<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16500</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อสุขภาพที่ดีของวัยเก๋า เฝ้าระวังโรคที่มากับน้ำท่วมขัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เรื่องของน้ำท่วมขัง&amp;rdquo; ไม่เพียงส่งต่อระบบเศรษฐกิจ ตลอดจนการเดินทางไปไหนมาไหนไม่สะดวกแล้ว แต่ทว่ายังส่งผลโดยตรงกับสุขภาพของผู้สูงอายุ เพราะเชื้อโรคที่ปะปนมากับน้ำไม่สะอาดถือเป็นบ่อเกิดของโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอาการเจ็บป่วยเบสิกอย่าง โรคหวัด โรคน้ำกัดเท้า แต่อากาศชื้นแฉะในช่วงหน้าฝนที่บวกกับภาวะภูมิต้านทานร่างกายของคนสูงวัยต่ำลง อาจเป็นสาเหตุของโรคงูสวัด ซึ่งหากปล่อยปละละเลยอาจทำให้เป็นอัมพาตได้ พญ.ธิศรา วีรสมัย หัวหน้าศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย รพ.พญาไท 1 ให้ข้อมูลในการดูสุขอนามัยช่วงหน้าฝนไว้น่าสนใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พญ.ธิศรา วีรสมัย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พญ.ธิศรา อธิบายว่า &amp;ldquo;ปกติแล้วผู้สูงอายุมักจะได้รับการปกป้องจากลูกหลานอยู่แล้ว ในการไม่ให้ท่านไปเดินลุยน้ำ แต่ต้องไม่ลืมว่าบางครั้งท่านอดไม่ได้ หรือแม้แต่การสวมชุดแฉะเปียกน้ำท่วมขังเป็นเวลานานๆ ก็จะทำให้เป็นบ่อเกิดของโรคต่างๆ ดังนั้นก็ควรรีบล้างมือและเท้าให้สะอาด อีกตั้งต้องหลีกเลี่ยงการลงไปเดินลุยน้ำท่วมขังติดต่อกันเป็นเวลานานๆ เพราะจะเสี่ยงต่อการเกิด &amp;ldquo;โรคฉี่หนู&amp;rdquo; ได้ เนื่องจากเชื้อโรคจะมาพร้อมกับน้ำ หรือแม้แต่ &amp;ldquo;โรคเชื้อรา&amp;rdquo; น้ำกัดเท้า เป็นต้น เมื่อไรก็ตามที่ผู้สูงอายุรู้สึกว่าเริ่มมีผื่นแดงหรืออาการคันตามง่ามมือและเท้า หรือมีอาการไข้สลับกับปวดเมื่อยเนื้อตัว ลูกหลานควรรีบพาท่านมาโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ &amp;ldquo;โรคท้องร่วง&amp;rdquo; ก็มาได้ทุกเหตุการณ์ ไม่ว่าจะร้อนจัดหรือช่วงหน้าฝนตก เกิดน้ำท่วมขัง เนื่องจากเชื้อโรคมากับน้ำ ดังนั้นการล้างมือให้สะอาดก่อนที่จะหยิบจับอาหารก็เป็นสิ่งสำคัญ ผู้สูงอายุมีภูมิต้านทานค่อนข้างอ่อน เวลาจะหยิบอาหารรับประทานก็ไม่ควรลืมดูแลสุขภาพอนามัยตัวเอง ที่สำคัญภาชนะที่ใช้ตักและใส่อาหารก็ควรล้างให้สะอาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ในช่วงหน้าฝน อากาศชื้น หากคุณตาคุณยายที่รู้สึกเจ็บแสบปวดร้อนบริเวณชายโครงหรือหลัง และมีตุ่มน้ำใสๆ ให้สงสัยว่าเป็น &amp;ldquo;โรคงูสวัด&amp;rdquo; โดยให้รีบไปพบแพทย์เร็วที่สุด เพื่อตรวจอาการว่าเป็นโรคผื่นแดงคันทั่วไป หรือเป็นโรคงูสวัด)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และอีกสิ่งที่พบคือ &amp;ldquo;มลภาวะทางน้ำ&amp;rdquo; โดยการที่น้ำชะล้างฝุ่นละอองและควันพิษติดมากับน้ำท่วมขัง ดังนั้นเมื่อมือหรือเท้าของเราไปสัมผัสน้ำที่สกปรก