<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21392</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลี่ยงแหล่งท่องเที่ยวเย็นจัด-คนพลุกพล่าน  ตัวช่วยวัยเก๋าพักผ่อนส่งท้ายปีเก่าสุขภาพดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(เครื่องดื่มอุ่นๆ และการหมั่นขยับเขยื้อนร่างกายตัวช่วยที่ทำให้วัยเก๋าเที่ยวอย่างสนุก และทำให้ร่างกายเกิดความสมดุล รับมือกับอากาศเย็นได้ดี)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เข้าสู่หน้าหนาวนับเป็นสัญญาณของการท่องเที่ยวไทย เนื่องจากเป็นช่วงเวลาหยุดพักร้อนใกล้สิ้นปีที่หลายคนรอคอย เพื่อที่จะได้ชวนผู้สูงวัยไปเที่ยวพักผ่อนกันทั้งครอบครัว เพื่อรับอากาศเย็นๆ แต่ทั้งนี้การดูแลสุขภาพ ในตลอดระยะเวลาของท่องเที่ยวก็ถือเป็นสิ่งที่สำคัญไม่น้อย เพราะผู้สูงวัยส่วนใหญ่มักเจ็บป่วยได้ค่อนข้างง่ายกว่าคนหนุ่มสาว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและเวชศาสตร์ชะลอวัย ผู้ก่อตั้งลลลนาคลินิก (Lollana Clinic) มีคำแนะนำสำหรับคนวัยเก๋าที่ต้องเดินทางไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบอากาศเย็นทางภาคเหนือของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พญ.พลอยลดาให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;ในช่วงที่อาการเริ่มหนาวเย็น ร่างกายของผู้สูงอายุจะไม่แข็งแรงเหมือนกับคนวัยหนุ่มสาว ดังนั้นจึงจำเป็นต้องรักษาอุณหภูมิร่างกายให้อบอุ่นอยู่ตลอดเวลา โดยการใส่เสื้อผ้าหนาๆ หรือต้องพกผ้าพันคอหรือสวมหมวกไหมพรม และต้องหมั่นออกกำลัง อีกทั้งต้องเคลื่อนไหวร่างกาย โดยเฉพาะหากต้องไปท่องเที่ยวในสถานที่อากาศเย็น นอกจากนี้ให้กินและดื่มอาหารที่มีรสอุ่นๆ อีกทั้งต้องดื่มน้ำเปล่าวันละ 6-8 แก้ว พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเสริมภูมิต้านทานโรคให้กับร่างกาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ผู้สูงอายุที่มีปัญหาโรคปอดควรเลี่ยงการเดินขึ้นเขาสูง และมีสภาพอากาศเย็นจัด เพราะเสี่ยงต่อการเป็นลมหน้ามืด เนื่องจากพื้นที่สูงจะทำให้ความกดอากาศต่ำ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ก็ให้ระมัดระวังเรื่องเกี่ยวกับ &amp;ldquo;โรคทางเดินหายใจ&amp;rdquo; เช่น โรคไข้หวัด และโรคไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งมีคนอยู่เยอะ โดยเฉพาะตลาดหรือห้างสรรพสินค้า เพราะผู้สูงอายุจะเสี่ยงติดเชื้อโรคดังกล่าวได้ค่อนข้างง่าย ดังนั้นการป้องกันคือการไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพปอด ซึ่งต้องอยู่ในพื้นที่อากาศเย็นและคนพลุกพล่าน หรือถ้าหากผู้สูงวัยมีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก มีอาการเป็นไข้ ก็ควรรีบไปพบแพทย์จะดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกหนึ่งภาวะที่พบได้บ่อยในแหล่งท่องเที่ยวที่มีอากาศเย็น คือผู้สูงอายุมีปัญหาเรื่อง &amp;ldquo;ผิวแห้ง&amp;rdquo; เนื่องจากไขมันในร่างกายทำงานลดน้อยลง จึงทำให้ผิวขาดความชุ่มชื่นจึงแห้งแตก การรักษาความชุ่มชื่นในร่างกายก็ยังจำเป็นต้องทำอยู่สม่ำเสมอ โดยการใส่เสื้อผ้าให้อบอุ่น และไม่ควรอาบน้ำอุ่น หรือหลีกเลี่ยงการอาบนานๆ เพราะจะยิ่งทำให้ผิวแห้งมากขึ้นไปอีก หลังจากอาบน้ำก็ให้ทาโลชั่นบ่อยๆ โดยใน 1 วันควรทาโลชั่น 2-3 รอบ หรือทาลิปบาล์มที่ปากเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนผู้สูงวัยที่มีปัญหาเกี่ยวโรคระบบไหลเวียนโลหิต หรือ &amp;ldquo;โรคความดันโลหิตสูง&amp;rdquo; แนะนำว่าไม่ควรบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง