<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54000</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2020 12:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2020 12:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทย.คุมเข้มมาตรการป้องกันโรคปอดอักเสบระบาดสนามบินกะบี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ม.ค.62-นายทวี เกศิสำอาง อธิบดีกรมท่าอากาศยาน(ทย.)เปิดเผยว่ากรมท่าอากาศยานเตรียมพร้อมมาตรการการการป้องกันสถานการณ์โรคปอดบวมระบาด สำหรับท่าอากาศยานกระบี่ ซึ่งเป็นท่าอากาศยานที่มีเที่ยวบินต่างประเทศ จาก เมืองอู่ฮั่น มลฑลหูเป่ยสาธารณรัฐประชาชนจีน

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันจันทร์ที่ 6 มกราคม 2562 ได้มอบหมายให้ นายอรรถพร เนื่องอุดม ผู้อำนวยการท่าอากาศยานกระบี่ เป็นประธานการประชุม เตรียมความพร้อมเกี่ยวกับสถานการณ์โรคปอดบวมระบาดในเมือง Wuhan ประเทศจีน โดยมีด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศจังหวัดกระบี่ ซึ่งรับผิดชอบด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศท่าอากาศยานกระบี่

ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็น สาธารณสุขจังหวัดกระบี่,สายการบิน,หอบังคับการบินกระบี่,ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดกระบี่,ศุลกากรกระบี่, ด่านตรวจพืช,ด่านตรวจสัตว์ป่า,ด่านอาหารและยาและตัวแทนทุกกลุ่มงานท่าอากาศยานกระบี่ ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมเนื่องจากท่าอากาศยานกระบี่มีเที่ยวบินเดินทางจากเมือง Wuhan ประเทศจีน ในระหว่างวันที่ 17 มกราคม 2563 ถึง 17 กุมภาพันธ์ 2563

อย่างไรก็ตาม จากการประชุม กรมท่าอากาศยานได้กล่าวสรุปถึงการเตรียมมาตรการด่านควบคุมโรคติดต่อ ดังนี้

1. ประสานหน่วยงานสาธารณสุขในระดับพื้นที่ อำเภอ จังหวัด และประเทศ (รพ./สสจ./สคร.) เพื่อเตรียมพร้อม รวมถึงเวชภัณฑ์อื่นที่จำเป็นและเตรียมพร้อมห้อง Negative Pressure, ทีมสอบสวนโรคติดต่ออันตรายร้ายแรง

2.เตรียมพร้อมติดตั้ง Thermo Scan เพื่อคัดกรองโรค ผู้โดยสารจากเที่ยวบินที่บินตรงจากเมืองอู่ฮั่น ตามจุดที่กำหนด ณ ช่องทางเข้าออกอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศท่าอากาศยานกระบี่ ทั้งภาวะปกติ และภาวะฉุกเฉิน

3. หากพบผู้โดยสารที่มีอาการไข้ และเดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น ห้ามอนุญาตให้ผู้โดยสารทุกคนลงจากเครื่อง เพื่อปฏิบัติตามแผนฉุกเฉินเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์เมื่อมีโรคติดต่อในอากาศยาน ต่อไป

