<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79919</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2020 07:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2020 07:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ผงะ!&#039;อ.สมเกียรติ&#039;เผยหมอไต้หวันเตือนโควิด-19ไม่หายขาดทำลายอวัยวะของเราเหมือนกับซาร์+เอดส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9 ต.ค.63 - ดร.สมเกียรติ โอสถสภา อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;nbsp; โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว มีเนื้อหา ดังนี้
ทีมหมอจากมหาลัยไต้หวัน&amp;nbsp; เตือนมาว่า
(๑) จากผลการผ่าร่างกาย
1. covid-19 มันคือการรวมกันของ ซาร์กับเอดส์,
&amp;nbsp;หมอหลายคนบอกว่า คนถึงแม้จะรักษาหายจากโควิดแล้ว แต่มันจะมีผลเป็นบวกอยู่อีก นี่ไม่ใช่การกลับมาเป็นใหม่ แต่เป็นเพราะมันไม่สามารถรักษาหายขาดได้ ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของโควิด
2. ภูมิต้านทานโดนทำลาย
ทั้งนี้ซาร์จะทำร้ายแค่ปอด จะไม่กระทบกับภูมิต้านทาน..
&amp;nbsp;เอดส์จะทำลายภูมิต้านทาน.
. ส่วนโควิด 19 นั้นทำลายอวัยวะของเราเหมือนกับ ซาร์+เอดส์
&amp;nbsp; เล่นหมด
3. การล้มเหลวของปอดอย่างเฉียบพลันเป็นผลทำให้คนตายของซาร์ แต่ โควิด 19 ทำให้ตายเพราะการล้มเหลวของอวัยวะหลายๆอย่าง
(๒) ศาตราจารย์ Peng Zhi Yong จากมหาลัยอู่ฮัน บอกผลจากการผ่าร่างกายว่า
1. คนที่หายจากโควิด ผลตรวจเลือดพบว่าระดับของดัชนี lymphocyte (ลิมโฟไชด์) จะไม่กลับมาเหมือนเดิม ระบบต้านทานของร่างกายจะไม่ค่อยเหมือนเดิม
2. แม้ผลตรวจของคนที่ให้กลับบ้านได้จะเป็นลบ แต่ภูมิต้านทานนั้นเสียหายไปแล้ว&amp;nbsp; มันสามารถกลับมาเป็นใหม่ได้ง่ายมาก
3. ลักษณะคล้ายๆกับไวรัสตับอักเสบบี ที่จะมีเชื้อโรคไวรัสอยู่ในร่างกายได้อย่างยาวนาน
4. ทีนี้ก็ต้องมาดูกันว่าคนที่หายจากโควิดแล้วนั้นจะสามารถแพร่เชื้อต่อไปได้อีกไหม?
(๓) หมอที่ทำและการรักษาเสนอว่า
1. ตอนนี้เราเน้นรักษาคนไข้ ที่ติดเชื้อ แต่คนที่รักษาหายแล้วนั้นอาจยังมีเชื้อไวรัสอยู่ในร่างกาย ต้องดูต่อไปและศึกษา วิจัยว่าจะแพร่เชื้อได้อีกไหม?
