<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66793</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2020 16:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2020 16:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักเปิบสะดุ้ง! ศูนย์วิจัยพบพยาธิใบไม้ใน &#039;ปลาร้า-ปลาส้มดิบ&#039; จากแหล่งน้ำจืดและตลาดภาคอีสาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ค.63 - เพจเฟซบุู๊ก PDRC ศูนย์วิจัยโรคปรสิต สำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี โพสต์คลิปพยาธิใบไม้ตับที่เก็บมาจากแหล่งน้ำจืด พร้อมข้อความระบุว่า มาดูคลิปพยาธิใบไม้ตับที่เก็บมาจากปลาขาวนา ปลาตะเพียน ปลากระสูบจากตามแหล่งน้ำจืด ได้ระยะติดต่อแล้วก็นำไปป้อนหนูแฮมสเตอร์แล้วเลี้ยง 1 เดือน ก็ได้พยาธิใบไม้ตับยั้วเยี้ยเลย ฉะนั้น ถ้าท่านชอบทานก้อยปลาดิบ ปลาร้า ปลาส้มดิบ ท่านก็อาจจะติดพยาธินี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ เพจดังกล่าวได้เปิดเผยผลสำรวจพยาธิใบไม้ตับและใบไม้ลำไส้ขนาดเล็กในปลาร้าและปลาส้มจาก 73 ตลาด ในภาคอีสาน โดยมีเนื้อหาดังนี้ สำหรับคอปลาร้า ปลาส้ม มาดูกันว่ามีพยาธิมากน้อยขนาดไหนในจังหวัดของท่าน แล้วดิบๆ นี่ควรจะทำอย่างไรให้ไร้พยาธิ มีการสำรวจตรวจพยาธิใบไม้ตับและใบไม้ลำไส้ขนาดเล็กในปลาร้าและปลาส้มจาก 73 ตลาด ใน 20 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (SudaratOnsurathum et al., 2016) พบการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับและพยาธิใบไม้ลำไส้ขนาดเล็ก 9.58 % (7/73) ส่วนใหญ่พบในปลาร้า และเป็นตัวอย่างที่เก็บมาจากศรีสะเกษ สกลนคร ขอนแก่น มุกดาหาร และอุดรธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำรวจปลาส้มจาก 20 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มาตรวจหาระยะติดต่อพยาธิใบไม้ตับ (metacercaria:mc) พบ 20.2% โดยมีความหนาแน่นของเชื้ออยู่ระหว่าง 1 - 268 mc/kg (Ratchadawan Aukkanimart et al., 2017)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำรวจปลาร้าและปลาส้ม จาก 5 อำเภอในจังหวัดอุดรธานีและ 7 อำเภอจากกาฬสินธุ์ (Nipawan Labbunruang &amp;amp; Jutharat Kulsantiwong 2019)
พบระยะติดต่อพยาธิใบไม้ตับในตัวอย่าง ปลาร้า 9.1% ปลาส้ม 42.9% พบระยะติดต่อพยาธิจากตัวอย่างในอำเภอเมือง กุมภวาปี และกุดจับ จังหวัดอุดรธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลาและอุณหภูมิต่ำจะมีผลต่อพยาธิใบไม้ตับในปลาส้ม (SudaratOnsurathum et al., 2016) ทำปลาส้มในห้องปฏิบัติการและปลาส้มที่เก็บมาจากตลาด เก็บไว้ที่อุณหภูมิห้อง ปลาส้มยังคงตรวจพบพยาธิระหว่างวันที่ 1-4 เมื่อนำระยะติดต่อพยาธิใบไม้ตับที่ตรวจเจอนี้ ไปป้อนให้หนูแฮมสเตอร์และเลี้ยง 1-2 เดือน นำมาฆ่าเพื่อตรวจดูพยาธิ พบการติดเชื้อ 52%, 44.7%, 11.3% และ 1% สำหรับระยะติดต่อพยาธิที่เก็บจากปลาส้มวันที่ 1, 2, 3 และ 4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลาเก็บไว้ที่ 4 C นำมาทำปลาส้ม 3 วัน พบว่าปลาส้มวันที่ 1 และ 2 พบระยะติดต่อของพยาธิใบไม้ตับ และสามารถติดเชื้อหนูแฮมสเตอร์ได้ 3.3% และ 12.7% ขณะที่ปลาส้ม 3-5 วัน พยาธิไม่สามารถติดเชื้อในหนูแฮมสเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิธีกำจัดพยาธิใบไม้ตับอย่างง่ายๆ ในปลาเกล็ดขาวกลุ่มวงศ์ปลาตะเพียน อาทิ ปลาขาวนา ปลาขาวสร้อย ปลาตะเพียน ปลากระสูบ (Panupan Sripan et al., 2017)
