<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57108</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2020 18:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2020 17:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตัวเลข ซิฟิลิส วัยรุ่นเพิ่ม 5 เท่า  เหตุไม่นิยมใช้ถุงยางอนามัย แต่แม่วัยรุ่นลดลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13 ก.พ. 63- ณ อาคารเรียนรู้และปฏิบัติการรวม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ศูนย์เรียนรู้ &amp;nbsp;สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดกิจกรรม สุขภาวะสัญจร เปิดตัวนิทรรศการ &amp;nbsp;ยืมคืนเรื่องเพศ เพื่อสื่อสารกับกลุ่มนักศึกษา ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสื่อสารเรื่องเพศที่ถูกต้องให้กับกลุ่มเพื่อนนักศึกษาด้วยกัน เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการท้องไม่พร้อม ภายในงานได้มีการบรรยาย หัวข้อ จะ Move on อย่างไร...ในระยะไม่ปลอดภัย โดยผู้แทนสายด่วนปรึกษาปัญหาเอดส์และท้องไม่พร้อม และ หัวข้อ &amp;ldquo;ถุงยางอนามัย มัน(ส์) ดีตรงไหน? โดยมูลนิธิแพธทูเฮลท์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทพ.ศิริเกียรติ เหลียงกอบกิจ ผู้ช่วยผู้จัดการ สสส. กล่าวว่า สสส. ทำงานเรื่องสุขภาวะทางเพศมาตั้งแต่ปี 2548 มีวัตถุประสงค์เพื่อลดการเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย ที่เป็นสาเหตุของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น เอชไอวี ซิฟิลิส หนองใน การตั้งครรภ์ไม่พร้อม รวมถึงมะเร็งปากมดลูก &amp;nbsp;โดยในระยะ พ.ศ.2553-2554 สถิติแม่วัยรุ่น พุ่งสูงสุด คือ ในหญิงอายุระหว่าง 15-19 ปี 1,000 คน มีแม่วัยรุ่น 53 คน หรือมีแม่วัยรุ่นเพิ่มขึ้นถึงวันละ 400 คน ซึ่งจะเป็นวงจรที่บั่นทอนคุณภาพประชากรในระยะยาว เพราะไทยเรายังไม่มีมาตรการดูแลแม่วัยรุ่นที่ดีพอ สสส.จึงทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ในการป้องกันปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นมาอย่างต่อเนื่อง และได้ร่วมกันผลักดันให้เกิด พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2557 ที่ให้การยอมรับสิทธิของวัยรุ่นที่เกี่ยวกับเรื่องเพศ &amp;nbsp; เช่น สถานศึกษาต้องจัดการสอนเรื่องเพศวิถีศึกษา วัยรุ่นและนักเรียนนักศึกษาต้องเข้าถึงบริการคุมกำเนิดได้ วัยรุ่นที่ตั้งครรภ์มีสิทธิ์เรียนต่อในสถานศึกษาเดิมได้ ฯลฯ ผลจากการทำงานของหลายภาคส่วน ส่งผลให้ตัวเลขการตั้งครรภ์ของวัยรุ่นลดลง
&amp;nbsp;โดยในปี 2561 กลุ่มวัยรุ่นหญิง 1,000 คน พบแม่วัยรุ่น 36 คน แต่กลับพบว่าแม่วัยรุ่นเข้าไปเรียนใน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กศน. มากกว่าการเรียนในระบบปกติ แสดงว่าแม่วัยรุ่นยังไม่ได้สิทธิด้านการศึกษาอย่างเต็มประสิทธิภาพ แสดงให้เห็นว่าทัศนคติเรื่องเพศ ของผู้เกี่ยวข้องในระบบการศึกษา ยังเป็นอุปสรรคใหญ่ต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แม้ตัวเลขแม่วัยรุ่นจะลดลง แต่กลับพบว่า วัยรุ่นที่เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในช่วงปี 2555-2560 