2. หากเป็นอย่างนี้สงครามกับโควิดก็ยังไม่จบลงง่ายๆ
เลยแนะนำว่าภายในปีนี้ถึงปีหน้าออกไปข้างนอกก็ต้องใส่หน้ากากอนามัยและอย่าไปที่คนรวมกลุ่มกันเยอะๆ รักษาระยะห่าง 2 เมตร
*****
มีรายงานวิจัยอ้างอิงจำนวนมาก เคยเอามาลงตั้งแต่โควิตระบาดใหม่ๆ คงจำได้นะครับ ช่วงมกรา ถึงเมษายน
จีนเป็นชาติที่หมอยอมเสี่ยงตายผ่าศพเพื่อตรวจผลการทำลายอวัยวะภายในอย่างละเอียด ผ่าไปสิบเอ็ดร่าง ถือเป็นอาจารย์ใหญ่ ประเทศอื่นไม่กล้าทำ
ความน่ากลัวของโควิตคือผลที่ตามมา แม้จะออกจากโรงพยาบาลแล้วก็ตาม จีนต้องเอาคนป่วยเก่ามาตรวจใหม่หลายแสนคน
มีคำแนะนำบางอย่างที่ผมขอตัดออก
ผมเกรงผลที่ตามมาของโควิตต่อประชากรโลก มีผู้ป่วยน้อยจะปลอดภัยต่อสังคมระยะยาว
ประเทศที่ผู้ป่วยโควิตมาก จะมีประชากรที่อ่อนแอ คาดคะเนอนาคตไม่ได้
รอบสองจะเข้าโจมตีหัวใจตรงๆ นี่คือผลการวิจัย ที่อ้างอิงได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79919</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของไวรัสโควิด-19, ดร.สมเกียรติ โอสถสภา, โรคซาร์ส, โรคเอดส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190626/image_big_5d12daba46c41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55841</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนยอดพุ่ง6พันแซงซาร์ส ออสซี่เพาะเชื้อโคโรนาได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ญี่ปุ่นและสหรัฐเริ่มอพยพพลเมืองออกจากอู่ฮั่นแล้วเมื่อวันพุธ ออสเตรเลียเตรียมเกาะคริสต์มาสไว้กักกันโรค ข่าวดีนักวิทยาศาสตร์ออสซี่เพาะเชื้อไวรัสโคโรนาสำเร็จ แต่ยอดตาย-ติดเชื้อยังพุ่งไม่หยุด ชาวจีนดับเพิ่มเป็น 132 ศพ ติดเชื้อเกือบ 6,000 รายแซงหน้าซาร์สแล้ว ยูเออีเป็นชาติแรกในตะวันออกกลางที่พบผู้ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ 2019-nCoV โดยพบผู้ติดเชื้อเพิ่มทั้งในจีนและต่างประเทศเมื่อวันพุธที่ 29 มกราคม 2563 จำนวนผู้เสียชีวิตซึ่งอยู่ในจีนทั้งหมด เพิ่มขึ้น 26 ราย เป็น 132 รายแล้ว ส่วนผู้ติดเชื้อภายในจีนเพิ่มขึ้นอีก 1,459 ราย เป็น 5,974 ราย เป็นจำนวนผู้ติดเชื้อที่มากกว่าการแพร่ระบาดของโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (ซาร์ส) ที่เคยมีคนติดเชื้อ 5,327 ราย ระหว่างปี 2545-2546 และคร่าชีวิตคนทั่วโลกเกือบ 800 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายนอกจีน มีรายงานผู้ติดเชื้อแล้วประมาณ 60 ราย ในอย่างน้อย 15 ประเทศ แต่ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ล่าสุดสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ประกาศว่าพบผู้ติดเชื้อในประเทศครั้งแรก เป็นครอบครัวชาวจีน 4 รายที่มาจากเมืองอู่ฮั่น เมืองเอกของมณฑลหูเป่ย์ ที่เป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดและมีผู้เสียชีวิตมากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการจีนได้ปิดเมืองอู่ฮั่นแล้วอย่างสิ้นเชิงตั้งแต่สัปดาห์ก่อน รวมถึงอีกกว่า 10 เมืองโดยรอบในมณฑลภาคกลางแห่งนี้ เพื่อจำกัดการเดินทางของประชากรราว 60 ล้านคน แต่หลายประเทศมีพลเมืองติดอยู่ภายในพื้นที่กักกันและกำลังเตรียมแผนอพยพคนของตน โดยญี่ปุ่นและสหรัฐเป็น 