<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113679</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 08:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 08:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘อดีตกุนซือบิ๊กป้อม’แฉเตรียมสอดไส้พรก.เหมาเข่งในกฎหมายโรคระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.2564 - นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์เฟซบุ๊กมีเนื้อหาว่า &amp;nbsp;ขบวนการจัดหา-บริหารจัดการวัคซีนผวาคุก!!! หลังจากร่างพระราชกำหนดจำกัดความรับผิด หลุดไปถึงมือฝ่ายค้านและเป็นข่าวอื้อฉาว จึงถูกประชาชนคัดค้านต่อต้านอย่างกว้างขวาง จนเดินหน้าไม่ได้&amp;nbsp;ล่าสุด จะมีการแก้ไขกฎหมายโรคระบาด โดยนำเรื่องนี้ไปพ่วงไว้ในการแก้ไขกฎหมายโรคระบาดนั้น &amp;nbsp;คาดว่าจะส่งเข้าสภา ในเร็วๆนี้!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าลืมว่าเมื่อเสนอเป็นร่างพระราชบัญญัติ จะต้องดำเนินกระบวนการตามรัฐธรรมนูญคือต้อง &amp;quot;ฟัง&amp;quot; ความเห็นประชาชนทุกขั้นตอน ซึ่งวงการต่างๆย่อมจ้องจับตา ออกความเห็นเรื่องนี้กันแล้ว!!! และเมื่อเข้าสู่สภา ไม่ใครก็ใครคงถูกจับแก้ผ้า ให้ประชาชนทั้งประเทศรุมยำกันแน่!!!
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113679</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายไพศาล พืชมงคล, พระราชกำหนด, อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี, โรคระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210530/image_big_60b37559033a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105537</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2021 12:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 12:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลัมปีสกินระบาดหนัก! บุรีรัมย์ประกาศพื้นที่ประสบภัยโรคระบาดสัตว์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย. 64 - นายอภิชาติ สุวรรณชัยรบ ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า จากการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคลัมปีสกินในโค และกระบือ พร้อมร่วมกันหารือระเบียบ เตรียมเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ในการประกาศเป็นเขตประสบภัยพิบัติโรคระบาดสัตว์ และวางแนวทางในการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์โรคลัมปีสกินในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ขณะนี้พบการแพร่ระบาดทั้ง 23 อำเภอทั้งจังหวัด ข้อมูล ณ วันที่ 6 มิถุนายน 2564 มีสัตว์ป่วยสะสม 3,742 ตัว รักษาหายป่วยแล้ว 183 ตัว สัตว์ตาย 148 ตัว สัตว์ป่วยคงเหลือ 3,559 ตัว เกษตรกรได้รับผลกระทบ 2,067 ราย ในพื้นที่ 23 อำเภอ 188 ตำบล และขณะนี้ปศุสัตว์แต่ละอำเภอลงพื้นที่สำรวจ และรายงานเข้ามา เพื่อที่จะสรุปข้อมูลอย่างละเอียดอีกครั้งโดยเฉพาะจำนวนสัตว์ที่ป่วยหรือเสียชีวิต
