<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67881</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2020 12:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2020 12:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดเป็นเหตุ!กมธ.ศึกษาแก้ไขรธน.เคาะขยายเวลาทำงานเพิ่ม 90 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย.63 - เมื่อเวลา 9.30น. ที่รัฐสภา นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาหลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายพีระพันธุ์ ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่าในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด19 ได้ทำหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เพื่อขอขยายระยะเวลาการทำงานของคณะกรรมาธิการออกไปอีก 70 วัน ซึ่งประธานสภาฯได้อนุญาต แต่ระยะเวลาดังกล่าวจะครบในวันที่ 25 มิ.ย. จึงมีความเห็นว่าควรขยายเวลาการทำงานออกไปอีก 60 วันนับจากวันที่ 25 มิ.ย. เพื่อให้คณะกรรมาธิการมีเวลาการจัดทำรายงานข้อเสนอแนะได้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาทั้งนายโภคิน พลกุล และ นายวัฒนา เมืองสุข กรรมาธิการจากพรรคเพื่อไทย มีความเห็นว่าควรขยายเวลาเป็น 90 วัน โดยนายโภคิน กล่าวว่า&amp;nbsp; สถานการณ์ของโควิด19น่าจะคลี่คลายลงรวมไปถึงการผ่อนคลายเรื่องการห้ามนอกเคหสถาน หรือ เคอร์ฟิว จึงคิดว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญจะสามารถรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามกระบวนการการมีส่วนร่วมได้มากขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัฒนา กล่าวว่า หากขยายเวลาแค่ 60 วันแล้ว แต่คณะกรรมาธิการไม่สามารถทำงานได้แล้วเสร็จ การไปขอขยายเวลาอีกครั้งอาจจะเป็นปัญหาได้ จึงคิดว่าควรขยายเวลาไปคราวเดียว 90 วัน เพื่อให้การพิจารณาของคณะกรรมาธิการมีความสมบูรณ์มากที่สุดและไม่เร่งรีบเกินไปซึ่งถ้าคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จก่อนครบกำหนด 90 วันก็ไม่เป็นไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันให้ขยายเวลาออกไปอีก 90วัน นับจากวันที่ 25 มิ.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67881</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ, การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ( COVID-19 ), นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค, โภคิณ พลกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200605/image_big_5ed9d0b8262a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18600</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2018 08:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2018 08:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สะพัด!พท.-ปชป.สุมหัวจับมือผุดรัฐบาลปรองดองหนุน&#039;ชวน&#039;คัมแบ็คนายกฯสกัดคสช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
28ก.ย.61-หลังมีกระแสข่าวว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้พบกับนายโภคิน พลกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่สำนักกฎหมายธรรมนิติ และพูดคุยเรื่องร่วมจัดตั้งรัฐบาล&amp;nbsp; มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย เปิดเผยอีกว่า แนวคิดเรื่องการจับมือกันของพรรคการเมืองใหญ่ เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ เพื่อต่อต้านรัฐบาลทหารนั้น มีการส่งตัวแทนระดับแกนนำระดับสูงของพรรค ไปพูดคุยกันนานนับปีไม่ใช่มีเพียงชื่อที่ปรากฎเป็นข่าวไปเท่านั้น