2 ประเทศแรกที่ส่งเครื่องบินมารับพลเมืองกลับไปแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เครื่องบินอพยพพลเมืองชาวญี่ปุ่น 206 คนจากอู่ฮั่นเดินทางถึงสนามบินฮาเนดะของกรุงโตเกียวเมื่อวันพุธ หลายคนเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเมื่อมาถึงบ้านเกิดด้วยความโล่งใจหลังจากต้องเผชิญกับบรรยากาศของความหวาดกลัวและสับสนที่นั่น ทางการญี่ปุ่นไม่ได้วางแผนบังคับกักกันโรค แต่ผู้โดยสาร 5 คนจากเที่ยวบินนี้บอกว่าพวกเขารู้สึกไม่ค่อยสบายและถูกส่งเข้าโรงพยาบาล สองรายได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคปอดอักเสบ แต่เจ้าหน้าที่กล่าวว่าต้องรอผลการตรวจว่าทั้งคู่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐรายหนึ่งกล่าวกับรอยเตอร์โดยขอสงวนนามว่า เที่ยวบินเหมาลำของสหรัฐออกจากเมืองอู่ฮั่นแล้ว โดยแหล่งข่าวนักการทูตสหรัฐเผยว่า มีผู้โดยสาร 220 คนบนเที่ยวบินนี้ เป็นนักการทูตและลูกจ้างสัญญาจ้างด้วย 50 ราย ที่เหลือเป็นพลเมืองอเมริกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายประเทศประกาศแผนรองรับพลเมืองที่จะอพยพกลับประเทศแล้ว เช่น อังกฤษ แมตต์ แฮนค็อก รัฐมนตรีสาธารณสุข ทวีตเมื่อวันพุธว่า อังกฤษมีแผนแยกผู้อพยพจากอู่ฮั่นเพื่อเฝ้าดูอาการนาน 14 วัน โดยสื่ออังกฤษรายงานว่ารัฐบาลอาจใช้ฐานทัพเป็นสถานที่กักกันโรค เมื่อค่ำวันอังคารรัฐบาลอังกฤษเพิ่งออกคำเตือนฉบับใหม่ขอให้พลเมืองหลีกเลี่ยงการเดินทางไปจีนแผ่นดินใหญ่หากไม่จำเป็น และห้ามการเดินทางไปหูเป่ย์อย่างสิ้นเชิง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลออสเตรเลียประกาศว่าจะช่วยอพยพพลเมืองออกจากเมืองอู่ฮั่นและมณฑลหูเป่ย์ แล้วจะใช้เกาะคริสต์มาสในมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์กักกันผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมาย เป็นสถานที่กักกันโรคนาน 14 วัน ขณะที่สื่อของออสเตรเลียรายงานเมื่อวันพุธด้วยว่า ทางการรัฐควีนส์แลนด์ได้กักกันนักฟุตบอลหญิงทีมชาติจีนพร้อมเจ้าหน้าที่รวม 32 คน ไว้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองบริสเบนเพื่อป้องกันไว้ก่อน แต่ขณะนี้ไม่มีใครแสดงอาการป่วย รายงานข่าวกล่าวว่า ชาวจีนคณะนี้เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น ซึ่งเดิมจะใช้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันฟุตบอลคัดเลือกเข้าแข่งโอลิมปิก แต่ย้ายมาจัดที่นครซิดนีย์แทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีความสำเร็จที่อาจเป็นพัฒนาการสำคัญสำหรับการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสชนิดนี้ เมื่อคณะนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันโดเฮอร์ตีในออสเตรเลียประกาศว่า พวกเขาสามารถเพาะไวรัสโคโรนาอู่ฮั่นในห้องแล็บได้แล้ว ซึ่งเป็นการเพาะเชื้อภายนอกจีนสำเร็จครั้งแรกโดยใช้ตัวอย่างจากผู้ป่วยรายหนึ่งในประเทศ ความสำเร็จครั้งนี้จะเป็น &amp;quot;ตัวเปลี่ยนเกม&amp;quot; สำหรับการวินิจฉัยโรค การมีไวรัสของจริงหมายถึงศักยภาพในการทดสอบอย่างเห็นผลและถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อีกด้านหนึ่ง