<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96902</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2021 17:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2021 17:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุริยะผลักดันอุตสาหกรรมจัดการซากรถยนต์ครบวงจร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มี.ค.2564 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า รัฐบาลได้กำหนดแนวทางโมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่เรียกว่า &amp;quot;BCG&amp;quot; โดยสอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ที่มีการตั้งเป้าการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าภายในปี 2573 ไว้ที่ 30% ของการผลิตรถยนต์ในประเทศ เพื่อเป้าหมายลดมลพิษสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้กระทรวงจึงจึงได้ร่วมมือกับองค์การพัฒนาพลังงานใหม่และเทคโนโลยีอุตสาหกรรมแห่งประเทศญี่ปุ่น (NEDO) ดำเนินโครงการรีไซเคิลชิ้นส่วนรถยนต์ เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ (End of Life Vehicle) หรือ ELV โปรเจกต์ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของประเทศ ไปสู่ BCG โมเดลอย่างมีศักยภาพและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภานุวัฒน์ &amp;nbsp;ตริยางกูรศรี &amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะทำงานศึกษาแนวทางการจัดการซากรถยนต์ กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า จากสถิติจำนวนรถจำแนกตามอายุรถทั่วประเทศ กรมการขนส่งทางบก ณ วันที่ 28 ก.พ. 64 ปัจจุบันประเทศไทยมีรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 20 ปี ทุกประเภท รวมทั้งสิ้น 5,688,384 คัน ซึ่งภาครัฐให้ความสำคัญในเรื่องของการจัดการซากรถยนต์อย่างถูกวิธี ซึ่งกระทรวงฯ โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และ NEDO จึงได้ร่วมกันผลักดันโครงการฯดังกล่าว โดยได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนก.พ. 62 ซึ่งถือเป็นก้าวที่สำคัญของประเทศในการบริหารจัดการซากรถยนต์อย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันได้รับความร่วมมือจากบริษัท Toyota Tsusho Corporation ประเทศญี่ปุ่น ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีร่วมกัน การสาธิตการนำเครื่องตัดซากรถยนต์มาใช้ที่โรงงาน กรีน เมทัลส์ (ประเทศไทย) ซึ่งถือเป็นการจัดการซากรถยนต์อย่างถูกวิธีและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยการดำเนินงานเริ่มตั้งแต่การรวบรวมรถยนต์ที่หมดอายุการใช้งาน การรื้อชิ้นส่วนยานพาหนะ ตลอดจนการกำจัดของเสียที่เกิดขึ้นจากยานพาหนะ ที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากชิ้นส่วนซากอย่างมีประสิทธิภาพก็จะผลักดันให้เกิดการรีไซเคิลและหมุนเวียนทรัพยากรให้กลายเป็นชิ้นส่วนที่เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรม อาทิ เหล็ก ยาง พลาสติก และโลหะมีค่าที่สกัดได้จากชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปัจจุบันโรงงาน กรีน เมทัลส์ (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นโรงงานต้นแบบ ตั้งอยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง 3 จังหวัดชลบุรี ได้ตั้งเป้ากำจัดซากชิ้นส่วนรถยนต์ให้ได้สูงสุด 20 คันต่อวัน หรือประมาณมากกว่า 25 ตันต่อวันในน้ำหนักของชิ้นส่วน เพื่อใช้เครื่องจักรในการรื้อถอนให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสามารถดึงเอาทรัพยากรที่มีค่าออกมาได้อย่างเต็มที่ ถือเป็นการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมไทยในยุคนิวนอร์มอล ที่ชูแนวทางเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว หรือ BCG เป็นการบูรณาการการพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน&amp;rdquo;นายภานุวัฒน์ กล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96902</URL_LINK>
                <HASHTAG>BCG Economy, ยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี), สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, โมเดลเศรษฐกิจใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210127/image_big_6010faca7a744.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