ในส่วนมาตรการต่างๆ ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์ ให้การช่วยเหลือเฉพาะหน้า เพื่อป้องกัน ควบคุมและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่รักษาพยาบาลสัตว์ป่วย การอบรมให้ความรู้เกษตรกร, การจัดกิจกรรม Kick off รณรงค์ป้องกันและกำจัดโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคและและการฉีดพ่นยากำจัดแมลงพาหะการสนับสนุนเวชภัณฑ์ สารกำจัดแมลงและอื่นๆ ได้เริ่มดำเนินการไปแล้วในทุกท้องที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดบุรีรัมย์ ประกาศเขตโรคระบาดทั้งจังหวัด ควบคุมการเคลื่อนย้ายโคกระบือ ลดการแพร่เชื้อโรค การปิดตลาดนัดโค กระบือ ซึ่งการประกาศเขตภัยพิบัติและประกาศเขตช่วยเหลือเยียวยาเพื่อชดเชย เยียวยากรณีสัตว์ตายด้วยโรคระบาด ซึ่งจะเริ่มเปิดให้เกษตรกรยื่นคำขอหลังจากการประกาศเขตภัยพิบัติ โดยมีขั้นตอนการดำเนินงานและอัตราการชดเชยตามจริงแต่ไม่เกินรายละ 2 ตัว เป็นเงินสด ผ่านบัญชีเงินฝากเกษตรก
สำหรับอัตราเงินชดเชยรายได้ให้เกษตรกรเจ้าของโค กระบือ ตามจริง แต่ไม่เกินรายละ 2 ตัว เป็นเงินสดผ่านบัญชีเงินฝากเกษตรกร สัตว์อายุ น้อยกว่า 6 เดือน โคจ่ายเงินเยียวยา 6,000 บาทต่อตัว กระบือเยียวยา 8,000 บาทต่อตัว จ่ายตามจริง แต่ไม่เกินรายละ 2 ตัวต่อราย, อายุ 6 เดือนถึง 1 ปี โคจ่ายเงินเยียวยา 12,000 บาทต่อตัว กระบือเยียวยา 14,000 บาทต่อตัว, อายุมากกว่า 1 ปี ถึง 2 ปี โคจ่ายเงินเยียวยา 16,000 บาทต่อตัว กระบือเยียวยา 18,000 บาทต่อตัว, อายุมากกว่า 2 ปี โคจ่ายเงินเยียวยา 20,000 บาทต่อตัว กระบือเยียวยา 22,000 บาทต่อตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ขอเน้นย้ำว่าสัตว์ที่เป็นโรคนี้ แม้ดูจากภายนอกแล้วจะน่ากลัว เพราะเป็นตุ่ม เป็นแผล ซึ่งโรคนี้สามารถรักษาหาย เนื้อกินได้ และไม่ติดคน เป็นเฉพาะในโค กระบือเท่านั้น และที่สำคัญเนื้อโคทุกตัวที่จะเข้าโรงฆ่าสัตว์นั้นจะต้องได้รับการตรวจโรคและสุขภาพ เพราะฉะนั้นอยากให้ประชาชนมั่นใจว่าเนื้อปลอดภัยบริโภคได้ และอยากฝากถึงพี่น้องเกษตรกรหากพบว่าโค กระบือของตัวเองเริ่มป่วย โดยมีอาการซึม ไม่ค่อยกินหญ้า ควรรีบแยกตัวออกจากฝูง หากเป็นไปได้ให้กางมุ้ง เพื่อที่จะไม่เป็นพาหะไปยังตัวอื่น และใช้ยาทาป้องกันทุกตัว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105537</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุรีรัมย์, ลัมปีสกิน, อภิชาต สุวรรณชัยรบ, โค-กระบือ, โรคระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60bda8bd68593.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105290</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 19:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 19:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประภัตร&#039; จ่อประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ พร้อมเยียวยาเกษตรกรได้รับผลกระทบโรคลัมปี สกิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.64 - ที่อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจติดตามงานด้านปศุสัตว์ ที่ ฟาร์มวัวชวนชื่น โดยมีนายสุรเดช สมิเปรม รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นายวิวัฒน์ ไชยชะอุ่ม ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมติดตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประภัตร กล่าวว่า ฟาร์มวัวชวนชื่นเป็นฟาร์มที่ดำเนินการได้อย่างดีและประสบความสำเร็จในการเลี้ยงวัว คือ 1. มีผลผลิตที่มีคุณภาพเทียบเท่าหรือใกล้เคียงมาตรฐาน