<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57766</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถกแผนรับโควิด-19ระยะ3 ชงประกาศเป็นโรคติดต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นายกฯ สั่งเตรียมแผนรับมือโควิด-19 ระยะ 3 หากแพร่ระบาดในประเทศ สธ.ชงประกาศเป็นโรคติดต่ออันตราย &amp;quot;เกาหลีใต้&amp;quot; ตายรายแรก ติดไวรัสเพิ่มระนาวในโบสถ์นิกายนอกรีต ส่วนญี่ปุ่นพบผู้โดยสารเรือไดมอนต์ปรินเซสดับ 2 คน ขณะที่อิหร่านยืนยันผู้ติดเชื้อ 2 รายเสียชีวิตแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ เวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวระหว่างเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการเตรียมความพร้อม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ ว่าวันนี้สิ่งที่เราต้องเตรียมการคือ เรื่องการแพร่กระจายและการแพร่ระบาดจากหลายประเทศ ยังคงมีอยู่ในระยะที่ 1 ส่วนไทยยังอยู่ในระยะที่ 2 คือสามารถควบคุมได้มากพอสมควร ในขณะที่ประเทศอื่นมีการแพร่กระจายมากขึ้น ไทยจึงจำเป็นต้องใช้มาตรการเพื่อป้องกัน ควบคุม และลดการแพร่กระจายกับคนที่เคลื่อนย้ายไปมา โดยเฉพาะจากประเทศต้นทาง ซึ่งขณะนี้ไทยทำได้ดีแล้ว แต่ยังอยากให้มีการเตรียมความพร้อมรับมือระยะที่ 3 หากมีการแพร่ระบาดภายในประเทศขึ้นมา จึงขอทราบมาตรการการเตรียมการเหล่านี้ไว้ล่วงหน้า เมื่อถึงเวลาจะได้ปฏิบัติได้ทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายกฯ ได้ขอบคุณรองนายกฯ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งชื่นชมและให้ความไว้วางใจเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะผู้ปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะร่วมกันทำงานต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้รับทราบสถานการณ์ที่ผ่านมา รวมทั้งมาตรการต่างๆ ที่เรามีในทุกมิติ ซึ่งได้ผลอย่างมีประสิทธิภาพ เราสามารถควบคุมได้ในระดับที่น่าพอใจ แต่ยังห่วงและกังวลว่าถ้าการแพร่ระบาดเกิดระดับ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ไปถึงระดับ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มีการแพร่กระจายในพื้นที่ จะต้องมีมาตรการรองรับไว้ล่วงหน้า เพื่อไม่ให้เกิดความฉุกละหุกในการดำเนินการต่อไป ดังนั้นขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก นอกจากนี้มีเรื่องหน้ากากอนามัยที่ยังขาดแคลนอยู่ รวมถึงได้เตรียมแผนการที่จะดูแลผู้ประกอบการท่องเที่ยวและภาคอุตสาหกรรมที่จะได้รับผลกระทบเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัปดาห์หน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าว นายกฯ ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า &amp;quot;เพิ่งเสร็จจากการประชุมติดตามสถานการณ์ไวรัส&amp;nbsp;#covid19&amp;nbsp;ผมยืนยันว่าเราไม่มีการปิดบังหรือบิดเบือนตัวเลขผู้ติดเชื้อในไทย ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่าประเทศไทยมีมาตรการการป้องกันและควบคุมโรคที่ดี มีประสิทธิภาพ เป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงว่า นายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายกับกระทรวงสาธารณสุขว่า หากสถานการณ์มีความรุนแรงมากขึ้น ต้องเตรียมการรองรับในเรื่องโรงพยาบาลและสถานพยาบาลให้เพียงพอ อีกทั้งเตรียมพร้อมในด้านเครื่องมือด้านการแพทย์และหน้ากากอนามัย โดยร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ในการสำรวจและผลิต ย้ำว่าขณะนี้สถานการณ์ของไทยมีผู้ป่วย 35 คน อยู่ในระดับที่ 2 และอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ รวมทั้งผู้ป่วยที่รักษาอยู่ก็มีอาการที่ดีขึ้น โดยผู้ติดเชื้อยังต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ทั้งนี้ ปัจจุบันสถิติประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 7 โดยมีประเทศอื่นแซงไทยไปแล้ว ส่วนการดูแลผู้ป่วยที่มีอาการดีขึ้น กลับบ้านเพิ่มเติม 1 ราย รวมได้กลับบ้านแล้ว 18 ราย&amp;nbsp;