&amp;lt;&amp;gt; ความร้อนด้วย microwaving (400 หรือ 800 W) หรือต้มที่ 90 องศาเซลเซียส ที่ 5 นาที สามารถฆ่าระยะติดต่อพยาธิได้
&amp;lt;&amp;gt; แช่แข็งที่ -20 องศาเซลเซียส 48 ชั่วโมง สามารถฆ่าระยะติดต่อพยาธิได้
&amp;lt;&amp;gt; ปลาส้ม แช่แข็งที่ -20 องศาเซลเซียส 24 ชั่วโมง สามารถฆ่าระยะติดต่อพยาธิได้
&amp;lt;&amp;gt; ปลาส้ม แช่แข็งที่ 4 องศาเซลเซียส 24-48 ชั่วโมง ไม่สามารถฆ่าระยะติดต่อพยาธิได้ เมื่อนำไปป้อนในแฮมสเตอร์เลี้ยง 1 เดือน ตรวจพบตัวเต็มวัย 40%&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66793</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปลาร้า-ปลาส้ม, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี, โรคพยาธิใบไม้ในตับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200524/image_big_5eca35a366cc4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25145</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/12/2018 17:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/12/2018 17:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพิ่ม 2โรค &quot;โรคติดเชื้อในรพ.-พยาธิใบไม้ในตับ&quot;โรคต้องเฝ้าระวัง ควบคุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ธ.ค.61-นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวรทย ผู้อำนวยการสำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวว่า ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง พ.ศ. 2559 มีจำนวนทั้งสิ้น 57 โรค ซึ่งปกติสำนักระบาดวิทยา จะมีการทบทวนปรับปรุงรายชื่อโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังทุก 2-3 ปี ในปีนี้จึงได้มีการเสนอทบทวนรายชื่อโรค เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยบางโรคที่มีความสำคัญมากขึ้นก็ต้องเพิ่มเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ส่วนบางโรคที่ไม่ค่อยเป็นปัญหาหรือมีความสำคัญน้อยลงมากก็ต้องนำรายชื่อออก ซึ่งโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังจะมีการรายงานข้อมูลจากทุกโรงพยาบาลเข้ามาทุกสัปดาห์ เพื่อติดตามสถานการณ์และวางแผนรับมือแก้ปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โสภณ กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 4/2561 เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2561 ที่ผ่านมา คณะกรรมการฯ เห็นชอบการทบทวนรายชื่อโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ซึ่งครั้งนี้มีทั้งการเพิ่มโรคและตัดบางโรคออก โดยเพิ่มโรคที่ต้องเฝ้าระวัง 2 โรค ได้แก่ 1.โรคติดเชื้อในโรงพยาบาล เนื่องจากปัจจุบันมีผู้ไปรับบริการที่โรงพยาบาลมากขึ้นเรื่อยๆ และมีการติดเชื้อมากขึ้น และ 2.โรคพยาธิใบไม้ตับ เพราะเป็นสาเหตุของการเป็นมะเร็งท่อน้ำดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอีสาน การที่เรามีข้อมูลของโรคนี้เข้ามาจากทุกโรงพยาบาล จะเป็นประโยชน์ในการทราบสถานการณ์และวางแผนแก้ปัญหาได้อย่างเป็นระบบ
