ ส.ส.ของนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ อดีต รมว.ศึกษาธิการ และนายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา อดีต รมช.คมนาคม, นายอิสสระ สมชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (4) (6) จากเหตุต้องคำพิพากษาศาลอาญาจำคุกในคดีชุมนุม กปปส.ปี 2557 ไว้พิจารณาวินิจฉัย และแจ้งให้ กกต.ทราบ พร้อมส่งสำเนาคำร้องให้ผู้ถูกร้องทั้ง 5 ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหากต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง นอกจากนี้ยังมีคำสั่งให้บุคคลทั้ง 5 คนหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสอง จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย และแจ้งให้ กกต. และประธานสภาผู้แทนราษฎรทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับวินิจฉัยในประเด็นที่ กกต.ขอให้วินิจฉัยว่า กรณีดังกล่าวเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายพุทธิพงษ์ นายณัฏฐพล และนายถาวร สิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่ โดยเมื่อวันที่ 22 มี.ค. มีพระบรมราชโองการประกาศให้ทั้ง 3 คนพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 จ.ขอนแก่น ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีหมายเลขดำที่ อท.5/2562 คดีหมายเลขแดงที่ 24/2563 ระหว่างนายมีศิลป์ ชินภักดี โจทก์ กับนายกิตติ บุญเชิด จำเลยที่ 1 กับพวก รวม 11 คน โดยมีนายบัลลังก์ อรรณนพพร ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย เป็นจำเลยที่ 4 ปฏิบัติหน้าที่กรรมการประเมินศักยภาพผู้ขอย้าย/กรรมการกลั่นกรองการย้าย และ อ.ก.ค.ศ. สพม.25 ขอนแก่น โดยมิชอบ กรณีโจทก์ยื่นคำร้องขอย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน เมื่อปี 2558&amp;nbsp; ซึ่งศาลพิพากษาจำคุก 1 ปี 6 เดือน นายกิตติ บุญเชิด กับพวก รวมถึงนายบัลลังก์ โดยไม่รอลงอาญา.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98715</URL_LINK>
                <HASHTAG>รอลงอาญา 2 ปี, ส.ส.กปปส., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หยุดปฏิบัติหน้าที่, โพสต์หมิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606dc83aad58b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97188</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 21:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2021 21:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสิงคโปร์สั่งบล็อกเกอร์จ่าย3ล้าน ชดใช้โพสต์หมิ่นนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;บล็อกเกอร์สิงคโปร์โดนคำสั่งศาลให้จ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหายเกือบ 3 ล้านบาท ฐานหมิ่นประมาทนายกรัฐมนตรีลี เซียนลุง ด้วยการแชร์บทความทางเฟซบุ๊กที่พาดพิงลีกับคดีคอร์รัปชันอื้อฉาวในมาเลเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นายกฯ ลี เซียนลุง ของสิงคโปร์ (Photo by Adli Ghazali/Anadolu Agency/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอดิต อับดุลเลาะห์ ผู้พิพากษาศาลสูงสิงคโปร์ ตัดสินเมื่อวันพุธที่ 24 มีนาคม ให้เหลียง ซื่อ เฮียง บล็อกเกอร์ชาวสิงคโปร์ที่เป็นนักวิจารณ์รัฐบาล จ่ายค่าเสียหายให้กับนายกรัฐมนตรีลี เซียนลุง 133,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 3.06 ล้านบาท ซึ่งน้อยกว่าที่ลีเรียกร้องเอาไว้ 150,000 ดอลลาร์สิงคโปร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ลีกล่าวหาเหลียงว่าหมิ่นประมาทเขา จากกรณีที่เหลียงแชร์บทความของสำนักข่าวมาเลเซียแห่งหนึ่งทางเฟซบุ๊กเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2561 