ยกระดับคัดกรองเข้าไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงการยกระดับการคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศว่า กระทรวงคมนาคมเฝ้าระวังท่าอากาศยานทั้งส่วนภูมิภาคและระดับประเทศทั้ง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;แห่ง รวมถึงสถานีขนส่งสาธารณะต่างๆ และเพิ่มความถี่ในการฆ่าเชื้อโรคบนเครื่องบินโดยสาร รวมถึงรถสาธารณะต่างๆ เน้นย้ำให้การดำเนินการรัดกุม และมีความถี่มากขึ้น ทั้งนี้ ในส่วนการขนส่งทางอากาศ การท่าอากาศยานมีการสนับสนุนเครื่องเทอร์โมสแกน ให้มีความเพียงพอ เพื่อติดตั้งช่องทางเข้าจากต่างประเทศให้มีความเพียงพอ โดย รมว.คมนาคมได้แจ้งไปยังกระทรวงสาธารณสุข หากมีความต้องการเพิ่มเติมสามารถสนับสนุนเพิ่มเติมได้ ส่วนการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบการเดินทางเส้นทางต่างๆ ขณะนี้การบินไทยและไทยสมายล์ได้ยกเว้นค่าธรรมเนียมเปลี่ยนแปลงการเดินทางในเส้นทางญี่ปุ่น ไต้หวัน และเกาหลีใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า มีรายงานต่อที่ประชุมว่ากระทรวงการต่างประเทศกำลังติดตามมาตรการที่ต่างประเทศมีต่อไทยขณะนี้ และอยู่ระหว่างการทบทวนมาตรการการตรวจลงตรา อีกทั้งจะมีการจัดการประชุมกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง เพื่อแสวงหาแนวทางการป้องกันผลกระทบด้านความมั่นคงอันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในวันที่ 21 ก.พ. พร้อมให้กระทรวงกลาโหมเตรียมการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเมื่อได้รับการร้องขอ ประกอบกับการเตรียมออกกลยุทธ์การควบคุมการเเพร่ระบาดเชื้อในชุมชน เพื่อรองรับการระบาดในระยะที่ 3 เช่น กำหนดมาตรการให้ทำงานที่บ้าน ให้เลื่อน หรืองดการจัดชุมนุมขนาดใหญ่ที่เสี่ยงต่อการแพร่กระจายโรค ปิดสถานที่ที่อาจเกิดการระบาดและควบคุมการระบาดในสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก เช่น โรงเรียน เรือนจำ ค่ายทหาร เป็นต้น และจากนั้นจะพิจารณาประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติเพื่อควบคุมการระบาดในชุมชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข แถลงว่า จำนวนผู้ป่วยสะสมยังเท่าเดิม 35 ราย รักษาหายแล้ว 17 ราย เหลือนอนโรงพยาบาล 18 ราย สำหรับคนไทยบนเรือสำราญไดมอนด์ปรินเซสที่ประเทศญี่ปุ่น ผลตรวจเจอเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จำนวน 2 คน เป็นลูกเรือ 1 คน และนักท่องเที่ยว 1 คน ได้รับการดูแลรักษาแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวว่า คณะกรรมการด้านวิชาการได้มีการประชุมสัปดาห์ก่อน พิจารณาเห็นชอบในการจัดทำร่างประกาศเสนอคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อแห่งชาติ ประกาศเป็นโรคติดต่ออันตราย ซึ่งจะมีการประชุมวันที่ 24 ก.พ.นี้ ซึ่งหากคณะกรรมการฯ ทั้ง 30 คนมีมติเห็นชอบ ก็จะเสนอร่างประกาศ รมว.สาธารณสุขลงนาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน (เอ็นเอชซี) แถลงว่า จีนพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ทั่วประเทศเมื่อวันพุธ 394 ราย ลดลงอย่างมากจาก 1,749 รายที่ตรวจพบเมื่อวันอังคาร และเป็นจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่น้อยที่สุดนับแต่วันที่ 23 ม.ค. ยอดรวมผู้ติดเชื้อในจีนแผ่นดินใหญ่ขณะนี้อยู่ที่ 74,576 ราย ส่วนผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่มในวันพุธ 114 ราย จำนวนรวมในจีนแผ่นดินใหญเพิ่มเป็น 2,118 ราย&amp;nbsp;