สายการบินของหลายประเทศเริ่มใช้มาตรการระงับหรือลดเที่ยวบินมาจีน โดยบริติชแอร์เวย์เป็นสายการบินขนาดใหญ่แห่งแรกที่ประกาศระงับเที่ยวบินทั้งหมดทั้งขาเข้าและขาออกจากจีน โดยอ้างอิงคำแนะนำด้านการเดินทางของกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษ ไลออนแอร์ของอินโดนีเซียจะระงับการบินทั้งขาเข้าและขาออกจากจีนตั้งแต่วันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ คาเธ่ย์แปซิฟิคลดเที่ยวบินมากกว่า 50% สายการบินหลายแห่งของเมียนมาและเนปาลระงับเส้นทางไปจีนทั้งหมด อูรัลแอร์ไลน์ของรัสเซียระงับเที่ยวบินไปยังหลายเมืองของจีนก่อนหน้านี้ ก็ประกาศลดเที่ยวบินไปยังหลายเมืองในยุโรปที่จุดหมายของนักท่องเที่ยวชาวจีน เช่นกรุงปารีสและกรุงโรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ของสหรัฐประกาศลดเที่ยวบินไปจีน ตามคำแนะนำของทางการสหรัฐให้หลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็น โดยจะมีเที่ยวบินไปปักกิ่ง, ฮ่องกง และเซี่ยงไฮ้ ที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่วันที่ 1-8 กุมภาพันธ์ ขณะเดียวกัน ทำเนียบขาวซึ่งจัดประชุมติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดทุกวัน กำลังพิจารณาว่าจะออกคำสั่งระงับเที่ยวบินจากสหรัฐไปจีนทั้งหมดหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาซัคสถานเป็นประเทศล่าสุดที่หยุดออกวีซ่าแก่พลเมืองจีน และประกาศตัดการคมนาคมหลักๆ ที่เชื่อมกับจีนโดยตรง โดยจะระงับบริการรถโดยสารข้ามชายแดนตั้งแต่วันพุธ ระงับการเดินรถไฟข้ามแดนตั้งแต่วันเสาร์ และระงับเที่ยวบินตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศเล็กๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิก อย่างปาปัวนิวกินีถึงขั้นประกาศห้ามนักเดินทางจากเอเชียทั้งหมดเข้าประเทศ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55841</URL_LINK>
                <HASHTAG>พบผู้ติดเชื้อในตะวันออกกลาง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อพยพพลเมือง, อู่ฮั่น, เพาะเชื้อไวรัสโคโรนาสำเร็จ, โรคซาร์ส, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200129/image_big_5e3194f8099ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55559</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสรีภาพและโรคระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อือมม์ม์ม์...เล่นเอาเรื่อง โจรปล้นทอง เรื่อง พีเอ็ม 2 จุด 5 แทบชิดซ้ายตกคู ตกคลอง กันไปเลย&amp;nbsp; เมื่อเจอกับเรื่องไวรัสสายพันธุ์ใหม่จากเมืองจีน หรือไวรัสอู่ฮั่น หรืออะไรก็แล้วแต่จะเรียก เรียกว่า...ขนาดอยู่ไกลไปถึงกำแพงเมืองจีน แต่ในเมื่อโลกยุคนี้ มันแทบไม่มีพรมแดน ไม่มีเส้นแบ่งใดๆ เอาไว้เลย โดยเฉพาะใน สังคมอินเทอร์เน็ต การแพร่ระบาดของ โรคหูแหก-ตาแหก มันเลยออกจะน่าขนลุก ขนพอง ซะยิ่งกว่า โรคไวรัสอู่ฮั่น ไม่รู้กี่เท่า ต่อกี่เท่า...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือแม้เป็น โรคระบาด ที่มีคนไทยตกเป็นเหยื่ออยู่ประมาณ 4 ซ้า 5 ราย...แต่ถ้าเทียบกับโรคระบาดอย่าง โรคซาร์ส ที่เคยระบาดจากเมืองจีนอีกเหมือนกัน เมื่อช่วงเกือบ 20 ปีที่แล้ว หรือช่วงปี ค.