นายทวี กล่าวว่าได้กำชับให้ท่าอากาศยานกระบี่อำนวยความสะดวกให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมความพร้อมปฏิบัติตามแผนฉุกเฉิน เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์กรณีมีโรคติดต่อในอากาศยาน เพื่อรองรับเที่ยวบิน จากเมืองอู่ฮั่น&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54000</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทวี เกศิสำอาง, สนามบินกระบี่, โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191225/image_big_5e02d4e758a54.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53927</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2020 15:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2020 15:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ประมาท สธ.เตรียมพร้อมห้องแยกโรคติดเชื้อความดันลบ  สถาบันบำราศนราดูร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
6 ม.ค.63- ที่สถาบันบำราศนราดูร จ.นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า ประเทศไทยมีความพร้อมในการเฝ้าระวัง ตรวจรักษา แยกกัก &amp;nbsp;และควบคุมโรค ระบบจัดการโรคติดต่ออันตราย มีทีมปฏิบัติการอยู่ในทุกจังหวัดและส่วนกลาง มีห้องแยกโรคติดเชื้อความดันลบศักยภาพสูงได้มาตรฐานสากล ที่สถาบันบำราศนราดูร และในจังหวัดที่มีเที่ยวบินตรงจากต่างประเทศ อาทิ ภูเก็ต เชียงใหม่
จากการตรวจเยี่ยมพบว่า ทั้งระบบมีการเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุด และมีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยโรคติดต่ออันตราย เช่น โรคเมอร์ส โรคซาร์ส มีห้องตรวจแยกโรคโดยเฉพาะ ไม่ปะปนกับผู้ป่วยอื่น ห้องผู้ป่วยแยกโรคติดเชื้อความดันลบ (Negative Pressure) ที่จัดเตรียมไว้รับผู้ป่วยโรคติดต่ออันตราย มีทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ในการดูแลรักษาเฉพาะ ห้องปฏิบัติการโรคติดต่ออันตราย ระบบการรับผู้ป่วยที่สงสัยจากสนามบินหรือโรงพยาบาลแรกรับ เส้นทางการลำเลียงผู้ป่วยที่ปลอดภัย ไม่แพร่เชื้อ รวมทั้งระบบการแยกและกำจัดขยะติดเชื้ออันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ ห้องผู้ป่วยแยกโรคติดเชื้อความดันลบ จำนวน 15 ห้อง มีระบบป้องกันอากาศในห้องรั่วไหล โดยอากาศจะต้องผ่านแผงกรองอากาศและทำลายเชื้อก่อนปล่อยออกไปสู่ภายนอก เครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์มีศักยภาพดูแลผู้ป่วยได้เท่าเทียมห้องไอซียู ทางเข้าและทางออกจากห้องแยกจากกัน ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ มีกล้องวงจรปิดและระบบการติดตามสัญญาณชีพส่งมาที่เคาท์เตอร์พยาบาล ทีมพยาบาลจะปฏิบัติงานประจำไม่ต้องดูแลผู้ป่วยตึกอื่น และมีชุดป้องกันการติดเชื้อขณะดูแลและทำหัตถการกับผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้ ได้กำชับให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ ช่วยกรมควบคุมโรคเฝ้าระวัง คัดกรองผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง หากพบผู้สงสัยว่าป่วยให้นำเข้าระบบการรักษาตามมาตรฐานให้ดีที่สุด พร้อมแจ้งส่วนกลางทันที ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าประเทศไทยมีความพร้อมในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้ออันตราย ขณะนี้มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สงสัยต้องเฝ้าระวัง 4 รายอาการทั่วไปดี รอสังเกตอาการในห้องแยกโรคของสถาบันบำราศฯ จนกว่าจะพ้นระยะแพร่เชื้อ จึงจะอนุญาตให้กลับบ้านได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้มั่นใจว่ากระทรวงสาธารณสุขมีความพร้อม สามารถเฝ้าระวังโรค คัดกรองและคัดแยกผู้ป่วย และขอชื่นชมผู้ป่วยทุกรายที่ทราบข้อมูลข่าวสารจากสื่อต่างๆ แล้วสงสัยอาการของตน จึงขอเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลด้วยตนเอง นับเป็นประโยชน์ทั้งต่อตัวผู้ป่วยเองและสังคม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ขอความร่วมมือโรงพยาบาลเอกชนหากพบผู้ป่วยต้องสงสัยที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีนขอให้แจ้งมายังกระทรวงสาธารณสุข นอกจากนี้ ประชาชนทั่วไปหากพบว่าตนเองมีอาการ ไอ คัดจมูก เจ็บคอ ปวดหัว มีไข้ และมีประวัติเดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น ขอให้ประสานสายด่วนกรมควบคุมโรคโทร 1422&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53927</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สธ., ห้องแยกโรค รพ.