ผลงานที่ได้รับการยอมรับจาก ลูกค้า 2. มีผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ สร้างรายได้ที่มั่นคง 3. มีการปรับปรุงพัฒนากิจการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพฟาร์มโดยมีการขยายกิจการและขนาดฟาร์มอย่างต่อเนื่อง และมีการจัดแบ่งพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน ฟาร์มชวนชื่น เป็นฟาร์มเลี้ยงโคเนื้อแบบครบวงจร ที่มีคุณภาพและสามารถเป็นตัวอย่าง และต้นแบบ ให้กับเกษตรกรเครือข่ายของกรมปศุสัตว์ เป็นแหล่งเรียนรู้ สถานที่ศึกษาดูงานของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ นักเรียน นักศึกษา ในเรื่องการเลี้ยงการจัดการ และการพัฒนาโคเนื้อให้มีคุณภาพ สามารถพัฒนาสายพันธุ์โคเนื้อที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประภัตร กล่าวว่า ซึ่งนายสุรเดช สมิเปรม รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ รายงานให้ทราบว่า ฟาร์มชวนชื่นเป็นฟาร์มปรับปรุงพันธุ์โคเนื้อกำแพงแสนและพันธุ์บีฟมาสเตอร์ โดยร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ในการพัฒนาและวิจัยโคพันธุ์กำแพงแสน โดยใช้แม่พันธุ์กำแพงแสนเป็นแม่พื้นฐาน และมีจุดมุ่งหมายที่จะสร้างโคพันธุ์บีฟมาสเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประภัตร กล่าวว่า เกษตรกรที่สนใจสามารถนำไปต่อยอดพัฒนาโคเนื้อควบคู่กับการทำการเกษตรเชิงเดี่ยวให้ดียิ่งขึ้นได้ต่อไป รวมถึงการดูแลสุขภาพสัตว์ การควบคุมป้องกันโรค การถ่ายพยาธิ การทำวัคซีนตามโปรแกรมปศุสัตว์ในระบบมาตรฐานฟาร์ม นอกจากมีการเลี้ยงโคแล้ว ยังมีการนำมูลโคเป็นปุ๋ยใช้ในแปลงหญ้า สวนปาล์ม สวนยาง และสวนมะพร้าว ซึ่งเป็นการลดต้นทุนโดยไม่ใช้ปุ๋ยเคมี และสารเคมี ในการกำจัดวัชพืชและศัตรูพืช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประภัตร กล่าวว่า ส่วนการระบาดของโรคลัมปี สกิน นั้นพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมรัฐบาลเตรียมมาตรการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน และได้สั่งการเน้นย้ำไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ให้ทำงานเชิงรุก ลงพื้นที่ดูแลเกษตรกรอย่างเต็มที่ เพื่อหยุดยั้งการระบาดที่เกิดขึ้นให้เร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกรมปศุสัตว์ได้ประสานงานกับทางจังหวัดต่างๆ ที่มีการระบาดของโรค เพื่อพิจารณาประกาศภัยพิบัติในพื้นที่แล้ว และพร้อมที่จะเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบตามมาตรการต่างๆ ในเบื้องต้น รวมถึงเรื่องวัคซีน 60,000 โดส ที่นำเข้ามา คณะกรรมการฯ กำลังพิจารณาการส่งมอบวัคซีนไปตามจุดต่างๆ และได้ชี้แจงเรื่องเพิ่มเติมแล้วว่า ต้องการวัคซีนเพิ่มอีกเท่าไหร่ เพื่อใช้ในการควบคุมการระบาดในครั้งนี้ ตนขอย้ำอีกครั้งเพื่อให้เกิดการเข้าใจที่ถูกต้องสู่เกษตรกรและประชาชน โรคลัมปี-สกิน เป็นแล้วรักษาหาย เนื้อทานได้ ไม่ติดต่อสู่คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105290</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมปศุสัตว์, จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, ประภัตร โพธสุธน, โรคระบาด, โรคลัมปี สกิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60ba1ee31fd9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105118</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2021 09:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2021 09:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039; ชี้หากไม่ฉีดวัคซีนสร้างภูมิต้านทานโควิด อาจมีคนเสียชีวิตถึง 7 แสนคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มิ.