<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111315</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 19:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผลการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 (ไตรมาสที่ 3)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด - 19 ในส่วนของการพิจารณาร่างกฎหมายและการให้ความเห็นทางกฎหมายนั้น ต้องมีความรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยแก้ไข ช่วยเหลือ และบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน โดยมีการพิจารณาจัดทำร่างกฎหมายที่สำคัญ อาทิ ร่างพระราชบัญญัติโรคติดต่อ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 โดยมีการแก้ไขคำนิยามเกี่ยวกับ &amp;ldquo;โรคติดต่อ&amp;rdquo; ให้ชัดเจน เพื่อให้ครอบคลุมและเท่าทันสถานการณ์โรคระบาดร้ายแรง กำหนดให้มีมาตรการที่จำเป็น และมีประสิทธิภาพในการป้องกัน ระงับ ควบคุม หรือขจัดโรคติดต่อ ที่มีการระบาดทั้งในกรณีปกติและในกรณีที่มีความรุนแรงให้ยุติ หรือบรรเทาลงโดยเร็ว รวมถึงการกำหนดสิทธิของบุคคลที่จะได้รับ การป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายอย่างเหมาะสม เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองประชาชนจากภยันตรายอันจะเกิดจากการระบาดของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของโควิด -19 ยังส่งผลต่อการประกอบกิจการในภาคส่วนต่าง ๆ ส่งผลต่อนายจ้างและลูกจ้างผู้ประกันตน ซึ่งร่างกฎหมายที่จะช่วยลดภาระของผู้ประกอบการและลูกจ้างในส่วนนี้ได้ อาทิ 1) ร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม พ.ศ. .... เป็นการลดเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมเป็นเวลา 3 เดือน (มิถุนายน - สิงหาคม 2564) ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของนายจ้างและผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 2) ร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์สำหรับการโอนทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันการชำระหนี้ให้แก่บุคคลธรรมดา บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล และสถาบันการเงิน ในกรณีเป็นการโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชำระหนี้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดตามพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 3) ร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. &amp;hellip;.) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ โดยการจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ของสถาบันการเงิน ที่ได้ปลดหนี้ให้ลูกหนี้เนื่องจากการรับโอนทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันเพื่อชำระหนี้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และให้สามารถทำได้โดยไม่ต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้เดิม เช่น ต้องมีการติดตามทวงถาม มีการฟ้องร้องดำเนินคดี เป็นต้น 4) ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึ่งสมัครเป็นผู้ประกันตน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และ 5) ร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบที่รัฐบาลจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคมสำหรับบุคคล ซึ่งสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. .... เป็นการปรับปรุงอัตราเงินสมทบที่รัฐบาลและผู้ประกันตนต้องจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคมเพื่อประโยชน์ทดแทน และเป็นการลดอัตราการจ่ายเงินสมทบของผู้ประกันตน ตามมาตรา 40 เป็นเวลา 6 เดือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ร่างกฎหมายเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของผลการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในไตรมาสที่ 3 ของปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 (1 เมษายน - 30 มิถุนายน 2564) ซึ่งเป็นการปฏิบัติงานภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่มีการแพร่ระบาดมากยิ่งขึ้น และเป็นการทำงานในรูปแบบ Work From Home ในอัตราร้อยละ 90 โดยใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยในการทำงาน ได้แก่ การใช้อีเมล OCS, การรับส่งเอกสารผ่านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ saraban@ocs.go.th, ไลน์ OCS Staff, ระบบ OCS SMART, และการประชุมคณะกรรมการในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Microsoft Teams