กล่าวหาว่าลีเป็นหนึ่งในบุคคลเป้าหมายที่เจ้าหน้าที่มาเลเซียกำลังสอบสวนเรื่องการฟอกเงินที่อื้อฉาวของกองทุนวันเอ็มดีบีของทางการมาเลเซีย คดีนี้เริ่มไต่สวนเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลิม เทียน ทนายความของเหลียงวิจารณ์คำตัดสินของศาลว่าผิดพลาดและมีความบกพร่องอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มสิทธิมนุษยชนมักกล่าวหาเจ้าหน้าที่สิงคโปร์ว่าใช้กฎหมายที่เข้มงวดเพื่อปิดปากผู้วิจารณ์รัฐบาล เมื่อปี 2562 สิงคโปร์ออกกฎหมายต่อต้านการให้ข้อมูลเท็จทางออนไลน์ ให้อำนาจรัฐมนตรีออกคำสั่งบล็อกโพสต์ต่างๆ ทางโซเชียลมีเดียที่เห็นว่าเป็นข้อมูลเท็จ ทำให้มีเสียงวิจารณ์ว่าละเมิดต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97188</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชดใช้ค่าเสียหาย, นายกฯสิงคโปร์, ลี เซียนลุง, สิงคโปร์, โพสต์หมิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605b4b0f065d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49017</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2019 13:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2019 13:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไกล่เกลี่ยไม่จบ&#039;ปารีณา&#039;โพสต์พาดพิง&#039;ไก่จ๋า&#039;คดีบ้านเอื้ออาทรศาลฯนัดไต่สวน2ธ.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ต.ค.62- ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง องค์คณะผู้พิพากษา 9 คน คดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทร นัด น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ผู้ถูกร้อง มาสอบถามกรณีที่นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แกนนำพรรคเพื่อไทย จำเลยที่ 1 คดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลให้พิจารณากรณีที่อ้างว่า น.ส.ปารีณา น่าจะกระทำการที่ขัดต่อคำสั่งศาลเกี่ยวกับข้อกำหนดที่วางไว้ในคดีบ้านเอื้ออาทร จากการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวของ น.ส.ปารีณา เมื่อเดือน ส.ค. 2562 พาดพิงนายวัฒนาและการเบิกความในคดีบ้านเอื้ออาทร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวันนี้ นายวัฒนา ผู้ร้อง เดินทางมาศาลพร้อมทีมทนายความ ขณะที่ น.ส.ปารีณา ผู้ถูกร้อง เดินทางมาเพียงลำพัง ไม่มีทนายความ เมื่อถึงเวลานัด องค์คณะฯ เปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายพูดคุยไกล่เกลี่ยกันก่อนเป็นเวลาเกือบชั่วโมง แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ คำร้องจึงเข้าสู่กระบวนไต่สวน โดยองค์คณะฯ กำหนดนัดไต่สวนพยานทั้งสองฝ่ายในวันจันทร์ที่ 2 ธ.ค. นี้ เวลา 09.30 น. ซึ่งทั้งสองฝ่ายอ้างตนเองเป็นพยานฝ่ายละ 1 ปาก ขณะเดียวกัน องค์คณะฯ ได้มีคำสั่งอนุญาตให้ตั้งทนายความกับ น.ส.ปารีณา ตามที่ร้องขอด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงท้ายการพิจารณานายวัฒนาได้แถลงต่อศาลด้วยว่าจะขอเพิ่มพยานเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอีกปากหนึ่ง เนื่องจากในการพูดคุยเห็นว่า น.ส.ปารีณา ผู้ถูกร้อง ไม่ยอมรับถึงการโพสต์ข้อความในวันที่ 17 ส.ค. แต่ตนเชื่อว่าสามารถตรวจสอบการกู้ข้อมูลได้ว่ามีการโพสต์หรือไม่ ซึ่งศาลเห็นว่า ขณะนี้เข้าสู่กระบวนการไต่สวนแล้ว จึงให้มีการไต่สวนพยานตามที่กำหนดก่อน และระหว่างนั้นคู่ความทั้งสองฝ่ายสามารถแถลงขอเพิ่มเติมพยานได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการสอบถามคำร้องแล้ว นายวัฒนา กล่าวว่า ส่วนนี้ตนได้ยื่นคำร้องว่า น.ส.ปารีณา น่าจะกระทำการที่ชัดต่อข้อกำหนดของศาลหรือไม่ ส่วนที่ตนแถลงว่าจะขอไต่สวนผู้เชี่ยวชาญนั้น เพราะเห็นว่า น.