ย.64 - ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กว่า มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โควิด 19 &amp;nbsp;เมื่อเทียบกับไข้หวัดใหญ่สเปน และ อหิวาตกโรคในรัชกาลที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยมีโรคระบาดใหญ่ เป็นรอบๆ 100 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปี พศ 2363 โรคอหิวาตกโรคได้เกิดการระบาดใหญ่ ในสมัยรัชกาลที่ 2 &amp;nbsp;ที่มีการบันทึก (กรมพระยาดำรงราชานุภาพ) ไว้ว่า ห่าลงปีมะโรง คาดการณ์ว่ามีผู้เสียชีวิตประมาณ 30,000 คน ซึ่งขณะนั้นประชากรประเทศไทยก็ไม่น่าจะมาก น่าจะอยู่ที่ 3 - 4 ล้านคน (คาดการณ์เอง) อัตราการเสียชีวิตก็น่าจะอยู่ที่ 1%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีก 100 ปีต่อมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปี พศ. 2461 ไข้หวัดใหญ่สเปน เข้าสู่ประเทศไทยทางภาคใต้ในเดือนตุลาคมปีพศ 2461 &amp;nbsp;ในสมัยรัชกาลที่ 6 ช่วงนั้นเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 &amp;nbsp;เราได้ส่งทหารไปร่วมรบกับกองกำลังฝรั่งเศสและอังกฤษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะนั้นประเทศไทยปกครองแบบมี &amp;nbsp;17 มณฑล ( 73 จังหวัด) &amp;nbsp;มีประชากรทั้งสิ้น 8.4 ล้านคน ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ทั้งสิ้น 2.3 ล้านคน เสียชีวิต 80,000 คน หรือคิดราว 1 เปอร์เซ็นต์ของประชากร นับเป็นการเสียชีวิตที่ไม่น้อยจากโรคระบาด &amp;nbsp;โรคสงบในเดือนมีนาคม &amp;nbsp;2462 (ราชกิจจานุเบกษา ฉบับที่ 136 &amp;nbsp;27 กรกฎาคม พ. ศ. 2462)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;100 ปีต่อมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี พศ 2563 &amp;nbsp;เราก็ต้องเผชิญกับโรคระบาดอีก คือโรค โควิด 19 &amp;nbsp;เข้าสู่ประเทศไทยในเดือนมกราคม จากหญิงท่องเที่ยวชาวจีน หลังจากนั้นเราก็พบการระบาดมาจนถึงปัจจุบันเป็น 3 รอบ และเหตุการณ์ยาวมาถึง 1 ปีครึ่งแล้ว ยังไม่มีแนวโน้มที่จะยุติ เราได้พยายาม ยื้อให้มีการเสียชีวิตน้อยที่สุด และรอ วัคซีนมาทดแทนการติดเชื้อ เพื่อให้เปรียบเสมือนเป็นการติดเชื้อแบบไม่มีอาการ หรือมีอาการให้น้อยที่สุด เพื่อให้ประชาชนส่วนใหญ่ มีภูมิต้านทาน เพื่อให้พ้นจากการเจ็บป่วยของโรคดังกล่าว ถ้าเราปล่อยไปตามธรรมชาติอย่างเมื่อ 100 หรือ 200 ปีที่แล้วที่ผ่านมา และถ้ามีการเสียชีวิตประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์ ครั้งนี้ก็จะมีการสูญเสียถึง 7 แสนคน และโรคน่าจะสงบใน 1 ปี คือคนส่วนใหญ่ จะติดเชื้อ และมีภูมิต้านทานเกิดขึ้นจากการติดเชื้อ สภาพดังกล่าวเราคงยอมรับไม่ได้ เราจึงมีแนวทางปฏิบัติทุกวิถีทางที่จะลดความรุนแรงของโรคลงให้ได้ เหตุการณ์จึงได้ยืดเยื้อมาถึงทุกวันนี้ ทางออกในวันนี้มีอยู่ทางเดียวคือต้องทำให้ทุกคนมีภูมิต้านทานคล้ายการติดเชื้อ ด้วยวัคซีน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงเวลาแล้วที่ประชากรไทยทุกคน ควรจะได้รับวัคซีนเพื่อให้เกิดภูมิต้านทานเป็นส่วนใหญ่เกิดขึ้นให้ได้ เพื่อลดความรุนแรงของโรค และอัตราตาย ในที่สุด โรคก็จะสงบ ถ้าคนส่วนใหญ่มีภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นจากวัคซีน หรือการติดเชื้อ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105118</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ยง ภู่วรวรรณ, วัคซีนโควิด19, โควิด19วันนี้, โรคระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210523/image_big_60a9f2aa8621f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99015</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2021 11:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2021 11:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนัก! ไทยพบผู้ติดเชื้อโควิดพุ่ง 789 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย.64 - ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์ประจำวันที่ 10 เม.ย. ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 789 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 781 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 522 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 259 ราย นอกจากนี้ เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 8 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 31,658 ราย หายป่วยสะสม 28,161 ราย อยู่ระหว่างรักษา 3,400 ราย มีรายงานผู้เสียชีวิต 1 ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 97 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99015</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศบค., โควิด-19, โรคระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210410/image_big_607123e1bd901.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98587</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 08:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 08:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต้องอ่าน!หมอวีระศักดิ์เขียนบทความ’โควิดระลอกสามโมเมนตัมของโรคระบาดและการเมือง’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เม.ย.2564 - &amp;nbsp;ศ.นพ.วีระศักดิ์ &amp;nbsp;จงสู่วิวัฒน์วงศ์ ประธานหลักสูตร สาขาวิชาระบาดวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ม.อ. และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เขียนบทความบนโพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;โควิดระลอกสาม โมเมนตัมของโรคระบาดและของการเมือง&amp;rdquo; มีเนื้อหาว่า หลังจากสงบจากการะบาดในระลอกแรกราวครึ่งปี โควิดก็เริ่มระบาดระลอกสองจากสมุทรสาครออกไปจังหวัดต่างๆ ลักษณะการระบาดคล้าย ๆ มะเร็งที่ลุกลามเฉพาะพื้นที่และอวัยวะใกล้เคียง ไม่กระจายพรวดเดียวออกไปไกลเหมือนระลอกแรก ด้วยความเข้มแข็งของระบบสาธารณสุขและความร่วมมือของประชาชน โควิดระลอกสองก็ค่อยสงบลงจนแทบจะไม่เป็นปัญหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความสำเร็จของการควบคุมการระบาดสองระลอก