ศ.2003 ช่วงนั้น...มันน่าจะน่าเกลียด น่ากลัว ซะยิ่งกว่าหลายต่อหลายเท่า ไม่ว่าในแง่จำนวนคนตาย ที่ปาเข้าไปเกือบพันราย (774 ราย) จำนวนผู้ติดเชื้อ ผู้ต้องสงสัยต้องเฝ้าระวัง ที่มากมายมหาศาลกว่า&amp;nbsp; โรคอู่ฮั่น ไม่รู้กี่ช่วงตัว เพราะตัวเลขล่าสุด เมื่อช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมา (24 ม.ค) จำนวนคนตายด้วยโรคนี้อยู่ที่ประมาณ 40 กว่าราย ผู้ที่ติดเชื้ออยู่ในราว 1,000 กว่าๆ โดยถ้าดูจากมาตรการชนิดเข้มข้น เฉียบขาด ของรัฐบาลจีน ที่ถึงขั้นปิดบ้าน-ปิดเมือง ไปเป็นแถบๆ ทั้งโปร่งใส ทั้งไม่คิดปิดบังใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย โอกาสที่น่าจะ เอาอยู่ ก็คงพอเป็นไปได้อีกไม่ช้า-ไม่นานนับจากนี้...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่สำหรับ โรคหูแหก-ตาแหก แล้ว...โอกาสที่จะ เอาอยู่ น่าจะลำบากมิใช่น้อย โดยเฉพาะประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา ที่แม้อยู่ภายใต้ฝ่าเท้า ฝ่าตีน ของ เผด็จการ มาเกือบครึ่งค่อนทศวรรษ แต่อะไรต่อมิอะไร...มันออกจะ เสรี ซะเหลือเกิน แถมไม่ได้ หูแหก-ตาแหก โดยความบริสุทธิ์และไร้เดียงสาอีกต่างหาก แต่พร้อมเสมอที่จะหันมา แง้บรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง โจรปล้นทอง เรื่อง พีเอ็ม 2 จุด 5 รวมไปถึงเรื่อง ไวรัสอู่ฮั่น ต่างก็สามารถหยิบมาใช้เป็นวัตถุดิบ เป็นเงื่อนไขและเหตุปัจจัย ในการเล่นงาน รัฐบาลบิ๊กตู่ ได้ในทุกๆ เรื่อง ทุกๆ กรณี...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และสำหรับ รัฐบาลบิ๊กตู่ นั้น...ไม่ว่าช่วงที่ยังเป็น เผด็จการละมุนภัณฑ์ หรือช่วงที่แปลงสภาพมาเป็น ประชาธิปไตยกระด้างภัณฑ์ ก็ดูจะยังคงความเป็น เสรี เอาไว้แบบชนิดเสมอต้น เสมอปลาย&amp;nbsp; คือพร้อมให้ใครต่อใครด่าเช้า ด่าเย็น แถมรอบสาย รอบบ่าย โดยไม่คิดมูลค่า ไม่คิดเก็บภาษีไม่ว่าจะเป็น ข่าวจริง-ข่าวปลอม ปล่อยให้ใครใคร่ค้า-ค้า ใครใคร่ขาย-ขาย ใครใคร่ปลอม-ปลอม เจ้าเมืองบ่เอาจังกอบ ไพร่ฟ้าเลยหน้าเหลือง หน้าเขียว ไปตามๆ กัน เรื่อง ไวรัสอู่ฮั่น ที่นอกจากจะแพร่ระบาดจากเมืองจีนโน่น เลยกลายเป็นเรื่องที่กลับส่งผลให้รัฐบาลไทย ชักเริ่มออกอาการมีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก&amp;nbsp; หายใจเหนื่อยหอบ ชนิดแทบไม่ต่างไปจากผู้ติดเชื้อไวรัสอู่ฮั่น ไปแล้วก็ว่าได้...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือถ้าเทียบกับยุค โรคซาร์ส แล้ว...มันยังไม่ถึงกับ หูแหก-ตาแหก เท่านี้ อาจเพราะช่วงนั้น&amp;nbsp; สังคมโซเชียล มีเดีย มันยังไม่ถึงกับกว้างขวาง ใหญ่โต อะไรมาก แต่มาถึงยุคนี้...ยุคที่ผู้ใช้บริการ เฟซบุ๊ก มากที่สุดในโลก อยู่ที่กรุงเทพมหานครของเรานี่เอง ยุคที่ผู้ซึ่งใช้เวลาไปกับอินเทอร์เน็ตเทียบเป็นรายชั่วโมง มากที่สุดในโลก ก็อยู่ที่ประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮาอีกนั่นแหละ อาการ หูแหก-ตาแหก ทั้งแบบบริสุทธิ์และไร้เดียงสา และทั้งแบบ มีงาน หรือมี วาระซ่อนเร้น ติดปลายนวมในทุกๆ เรื่อง ทุกๆ กรณี มันเลยแพร่ระบาดหนักซะยิ่งกว่า โรคไวรัสอู่ฮั่น ไม่รู้กี่เท่า ต่อกี่เท่า...