ส.ปารีณา ไม่ยอมรับเรื่องโพสต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับวัน-เวลา และพฤติการณ์โพสต์ นายวัฒนาปฏิเสธที่จะกล่าวถึง โดยระบุเพียงว่า ทั้งหมดอยู่ในคำร้องแล้ว และกระบวนการรอศาลไต่สวน ส่วนคดีหลักบ้านเอื้ออาทรนั้น การไต่สวนพยานยังดำเนินการอยู่ โดยวันที่ 6 พ.ย.นี้ องค์คณะฯ ได้นัดพร้อมคู่ความเพื่อกำหนดวันสืบพยานใหม่ เนื่องจากที่ผ่านมามีเปลี่ยนองค์คณะบางคน (องค์คณะบางคนโยกย้าย) โดยขณะนี้ยังเหลือพยานอัยการโจทก์อีก 3 ปาก ส่วนของจำเลย 14 คน ก็ยังมีพยานที่ยังไม่ได้เริ่มสืบ คาดว่าหากได้มีการกำหนดเวลาไต่สวนพยานที่ชัดเจนแล้ว ในส่วนของพยานจำเลยคิดว่าจะใช้เวลา 2 เดือนน่าจะเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน น.ส.ปารีณา กล่าวยืนยันว่า การโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กของตนนั้น ไม่ได้พาดพิงถึงนายวัฒนาและคดีบ้านเอื้ออาทร โดยตนเห็นว่าการยื่นคำร้องนั้นอาจเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ เพราะที่ตนโพสต์นั้นเป็นการชื่นชม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่ไม่ทำทุจริต ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีบ้านเอื้ออาทร เพราะตนไม่เคยติดตามคดีนี้มาก่อน ซึ่งข้อความที่โพสต์นั้นน่าจะเป็นช่วงเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา โดยตนก็ยังไม่ได้ลบข้อความดังกล่าวแต่อย่างใด ทั้งนี้ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการของศาลแล้ว แต่ไม่อาจพูดรายละเอียดอะไรได้มาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49017</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบ้านเอื้ออาทร, น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์, นายวัฒนา เมืองสุข, โพสต์หมิ่น, ไกล่เกลี่ยยอมความ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191028/image_big_5db682c7b19a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38119</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2019 09:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2019 09:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สายไปแล้ว!&#039;บะช่อ&#039;บล็อกเฟซบุ๊ก แต่ถูกแคปข้อความเข้าข่ายหมิ่นเบื้องสูงว่อนโซเชียล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ:เฟซบุ๊ก Pannika Chor Wanich&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มิ.ย.62- หลังมีการขุดคุ้ยการแสดงความเห็นและการเผยแพร่ภาพผ่านเฟซบุ๊ก Pannika Chor Wanich ของน.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายหมิ่นเบื้องสูง ล่าสุดพบว่าน.ส.พรรณิการ์ ได้ตั้งค่าไม่ให้บุคคลที่ไม่ใช่เพื่อนในเฟซบุ๊กเข้าไปดูโพสต์เก่าๆของเธอได้อีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามแม้น.ส.พรรณิการ์ได้บล็อกการใช้เฟซบุ๊ก แต่พบว่าพจเฟซบุ๊ก รวมถึงผู้ใช้เฟซบุ๊ก เช่นเพจขบวนการเสรีไทยเฟซบุ๊ค&amp;nbsp;ได้แคปหน้าจอ ทั้งรูปและข้อความอื่นๆในโพสต์ของเธอซึ่งมีทั้งทัศนคติต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และการเมือง ไปเผยแพร่อย่างกว้างขวาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาทิโพสต์วันที่ 21 พ.ย.2556 โพสต์ว่า &amp;quot;เห็นประโยคนี้แล้วโดน ต้องเอามาแชร์ ประเทศไทยปกครองโดยระบอบประชาธิปัยต์ อันมี....อาวุธ&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โพสต์วันที่ 24 มิ.ย.2558 ระบุว่า ใครจะไว้ใจอะไรไว้ใจเถิด แต่อย่าไว้ใจในสิ่งห้า
หนึ่งอย่าไว้ใจทะเลทุกเวลา สองสัตว์เขี้ยวเล็บงาอย่าไว้ใจ
สามผู้ถืออาวุธสุดจักร้าย สี่ผู้หญิงทั้งหลายอย่ากรายไกล้