เพื่อเป็นการป้องกันและช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาด โดยในไตรมาสที่ 3 นี้ สำนักงานฯ ได้รับเรื่องจากคณะรัฐมนตรี และหน่วยงานต่าง ๆ มาดำเนินการแล้วเสร็จ รวมทั้งสิ้น 388 เรื่อง แบ่งออกเป็นงานจัดทำร่างกฎหมาย 117 เรื่อง (ร่างพระราชบัญญัติ 12 เรื่อง ร่างพระราชกำหนด 1 เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกา 33 เรื่อง ร่างกฎกระทรวง 58 เรื่อง ร่างประกาศ 9 เรื่อง และร่างระเบียบ 4 เรื่อง) งานให้ความเห็นทางกฎหมาย 270 เรื่อง และคำแปลกฎหมาย 1 เรื่อง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มุ่งเน้นการพัฒนางานด้านกฎหมายตามภารกิจไปสู่เป้าหมาย คือ &amp;ldquo;Better Regulation for Better Life&amp;rdquo; หรือพัฒนากฎหมายให้ดีเพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อให้กฎหมายที่ออกมาใช้บังคับเป็นกฎหมายที่ดี ทันต่อสถานการณ์ของโลกปัจจุบัน เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111315</URL_LINK>
                <HASHTAG>Better Regulation for Better Life, การพิจารณาร่างกฎหมาย, การรับส่งเอกสารผ่านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์, การให้ความเห็นทางกฎหมาย, บรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน, มุ่งเน้นการพัฒนางานด้านกฎหมาย, ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ, ร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม, ร่างพระราชบัญญัติโรคติดต่อ, สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, โรคติดต่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210727/image_big_60fffad1c7135.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95179</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2021 14:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2021 11:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยพบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มอีก 64 ราย หายป่วยแล้ว 25,686 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มี.ค.64 - &amp;nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. เปิดเผยสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 64 ราย จากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 29 ราย แบ่งเป็น จังหวัดกรุงเทพฯ 2 ราย นนทบุรี 1 ราย ตาก 2 ราย สมุทรสาคร 24 ราย จากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 25 ราย แบ่งเป็น จังหวัดกรุงเทพฯ 4 ราย ปทุมธานี 4 ราย สมุทรสาคร 17 ราย และผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ เข้าสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 10 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 26,305 ราย มีผู้ป่วยหายเพิ่มขึ้นถึง 45 ราย รวมหายป่วยสะสม 25,686 ราย อยู่ระหว่างรักษา 534 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ยอดเสียชีวิตสะสม 85 ราย ขณะที่สถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 116,216,580 ราย เสียชีวิตสะสม 2,581,649 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95179</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ติดเชื้อโควิด, ศบค., โควิด-19, โรคติดต่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210306/image_big_60430a68632b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92167</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2021 09:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2021 09:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระ&#039; ชี้ผู้ติดเชื้อโควิดลดลง ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.พ.64 - &amp;nbsp;รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ทั่วโลก 6 กุมภาพันธ์ 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงนี้เพิ่มในอัตราเร็ว 1 ล้านทุกๆ 2 วัน สายพันธุ์สหราชอาณาจักรกำลังขยายตัวไปทั่วโลกทดแทนสายพันธุ์ G614 เพราะแพร่ได้เร็วกว่าราว 50% หรือ 1.5 เท่า คาดว่าจะทำให้เกิดระลอกที่สามในหลายต่อหลายประเทศตามมา แม้ตอนนี้ประเทศส่วนใหญ่ต่อสู้ระลอกสองยังไม่เสร็จสิ้นก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 529,629 คน รวมแล้วตอนนี้ 105,848,431 คน ตายเพิ่มอีก 16,082 คน ยอดตายรวม 2,306,399 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 145,416 คน รวม 27,381,005 คน ตายเพิ่มอีก 4,344 คน ยอดตายรวม 470,150 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดีย ติดเพิ่ม 12,391 คน รวม 10,815,222 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บราซิล ติดเพิ่ม 50,872 คน รวม 9,447,165 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัสเซีย ติดเพิ่ม 16,714 คน รวม 3,917,918 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหราชอาณาจักร ติดเพิ่มอีก 19,114 คน รวม 3,911,573 คน ยอดตายรวมขณะนี้ 111,264 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6-10 เป็น ฝรั่งเศส ตุรกี อิตาลี สเปน และเยอรมัน ส่วนใหญ่ติดกันหลายพันถึงหลายหมื่นต่อวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงอิหร่าน บังคลาเทศ อิสราเอล อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็ยังมีติดเชื้อเพิ่มต่อเนื่องแบบทรงตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมียนมาร์ เกาหลีใต้ และไทย ติดเพิ่มหลายร้อย ส่วนจีน ฮ่องกง เวียดนาม และสิงคโปร์ ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่กัมพูชา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเดนมาร์กทะลุสองแสนไปแล้ว ในขณะที่เกาหลีใต้ยอดรวมเกินแปดหมื่น ส่วนญี่ปุ่นกำลังจะแตะสี่แสนในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เห็นชัดเจนตอนนี้คือ อเมริกา เดนมาร์ก และเวียดนาม ที่กำลังปวดหัวกับสายพันธุ์สหราชอาณาจักรที่ทำให้ระบาดในประเทศอยู่ตอนนี้ ทางอเมริกาคาดว่าภายในฤดูใบไม้ผลิ จะเห็นสายพันธุ์นี้เป็นสายพันธุ์ที่ครองการระบาดในประเทศทดแทนสายพันธุ์เดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่เดนมาร์กนั้นพบว่าสายพันธุ์สหราชอาณาจักรคิดเป็น 0.5% ของการติดเชื้อทั้งหมดในประเทศตอนช่วงต้นธันวาคมปีที่แล้ว แต่ตอนปลายมกราคมที่ผ่านมาพบว่าเพิ่มขึ้นเป็น 13% ทำให้คาดกันว่าระลอกสามของเค้าจะมีโอกาสเกิดจากสายพันธุ์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวียดนามติดเชื้อเพิ่มหลักสิบมาติดต่อกัน 9 วัน ก็เพราะการระบาดของสายพันธุ์นี้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบ้านเรา...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คาดการณ์ไว้ให้ เผื่อเราทุกคนจะได้วางแผนจัดการชีวิตด้านต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากเราติดปัญหาการตรวจที่ไม่ครอบคลุมเพียงพอ และไม่สามารถตรวจปริมาณมากอย่างต่อเนื่องเหมือนประเทศอื่นได้ ดังที่เคยนำเสนอข้อมูลของต่างประเทศมาเปรียบเทียบให้เห็นไปแล้วก่อนหน้านี้ ทำให้มีโอกาสที่คนติดเชื้อที่ไม่รู้ตัว หรือไม่ได้รับการตรวจนั้นมีอีกจำนวนไม่น้อย กระจายไปตามพื้นที่ต่างๆ ศึกระลอกสองนี้จึงยังไม่ได้สิ้นสุด แม้ถัดจากนี้เราอาจเห็นจำนวนรายงานการติดเชื้อรายวันที่ลดลงกว่าเดิม แต่ขอให้ระลึกไว้ว่าเป็นผลจากเรื่องสมรรถนะการตรวจคัดกรองที่มีจำกัด ไม่สามารถแปลได้ว่าสถานการณ์ปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การระแวดระวังตัวในการใช้ชีวิตประจำวัน ป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด จึงจำเป็นอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คาดว่าหลังกลางมีนาคม จะเป็นตัวตัดสินว่าอัตราการติดเชื้อรายวันของเราจะมีโอกาสคงที่อยู่ประมาณไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากประสบการณ์ของประเทศอื่นๆ ที่ผ่านพ้นระลอกสองไปแล้ว หากอัตราการติดเชื้อต่อวันคงที่อยู่ประมาณหลักสิบอยู่ราว 2 สัปดาห์ เค้ามักจะเริ่มเห็นการระบาดระลอกถัดไปภายใน 10 สัปดาห์ หรือ 2.5 เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่หากเป็นหลักร้อย หรือหลักพัน หรือหลักหมื่น ระยะเวลาจะสั้นลงเรื่อยๆ โดยลดลงประมาณ 21 วันหรือ 3 สัปดาห์ในแต่ละหลักที่เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นแปลว่า โอกาสระบาดซ้ำจะเร็วจะช้าขึ้นอยู่กับความสามารถในการจัดการการระบาดครั้งนี้ให้ลดลงได้เพียงใด หากกดการระบาดให้เหลือน้อยมากๆ โอกาสระบาดซ้ำก็จะช้าลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตราบใดที่การระบาดยังลามรุนแรงทั่วโลก และยังไม่สามารถฉีดวัคซีนที่มีคุณภาพให้แก่ประชากรในประเทศได้อย่างครอบคลุม โอกาสระบาดซ้ำย่อมมี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เล่ามาให้พวกเราได้ตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด จะได้มีสติ และใช้ความรู้ในการวางแผนดำเนินชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใส่หน้ากากเสมอ ล้างมือบ่อยๆ อยู่ห่างคนอื่นหนึ่งเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ออกจากบ้านเท่าที่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลดละเลี่ยงการกินดื่มในร้าน ซื้อกลับจะปลอดภัยกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ใช่เวลาเที่ยว สังสรรค์ พบปะกันเป็นกลุ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คอยสังเกตอาการตนเองและครอบครัว หากไม่สบาย ให้หยุดเรียนหยุดงานแล้วรีบไปตรวจรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยรักต่อทุกคน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92167</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีระ วรธนารัตน์, โควิด19, โรคติดต่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200708/image_big_5f05230a5ece1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90736</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2021 10:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2021 10:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เศร้า! พิจิตร สังเวยโควิด-19 เพิ่มอีก 1 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ม.ค.64 - เมื่อเวลา 09.15 น. นายรังสรรค์ ตันเจริญ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับผู้สื่อข่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นการแพร่ระบาดระลอกใหม่ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา จังหวัดพิจิตรพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดจำนวน 9 ราย &amp;nbsp;ซึ่งล้วนเกี่ยวข้องกับจังหวัดสมุทรสาคร จากนั้นจังหวัดพิจิตรก็ปฏิบัติการป้องกันเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น ซึ่งในรอบ 20 วันที่ผ่านมา ไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด 19 เพิ่มเติมแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรังสรรค์ &amp;nbsp; กล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด 19 เป็นคุณตาอายุ 81 ปี &amp;nbsp;เป็นชาวบ้านตำบลบางลาย &amp;nbsp; อำเภอบึงนาราง &amp;nbsp; จังหวัดพิจิตร ที่ติดเชื้อโควิด 19 จากลูกชายที่เดินทางมาจาก จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2563 ที่ผ่านมา ได้เสียชีวิตลงแล้ว ซึ่งนับเป็นผู้ติดเชื้อโควิด 19 รายแรกของจังหวัดพิจิตร ที่เสียชีวิตสาเหตุเนื่องจากเกิดโรคแทรกซ้อน รวมถึงผู้ป่วยรายนี้มีอายุมากแล้ว ประกอบกับมีโรคประจำตัวหลายโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับเหตุการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ที่เกิดขึ้น กับครอบครัวของผู้เสียชีวิตรายนี้ &amp;nbsp;พบว่าทั้งครอบครัวที่อยู่จังหวัดพิจิตรและที่อยู่จังหวัดสุทรสาครรวมติดเชื้อทั้งหมด 11 คน &amp;nbsp; ส่วนศพของผู้เสียชีวิตญาติยังคงขอฝากศพไว้ที่โรงพยาบาลพิจิตรก่อน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90736</URL_LINK>
                <HASHTAG>การติดเชื้อไวรัสโควิด-19, รังสรรค์ ตันเจริญ, โควิด19, โรคติดต่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210123/image_big_600b97a87ced7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90733</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2021 10:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2021 10:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระ&#039; ชี้ไทยยังตรวจโควิดเชิงรุกน้อยกว่าประเทศอื่น คาดมีผู้ติดเชื้อที่ยังไม่ได้ตรวจอีกไม่น้อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ม.ค.64 - ศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ทั่วโลก 23 มกราคม 2564...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝรั่งเศสทะลุสามล้านไปแล้วเป็นประเทศที่ 6&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 707,690 คน รวมแล้วตอนนี้ 98,656,163 คน ตายเพิ่มอีก 17,458 คน ยอดตายรวม 2,113,245 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 207,562 คน รวม 25,342,603 คน ตายเพิ่มอีก 4,307 คน ยอดตายรวม 423,079 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดีย ติดเพิ่ม 15,044 คน รวม 10,640,464 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บราซิล ติดเพิ่มถึง 56,552 คน รวม 8,753,920 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัสเซีย ติดเพิ่ม 21,513 คน รวม 3,677,352 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหราชอาณาจักร ติดเพิ่มอีก 40,261 คน รวม 3,583,907 คน ล่าสุดมีรายงานข่าวว่าไวรัสสายพันธุ์สหราชอาณาจักรที่ระบาดอยู่นั้นมีแนวโน้มที่จะรุนแรงกว่าไวรัสสายพันธุ์เดิม เนื่องจากพบว่ามีอัตราการเสียชีวิตสูงขึ้นกว่าเดิม