<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56320</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2020 08:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2020 08:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039;ไขข้อข้องใจทำไมยารักษาเอดส์สู้ไวรัสโคโรนาได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.พ.2563 - &amp;nbsp;ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;การใช้ยารักษาโรคปอดบวมอู่ฮั่น&amp;rdquo; ระบุว่า โคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ เมื่อเข้าสู่เซลล์ จะมีการสร้างสายอาร์เอ็นเอใหม่ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และขณะเดียวกันสายอาร์เอ็นเอ ก็จะสร้างโปรตีน เพื่อมาห่อหุ้มอาร์เอ็นเอใหม่ ประกอบเป็นตัวไวรัส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสร้างโปรตีนองค์ประกอบใหม่เปรียบเสมือนการสร้างผ้าขึ้นมาให้กับไวรัส และกรรไกร (protease) กรรไกรนั้น จะต้องมาตัดแต่งผ้า เพื่อให้เป็นเสื้อผ้าเอามาใส่ให้กับไวรัส ให้เป็นตัวไวรัสใหม่ที่สมบูรณ์แบบหน้าตาสวยงาม แล้วจึงออกมานอกเซลล์ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรรไกร ที่ใช้ของโคโรน่าไวรัสไวรัส มีลักษณะคล้ายกับกรรไกรของ HIV &amp;nbsp;ยาที่ใช้รักษาHIV ที่มีอยู่ในปัจจุบันหลายตัว (protease inhibitor) จะไปจับกรรไกร HIV ไม่ให้กรรไกรทำงานได้ ก็จะตัดแต่งชิ้นส่วนในการทำงานของตัวไวรัสและเป็นให้เป็นเสื้อมาห่อหุ้มตัวไวรัสใหม่ไม่ได้ ก็จะเกิดไวรัสใหม่ไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเมื่อไวรัสทั้งสองใช้ลักษณะกรรไกรที่คล้ายกัน จึงไม่แปลกที่จะนำยารักษา HIV มาใช้ในโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ องค์ความรู้นี้ รู้กันอยู่แล้วจากรูปแบบทางเคมี ในรูปของทฤษฎี ส่วนภาคปฏิบัติ ต้องรอผลงานจากจีน อย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ ก็เปรียบเสมือนเป็นกรรไกรอีกชิ้นหนึ่ง เมื่อไข้หวัดใหญ่ ประกอบรูปร่างใส่เสื้อผ้าเสร็จแล้ว จะออกจากเซลล์เจ้าบ้าน ยังมีใยยึดติดอยู่ ต้องเอากรรไกรอีกอันหนึ่ง ซึ่งไม่เหมือนกับกรรไกรตัดผ้า มาตัด เพื่อให้ไวรัสหลุดออกไปเป็นอิสระ เพื่อไปติดหรือเข้าเซลล์ใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหลักการโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ไม่มีเยื่อใยที่ยึดติดกับเซลล์เจ้าบ้านเหมือนไข้หวัดใหญ่ ตามทฤษฎีแล้ว การขัดขวางกรรไกรนี้ ก็ไม่น่าจะได้ผล ไม่เหมือนกับการขัดขวางกรรไกรตัดเสื้อ ที่มาใส่ให้ไวรัส ไวรัสเปลือยที่ไม่มีเสื้อผ้าใส่ ก็จะไม่เป็นไวรัสที่สมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการรักษาแบบเป็นหลักฐานทางข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ คงต้องรอทางการจีน ศึกษาวิจัยแบบกลุ่มเปรียบเทียบ ในการรักษา ว่ายาต้านกรรไกรอันไหนจะได้ผลดีที่สุด อีกไม่นานเกินรอ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56320</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก, ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์}จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ, เฟซบุ๊ก, โพสต์, โรคปอดบวมอู่ฮั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200129/image_big_5e30d431ca3a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2020 07:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2020 07:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล้างมือ!ป้องกันโรคโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่2019ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ม.ค.2563 - ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะ แพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;การล้างมือจะช่วยป้องกันโรคโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การล้างมือด้วยสบู่อย่างถูกต้องจะช่วยลดการติดเชื้อปอดบวมอู่ฮั่นได้ ให้คำนึงว่าควรจะ ล้างทุกครั้งหลังอาการไอหรือจาม ล้างทุกครั้งเมื่อกลับจากที่ทำงาน &amp;nbsp;ล้างมือทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร ล้างมือก่อนเตรียมอาหารหรือปรุงอาหาร ล้างทุกครั้งเมื่อออกจากห้องน้ำ ล้างทุกครั้งเมื่อจะจับต้องหรืออุ้มเด็ก &amp;nbsp;ล้างทุกครั้งเมื่อจับกับสัตว์หรือสัตว์เลี้ยง ล้างทุกครั้งเมื่อสัมผัสกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ล้างทุกครั้งเมื่อคิดว่ามือสกปรกetc.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ต้องกลัวใครจะว่าเป็น โรคย้ำคิดย้ำทำ ถ้าไม่สามารถล้างได้ ให้ใช้แอลกอฮอล์ หรือแอลกอฮอล์ เจลทำความสะอาด เมื่อเวลาไอหรือจามไม่ควรใช้มือปิดปากจมูก ควรใช้ต้นแขนใช้เสื้อผ้าเรา ปิดปากจมูก เพราะถ้าใช้มือเราอาจจะใช้มือไปจับต้องสิ่งของ เช่น ในรถไฟฟ้า