ห้า......ถ้าแม้ใครประมาทอาจเหมือนคณะราษฎร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38119</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่อ พรรณิการ์, ช่อ-พรรณิการ์ วานิช, บล็อกเฟซบุ๊ก, โฆษกพรรคอนาคตใหม่, โพสต์หมิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190610/image_big_5cfdbad2a7cba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26257</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2019 21:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2019 21:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาเลเซียจับกุม 3 มือโพสต์หมิ่นอดีตกษัตริย์สละราชย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตำรวจมาเลเซียจับกุมบุคคล 3 คนฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอดีตสมเด็จพระราชาธิบดีที่เพิ่งสละราชย์ จากการโพสต์ข้อความวิจารณ์ทางโซเชียลมีเดีย นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิประณามเป็นการใช้กฎหมายโหด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 สมเด็จพระราชาธิบดีมูฮัมมัด ที่ 5 กษัตริย์องค์ที่ 15 แห่งมาเลเซีย / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม 2562 อ้างคำกล่าวของโมหะหมัด ฟูซี ฮารุน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติของมาเลเซียว่า บุคคล 3 คนนี้ ซึ่งประกอบด้วย ชายอายุ 46 และ 27 ปี และหญิงอายุ 26 ปี ถูกจับกุมเมื่อวันอังคารภายใต้กฎหมายปลุกปั่นให้ขัดขืนอำนาจปกครอง จากการโพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ ดูหมิ่นเกี่ยวกับการสละราชสมบัติของสุลต่านมูฮัมมัดที่ 5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากถูกตัดสินว่ามีความผิดตามกฎหมายเข้มงวดฉบับนี้ ทั้ง 3 คนอาจถูกลงโทษจำคุก 3 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุลต่านแห่งรัฐกลันตันพระองค์นี้ทรงสละราชสมบัติเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ภายหลังขึ้นครองราชย์ได้เพียง 2 ปี ตามระบบหมุนเวียนการครองราชย์ของสุลต่าน 9 รัฐ คราวละ 5 ปี สำนักพระราชวังไม่ได้แถลงเหตุผลอย่างเป็นทางการของการสละราชย์ ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังพระองค์ทรงลาพระราชกรณียกิจเพื่อรักษาพระวรกายเมื่อเดือนพฤศจิกายน แล้วหลังจากนั้นก็มีข่าวในสื่อต่างชาติว่าพระองค์ทรงเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับอดีตนางงามมอสโกที่รัสเซีย
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสละราชย์ของสุลต่านองค์นี้เป็นการสละราชย์ก่อนครบวาระครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของมาเลเซียนับแต่ได้รับเอกราชจากอังกฤษ สถาบันกษัตริย์ของมาเลเซียแม้จะมีบทบาทในเชิงพิธีการ แต่ถือเป็นสถาบันที่ได้รับความเคารพอย่างสูง และไม่ควรวิพากษ์วิจารณ์ พวกที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพมักจะโดนจับกุมภายใต้กฎหมายปลุกระดมมวลชนที่ตกทอดมาตั้งแต่ยุคเมืองขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลาธีฟา โคยา ผู้อำนวยการบริหารของกลุ่มสิทธิ &amp;quot;นักกฎหมายเพื่อเสรีภาพ&amp;quot; วิจารณ์การจับกุมนี้ว่า กฎหมายปลุกระดมมวลชนนี้เป็นกฎหมายโหด และน่าตกใจที่รัฐบาลชุดใหม่ของมาเลเซียยังใช้กฎหมายฉบับนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26257</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายโหด, มาเลเซีย, สุลต่านมูฮัมมัดที่ 5 แห่งกลันตัน, อดีตกษัตริย์, โพสต์หมิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190110/image_big_5c375b0c56fb4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