หากเป็นเช่นนั้นจริง แต่ละประเทศทั่วโลกอาจต้องเฝ้าระวัง ป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดของสายพันธุ์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6-10 เป็น ฝรั่งเศส ตุรกี อิตาลี สเปน และเยอรมัน ส่วนใหญ่ติดกันหลายพันถึงหลายหมื่นต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาจต้องติดตามสเปนอย่างใกล้ชิด รายงานจำนวนติดเชื้อใหม่รายวันดูสูงขึ้นกว่าเดิมพอสมควร ลักษณะการระบาดเป็นระลอกสาม ซึ่งยอดติดเชื้อสูงสุดต่อวันมากกว่าระลอกแรก 4 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงอิหร่าน บังคลาเทศ อิสราเอล อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็ยังมีติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมียนมาร์ เกาหลีใต้ ไทย และจีน ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนฮ่องกง และสิงคโปร์ ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่นิวซีแลนด์ กัมพูชา และเวียดนามติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...สถานการณ์ในเมียนมาร์ เมื่อวานติดเพิ่มขึ้นอีก 425 คน ตายเพิ่มอีก 18 คน ตอนนี้ยอดรวม 136,591 คน ตายไป 3,031 คน อัตราตายตอนนี้ 2.2%...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับไทยเรานั้น ยังขอยืนยันว่า การตรวจเชิงรุกด้วยวิธี&amp;quot;สุ่มตรวจ&amp;quot;นั้น ต่อให้ผลออกมาไม่เจอผู้ติดเชื้อ แต่คนที่ไม่ถูกสุ่มตรวจนั้นอาจมีการติดเชื้ออยู่และแพร่ระบาดได้มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การไปสุ่ม 50 คนจากแต่ละโรงงานนั้น ไม่เกิดประโยชน์ เพราะไม่สามารถสะท้อนสถานการณ์จริงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือแม้แต่การจะไปคัดเลือกแค่บางโรงงานในจังหวัดมาตรวจ โดยอ้างว่าเคยมีประวัติตรวจพบคนติดเชื้อมาก่อนนั้น ก็ไม่เกิดประโยชน์เช่นกัน เพราะเวลาที่ผ่านมานั้นนานพอที่จะเกิดการแพร่กระจายไปทั่วพื้นที่จังหวัด โรงงานอื่นที่ไม่เคยมีเคสติดเชื้อมาก่อน ก็อาจมีอยู่เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พื้นที่จังหวัดใดที่มีการระบาดเป็นสีแดงเข้ม และแดง จำเป็นต้องมีระบบการตรวจที่สามารถจำนวนมาก ครอบคลุม และต่อเนื่อง ต้องใช้เวลา ไม่สามารถเร่งรีบทำเพื่อหวังจะสรุปปิดยอดสิ้นเดือนอย่างที่หวังได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากเทียบตัวต่อตัว เกาหลีใต้ อัตราตรวจพบติดเชื้อจากการส่งตรวจพอๆ กับเรา แต่เค้าตรวจจำนวนมากกว่าเราถึง 5 เท่า จำนวนผู้ติดเชื้อต่อวันที่รายงานก็เยอะกว่าเรา 3-5 เท่ามาตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะเดียวกัน สหราชอาณาจักรมีประชากร 66.5 ล้านคน พอๆ กับเรา ตอนนี้ระบาดหนัก ติดเชื้อหลายหมื่นต่อวัน เค้าตรวจแต่ละวันกว่า 500,000 ครั้ง จำนวนการตรวจต่อประชากร 1,000 คนของสหราชอาณาจักรมากกว่าเราถึง 40 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยจำนวนการตรวจที่ไทยทำ ถือว่าน้อยกว่าประเทศอื่น และทำให้เราพอคาดการณ์ได้ว่าจะมีคนที่ติดเชื้อโดยยังไม่ได้รับการตรวจอีกจำนวนไม่น้อยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นขอให้ประชาชนดำรงชีวิตอย่างมีสติ ป้องกันตัวเองอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใส่หน้ากากเสมอ ล้างมือ อยู่ห่างๆ คนอื่นหนึ่งเมตร และสังเกตอาการตนเองและครอบครัว หากไม่สบายคล้ายไข้หวัด ขอให้หยุดเรียนหยุดงานและรีบไปตรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยรักต่อทุกคน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90733</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, โควิด19, โรคติดต่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200615/image_big_5ee6f2b37dab7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90002</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2021 09:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2021 09:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตัดวงจรระบาดโควิด-19 &#039;หมอธีระ&#039; แนะจำกัดการเคลื่อนไหวของคนอย่างเข้มข้น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ม.ค. 64 - รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;Thira Woratanarat โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ทั่วโลก 16 มกราคม 2564...