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่การที่ รัฐบาลบิ๊กตู่ ไม่ว่ายุคเผด็จการละมุนภัณฑ์ หรือยุคประชาธิปไตยกระด้างภัณฑ์...ท่านดูจะไม่ค่อยได้ให้ความสนใจต่อสิ่งเหล่านี้มากมายซักเท่าไหร่ จะด้วยเหตุเพราะความ ใจกว้าง หรือเพราะคิดว่าด่าก็ด่าไป แต่ยังไงๆ ย่อมไม่อาจโค่นล้มรัฐบาล ไม่ว่าช่วงที่มีกองทัพหนุนหลังอยู่ทั้งกองทัพ หรือช่วงที่ได้กลายเป็นพรรคการเมืองเสียงข้างมากโดยมีลิงกินกล้วย และงูเห่าพร้อมเลื้อยรัดไว้อีกด้วย ได้โดยเด็ดขาด ท่านเลยอาจไม่คิดถือสา หาความ หรือไม่ ประการใด ก็ยากจะคาดเดาได้ การแพร่ระบาดของสิ่งเหล่านี้ มันเลยยิ่งมาแรง แซงโค้ง ยิ่งหนักข้อเข้าไปทุกที...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็นั่นแหละ...แม้การแพร่ระบาดของอะไรต่อมิอะไรในโลกโซเชียล มีเดีย หรือโลกเสมือนจริงนั้น มันคงไม่อาจโค่นล้ม เล่นงานผู้ที่อยู่ในโลกแห่งความจริงอย่างรัฐบาลได้ง่ายๆ แต่การที่มันได้ก่อให้เกิดการเบี่ยงเบน บิดเบือน สิ่งต่างๆ ไปจากสิ่งที่เป็นจริง หรือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง จนทำให้ผู้คนในสังคมจำนวนไม่น้อย ออกจะยากลำบากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ในการ แยกถูก-แยกผิด หรือกระทั่ง แยกดี-แยกชั่ว อันนี้...ก็เป็นอะไรที่น่าห่วง น่าหนักใจ มิใช่น้อย โดยเฉพาะเมื่อมองไปถึง ภาพรวม ถึงสังคมและประเทศชาติที่จำนวนผู้ไม่รู้ผิด-รู้ถูก ไม่รู้ดี-รู้ชั่ว อาจทวีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โอกาสจะไปควานหา ประชาชนผู้มีธรรม อันถือเป็นพื้นฐานสำคัญของ ระบอบประชาธิปไตย ดังที่ ท่านพุทธทาสภิกขุ ท่านเคยเน้นย้ำไว้ว่า ต้องอาศัยแต่ ประชาผู้มีธรรม เท่านั้น มันถึงจะไม่กลายสภาพเป็น ประชาธิป...ตาย ได้จริงๆ ก็น่าจะยิ่งลำบาก ยากเย็น ยิ่งขึ้นไปใหญ่...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะภายใต้สภาวะที่ปวงชนชาวไทยไม่รู้ผิด-รู้ถูก ไม่รู้ดี-รู้ชั่ว ทวีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ...ไม่ว่าจะ&amp;nbsp; เลือกตั้ง ซักกี่ครั้ง ต่อกี่ครั้ง โอกาสที่ พรรคเทวดา หรือ พรรคนางฟ้า จะนอนมานั้น น่าจะยากซ์ซ์ซ์เอามากๆ ไม่ต่างไปจากการเลือกตั้งใน นรก นั่นแหละพรรคที่จะมีโอกาสแลนด์สไลด์ แอฟวะลานช์ ได้คะแนนนิยมแบบถล่มทลาย น่าจะได้แก่ประเภท พรรคอสูร พรรคมาร หรือ พรรคซาตาน ฯลฯ นั่นแหละมากกว่า จนสุดท้าย...ประชาธิปไตยไม่ว่าแบบไหน ลักษณะไหน ก็อาจต้อง...ตาย...กันอีกจนได้!!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Burke (อีกครั้ง...และอีกครั้ง)... &amp;ldquo;What is liberty without wisdom&amp;nbsp; and without virtue? It is the greatest of all possible evils. - เสรีภาพที่ปราศจากปัญญาและคุณธรรม จะต่างอะไรไปจากความชั่วที่ร้ายกาจที่สุด...&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ----------------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55559</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่านขุนน้อย, โรคซาร์ส, โรคอู่ฮั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180113/5a59fd579d53a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