ก็ต้องรีบล้างตามซอกเล็บมือเล็บเท้าให้สะอาด เนื่องจากหากผู้อายุมีโรคประจำตัวอย่าง &amp;ldquo;โรคเบาหวาน&amp;rdquo; เวลาที่ท่านไปแกะเกาก็จะทำให้แผลติดเชื้อจากการสัมผัสน้ำที่ไม่สะอาด ดังนั้นควรรีบไปพบแพทย์เมื่อพบว่าตัวเองมีแผลเพียงนิดเดียวก็ตาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ลืมไม่ได้ในคนอายุ 50 ปีขึ้นไปที่เคยเป็น &amp;ldquo;โรคอีสุกอีใส&amp;rdquo; มาก่อน ต้องไม่ลืมว่ามีโอกาสเป็น &amp;ldquo;โรคงูสวัด&amp;rdquo; อันเนื่องจากภูมิคุ้มกันร่างกายบกพร่องในช่วงหน้าฝน จากสภาพอากาศชื้นและเปียกน้ำ ดังนั้นให้ผู้สูงอายุหมั่นคอยสังเกตว่า หากมีอาการปวดแสบปวดร้อนบริเวณชายโครง หรือลูบไปสักพักมีอาการแสบร้อนบวกกับมีตุ่มใสๆ ผุดขึ้นมา ให้สงสัยว่าเป็นโรคงูสวัด เพราะบางคนผู้สูงวัยเข้าใจผิดว่าเป็นอาการผื่นคันแดงจากการสัมผัสน้ำท่วมขังท่วม และไปทาครีมสเตียรอยด์สำหรับแก้ผื่นแพ้อาการคัน ก็จะทำให้โรคแย่ลง ดังนั้นควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยว่าเป็นโรคงูสวัดหรือผื่นคันทั่วไป ซึ่งหากเป็นงูสวัดจะอันตรายมาก โดยเฉพาะคนสูงวัยอายุเกิน 70 ปีขึ้นไป ซึ่งหากเป็นในตำแหน่งสำคัญ เช่น ใบหน้า หรือรอบกระบอกดวงตา และรอบหู จะมีโอกาสเสี่ยงหูหนวกและตาบอดได้ หรือหากเชื้อโรคเข้าสู่สมองก็จะทำให้ผู้สูงวัยท่านนั้นป่วยเป็นโรคอัมพฤกษ์อัมพาตได้&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16500</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, พญ.ธิศรา วีรสมัย, โรคท้องร่วง, โรคน้ำกัดเท้า, โรคหวัด, โรคเบาหวาน, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180830/image_big_5b87fda521dc0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5532</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2018 20:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หน้าร้อนต้องกินอาหารปลอดภัย เทคนิคดูแลสุขภาพคนหลัก6</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ผู้สูงอายุที่ป่วยโรคเบาหวานไม่ควรซดน้ำกะทิขนมลอดช่องจนหมดถ้วย ให้เลือกกินเฉพาะเนื้อลอดช่อง เพื่อป้องกันโรคเบาหวานกำเริบ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเข้าสู่วัยผู้สูงอายุอาจต้องเพิ่มความระมัดระวังในการบริโภคอาหาร โดยเฉพาะช่วงอากาศร้อนที่เป็นสาเหตุของโรคท้องร่วง ท้องเสีย อีกทั้งคุณตาคุณยายที่ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน เนื่องจากเมนูในช่วงอุณหภูมิสูงส่วนใหญ่มักจะมีรสชาติหวานและเย็น ส่วนอาหารคาวนั้นก็มีไขมันสูง ไม่ว่าจะเป็นข้าวมันไก่ หรือแกงกะทิ หรืออาหารทอดที่ผ่านการตากแห้งต่างๆ ซึ่งให้ความเค็มสูง ทั้งนี้ การห้ามบริโภคอาหารที่กล่าวมาอย่างสิ้นเชิงก็อาจทำให้คนสูงอายุขาดสารอาหารได้ กัลยา กาลสัมฤทธิ์ นักกำหนดอาหาร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้มาแนะนำถึงการบริโภคอาหารอย่างถูกต้องในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(กัลยา กาลสัมฤทธิ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักกำหนดอาหารสาวให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;โดยทั่วไปแล้วผู้สูงอายุก็มักจะชื่นชอบการรับประทานขนมหวาน แต่เนื่องจากอาหารกลุ่มนี้มีข้อควรระวังคือน้ำตาลสูง ซึ่งอาจกระตุ้นทั้งโรคเบาหวานที่เป็นอยู่ รวมถึงทำให้เป็นโรคอ้วนได้เช่นเดียวกัน อีกทั้งหน้าร้อน เมนูของหวานก็มักจะมีน้ำเชื่อมและน้ำกะทิเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นลอดช่องกะทิใส่น้ำแข็ง, ลูกตาลลอยแก้ว, มะปรางลอยแก้ว,น้ำแข็งไส ฯลฯ หากผู้สูงอายุต้องการรับประทานอาหารกลุ่มนี้เพื่อเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย แนะนำว่าเวลาที่รับประทานอย่าซดน้ำเชื่อมและน้ำกะทิจนหมดถ้วย ให้เน้นกินตัวเนื้อขนมให้มากกว่าน้ำ หรือถ้าเมนูขนมชนิดไหนที่สามารถตัดน้ำเชื่อมออกไปได้ก็ดีต่อสุขภาพผู้สูงอายุ ในส่วนของกลุ่มอาหารคาวที่มีไขมันสูงและบูดเสียง่าย ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการท้องเสีย ได้แก่ ข้าวมันไก่ หรือแกงกะทิ หากเลี่ยงได้ก็จะดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับผลไม้ที่มาพร้อมกับหน้าร้อนอย่าง มะม่วง หรือทุเรียน ซึ่งมีความหวานค่อนข้างสูง หากคนสูงวัยอยากรับประทานแนะนำว่า ทุเรียน 1 เมล็ด ให้หั่นออกครึ่งหนึ่ง และรับประทานเพียงครึ่งเดียวใน 1 วัน หรือกินให้น้อยที่สุด นอกจากนี้มะม่วงสุกก็เช่นเดียวกัน ส่วนผลไม้สดชนิดอื่นที่ไม่หวานมากอย่าง แตงโม, กล้วยน้ำว้า, ฝรั่ง, ส้ม ฯลฯ ก็สามารถรับประทานได้ปกติ และถ้าจะให้ดีควรงดของหวานที่มาจากแช่อิ่ม กวน ตากแห้ง ซึ่งเป็นตัวเพิ่มน้ำตาลได้สูงกว่าผลไม้รสหวานบางชนิดเสียอีก ที่สำคัญยังทำให้ได้ความเค็มในปริมาณสูงจากผลไม้หมักดองเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(เติมความหวานให้ร่างกายด้วยผลไม้ที่น้ำตาลไม่สูงมาก อีกทั้งทำให้สดชื่นในหน้าร้อนอย่าง แตงโม, ส้ม, กล้วยน้ำว้า)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่น้ำหวานใส่น้ำแข็งหรือน้ำปั่นก็ควรกินให้น้อย เพราะอย่าลืมน้ำแข็งที่ใช้ปรุงเมนูดังกล่าวอาจไม่สะอาดและปนเปื้อนเชื้อโรค ซึ่งเป็นสาเหตุของการอาการท้องร่วงเสียได้ในที่สุด จึงแนะนำให้ดื่มน้ำเปล่าที่แช่เย็นจะดีกว่าน้ำหวาน เพราะจะทำให้สดชื่นและรักษาสุขภาพไปพร้อมๆ กัน.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5532</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัลยา กาลสัมฤทธิ์, คุณภาพชีวิต, ผลไม้หมักดอง, โรคความดันโลหิตสูง, โรคท้องร่วง, โรคเบาหวาน, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180321/image_big_5ab2572705de1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