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทะลุ 94 ล้าน ตายเกิน 2 ล้านคนไปแล้ว ด้วยอัตราเร็วแบบนี้การติดเชื้อรวมจะเกิน 100 ล้านคนก่อนสิ้นเดือนมกราคมอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 826,240 คน รวมแล้วตอนนี้ 94,203,413 คน ตายเพิ่มอีก 18,058 คน ยอดตายรวม 2,015,528 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกา ยอดรวมเกิน 24 ล้านไปเรียบร้อยแล้ว ตายเกินสี่แสน เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 273,694 คน รวม 24,045,439 คน ตายเพิ่มอีก 4,474 คน ยอดตายรวม 401,160 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยอัตราตายต่อวันเช่นนี้ของอเมริกา จะมากเกินกว่าที่ Institute of Health Metrics and Evaluation ของมหาวิทยาลัยวอชิงตัน เคยคาดประมาณไว้ตอนธันวาคมปีที่แล้วว่าจะตายราว 539,000 คน ณ 1 เมษายน 2021 หากคำนวณตอนนี้อาจมากกว่าที่คาดเดิมกว่าแสนคน คงต้องเอาใจช่วยให้สามารถคุมโรคได้โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดีย ติดเพิ่ม 14,222 คน รวม 10,542,068 คน
บราซิล ติดเพิ่มถึง 66,047 คน รวม 8,390,341 คน&amp;nbsp;
รัสเซีย ติดเพิ่ม 24,715 คน รวม 3,520,531 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหราชอาณาจักร ติดเพิ่มอีก 55,761 คน รวม 3,316,019 คน สถานการณ์ดูรุนแรงขึ้น ติดเชื้อรายวันเกินห้าหมื่นขึ้นมาอีกครั้ง ขณะนี้ตายเกินพันคนต่อวัน ยอดรวมตายไปแล้ว 87,295 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6-10 เป็น ฝรั่งเศส ตุรกี อิตาลี สเปน และเยอรมัน ส่วนใหญ่ติดกันหลักหมื่นต่อวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สเปนนั้นน่าจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะขณะนี้เหมือนเข้าสู่ระลอกสามอย่างเต็มตัว ติดเชื้อต่อวันล่าสุดเกินสี่หมื่นคนแล้ว ยอดติดเชื้อสูงสุดต่อวันในครั้งนี้สูงกว่าระลอกแรก 4 เท่า และสูงกว่าระลอกสอง 2 เท่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝั่งอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงอิหร่าน บังคลาเทศ อิสราเอล อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลายหมื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็ยังมีติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมียนมาร์ เกาหลีใต้ จีน และไทย ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนฮ่องกง สิงคโปร์ กัมพูชา และนิวซีแลนด์ ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่เวียดนาม และออสเตรเลีย ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...สถานการณ์ในเมียนมาร์ เมื่อวานติดเพิ่มขึ้นอีก 513 คน ตายเพิ่มอีก 14 คน ตอนนี้ยอดรวม 133,378 คน ตายไป 2,926 คน อัตราตายตอนนี้ 2.2%...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคมปีที่แล้ว เคยคาดประมาณจากบทเรียน 75 ประเทศทั่วโลกว่า หากไทยเราเข้าสู่การระบาดซ้ำอย่างเต็มตัว เราอาจต้องใช้เวลา 88 วัน หรือเกือบสามเดือนในการจัดการการระบาดครั้งนี้ และมีโอกาสที่จะมียอดติดเชื้อสูงสุดได้ถึง 940 คนต่อวัน โดยมียอดติดเชื้อรวม 23,635-33,088 คน ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับว่าเราจะสู้อย่างเต็มที่ในช่วง 4 สัปดาห์แรกหลังจากเริ่มระบาดซ้ำได้มากน้อยเพียงใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คราวนี้พอลองมาคาดประมาณโดยอีกแนวทางหนึ่ง คือ การประเมินขนาดของภูเขาน้ำแข็งที่โผล่เหนือน้ำ และขนาดของน้ำแข็งใต้น้ำ โดยดูจากข้อมูลอัตราการตรวจพบว่าติดเชื้อจากการส่งตรวจ หรือ positivity rate ในประเทศที่ใกล้เคียงกับไทยคือ เกาหลีใต้ พบว่าเค้ามีอัตราพอๆ กับเราคือ 1.3% (ข้อมูลจาก Ourworldindata วันที่ 10 มกราคม 2564) จำนวนการตรวจต่อประชากร 1,000 คนของเค้ามากกว่าเรา 5 เท่า และมีรายงานการตรวจพบจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ต่อวันมากกว่าเราหลายเท่า สอดคล้องกับตรรกะที่ว่า หากตรวจจะมีโอกาสเจอเยอะ ตรวจน้อยก็มีโอกาสเจอน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัดขวางในวันที่มีอัตราการตรวจพบว่าติดเชื้อเท่ากันคือ1.3% นั้น จะพบว่าเกาหลีใต้จะพบคนติดเชื้อเยอะกว่าเรา 2.7 เท่า หากลักษณะการกระจายของกลุ่มตรวจมีการผสมในสัดส่วนลักษณะพอๆ กัน ด้วยข้อมูลต่างๆ ข้างต้น คาดประมาณว่าส่วนที่โผล่พ้นน้ำจะเป็นเพียง 27.03% และหากเทียบตามสัดส่วนแล้ว จำนวนการติดเชื้อในการระบาดซ้ำครั้งนี้ที่เราพบราว 7,000 คนสะสมถึงปัจจุบันนั้น อาจมีคนติดเชื้อทั้งหมดประมาณ 25,926 คน ซึ่งดูจะสอดคล้องในพิสัยการคาดประมาณจากประสบการณ์ระบาดซ้ำของ 75 ประเทศทั่วโลกที่เคยทำไว้เดือนธันวาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เล่ามานั้นเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาวางแผนชีวิตของเราทุกคน ขอให้ป้องกันตัวอย่างเคร่งครัดเต็มที่ เพราะการระบาดครั้งนี้กระจายไปทั่ว ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มเสี่ยง แต่ไปถึงคนทั่วไปที่ดำรงชีวิตประจำวันในกิจกรรมต่างๆ รวมถึงสมาชิกในครอบครัวและเพื่อนฝูงในที่ทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยิ่งล่าสุดงานวิจัยใน JAMA ที่เพิ่งตีพิมพ์ออกมาในวันที่่ 7 มกราคมที่ผ่านมานี้ ประมาณว่า 59% ของการติดเชื้อทั้งหมดเกิดจากการแพร่เชื้อของคนที่ติดเชื้อโดยที่ไม่มีอาการ ยิ่งเป็นตัวตอกย้ำให้เราระวังการใช้ชีวิตประจำวัน เพราะมีโอกาสรับเชื้อจากคนที่เราใกล้ชิด หรือเราเองอาจมีการติดเชื้อโดยไม่รู้ตัวและไปแพร่ให้ครอบครัว เพื่อนฝูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจะตัดวงจรระบาดนี้ได้ ต้องจำกัดการเคลื่อนไหวของคนอย่างเข้มข้นเพียงพอ ควบคู่ไปกับรณรงค์การป้องกันของทุกคน และเร่งตรวจหาผู้ติดเชื้อแฝงในประเทศครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใส่หน้ากากเสมอ ล้างมือบ่อยๆ อยู่ห่างคนอื่นหนึ่งเมตร อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อตัวคุณ ออกจากบ้านเท่าที่จำเป็น ซื้ออาหารกลับไปกินที่บ้าน ไม่ควรกินดื่มในร้านหากไม่จำเป็น และคอยสังเกตอาการตนเองและครอบครัว หากไม่สบาย ให้รีบไปตรวจรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยรักต่อทุกคน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90002</URL_LINK>
                <HASHTAG>รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, โควิด19, โรคติดต่อ, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200615/image_big_5ee6f2b37dab7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89263</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2021 10:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2021 10:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระ&#039; วิเคราะห์ความเป็นไปได้ที่ไทยเราอาจต้องเตรียมตัวเผชิญ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ม.ค.64 - รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ทั่วโลก 9 มกราคม 2564...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทะลุ 89 ล้านไปอย่างรวดเร็ว ยอดต่อวันเกือบเก้าแสนคนติดต่อกันเป็นวันที่สอง บราซิลเกิน 8 ล้านเป็นประเทศที่สามของโลกตามอเมริกาและอินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 882,884 คน รวมแล้วตอนนี้ 89,228,428 คน ตายเพิ่มอีก 15,707 คน ยอดตายรวม 1,919,218 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 323,465 คน รวม 22,373,285 คน ตายเพิ่มอีก 3,915 คน ยอดตายรวม 376,883 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดีย ติดเพิ่ม 18,481 คน รวม 10,432,525 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บราซิล ติดเพิ่มถึง 52,035 คน รวม 8,013,708 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัสเซีย ติดเพิ่ม 23,652 คน รวม 3,355,794 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหราชอาณาจักร กำลังจะทะลุสามล้าน ติดเพิ่มอีกถึง 68,053 คน รวม 2,957,472 คน ถือว่าติดเชื้อต่อวันเกินห้าหมื่นมาอย่างต่อเนื่องถึง 11 วันแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6-10 เป็น ฝรั่งเศส ตุรกี อิตาลี สเปน และเยอรมัน ส่วนใหญ่ติดกันหลักหมื่นต่อวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝั่งอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงอิหร่าน บังคลาเทศ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลายหมื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไอร์แลนด์ตอนนี้หนักขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดติดไปอีกกว่าแปดพันคนต่อวัน ระลอกสามของเค้ามียอดติดเชื้อสูงสุดต่อวันมากกว่าระลอกแรก 5 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ญี่ปุ่น ติดเพิ่มทำลายสถิติอีกครั้งมากถึง 6,906 คน หลายเมืองขอให้รัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉิน เพราะคุมไม่ไหว เช่น โตเกียว ไซตามะ ชิบะ คานากาว่า หลายที่มีการวิเคราะห์ว่าเป็นไปตามหลักการ...โรคติดต่อย่อมเกิดจากการติดต่อกัน... ยิ่งหากวัฒนธรรมการใช้ชีวิตมีการพบปะเยอะ ในสถานที่ที่เสี่ยง ก็ย่อมระบาดมาก เช่น ผับ ร้านอาหาร เป็นต้น หากพิจารณามาตรการที่ประกาศขอความร่วมมือในการลดเวลาประกอบกิจการ ด้วยตัวเลขติดเชื้อรายวันที่สูงขนาดนี้ โอกาสคุมได้คงยาก และจะใช้เวลานานทีเดียว คงต้องเอาใจช่วยเค้าให้สถานการณ์ดีขึ้นโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประสบการณ์ของการจัดการเศรษฐกิจท่ามกลางโรคระบาดของญี่ปุ่น...