และนำออกจากรายชื่อโรคเฝ้าระวัง &amp;nbsp;4 โรค คือ 1.โรคบิด (Dysentery) ที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชิเกลลา (Shigella) ซึ่งหากตรวจพบในผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน ก็จะได้รับการรายงานโรคอุจจาระร่วงโดยระบุเชื้อ ซึ่งอาศัยผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการทำให้รู้ว่ามีเชื้ออะไรบ้าง จึงไม่ต้องรายงานแยกเป็นโรคบิดต่างหาก ทำให้ลดความซ้ำซ้อนในการรายงานข้อมูล 2.โลนที่อวัยวะเพศ 3.หูดข้าวสุก และ 4.พยาธิทริโคโมแนสของระบบสืบพันธุ์และทางเดินปัสสาวะ เนื่องจากทั้ง 3 โรค เป็นโรคที่พบน้อยลงมากแล้ว ไม่ถือว่าเป็นปัญหาที่สำคัญในทางสาธารณสุข และหาข้อมูลได้จากฐานข้อมูลการรักษาพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;เกณฑ์ของโรคที่ต้องเฝ้าระวังคือ ต้องเป็นโรคที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพชัดเจน เป็นปัญหาทางสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเป็นโรคที่ต้องมีแผนยุทธศาสตร์เฉพาะในการป้องกันและควบคุม อย่างกรณีโรคที่เพิ่มเข้ามาใหม่ทั้งโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล และพยาธิใบไม้ในตับ ต่างต้องมียุทธศาสตร์หรือแผนในระดับชาติเพื่อจัดการกับปัญหา &amp;nbsp; ต้องแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ และต้องมีข้อมูลสถานการณ์โรคเข้ามา &amp;quot;
สำหรับ โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังล่าสุดจึงมีเพียง 55 โรค ประกอบด้วย 1.กามโรคของต่อมและท่อน้้าเหลือง 2.ไข้กาฬหลังแอ่น 3.ไข้ดำแดง 4.ไข้เด็งกีหรือโรคไข้เลือดออก 5.ไข้ปวดข้อยุงลาย 6.ไข้มาลาเรีย 7.ไข้ไม่ทราบสาเหตุ 8.ไข้สมองอักเสบชนิดญี่ปุ่น 9.ไข้สมองอักเสบไม่ระบุเชื้อสาเหตุ 10.ไข้หวัดนก 11.ไข้หวัดใหญ่ 12.ไข้หัด 13.ไข้หัดเยอรมัน 14.ไข้เอนเทอริค 15.ไข้เอนเทอโรไวรัส 16.คอตีบ 17.คางทูม 18.ซิฟิลิส 19.บาดทะยัก 20.โปลิโอ 21.แผลริมอ่อน 22.พยาธิทริคิเนลล่า 23.เมลิออยโดซิส 24.เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากพยาธิ 25.เยื่อหุ้มสมองอักเสบไม่ระบุเชื้อสาเหตุ 26.เริมของอวัยวะสืบพันธุ์และทวารหนัก 27.โรคตับอักเสบจากเชื้อไวรัส ชนิด เอ บี ซี ดี และ อี 28.โรคตาแดงจากไวรัส 29.โรคติดเชื้อไวรัสซิกา 30.โรคติดเชื้อสเตร็ปโตคอคคัสซูอิส 31.โรคเท้าช้าง 32.โรคบรูเซลโลสิส 33.โรคปอดอักเสบ 34.โรคพิษสุนัขบ้า 35.โรคมือเท้าปาก 36.โรคเรื้อน 37.โรคลิซมาเนีย 38.โรคเลปโตสไปโรสิส 39.โรคสครัปไทฟัส 40.โรคสุกใส หรือ อีสุกอีใส 41.โรคอัมพาตกล้ามเนื้ออ่อนปวกเปียกเฉียบพลัน 42.โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน 43.โรคเอดส์ 44.โรคแอนแทรกซ์ 45.วัณโรค 46. ไวรัสตับอักเสบไม่ระบุเชื้อสาเหตุ 47.หนองใน 48.หนองในเทียม 49.หูดอวัยวะเพศและทวารหนัก 50.อหิวาตกโรค 51.อาการภายหลังได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค 52. อาหารเป็นพิษ 53.ไอกรน 54.โรคติดเชื้อในโรงพยาบาล และ 55.พยาธิใบไม้ตับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25145</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมโรค, นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร, เพิ่ม2โรคติดต่อต้องเฝ้าระวัง, โรคติดเชื้อในรพ., โรคพยาธิใบไม้ในตับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181226/image_big_5c23583acae7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