บำราศนราดูร, โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200106/image_big_5e12ee253bd17.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53850</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/01/2020 17:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/01/2020 17:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;อนุทิน&quot; ตรวจความพร้อมด่านคุมโรคสุวรรณภูมิรับมือไวรัสปริศนาเมืองจีน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5 ม.ค.2563 จากกรณีที่พบผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสที่ยังไม่ทราบที่มา ในประเทศจีน ล่าสุด วันนี้ (5 มกราคม 2563) ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และคณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตรวจเยี่ยมความพร้อมด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ พร้อมเยี่ยมชมขั้นตอนการดำเนินงานคัดกรองผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสที่ยังไม่ทราบที่มา โดยมอบให้กรมควบคุมโรค เฝ้าระวัง คัดกรองผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง ทั้งด่านบก ด่านเรือและด่านอากาศ หากพบผู้มีอาการเข้าข่ายสงสัย ให้ส่งเข้าระบบควบคุมป้องกันโรคทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทินกล่าวว่า ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก ประเทศไทยมีระบบเฝ้าระวัง คัดกรอง ควบคุมโรคที่ประสิทธิภาพ หากมีรายงานผู้ป่วยที่สงสัย จะทำการแยกกัก โดยมีการเตรียมความพร้อมทางห้องปฏิบัติการ และทีมสอบสวนโรคติดต่ออันตรายทั้งในส่วนกลางและทุกจังหวัดทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับที่ด่านควบคุมโรค ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ติดตั้งเครื่องวัดไข้อัตโนมัติระบบอินฟราเรด (Infrared Thermo Scan) 4 จุด พร้อมเจ้าหน้าที่ทำงาน 24 ชั่วโมง &amp;nbsp;ผู้โดยสารทุกคนจะต้องผ่านการตรวจคัดกรองด้วยเครื่องตรวจอุณหภูมิอัตโนมัติ หากพบมีไข้จะแยกผู้โดยสารตรงประตูทางเข้า ให้สวมหน้ากากอนามัย และพาไปตรวจซ้ำที่ห้องรอส่งต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากพบว่ามีไข้ และมีประวัติมาจากพื้นที่เสี่ยงจะโทรแจ้งกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ให้ส่งรถพยาบาลมารับไปยังโรงพยาบาลที่มีห้องแยกโรคมาตรฐาน ทั้งหมดนี้เป็นขั้นตอนปกติที่สนามบินดำเนินการ โดยจะไม่ปะปนกับผู้โดยสารอื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ป่วยจากพื้นที่เสี่ยง จะมีการแยกประตูทางเข้าเฉพาะ หากพบความผิดปกติ จะจัดการทันที โดยที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีเที่ยวบินจากพื้นที่เสี่ยงวันละ 3 เที่ยว ผู้โดยสารวันละประมาณ 500 คนต่อวัน &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีท่าอากาศยานที่รับผู้โดยสารจากพื้นที่เสี่ยงคือท่าอากาศยานดอนเมือง เชียงใหม่ ภูเก็ต ซึ่งจะดำเนินมาตรการอย่างเข้มงวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และจนถึงปัจจุบัน ยังไม่พบผู้ป่วยในประเทศไทย หากผู้โดยสารพบบุคคลที่มีอาการผิดปกติ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลสถานการณ์ ส่วนผู้โดยสารที่มาจากพื้นที่เสี่ยง อาทิ อู่ฮั่น ภาครัฐได้มอบเอกสารการปฏิบัติตัวไว้ศึกษาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ประเทศไทยเคยเจอเหตุการณ์ทำนองนี้มาก่อนทั้งจากโรคซาร์ส โรคเมอร์ ไข้หวัดนก และสามารถจัดการได้ไม่มีปัญหา ขอให้ประชาชนมั่นใจในระบบสาธารณสุขของไทย อยากวิงวอนการนำเสนอของทุกภาคส่วนให้สื่อสารตามข้อเท็จจริง อย่าสร้างความตื่นตระหนกกับประชาชน เพราะจะเป็นการทำลายบรรยากาศด้านการท่องเที่ยว เรากำลังเข้าสู่ช่วงตรุษจีน และสงกรานต์ การสื่อสารที่สร้างความหวาดกลัว จะกระทบกับภาพรวมการท่องเที่ยวทั้งหมด&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53850</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประเทศจีน, อนุทิน, โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200105/image_big_5e11bd43d6489.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