ข้อมูลกรมควบคุมโรคระบุว่า &amp;nbsp;กลุ่มอายุ 15-24 ปี พบการติดเชื้อซิฟิลิส เพิ่มถึง 5 เท่าตัว และโรคหนองในเพิ่มขึ้น ร้อยละ 50 ซึ่งผู้ป่วยมักนิยมซื้อยากินเองจึงทำให้เกิดเชื้อดื้อยา ซึ่งทั้งซิฟิลิส และหนองใน อาจแสดงอาการให้เห็นบ้างในระยะแรก แต่ต่อมาจะไม่แสดงอาการ จึงสามารถแพร่โรคต่อไปโดยไม่รู้ตัว &amp;nbsp;ซึ่งจะรู้ได้ก็เมื่อมีการตรวจเลือดเท่านั้น เช่นเดียวกับเอชไอวี ที่พบสถิติเพิ่มมากขึ้นในกลุ่มวัยรุ่นด้วย ทั้งนี้ ถ้าเจาะตรวจแล้วพบผลเลือดบวก ปัจจุบันมีตัวยารักษาให้หายขาดได้ทั้งซิฟิลิสและหนองใน ส่วนผู้ติดเชื้อเอชไอวีถ้ากินยาสม่ำเสมอและไม่มีการรับเชื้อใหม่ ก็สามารถมีชีวินยืนยาวเท่าๆ กับคนปกติ&amp;rdquo; ทพ.ศิริเกียรติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทพ.ศิริเกียรติ กล่าวว่า สสส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยากเน้นย้ำการเปลี่ยนทัศนคติต่อเรื่องเพศ และถุงยางอนามัย &amp;nbsp;ให้การพกและใช้ถุงยางอนามัยเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติในเรื่องนี้ เพราะถุงยางอนามัย ไม่เพียงป้องกันโรค ป้องกันการตั้งครรภ์ แต่ยังช่วยป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกได้อีกด้วย ในช่วงเทศกาล &amp;nbsp;วาเลนไทน์ อยากจะเชิญชวนสื่อสารเชิงบวกว่า การพกถุงยางเท่ากับไม่ประมาท การใช้ถุงยางเท่ากับมีความรับผิดชอบ โดยเฉพาะในวัยรุ่นที่ยังไม่มีประสบการณ์ จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเข้าไปอยู่ในสถานการณ์คับขัน ถุงยางอนามัยจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีไว้ติดตัวหยิบใช้ได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านน.ส.อัชรา แก้วประดิษฐ์ หัวหน้าทีมปฏิบัติการ 1663 สายด่วนปรึกษาเอดส์และท้องไม่พร้อม เปิดเผยว่า มีผู้โทรมาปรึกษาเรื่องการตั้งครรภ์ไม่พร้อมประมาณ 10,000 ราย ในปีที่ผ่านมา โดย 80 % มีความประสงค์ขอยุติการตั้งครรภ์ แต่มีเพียงไม่กี่รายที่เข้าเกณฑ์สามารถยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์ได้ ทางสายด่วนประสานไปยังรพ.ของรัฐและเอกชน ขณะที่บางรายไม่สำเร็จเพราะอายุครรภ์เกินก็ไม่แนะนำให้ยุติการตั้งครรภ์ เพราะอาจเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.อัชรา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ แนะนำว่าผู้หญิงถ้าประจำเดือนไม่มาอย่าคิดว่าเครียด หรือมีโรคอื่นๆ ควรซื้ออุปกรณ์การตรวจสอบการตั้งครรภ์มาตรวจ กรณีมีขีดขึ้นสองขีดรอยจาง ๆ นั่นคือ เกิดอาการท้อแต่บางคนพยายามหลอกตัวเองว่ายังไม่ท้องจึงซื้อมาตรวจมากกว่าหนึ่งอัน ประเด็นที่ขีดที่สองจางเพราะฮอร์โมนการตั้งครรภ์ยังไม่แสดงออกอย่างชัดเจน ทั้งนี้การรู้ผลเร็วจะทำให้ทางออกของการแก้ปัญหาท้องไม่พร้อม &amp;nbsp;แคบลง ซึ่งอยากจะรณรงค์ว่าท้องให้โทรมาที่สายด่วน1663 ซึ่งจะให้คำปรึกษาการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57108</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), ซิฟิลิส, โรคทางเพศของวัยรุ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200213/image_big_5e452bbcc4cd2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
