<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97485</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2021 21:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2021 21:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิหร่าน-จีนลงนามข้อตกลงความร่วมมือระยะ25ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คู่แข่งสหรัฐกระชับมิตรแนบแน่นขึ้น อิหร่านและจีนลงนาม &amp;quot;ข้อตกลงความร่วมมือทางยุทธศาสตร์&amp;quot; ระยะ 25 ปีแล้วเมื่อวันเสาร์ เป็นความสำเร็จล่าสุดของการขยายความริเริ่มแถบและเส้นทางมูลค่าล้านล้านดอลลาร์ที่ชูธงโดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน (ซ้าย) และโมฮัมหมัด จาวัด ซาริฟ รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ใช้ข้อศอกชนกันแทนการจับมือ ภายหลังลงนามความตกลงความร่วมมือ ที่กรุงเตหะรานเมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2564 (Photo by Fatemeh Bahrami/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันเสาร์ที่ 27 มีนาคมว่า ข้อตกลงจีน-อิหร่าน ซึ่งรัฐบาลอิหร่านกล่าวว่า รวมถึงองค์ประกอบทางการเมือง, ยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจ ลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองชาติ คือ หวัง อี้ และโมฮัมหมัด จาวัด ซาริฟ เป็นการปิดฉากการเจรจาที่ริเริ่มเมื่อ 5 ปีก่อน และเคยเป็นประเด็นขัดแย้งในอิหร่านเมื่อปีที่แล้ว ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเนื้อหาของความตกลงฉบับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซาอิด คาติบซาเดห์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า เราเชื่อว่าเอกสารความตกลงนี้จะมีประสิทธิภาพอย่างมากในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับจีนให้แนบแน่นยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนเป็นคู่ค้าสำคัญของอิหร่านและเป็นหนึ่งในลูกค้าน้ำมันรายใหญ่ของอิหร่านก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐจะรื้อฟื้นแซงก์ชันอิหร่านเองฝ่ายเดียวเมื่อปี 2561 หลังจากนำสหรัฐถอนตัวจากความตกลงนิวเคลียร์พหุภาคีกับอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เสนอทำความตกลงความร่วมมือกับอิหร่านระหว่างเดินทางมาเยือนกรุงเตหะรานเมื่อเดือนมกราคม 2559 ครั้งนั้นสีและประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี เห็นพ้องจะจัดทำโรดแมปสำหรับ &amp;quot;การลงทุนของกันและกันในภาคการคมนาคม, ท่าเรือ, พลังงาน, อุตสาหกรรม และภาคบริการ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สีสนับสนุนโครงการความริเริ่มหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง ซึ่งเป็นแผนลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานและเพิ่มอำนาจอิทธิพลของจีนในต่างแดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อตกลงความร่วมมือกับจีนเคยเป็นประเด็นโต้แย้งในอิหร่านเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว หลังจากอดีตประธานาธิบดีมะห์มูด อาห์มาดีเนญาด โจมตีว่า มีการเจรจาสำหรับ &amp;quot;ความตกลงใหม่ระยะ 25 ปีกับประเทศหนึ่ง&amp;quot; โดยที่ประชาชนชาวอิหร่านไม่รู้ และรัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านเคยโดนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโห่ระหว่างที่เขาให้คำรับประกันต่อ ส.ส.