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55757</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะแพทยศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ภาควิชากุมารเวชศาสตร์, ล้างมือ, ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ, เฟซบุ๊ก, โคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019, โพสต์, โรคปอดบวมอู่ฮั่น, ไวรัสวิทยาคลินิก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200129/image_big_5e30d59d4e300.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55755</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2020 07:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2020 07:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039;ชี้ไวรัสโคโรนาระบาดในไทยแน่เหมือนไข้หวัดใหญ่2009แต่อย่าตื่นตะหนก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ม.ค.2563 - ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะ แพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;การระบาดอย่างรวดเร็วของโรคปอดบวมอู่ฮั่น โคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019&amp;rdquo; ระบุว่า โรคนี้ระบาดได้อย่างรวดเร็วและมีผู้ป่วยจำนวนมาก (รวม 6,000 คนแล้ว) รวดเร็วกว่า SARS หลายเท่า โรค SARS เริ่มเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนกว่าจะไปเริ่มระบาดจริงๆ ในเดือนกุมภาพันธ์ และระบาดมากในมีนาคม เมษายน 2003 ก็ไม่เร็วเท่าโรคปอดบวมอู่ฮั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาเหตุที่เชื่อว่าโรคนี้จะระบาด เกิดขึ้นได้ในประเทศไทย ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.การระบาดในประเทศจีนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การที่รู้ว่ามีผู้ป่วยปอดบวมพร้อมกัน 41 คน ในขณะนั้นการระบาดเป็นการรับช่วงจากผู้ป่วยส่งต่อกันมาถึงระดับที่ 4 หมายถึง ผู้ป่วยคนแรกไม่น่าจะมาจากตลาดขายของสดในช่วงเวลาขณะนั้น มีผู้ป่วยจำนวนหนึ่งไม่ได้สัมผัสตลาดนี้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ความรุนแรงของโรคนี้น้อย เมื่อเปรียบเทียบกับ SARS และ MERS อัตราตายของโรคนี้ ถ้าดูจำนวนเปอร์เซ็นต์จะมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ เชื่อว่าน่าจะน้อยกว่า 1% หรืออาจจะอยู่ที่ 1 ในพัน จากผู้ป่วยที่เป็นนอกประเทศจีน กว่า 100 คนไม่มีผู้ใดเสียชีวิตเลย เพราะการวินิจฉัยจะทำได้ดีและรวดเร็วขึ้น และยอดผู้ป่วยที่แท้จริงจะมีมากกว่าผู้ป่วยที่รายงานมาก ตัวเลขอัตราการตาย ก็จะค่อยๆ ลดลงเหมือนการระบาดของไข้หวัดใหญ่ ในปี 2009&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การนับจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้น และเชื่อว่า อีก 1-2 เดือนต่อไปก็จะไม่มีการนับแล้วเช่นเดียวกับการระบาดไข้หวัดใหญ่เมื่อ 10 ปีก่อน พอไปถึงระยะหนึ่งก็เลิกนับจำนวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.เมื่อโรคมีความรุนแรงน้อย จึงมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ไม่ได้รับการวินิจฉัย และยังแพร่กระจายโรคได้ มีการเดินทาง จึงทำให้เกิดการแพร่กระจายของโรคได้อย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ขณะนี้มีผู้ป่วยที่ไม่ได้ไปสัมผัสในประเทศจีน เกิดขึ้นในหลายประเทศเช่น เวียดนาม ญี่ปุ่นและเยอรมัน ดังนั้นก็จะพบได้อีกในหลายประเทศต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ความรุนแรงเหมือนไข้หวัดใหญ่ การระบาดจึงเหมือนไข้หวัดใหญ่ ที่พร้อมจะกระจายข้ามทวีป และกระจายไปทั่วโลก อย่างเช่นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ซึ่งใช้เวลาไม่ถึง 6 เดือนก็กระจายไปทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราต้องยอมรับความจริง โรคนี้ระบาดแน่ในประเทศไทย และทุกประเทศ แต่ก็ควรมีมาตรการให้ระบาดช้าที่สุด เพื่อรอองค์ความรู้ใหม่ และข้อมูลต่างๆเ กี่ยวกับโรคนี้ เราไม่อยากเห็นการระบาดอย่างรวดเร็ว การตั้งรับ การทำงานของบุคลากรสาธารณสุข ความสับสน การทำงาน จะเป็นไปด้วยความยากลำบาก เราไม่อยากเห็นการก่อสร้างโรงพยาบาลสนามแบบจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การระบาดเมื่อประชากรเป็นแล้ว มีภูมิถึงระดับหนึ่ง โรคก็จะสงบ ไม่ควรตื่นตระหนก เพราะดูความรุนแรงของโรคแล้ว น่าจะอยู่ในระดับของไข้หวัดใหญ่ ไม่มีใครอยากป่วย ทุกคนจะต้องช่วยกันป้องกัน และลดการแพร่กระจายให้ช้าที่สุด เพื่อลดความสูญเสียให้น้อยที่สุด ลดการตื่นตระหนก ลดการสูญเสียทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะยังมาซึ่งความลำบากของประชาชนทุกคน หน้าที่ดังกล่าวจึงเป็นของคนทุกคนที่ต้องช่วยกัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55755</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะแพทยศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ภาควิชากุมารเวชศาสตร์, ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ, เฟซบุ๊ก, โคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019, โพสต์, โรคปอดบวมอู่ฮั่น, ไวรัสวิทยาคลินิก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200129/image_big_5e30d431ca3a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