และเค็มจัด เพราะจะทำให้ความดันโลหิตสูงหรือกำเริบ ซึ่งจะส่งผลให้หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ หรือทำให้หายใจไม่ออกและหมดสติได้เช่นกัน ดังนั้นผู้สูงวัยที่ป่วยโรคดังกล่าวควรบริโภคอาหารอุ่นในช่วงหน้าหนาว และไม่กินไขมันมากเกินไป รวมถึงอาหารรสหวานจัดด้วยเช่นกัน ที่สำคัญให้หมั่นออกกำลังกายในช่วงหน้าหนาว เพื่อเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงและอบอุ่น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ผู้สูงอายุที่เตรียมตัวท่องเที่ยวช่วงหน้าหนาวควรใส่เสื้อผ้าที่หนาและมีผ้าพันคอ เพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยสรุปในช่วงหน้าหนาว หากผู้สูงอายุต้องการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อรับอากาศบริสุทธิ์ ให้ &amp;ldquo;หลีกเลี่ยงสถานที่อากาศเย็นจัด&amp;rdquo; ที่สำคัญลูกหลานเองก็จำเป็นต้องเช็กสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนการเตรียมเครื่องนุ่งห่มให้เหมาะกันแหล่งเที่ยวที่จะไป เช่น ผ้าพันคอ เสื้อผ้าหนานุ่ม ถ้าเป็นไปได้ไม่แนะนำให้ผู้สูงอายุเดินขึ้นเขาสูงในระยะทางไกลๆ รวมกับอากาศเย็น หรือมีอุณหภูมิเลขตัวเดียว โดยเฉพาะผู้ที่เจ็บป่วยเกี่ยวกับ &amp;ldquo;ปอด&amp;rdquo; เพราะยิ่งสูงความกดอากาศจะยิ่งต่ำ ซึ่งจะทำให้ผู้สูงอายุมีอาการหน้าบวม ตัวบวม ตลอดจนหายใจไม่ออก เนื่องจากหัวใจทำงานมากเกินไป ซึ่งจะทำให้เกิดอาการวูบและหมดสติได้ เป็นไปได้ก็ไม่ควรเดินขึ้นเขา ที่สำคัญให้ &amp;ldquo;หลีกเลี่ยงสถานที่ท่องเที่ยวผู้คนหนาแน่น&amp;rdquo; เพราะจะทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคทางเดินหายใจได้ค่อนข้างง่ายเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21392</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ผิวแห้ง, พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล, โรคความดันโลหิตสูง, โรคทางเดินหายใจ, โรคไข้หวัดใหญ่, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181105/image_big_5be03db869a2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17707</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วัยเก๋าเลี้ยงสัตว์เสี่ยงปัญหาสุขภาพ ลูกหลานต้องชวนทำกิจกรรมแก้เหงา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(คุณตาคุณยายที่ไม่มีลูกหลานสามารถเลี้ยงแมวซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงขี้อ้อนคล้ายกับมนุษย์ แต่ควรพาเจ้าเหมียวไปรับวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เป็นข่าวกันอยู่บ่อยๆ สำหรับผู้สูงอายุที่อยู่ลำพัง แต่แวดล้อมไปด้วยสัตว์เลี้ยงจำนวนมาก ทั้งสุนัข แมว กระทั่งนกพิราบ ซึ่งสร้างความตกตะลึงให้กับผู้พบเห็นและเพื่อนบ้าน และสิ่งที่ลืมไม่ได้คือ ปัญหาสุขภาพที่อาจมาจากสัตว์ที่แออัดอยู่ภายในบ้าน แม้สิ่งที่เกิดขึ้นนับเป็นความสุขทางใจของผู้สูงอายุที่อยู่เพียงลำพัง รวมถึงความสงสารสัตว์ที่ไม่สามารถหาอาหารกินเองได้ จึงเกิดการเลี้ยงดูปูเสื่อสัตว์เหล่านี้ไว้เป็นเพื่อน แต่ถ้ามองให้ลึกซึ้ง เหตุผลที่คนวัยเกษียณทุ่มเทความรักให้กับเจ้าสี่ขา หรือนกน้อยกลอยใจ ก็เป็นเพราะ &amp;ldquo;ความเหงา&amp;rdquo; ที่หากปล่อยปละละเลยอาจทำให้เสี่ยงต่อการป่วยโรคซึมเศร้านั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(มณทิพา กานต์วรัญญู)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พี่เตี่ยง-มณทิพา กานต์วรัญญู พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.โพธาราม จ.