ว่า &amp;quot;ไม่มีความลับ&amp;quot; ในข้อตกลงที่เจรจากัน ซึ่งเขารับปากว่าจะเผยแพร่ต่อสาธารณะทันทีที่เสร็จสมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังการลงนาม รัฐบาลอิหร่านและจีนยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดข้อตกลงฉบับนี้ต่อประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเดินทางเยือนกรุงเตหะรานของรัฐมนตรีต่างประเทศหวัง อี้ เกิดขึ้นไม่กี่วันให้หลังการต้อนรับเซอร์เกย์ ลัฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ที่มาเจรจากับหวังที่เมืองกุ้ยหลินของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจีน, รัสเซีย และอิหร่าน ต่างเผชิญกำลังความสัมพันธ์ที่ยุ่งยากกับสหรัฐภายหลังรัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประกาศกร้าวว่าจะยังคงยึดความหนักแน่นในการรับมือกับสามประเทศนี้ แม้จะเน้นกลับมาใช้การทูตใหม่ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนและรัสเซียต่างลงนามในความตกลงนิวเคลียร์อิหร่านปี 2558 ที่สหรัฐถอนตัว ซึ่งไบเดนเคยกล่าวว่า เขาหวังว่าจะกลับมารื้อฟื้นอีกครั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97485</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อตกลงความร่วมมือ25ปี, จีน, หวัง อี้, อิหร่าน, โมฮัมหมัด จาวัด ซาริฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210327/image_big_605f442add0c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42696</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2019 20:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2019 20:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิหร่านยึดเรือน้ำมันต่างชาติลำที่ 3 อ้างลอบขนน้ำมันให้ชาติอาหรับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองทัพอิหร่านยึดเรือบรรทุกน้ำมันต่างชาติลำที่ 3 ในอ่าวเปอร์เซียในช่วงเวลาไม่ถึง 1 เดือน พร้อมจับกุมลูกเรือชาวต่างชาติ 7 คนไว้โดยอ้างว่าเรือลำนี้ลักลอบขนน้ำมันไปยังประเทศอาหรับในอ่าวเปอร์เซีย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทหารระดับสูงเผยความเสี่ยงที่จะเกิดความขัดแย้งในภูมิภาคอ่าวลดลงแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 2 มิถุนายน 2555 เรือเร็วของกองทัพอิหร่านแล่นนอกชายฝั่งเมืองท่าบันดาร์อับบาส / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานอ้างสำนักข่าวไออาร์เอ็นเอของอิหร่านเมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม 2562 เปิดเผยแถลงการณ์ของกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านว่า กองทัพอิหร่านได้ยึดเรือบรรทุกน้ำมันลำนี้ใกล้กับเกาะฟาร์ซีเมื่อคืนวันพุธที่ 31 กรกฎาคม ขณะที่เรือลำนี้ลักลอบขนน้ำมันราว 700,000 ลิตร โดยลูกเรือชาวต่างชาติ 7 คนโดนจับกุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรือน้ำมันต่างชาติลำนี้เป็นลำที่ 3 ที่อิหร่านยึดไว้ได้ในน่านน้ำอ่าวในช่วงเวลาไม่ถึง 1 เดือน ต่อจากการยึดเรือเอ็มที รีอาห์ สัญชาติปานามา เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม โดยกองทัพอิหร่านอ้างว่าเรือลำนี้ลักลอบขนน้ำมัน จากนั้น 1 วันถัดมา กองทัพอิหร่านประกาศอีกว่า พวกเขาควบคุมเรือน้ำมันสเตนา อิมเพโร สัญชาติอังกฤษ ที่ช่องแคบฮอร์มุซ โทษฐานที่เรือลำนี้ทำผิดกฎการเดินเรือหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า คำแถลงเมื่อวันอาทิตย์ไม่ได้ระบุว่าเรือลำที่ 3 เป็นเรือสัญชาติใด และลูกเรือเป็นพลเมืองของชาติใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพอิหร่านกล่าวว่า