ยังมีวงอื่นๆทั้ง วงนักการเมือง คือบุคคลระดับแกนนำระดับสูงที่มีอำนาจตัดสินใจของทั้ง2พรรคการเมือง วงนักการเมืองที่ขยายไปถึงพรรคการเมืองอื่นที่เห็นด้วยกับแนวทางปรองดอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ซึ่งแต่ละวงล้วนมีปลายทางนำไปสู่ความปรองดอง สมานฉันท์ ความพยายามจะจับมือกันของ2พรรคใหญ่ ไม่ใช่เพียงแค่จะสกัดการสืบทอดอำนาจจากรัฐบาลทหารเท่านั้น แต่ในทางการเมือง ยังจะก่อให้เกิดการปรองดองอย่างแท้จริงอย่างที่ไม่เคยเกิดมาก่อน โดยที่ไม่ต้องตั้งคณะกรรมการมาศึกษาหาแนวทางปรองดอง ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทย ประชาธิปัตย์ เห็นต่างเพียงแค่แนวคิดอุดมการณ์ทางการเมือง หลังจากรัฐบาลทหาร ใช้ไม้แรง เข้มงวดในกฎระเบียบพรรคการเมือง นักการเมือง หากลองสังเกตุเหตุการณ์ระยะหลัง เกิดการสมานฉันท์ทางความคิดอย่างต่อเนื่องของทั้ง2พรรคใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการเรียกร้องให้ปลดล็อกให้พรรคการเมืองได้ทำกิจกรรม รวมทั้งรัฐธรรมนูญ กฎหมายลูกที่ทั้ง2ฝ่ายก็ยังเห็นตรงกันว่า เป็นการเขียนขึ้นมาเพื่อสร้างให้เกิดเดดล็อกทางการเมือง มากกว่าการมุ่งหวังปฏิรูปการเมืองอย่างที่กล่าวอ้าง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;รายงานข่าวเปิดเผยว่า ส่วนเรื่องจับมือกันของ2พรรคการเมืองใหญ่ เพราะเห็นพ้องว่า หากฝ่ายการเมืองไม่หันหน้าเข้าหากัน เท่ากับเปิดทางให้รัฐบาลทหารสืบทอดอำนาจได้ตามกติกาที่ออกแบบไว้ มีการคำนวนออกมาเป็นตัวเลข การเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคเพื่อไทย น่าจะได้รับชัยชนะ มีจำนวนที่นั่ง ส.ส.ไม่ต่ำกว่า 200 เสียง พรรคประชาธิปัตย์ประมาณ100 ที่นั่ง หากทั้งพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อไทย เอาด้วยแล้ว พรรคต่างๆที่ไม่ใช่ฝ่ายสืบทอดอำนาจ จะพร้อมเข้ามาเป็นแนวร่วม คงได้เสียงรวมๆกันมากกว่า 70 ที่นั่ง ที่จะสามารถคุมทิศทางการลงมติเลือกนายกฯได้หลังการเลือกตั้ง แม้ว่าฝ่ายคสช.จะมีเสียงของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 250 เสียงให้การสนับสนุน และเกมจะพลิก จะกลายเป็นการโดดเดี่ยวพรรคเครือข่ายทหารที่มีไม่กี่พรรคทันที สูตรนี้ ไม่เพียงจะทำให้เกิดรัฐบาลแห่งความปรองดอง ไม่ต่างอะไรจากการมีรัฐบาลแห่งชาติ ลยทีเดียว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;อย่างไรก็ดีในการพูดคุย เงื่อนไขที่ยังติดล็อก ไม่เห็นด้วยในตอนสุดท้ายคือ เงื่อนไขของผู้จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แม้พรรคเพื่อไทย จะยกตำแหน่งนายกฯให้พรรคประชาธิปัตย์ ชื่อตอนแรกที่มีความเหมาะสมที่สุดคือ นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี2สมัย แต่นายชวน ปฏิเสธ จึงมาตกที่นายอภิสิทธิ์ หากจะจับมือร่วมกัน พรรคเพื่อไทย จะอธิบายกับมวลชนผู้สนับสนุนลำบาก เนื่องจากภาพเกี่ยวพันกับเหตุชุมนุมทางการเมืองในปี2552-2553 จึงมีการนำชื่อนายหัวชวน กลับมาอีกครั้ง นอกจากนี้นายชวน ยังเป็นผู้ที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ต่างให้ความเคารพนับถืออย่างสูง&amp;quot;รายงานข่าวระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18600</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, ชวน หลักภัย, ทักษิณ ชินวัตร, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ปรองดอง, พรรคประชาธิปัตย์, รัฐบาลแห่งชาติ, โภคิณ พลกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180610/image_big_5b1d28a4684ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