อิหร่านดับ 2 เกาหลีรายแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายนอกจีนแผ่นดินใหญ่ซึ่งพบผู้ติดเชื้อในมากกว่า 25 ประเทศ เมื่อวันพุธ กระทรวงสาธารณสุขอิหร่านเพิ่งยืนยันว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้ 2 รายในเมืองกอม ทางใต้ของกรุงเตหะราน ทว่าต่อมาไม่นาน เคียนุช จาฮันปูร์ โฆษกกระทรวงก็แถลงว่า ผู้ป่วย 2 รายนี้เสียชีวิตลงแล้ว ทั้งคู่เป็นชาวอิหร่านสูงวัยที่มีปัญหาเรื่องภูมิคุ้มกัน แต่พวกเขาไม่เคยเดินทางออกนอกอิหร่าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวอิหร่าน 2 รายนี้เป็นผู้เสียชีวิตรายแรกในตะวันออกกลาง ซึ่งพบผู้ติดเชื้อชาติแรกที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทั้งคู่เป็นผู้เสียชีวิตนอกจีนแผ่นดินใหญ่รายที่ 7 และ 8 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในวันพฤหัสบดี กระทรวงสาธารณสุขของญี่ปุ่นแถลงว่า ผู้โดยสารบนเรือสำราญไดมอนด์ปรินเซสชาวญี่ปุ่น 2 ราย ที่ตรวจพบว่าติดเชื้อและถูกย้ายลงจากเรือมารักษาที่โรงพยาบาล เสียชีวิตเพิ่มเป็นรายที่ 2 และ 3 ของญี่ปุ่น ผูู้โดยสาร 2 คนนี้เป็นชายและหญิงอายุราว 80 ปีเศษ ผู้ชายมีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับโรคหอบหืด แต่ผู้หญิงไม่มีรายงานว่าป่วยอยู่ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรือไดมอนด์ปรินเซสลำนี้เป็นแหล่งที่พบผู้ติดเชื้อมากที่สุดหากไม่นับมณฑลหูเป่ย์ของจีน โดยยืนยันตรวจพบผู้โดยสารและลูกเรือติดโควิด-19 แล้ว 621 คน หรือ 1 ใน 6 ของคนบนเรือลำนี้ ทางการญี่ปุ่นตรวจผู้โดยสารครบทุกคนแล้วและอนุญาตให้ผู้ที่ไม่ติดเชื้อและผ่านการกักกันโรคครบ 14 วัน ลงจากเรือได้เมื่อวันพุธ โดยผู้โดยสารชุดแรกลงจากเรือ 443 คน และในวันพฤหัสบดียังมีผู้โดยสารลงจากเรือเพิ่มเติม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เกาหลีใต้ ซึ่งตรวจพบการแพร่เชื้อในคนกลุ่มใหญ่ที่เมืองแดกู ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อเกาหลี (เคซีดีซี) แถลงเมื่อวันพฤหัสบดีว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 51 ราย และทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อในเกาหลีใต้รวมทั้งหมดเป็น 104 ราย ในจำนวนนี้มากกว่า 40 รายเชื่อมโยงไปถึงหญิงวัย 61 ปีที่เป็นสมาชิกโบสถ์เยซูชินชอนจิสาขาแดกู ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นนิกายนอกรีต หญิงคนนี้เริ่มมีไข้เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ แต่ปฏิเสธให้แพทย์ตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา โดยอ้างว่าเธอไม่เคยเดินทางออกนอกประเทศ เธอเข้าร่วมพิธีที่โบสถ์แห่งนี้อย่างน้อย 4 ครั้งก่อนถูกวินิจฉัยว่าติดเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตรวจพบผู้ติดเชื้อจำนวนมากในเมืองแดกู เมืองใหญ่อันดับ 4 ที่มีประชากรมากกว่า 2.5 ล้านคน ทำให้นายกเทศมนตรีออกคำแนะนำประชาชนให้อยู่แต่ภายในเคหสถาน ส่วนผู้บัญชาการฐานทัพของสหรัฐในเมืองนี้ ซึ่งมีทหาร, พลเรือนและครอบครัวประจำการและทำงานที่นี่ราว 10,000 คน มีคำสั่งจำกัดการเข้า-ออก และขอให้ทหารอเมริกันที่เคยเข้าร่วมพิธีที่โบสถ์แห่งนั้นกักกันตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้เปิดเผยด้วยว่า มีชายวัยประมาณ 60 ปีในจังหวัดคย็องซังเหนือ เสียชีวิตเมื่อวันพุธภายหลังมีอาการปอดอักเสบ และผลตรวจยืนยันว่าเขาติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เขาเป็นผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เสียชีวิตรายแรกในเกาหลีใต้ และเป็นรายที่ 11 ภายนอกจีนแผ่นดินใหญ่.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57766</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สาธารณสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, โรคติดต่ออุบัติใหม่, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200220/image_big_5e4e935e4d288.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