และการเริ่มเข้ามาของวัคซีน ทำให้รัฐบาลและประชาชนเริ่มรู้สึกผ่อนคลาย มองโลกสวยว่าเราน่าจะเริ่มฟื้นฟูเศรษฐกิจกันได้แล้ว เริ่มต้นจากการผ่อนคลายความเข้มงวดในประเทศ และเตรียมรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่การระบาดรอบสองยังไม่สะเด็ดน้ำดี คลื่นระบาดระลอกสามก็แสดงตน จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มอย่างน้อยสองเท่าในช่วงข้ามวัน ฐานของการระบาดย้ายจากสมุทรสาครเข้าสู่กรุงเทพมหานครและหัวเมืองต่าง ๆ คราวนี้โทษแรงงานต่างชาติไม่ได้แล้ว การแพร่กระจายเชื้อเที่ยวนี้เกิดจากลูกหลานไทยเราเองที่แสวงหาความบันเทิงหลังจากเคร่งเครียดมานาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรานำเข้าวัคซีนมาสองเดือนแล้ว อีกไม่กี่สัปดาห์เราก็จะได้ใช้วัคซีนที่ผลิตในประเทศเรา แต่อัตราความเร็วของการนำเข้าและการผลิตรวมกันเทียบไม่ได้เลยกับอัตราความเร็วของการแตกตัวของโรคระบาดในระลอกนี้ สัปดาห์หน้าบ้านเราจะเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ซึ่งมีการเดินทางของผู้คนทั่วประเทศ เป็นโอกาสที่เชื้อจะเพิ่มโมเมนตัม (ความเร็วคูณด้วยมวล) แพร่ได้เร็วและหนักหน่วงยิ่งขึ้นเหมือนเทศกาลตรุษจีนปีกลายช่วยแพร่เชื้อจากหวู่ฮั่นไปยังภาคส่วนต่าง ๆ ของจีนเมื่อปีกลาย ทั้งโมเมนตัมของผู้คนที่เคลื่อนที่และโมเมนตัมของเชื้อแรงมาก ตามกฎข้อที่สองของนิวตันที่ว่าโมเมนตัมจะไม่สูญหายและไม่เปลี่ยนทิศนอกจากมีแรงกระทำจากภายนอก ดังนั้นเราคงจะเห็นรัฐบาลออกแรงมหาศาลหลังสงกรานต์ในการลดพลังของโมเมนต้มของการระบาด เราคงหลีกไม่ได้ที่จะต้องสกัดกั้นการเดินทางระหว่างจังหวัด และบางแห่งอาจจะต้องเคอร์ฟิวและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวพักผ่อนคงต้องถูกแช่แข็งอีกรอบ แผนการที่จะเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวเข้ามาในเดือนกรกฎาคมอาจจะต้องเลื่อนออกไป เนื่องจากความไม่พร้อมภายในของเรา และที่สำคัญคือความไม่พร้อมของนักท่องเที่ยวขาใหญ่จากประเทศจีนที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าบ้านเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขออนุญาตเล่าเรื่องกรณีศึกษาที่กำลังจะเกิดขึ้นในจังหวัดสงขลาในช่วงนี้ ซึ่งน้อง ๆ สาธารณสุขในพื้นที่กำลังกังวลมาก กล่าวคือจะมีการจัดแข่งขันชกมวยรายการใหญ่ที่ให้คนเข้าชมฟรีสองวันติดต่อกันในครึ่งหลังของสัปดาห์นี้ น้อง ๆ บอกว่าอาจารย์ครับ อาจารย์ช่วยหาทางบอกให้ผู้ใหญ่ระดับสูงของประเทศช่วยแนะนำคณะผู้จัดซึ่งเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมืองช่วยยกเลิก หรือเปลี่ยนเป็นมวยตู้ที่ไม่ต้องมีคนชมในสนามแทน เพราะผู้ใหญ่ด้านมหาดไทยในพื้นที่และผู้ใหญ่ในกระทรวงส่วนกลางเองเกรงใจผู้ใหญ่ที่จัดมาก ผมปรึกษาไปแล้วท่านได้แต่กำชับทางสาธารณสุขให้เข้มงวดอย่าให้มีการระบาด เหตุผลหนึ่งที่ท่านไม่กล้าสั่งการพิเศษในขณะนี้ คือ ยังไม่พบผู้ป่วยในพื้นที่จังหวัดสงขลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่สนิทกับผู้ใหญ่ท่านใดเป็นพิเศษหรอกครับ สิ่งที่จะช่วยได้คือการเขียนบทความชิ้นนี้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้อ่านเท่านั้น ความเห็นของผมอาจจะถูกหรืออาจจะผิด ใครจะเอาไปปฏิบัติต่อหรือไม่ก็ต้องไปพิจารณากันเอง