<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55132</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2020 16:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2020 16:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตรวจร่างกาย&#039;นช.สรยุทธ&#039;ไขมันในเลือดสูง ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่  เลือดออกในลำไส้ โรคถุงลงโป่งพอง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค.63 - พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยภายหลังเรือนจำพิเศษกรุงเทพรับตัวนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา จำเลยในความผิดไม่ชำระค่าโฆษณาส่วนเกินให้บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) จำนวน 138 ล้านบาท มาควบคุมตัวที่เรือนจำว่า ได้รับรายงานจากผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครว่า เรือนจำได้รับตัวนช.สรยุทธ ผู้ต้องขังจากศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เข้ามาควบคุมตัวตั้งแต่เวลา 13.15 น. โดยนช.สรยุทธต้องโทษจำคุกในคดีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตัวเองและผู้อื่นโดยมิชอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่นำตัวนช.สรยุทธมาถึงเรือนจำ ฝ่ายทะเบียนได้ทำประวัติผู้ต้องขังใหม่ พิมพ์มือ ถ่ายรูป และตรวจร่างกาย โดยนช.สรยุทธ อายุ 54 ปี มีโรคประจำตัวประกอบด้วย ไขมันในเลือดสูง มีติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ แต่ไม่ใช่เนื้อร้าย ร่วมกับมีเลือดออกในลำไส้ และโรคถุงลมโป่งพอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นพบว่านช.สรยุทธ มีสภาพจิตใจปกติ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เลยเข้ามาเป็นผู้ต้องขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อต้องเข้ามารับโทษจำคุก 6 ปี 24 เดือน ในช่วงแรกจะจัดให้อยู่ในแดนที่หนึ่ง หรือแดนแรกรับนอกในห้องควบคุมที่ 13 พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่เวรรักษาการณ์ให้ตรวจตราอย่างต่อเนื่อง และได้จัดให้ผู้ต้องขังช่วยงาน 2 คนช่วยดูแลนักโทษเข้าใหม่อย่างใกล้ชิด เป็นเพื่อนพูดคุยเพื่อปรับสภาพจิตใจให้เข้ากับสภาพความเป็นอยู่ในเรือนจำ สำหรับอาหารเย็นที่เรือนจำจัดให้นักโทษทั่วไปรวมถึงนช.สรยุทธคือข้าวสวยกับแกงเผ็ดไก่ใส่ผัก และผัดผักใส่ไข่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55132</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำคุก, สรยุทธ สุทัศนจินดา, เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร, โรคถุงลมโป่งพอง, ไขมันสูง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180515/image_big_5afadac76b742.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8012</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ความดันโลหิตสูง เบอร์ 1 โรควัยเก๋า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ชราเฮโย&amp;rdquo; เป็นแอปพลิเคชันที่จะช่วยประเมินแนวโน้มสุขภาพของประชาชนในอนาคต ที่เป็นผลมาจากการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าตอนนี้ใครจะห่างไกลจากวัยสูงอายุแค่ไหน มีวิถีชีวิตแบบใด เพียงตอบคำถามง่ายๆ จากพฤติกรรมของตัวเองแล้ว มาดูแนวโน้มกันว่าเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยสูงอายุจะมีสุขภาพห่างไกลโรคภัยเพียงใด เพื่อที่ผู้นั้นจะสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้กลับมามีสุขภาวะที่ดีขึ้นก่อนจะสายเกินไปได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อไม่นานนี้ ที่ศูนย์การค้าสยามสแควร์ วัน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) จัดงานเปิดตัว &amp;ldquo;แอปพลิเคชันชราเฮโย&amp;rdquo; แอปพลิเคชั่นที่จะช่วยประเมินแนวโน้มสุขภาพในอนาคตที่เป็นผลมาจากการใช้ชีวิตประจำวัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ในอีกประมาณ 3 ปีข้างหน้า เมื่อสัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปสูงถึงร้อยละ 20 จำนวนประชากรสูงอายุที่จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในอนาคต เห็นได้ชัดเจนจากการที่ประชากรรุ่นที่เกิดเกินกว่าล้านคนต่อปี ระหว่างปี 2506-2526 (ขณะนี้มีอายุ 33-53 ปี) และอีก 20 ปีข้างหน้าจะกลายเป็นผู้สูงอายุ 53-73 ปี ทำให้สัดส่วนของประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปในประเทศไทยจะสูงถึงร้อยละ 30 ของประชากรทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากรายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ.2559 มีการสำรวจสุขภาพประชาชนโดยการตรวจร่างกายพบว่า โรคที่มักพบในผู้สูงอายุ ได้แก่ โรคความดันเลือดสูง เบาหวาน ข้ออักเสบ/ข้อเสื่อม โรคถุงลมโป่งพอง/หลอดลมปอดอุดกั้นเรื้อรัง หลอดเลือดหัวใจตีบ กล้ามเนื้อหัวใจตาย และอัมพาต โดยคาดการณ์ว่า มากกว่า 60% ของผู้สูงอายุวัยปลาย (อายุ 80 ปีขึ้นไป) เป็นโรคความดันเลือดสูง มากกว่า 10% ของผู้สูงอายุวัยปลายเป็นโรคเบาหวาน และ 35% ของผู้สูงอายุมีภาวะอ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้จัดการกองทุน สสส.กล่าวต่อว่า สสส.สนับสนุนแผนงานสร้างและจัดการความรู้เพื่อรองรับสังคมสูงวัย โดยมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) ดำเนินการศึกษาและพัฒนาองค์ความรู้และพัฒนาเป็นแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;ชราเฮโย&amp;rdquo; เพื่อเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพในกลุ่มวัยแรงงาน อายุ 21-59 ปี เนื่องจากวัยแรงงานถือเป็นประชากรกลุ่มสำคัญที่มีจำนวนมาก และจะต้องเข้าสู่วัยผู้สูงอายุในอนาคต ดังนั้น การสร้างความตระหนัก กระตุ้นให้เกิดการเตรียมความพร้อม สามารถพึ่งพาตนเองได้ มีการให้คำแนะนำส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่ดี เช่น การออกกำลังกาย การมีกิจกรรมทางสังคม แม้จะไม่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาผู้สูงอายุโดยตรง แต่จะช่วยลดภาระในการดูแล และบริการสุขภาพแก่ผู้สูงอายุได้อย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พญ.ลัดดา ดำริการเลิศ เลขาธิการมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) กล่าวเพิ่มเติมถึงการการดูแลสุขภาพผ่านแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;ชราเฮโย&amp;rdquo; ว่าเป็นเทคโนโลยีทันสมัยสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่าย มีเนื้อหาครอบคลุมพื้นฐานด้านสุขภาพทั้งกายและใจ โดยชี้ให้เห็นผลเสียที่จะเกิดขึ้นหากไม่เปลี่ยนพฤติกรรมด้านสุขภาพ ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญนำไปสู่การสร้างเสริมสุขภาพที่เหมาะสม และเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพเพื่อเป็นผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดีในอนาคต &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับภายในงานนี้มีการทดสอบสมรรถภาพกายเพื่อการออกกำลังกายที่เหมาะสม โดยคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และกิจกรรมทดสอบการเป็นผู้สูงอายุ โดยคณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชื่อว่าแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;ชราเฮโย&amp;rdquo; เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่จะสามารถช่วยเหลือคนไทยให้มีสุขภาวะดีทั้งร่างกายและจิตใจ สอดคล้องกับประเทศไทยยุค 4.0 ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถดาว์นโหลดแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;ชราเฮโย&amp;rdquo; ฟรีทั้งระบบแอนดรอยด์และ IOS หรือติดตามข้อมูลสุขภาพผู้สูงวัยได้ในกลุ่มไลน์ &amp;ldquo;ยังแจ่ม&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8012</URL_LINK>
                <HASHTAG>การสำรวจสุขภาพประชาชน, ข้ออักเสบ/ข้อเสื่อม, ชราเฮโย, ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์, ประเทศไทยยุค 4.0, พญ.ลัดดา ดำริการเลิศ, วัยสูงอายุ, สสส., สุขภาพของประชาชนในอนาคต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แอปพลิเคชัน, โรคความดันเลือดสูง, โรคถุงลมโป่งพอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180427/image_big_5ae307d92d840.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