ราชบุรี ให้ข้อมูลว่า จากการที่ได้ลงพื้นที่เยี่ยมผู้สูงวัยในชุมชน ส่วนใหญ่ก็จะมักพบว่าคุณตาคุณยายจะเลี้ยงหลาน เพราะเด็กๆ จะขี้อ้อน ถึงขึ้นมีโฆษณาในทีวีที่บอกว่า &amp;ldquo;ปู่ย่าชอบให้ขนมหลาน&amp;rdquo; และทำให้ผู้สูงวัยรู้สึกไม่เหงาและกระชุ่มกระชวย แม้หลายคนจะพูดว่าเลี้ยงลูกมาจนโตแล้ว ยังต้องมาเลี้ยงหลานอีก แต่นั่นถือเป็นความสุขอย่างหนึ่งของคนวัยเกษียณ แต่สำหรับผู้ที่ไม่มีลูกหลานคอยดูแลก็สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ เช่น แมว ซึ่งเป็นสัตว์ขี้อ้อนคล้ายกับมนุษย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การเลี้ยงลูกหลานเป็นอีกวิธีที่ช่วยคลายเหงาให้กับผู้สูงอายุได้ดี แม้บางครั้งจะมีเสียงคนรอบข้างกระเซ้าเย้าแหย่ผู้สูงวัย ว่าเลี้ยงลูกมาจนโตก็ยังต้องมาเลี้ยงหลานอีก แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่าการที่ปู่ย่าตายายเลี้ยงหลานด้วยตัวเองนั้น ย่อมทำให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นและสนิทสนมกับผู้สูงวัย ตรงนี้ไม่เพียงทำให้เด็กมีความสุข แต่คุณตาคุณยายที่เลี้ยงดูเขาก็มีความสุขเช่นกัน ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าผู้สูงอายุจะต้องนอนกลางวัน และถ้าคนไหนเลี้ยงหลานก็จะนอนหลับไปด้วยกัน นี่จึงเป็นความผูกพันกันอย่างหนึ่งระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;ผู้สูงอายุเลี้ยงนกพิราบ&amp;rdquo; เนื่องจากความเหงาและความสงสาร อาจเสี่ยงป่วยโรคซึมเศร้าและโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ รวมถึงโรคระบาดอย่างไข้หวัดนก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นถ้าเลือกได้ ผู้สูงวัยควรเลี้ยงบุตรหลานจะดีต่อสุขภาพจิต เพราะทำให้ไม่โดดเดี่ยว แต่ถ้าหากอยู่เพียงลำพังเนื่องจากไม่แต่งงาน ก็แนะนำว่าให้เลี้ยงสัตว์ได้ โดยเฉพาะแมว เนื่องจากเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ขี้อ้อน แต่ต้องไม่เลี้ยงเยอะจนดูแลไม่ไหว หลีกเลี่ยงการเลี้ยงสุนัขที่มักจะชอบเดินและวิ่ง จะทำให้ผู้สูงอายุหกล้มได้จากการจับสัตว์เลี้ยง ส่วนนกพิราบ เนื่องจากเป็นสัตว์ที่ก่อให้เกิดโรคได้ง่าย ก็ไม่ควรที่จะเลี้ยง แม้ว่าบางคนจะทำไปเพราะสงสาร หรือต้องการทำบุญ แต่อาจจะนำ &amp;ldquo;โรคไข้หวัดนก&amp;rdquo; รวมถึง &amp;ldquo;โรคทางเดินหายใจ&amp;rdquo; อย่างโรคหวัด ที่มาพร้อมกับขนอ่อนขณะที่นกบิน หรือมูลนก เป็นต้น แนะนำลองเปลี่ยนมาเลี้ยงลูกหลาน หรือให้บุตรหลานพาไปทำบุญ ปล่อยนก ปล่อยปลาที่วัด ตรงนี้จะเป็นการสานสายสัมพันธ์ระหว่างคนวัยเกษียณกับลูกหลานได้ดีที่สุด&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พยาบาลมณทิพา บอกอีกว่า การที่ผู้สูงวัยเลี้ยงสัตว์ทั้งสุนัขและนกพิราบเป็นเวลานานๆ ก็จะทำให้เกิดการ &amp;ldquo;ยึดติด&amp;rdquo; และคิดไปว่าเหมือนลูกหลาน ซึ่งความจริงแล้วมันทดแทนกันไม่ได้ ที่สำคัญอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวโดยโรคที่กล่าวมาข้างต้น และหากลูกหลานปล่อยให้พ่อแม่อยู่กับสัตว์เลี้ยงจำนวนมาก แทนที่จะไปเยี่ยมหรือไปหา เพราะคิดว่าไม่เป็นไร ท่านอยู่กับหมา-แมวแล้ว ซึ่งตรงนี้จะทำให้ขาดการติดต่อกัน และทำให้ผู้สูงวัยเป็นโรคซึมเศร้าได้ในที่สุด.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17707</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, มณทิพา กานต์วรัญญู, แมว, โรคทางเดินหายใจ, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180916/image_big_5b9e56ef20414.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