ใครที่ใกล้ชิดกับท่านผู้ใหญ่ก็คงจะเอาไปให้ท่านอ่านเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเชื่อว่าผู้ใหญ่ที่จัดส่งเสริมการชกมวยครั้งนี้ทำด้วยความปรารถนาดี เพื่อทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีกิจกรรมร่วมกัน เป็นการส่งเสริมความเข้มแข็งทางสังคมและเศรษฐกิจ ท่านและที่ปรึกษาของท่านก็มีความรับรู้เรื่องความเสี่ยงของการแพร่ระบาดไม่น้อยกว่าน้อง ๆ ชาวสาธารณสุข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแข่งขันชกมวยครั้งนี้ที่สำคัญไม่ได้อยู่ที่การพนันขันต่อระหว่างค่ายมวยและเซียนมวยจากจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ แต่เป็นการเดิมพันทางการเมืองทางด้านชื่อเสียงและหน้าตาของท่านผู้ใหญ่ผู้จัด ท่านก็เป็นชาวสงขลา รักคนสงขลาไม่น้อยกว่าชาวสาธารณสุขสงขลา ท่านผู้ใหญ่ท่านนั้นคงคิดอย่างดีแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความรับผิดชอบในฐานะของนักการเมืองมากกว่าความรับผิดชอบของข้าราชการประจำที่ต้องทำตามนโยบายและมาตรฐานการปฏิบัติราชการ อย่างไรก็ตาม ชาวสาธารณสุขก็จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่พ้น ถ้าไม่ได้ทำตามหน้าที่ในวิชาชีพของตน กล่าวคือถ้าทางสาธารณสุขไม่แจ้งประธานการควบคุมโรคติดต่อของจังหวัดว่าเรื่องนี้เป็นความเสี่ยงของประชากรจำนวนมาก ก็น่าจะถือได้ว่าสาธารณสุขบกพร่องในหน้าที่ ถ้าสาธารณสุขแจ้งประธานควบคุมโรคติดต่อประจำจังหวัดไปแล้วท่านไม่รายงานต่อผู้บังคับบัญชาขั้นสูงขึ้นไปว่าทางแพทย์ให้ความเห็นมาแบบนี้ ก็น่าจะถือได้ว่าท่านประธานควบคุมโรคบกพร่องในหน้าที่ ถ้าได้ทำตามนี้แล้วผู้บังคับบัญชาระดับกระทรวงหรือการเมืองยังสั่งการอนุญาตให้จัด เมื่อมีโรคระบาดเกิดขึ้นผู้บังคับบัญชาระดับกระทรวงหรือการเมืองก็ต้องรับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดอ่อนของระบบราชการอย่างหนึ่ง คือ ความเกรงใจเจ้านาย เพราะเจ้านายเป็นผู้ตัดสินชะตาชีวิตราชการของข้าราชการชั้นรองลงไป ไม่กล้าเสนอข้อเท็จจริงทางวิชาการด้วยกลัวว่าจะไปขัดใจกับเจ้านายทางการเมือง ผมคิดว่าความเกรงใจแบบนี้ส่วนหนึ่งเกิดจากความเข้าใจผิด ในปัจจุบันนักการเมืองซึ่งเป็นเจ้านายของข้าราชการล้วนเป็นคนมีการศึกษาและมีเหตุมีผล การให้ความเห็นทางวิชาการด้วยความบริสุทธิ์ใจเป็นการป้องกันอนาคตทางการเมืองของเจ้านายไม่ให้เจ้านายตัดสินใจด้วยข้อมูลทีผิด เจ้านายควรจะพอใจและมอบหมายหน้าที่การงานให้รับผิดชอบในเรื่องที่ใหญ่ขึ้นในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับท่านที่อยู่ฝ่ายวิชาการควบคุมโรค ผมขอให้ความเห็นว่าแนวโน้มการระบาดในระลอกนี้เกิดขึ้นรวดเร็วกว่าระลอกที่สอง การที่ไม่มีรายงานผู้ป่วยในพื้นที่จังหวัดสงขลาไม่ได้แสดงว่าไม่มีผู้ติดเชื้ออยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงนี้มีการเดินทางที่สะดวกและผู้คนต่างชะล่าใจ การรอให้เกิดการระบาดเสียก่อนแล้วจึงป้องกันทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าเสี่ยงมาก เป็นการตัดสินใจที่ผิด ผลประโยชน์ทางความบันเทิงและเศรษฐกิจในช่วงไม่กี่วันจะไม่คุ้มกับความเสี่ยงจากการจัดการแข่งขันชกมวยที่มีคนเข้าร่วมจำนวนมาก ซึ่งมีหลักฐานชัดเจนในอดีตแล้วว่าการจัดการแข่งขันชกมวยขนาดใหญ่เป็น super spreading