ปฏิบัติการยึดเรือลำนี้เกิดขึ้นขณะที่เรือของกองทัพอิหร่านหลายลำกำลังลาดตระเวนในอ่าว เพื่อควบคุมดูแลการสัญจรทางน้ำและตรวจจับการค้าผิดกฎหมาย เรือลำนี้ถูกเคลื่อนย้ายไปยังเมืองบูเชร์ และน้ำมันที่ลักลอบขนนี้ถูกส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ทางการตามคำสั่งของฝ่ายตุลาการแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวฟาร์สอ้างคำกล่าวของพลจัตวา รามีซัน ซีราฮี ผู้บัญชาการหน่วยปฏิบัติการนี้ว่า เรือน้ำมันลำนี้กำลังน้ำมันไปส่งมอบให้ประเทศอาหรับในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นทั้งที่พลจัตวา อาห์มาเดรซา ปูร์ดาสทัน นายทหารระดับสูงของอิหร่านประกาศว่า การศึกษาสถานการณ์อย่างลึกซึ้งมากขึ้นทำให้พบว่าโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดความขัดแย้งในภูมิภาคอ่าวนั้นลดลงแล้ว &amp;quot;ทุกประเทศที่มีผลประโยชน์ในภูมิภาคนี้ไม่ประสงค์จะเห็นวิกฤติครั้งใหม่ในตะวันออกกลาง&amp;quot; สำนักข่าวเมร์อ้างคำพูดของเขา &amp;quot;อ่าวเปอร์เซียเป็นเหมือนวัตถุไวไฟ ปะทัดระเบิดเพียงลูกเดียวสามารถก่อหายนภัยครั้งใหญ่ได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่านทวีขึ้นในปีนี้เมื่อสหรัฐเดินนโยบายกดดันอิหร่านถึงขีดสุด โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นำสหรัฐถอนตัวจากความตกลงนิวเคลียร์เมื่อปีที่แล้ว และเริ่มรื้อฟื้นมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านแบบเต็มพิกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่เดือนพฤษภาคมปีนี้มีเรือหลายลำโดนโจมตีในน่านน้ำแถบนั้น เรือน้ำมันหลายลำโดนยึด และโดรนสหรัฐถูกอิหร่านยิงตกเมื่อเดือนมิถุนายน เหตุการณ์ครั้งนั้นสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดความขัดแย้งเมื่อทรัมป์ออกคำสั่งให้กองทัพสหรัฐโจมตีทางทหารเพื่อตอบโต้ แต่เขาเปลี่ยนใจระงับปฏิบัติการไม่กี่นาทีก่อนลงมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันพุธที่แล้ว รัฐบาลทรัมป์ยังประกาศคว่ำบาตรโมฮัมหมัด จาวัด ซาริฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน โดยสั่งอายัดทรัพย์สินของเขาในสหรัฐหรือที่อยู่ในความดูแลของบริษัทสหรัฐ รวมถึงยังจำกัดศักยภาพในการปฏิบัติหน้าที่ทางการทูตของซาริฟด้วย แต่เจ้าหน้าที่อิหร่านกล่าวกันว่า เหตุผลที่สหรัฐคว่ำบาตรชาริฟนั้นเป็นเพราะเขาปฏิเสธคำเชิญเข้าพบเจรจากับทรัมป์ที่ทำเนียบขาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิตยสารนิวยอร์กเกอร์รายงานเมื่อวันศุกร์ว่า ส.ว.แรนด์ พอล พรรครีพับลิกัน พบกับซาริฟที่สหรัฐเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม โดยพอลได้ถ่ายทอดคำเชิญของทรัมป์ต่อรัฐมนตรีอิหร่านผู้นี้ เจ้าหน้าที่หลายคนในอิหร่านยืนยันรายงานข่าวของสื่ออเมริกันฉบับนี้ พร้อมกับดูถูกดูแคลนรัฐบาลทรัมป์ว่า สหรัฐอ้างว่าต้องการเจรจากับอิหร่านแต่กลับคว่ำบาตรผู้แทนระดับสูงทางการทูตของอิหร่าน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42696</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยึดเรือบรรทุกน้ำมัน, อิหร่าน, อ่าวเปอร์เซีย, เรือน้ำมันต่างชาติ, โมฮัมหมัด จาวัด ซาริฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190804/image_big_5d46d8fdb7e34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36850</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2019 21:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2019 21:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวั่นขัดแย้งลาม อิรักเตือนอิหร่านเสี่ยงเกิดสงคราม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้นำอิรักเตือนอิหร่านถึงความเสี่ยงของการเกิดสงคราม ขณะรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านยังกร้าว ยันประเทศตนพร้อมปกป้องตนเอง หลังจากสหรัฐเสริมทหารอีก 1,500 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โมฮัมหมัด อาลี อัลฮาคิม รัฐมนตรีต่างประเทศของอิรัก (ขวา) นั่งสนทนากับโมฮัมหมัด จาวัด ซาริฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านผู้มาเยือน เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมฮัมหมัด จาวัด ซาริฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน อยู่ระหว่างเดินทางเยือนอิรักเมื่อสุดสัปดาห์ที่่ผ่านมา รายงานเอเอฟพีเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2562 กล่าวว่า เมื่อคืนวันเสาร์ ซาริฟได้เข้าพบนายกรัฐมนตรีอาเดล อับเดล มาห์ดี และประธานาธิบดีบาร์ฮัม ซาเลห์ ของอิรัก โดยผู้นำทั้งสองได้เตือนถึงความเสี่ยงของสงครามในช่วงยามที่อิหร่านกับสหรัฐคุมเชิงกันอย่างตึงเครียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานของนายกรัฐมนตรีมาห์ดีกล่าวว่า ระหว่างการพบกัน ผู้นำอิรักได้เตือนซาริฟถึง &amp;quot;อันตรายของสงคราม&amp;quot; และวิงวอนให้อิหร่านเห็นแก่เสถียรภาพในภูมิภาคนี้และยึดมั่นในข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 ที่อิหร่านทำไว้กับชาติมหาอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนประธานาธิบดีซาเลห์ของอิรักหารือกับซาริฟถึงความจำเป็นของการป้องกันสงครามหรือสถานการณ์บานปลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การมาเยือนประเทศเพื่อนบ้านของอิหร่านในครั้งนี้เกิดขึ้้นภายหลังรัฐบาลสหรัฐประกาศส่งทหารมาวางกำลังเพิ่มในภูมิภาคตะวันออกกลางอีก 1,500 นาย ซาริฟกล่าวถึงการเสริมกำลังทหารของสหรัฐล่าสุดนี้ว่า &amp;quot;อันตรายมากและคุกคามสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา สหรัฐก็เพิ่งส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตี และเครื่องบินทิ้งระเบิด บี-52 หลายลำ มาประจำการในภูมิภาคอ่าว โดยอ้างว่าเพื่อป้องปรามแผนการของอิหร่านที่จ้องโจมตีขุมกำลังของสหรัฐในภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐอ้างว่าเสริมกำลังทางทหารเพื่อตอบโต้การโจมตีหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงการยิงจรวดโจมตีเขตกรีนโซนใจกลางกรุงแบกแดด, การก่อวินาศกรรมเรือบรรทุกน้ำมัน 4 ลำใกล้ปากทางเข้าอ่าวเปอร์เซีย และเหตุการณ์กบฏเยเมนส่งโดรนโจมตีท่อส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย แต่รัฐบาลอิหร่านปฏิเสธความเกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซาริฟแถลงที่กรุงแบกแดดเมื่อวันอาทิตย์ด้วยว่า อิหร่านต้องการสร้างความสัมพันธ์ที่สมดุลกับประเทศเพื่อนบ้านอาหรับในภูมิภาคอ่าว และเสนอให้ลงนามสัญญาไม่รุกรานกัน พร้อมกับย้ำว่า อิหร่านจะปกป้องตนเองจากความพยายามทำสงครามกับอิหร่าน ไม่ว่าสงครามเศรษฐกิจหรือสงครามทางทหาร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36850</URL_LINK>
                <HASHTAG>สหรัฐ, อิรัก, อิหร่าน, เตือนภัยสงคราม, โมฮัมหมัด จาวัด ซาริฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190526/image_big_5ceaa3871fea4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