ไทยควรเรียนรู้ และเตรียมรับมือ เพราะตอนนี้มีความคล้ายคลึงกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบสแกนดิเนเวีย รอบทะเลบอลติก และแถบยูเรเชีย ก็ยังมีติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมียนมาร์ เกาหลีใต้ และไทย ติดเพิ่มหลายร้อย ส่วนจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่เวียดนาม และกัมพูชามีติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...สถานการณ์ในเมียนมาร์ เมื่อวานติดเพิ่มขึ้นอีก 711 คน ตายเพิ่มอีก 13 คน ตอนนี้ยอดรวม 129,483 คน ตายไป 2,812 คน อัตราตายตอนนี้ 2.2%...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิเคราะห์ความเป็นไปได้ที่ไทยเราอาจต้องเตรียมตัวเผชิญ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอบนี้ ด้วยมาตรการเช่นที่เห็น ตามหลักวิชาการแพทย์แล้ว ไม่มีทางที่จะกำจัดเชื้อให้หมดไปได้ แต่จะมีจำนวนการติดเชื้อต่อวันในสองรูปแบบคือ ประมาณหลักสิบหรือหลักหน่วยต่อวัน และแบบหลักร้อยต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุผลหลักคือ ไม่หยุดการเดินทางไปมาระหว่างกัน และยังประกอบกิจการกิจกรรมเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อรับเชื้อได้ในทุกพื้นที่ โดยการดำเนินชีวิตประจำวันทั้งทำงานและเที่ยวก็ยังเกิดขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพที่เห็นคือ คนที่ป้องกันตัวดีก็จะรอด คนที่ป้องกันตัวไม่ดีหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็จะแจ็คพอตติดเชื้อมาโดยทั้งรู้ตัว (มีอาการ) ไม่รู้ตัว (ไม่มีอาการ) และเพิกเฉย (มีอาการแต่คิดว่าช่างหัวมันไม่เป็นไรหน่า เราคงไม่ซวยติดเชื้อหรอก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นทั้งประเภทไม่รู้ตัว และเพิกเฉย ก็สามารถแพร่ต่อไปให้คนอื่นในสังคมไปเรื่อยๆ ผ่านการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งที่บ้าน และที่ทำงาน ตลอดจนสถานที่ที่ไปตะลอน ตั้งแต่แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ สถานที่บริการสาธารณะของรัฐ ขนส่งสาธารณะทั้งเรือ รถเมล์ รถตู้ แท็กซี่ เครื่องบิน ห้างสรรพสินค้า ตลาด ตลาดนัด วัด โรงเรียน โรงแรม งานแต่ง งานบุญงานบวชงานศพ โรงหนัง สถานบันเทิงผับบาร์คาราโอเกะ รวมไปถึงร้านอาหารและคาเฟ่ต่างๆ ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ที่ไม่สามารถกดการระบาดได้ ไม่ว่าจะฉากหนึ่งหรือฉากสองที่กล่าวมานั้น จะนำมาซึ่งการระบาดระลอกถัดไปในระยะเวลาไม่นาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เศรษฐกิจที่รัฐหวังจะรักษาครั้งนี้ โดยแลกกับเรื่องความเสี่ยงต่อสุขภาพประชาชนนั้น คาดว่าจะได้เม็ดเงินหมุนตามที่ต้องการ แต่สุดท้ายหากเกิดระบาดซ้ำปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรงดังที่เห็นในหลายต่อหลายประเทศ ก็จะเกิดการสูญเสียมหาศาลตามมาระยะยาว เข้าทำนอง...เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร สวีเดน หรืออื่นๆ ก็เผชิญการระบาดโดยมีผลมาจากมาตรการยืดหยุ่นที่เน้นเศรษฐกิจมาแล้ว ดังนั้นเราคงต้องระวัง และเผื่อใจไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากแนะนำตอนนี้ มาตรการที่เหมาะสมคือ การหยุดการเคลื่อนไหวในระยะสั้น 2-4 สัปดาห์ เพื่อตัดวงจรระบาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่รัฐควรทำคือ ตามที่เสนอไป &amp;quot;Regional lockdown&amp;quot; ครับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้ที่ทำอยู่นั้น คล้ายๆ แต่ไม่ใช่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำแบบเขินๆ กรุ้มกริ่ม จะไม่เกิดผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอเอาใจช่วยประชาชนและบุคลากรในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...ใส่หน้ากากเสมอ...อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อตัวคุณเอง...คอยสังเกตอาการของตนเองและครอบครัว หากไม่สบาย โปรดรีบไปตรวจนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...ช่วยกันคนละไม้คนละมือ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยรักต่อทุกคน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89263</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีระ วรธนารัตน์, โควิด19, โรคติดต่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200708/image_big_5f05230a5ece1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