event&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้การสั่งการให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขคอยควบคุมอย่าให้เกิดความเสี่ยงเป็นการสั่งการที่นำไปปฏิบัติได้ยาก เนื่องจากการแข่งขันชกมวยเป็นเหตุการณ์ที่เร้าอารมณ์ผู้เข้าชมยากแก่การควบคุม การจัดการลดจำนวนผู้เข้าชมจากเป้าหมายของการโฆษณาเดิมที่ห้าพันคนเข้าชมฟรีให้เหลือไม่เกินสามร้อยคนจะนำมาซึ่งความไม่พอใจของผู้คนที่ต้องการเข้าชมจำนวนมาก ความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมสถานการณ์กับฝูงชนอาจจะนำมาซึ่งความรุนแรงอื่น ๆ ในพื้นที่ซึ่งเคยมีประวัติเรื่องความรุนแรงเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอาละครับ มาถึงตรงนี้ ผมและน้องอาจจะคิดมากไปเอง ขณะที่ท่านผู้อ่านอ่านบทความนี้อยู่ ท่านผู้ใหญ่อาจจะเข้าใจและสั่งการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงในการเป็นมวยตู้ล้วน ๆ แล้ว หรือ ยิ่งไปกว่านั้น เราอาจจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์เบื้องบนคุ้มครอง ถึงแม้จะจัดไป ชาวบ้านและชาวเราก็อาจจะยังโชคดีที่ไม่มีโรคระบาดก็ได้ แต่อย่างที่คุยไว้ตั้งแต่ตอนต้นแหละครับ โมเมนตัมของโรคกำลังมาแรง การเปลี่ยนแปลงโมเมนตัมการเมืองต้องใช้แรงมหาศาลอยู่เหนือความสามารถของเรา หลังสงกรานต์แล้วเราก็จะได้เห็นกันว่าเราจะโชคดีหรือหนีไม่พ้นกฎทางวิทยาศาสตร์ระบาดวิทยา เตรียมตัวเตรียมใจอยู่กับผลงานของโควิดระลอกสามกันเถอะครับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98587</URL_LINK>
                <HASHTAG>ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, บทความ, ศ.นพ.วีระศักดิ์  จงสู่วิวัฒน์วงศ์, เฟซบุ๊ก, โควิดระลอกสาม, โมเมนตัม, โรคระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d0822ae5cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93649</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2021 11:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2021 11:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 82 ราย ป่วยสะสม 25, 323 ราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.พ.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อ เวลา 11.30 น. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนา 2019 (โควิด-19)​ หรือศบค. เปิดเผยสถานการณ์​การแพร่ระบาด​โรคโควิด-19 ว่า วันนี้มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 82 ราย แบ่งเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 71 ราย และติดเชื้อจากต่างประเทศ &amp;nbsp; 11 ราย ทำให้ประเทศไทยมีผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 25, 323 ราย ผู้ป่วยรักษาหายแล้วเพิ่มขึ้น 59 &amp;nbsp;ราย รวมหายแล้วสะสม 24,129 ราย ยังคงรักษาอยู่ 1,111 ราย โดยในวันนี้ไม่พบผู้เสียชีวิต ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 83 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93649</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ติดเชื้อ, ศบค, โควิด19, โรคระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210220/image_big_60309571f1ade.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
