<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104164</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ประภัตร’เร่งคุม ยับยั้งลัมปีสกิน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;lsquo;ประภัตร&amp;rsquo; เร่งกำจัดโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ ปล่อยขบวนสัตวแพทย์รักษา พร้อมหน่วยพ่นยาทำเชื้อโรค ยับยั้งระบาด ยันเป็นแล้วหาย เนื้อกินได้ ไม่ติดต่อสู่คน พบเกิดโรคใน 20 จังหวัดอีสาน สัตว์ป่วยเกือบ 9 พันตัว ลุย 5 มาตรการควบคุมโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 25 พ.ค. ที่จังหวัดขอนแก่น นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานคิกออฟรณรงค์ป้องกันและกำจัดโรคลัมปี สกิน โดยมีนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เข้าร่วมนายประภัตรกล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคลัมปี สกิน อย่างใกล้ชิด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้กำชับให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งแก้ไขปัญหาการควบคุมโรคอย่างเร่งด่วน เพื่อคลายความวิตกกังวลของเกษตรกร กระทรวงเกษตรฯ จึงร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคิกออฟรณรงค์ป้องกันและกำจัดโรคลัมปี สกิน ในวันที่ 25-26 พ.ค.64 จังหวัดขอนแก่น สกลนคร และมุกดาหาร
นายประภัตรกล่าวว่า กิจกรรมประกอบด้วยปล่อยขบวนสัตวแพทย์เคลื่อนที่ไปตามพื้นที่ต่างๆ เพื่อรักษาโค-กระบือที่ป่วย โดยเป็นการรักษาตามอาการในเบื้องต้น, ปล่อยขบวนหน่วยพ่นยาทำลายเชื้อโรคและพ่นสารเคมีกำจัดแมลง ซึ่งเป็นพาหะของโรค เพื่อยับยั้ง ชะลอการแพร่ระบาด และแจกสารเคมีกำจัดแมลงที่เป็นพาหะ แจกยารักษาแผลภายนอก ยาบำรุง แร่ธาตุ พร้อมทั้งสั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ของโรคอย่างใกล้ชิด
นายประภัตรกล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้ติดตามระยะของโรคมาตั้งแต่ต้นปี 2564 ซึ่งมีการระบาดในประเทศเพื่อนบ้าน และมีการสั่งปิดด่านเคลื่อนย้ายสัตว์ระหว่างชายแดนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ แต่การระบาดของโรคลัมปี สกิน ได้มาปรากฏขึ้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดเป็นจังหวัดแรก ขณะนี้กระจายไปทั่ว 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สร้างความตื่นตระหนกกับเกษตรกรอย่างมาก เพราะเป็นโรคอุบัติใหม่ในประเทศไทย เกษตรกรไม่รู้รายละเอียดของโรค ขณะนี้กระทรวงเกษตรฯ ได้ข้อสรุปของโรคแล้ว ขอรับรองว่ารักษาหาย เนื้อทานได้ ไม่ติดต่อถึงคน พร้อมวางมาตรการป้องกันและกำจัดโรคลัมปี สกิน แล้ว ขอให้เกษตรกรอย่าวิตกกังวล ให้รับข้อมูลจากเจ้าที่ปศุสัตว์เป็นหลัก โดยเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จะลงพื้นที่เชิงรุกอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับเกษตรกร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประภัตรกล่าวว่า การแก้ไขปัญหาและแนวทางมาตรการป้องกันโรคระบาด โรคลัมปี สกิน ในพื้นที่เขต 3 และเขต 4 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในเรื่องการสื่อสารทำความเข้าใจกับเกษตรกรในเรื่องของการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรค และความเข้าใจในตัวของโรคลัมปี สกิน&amp;nbsp; ปัจจุบันพบรายงานการเกิดโรคในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว 20 จังหวัด สัตว์ป่วยรวมจำนวน 8,964 ตัว ดังนั้น เพื่อเป็นการควบคุมโรค กรมปศุสัตว์ออก 5 มาตรการควบคุมโรค 1.ควบคุมการเคลื่อนย้ายโคกระบือ 2.เฝ้าระวังการเกิดโรคอย่างใกล้ชิด 3.กำจัดแมลงนำโรค อาทิ แมลงดูดเลือด ยุง เห็บ โดยใช้สารกำจัดแมลงทั้งบนตัวสัตว์ และบริเวณรอบฟาร์ม 4.รักษาสัตว์ป่วยตามอาการ 5.ฉีดวัคซีนควบคุมโรค ทั้งนี้ การออกให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันแก่โค-กระบือของเกษตรกร จะดำเนินการตามแผนปฏิบัติการของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาโรคลัมปี สกิน เป็นผู้พิจารณา โดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงนามแต่งตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประภัตรกล่าวว่า สำหรับมาตรการต่อไปที่กระทรวงเกษตรฯ เน้นย้ำหน่วยงานในพื้นที่ให้เพิ่มความเข้มงวด ไม่ให้มีการขนย้ายสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาตโดยเด็ดขาด และเตรียมเสนอเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรี เพื่อขอใช้งบกลางในการสนับสนุนอุปกรณ์และปัจจัยต่างๆ ได้แก่ มุ้งสีฟ้าตาถี่ สำหรับแจกจ่ายให้เกษตรกรใช้กางให้กับสัตว์ เพื่อป้องกันแมลงดูดเลือด และยุงที่เป็นพาหะนำโรค ยารักษาโรคสัตว์ป่วยทั่วไป ยาฉีดกำจัดปรสิต ยาทาภายนอกสำหรับกำจัดปรสิต ยาฆ่าเชื้อไวรัส เครื่องพ่นหมอกควัน สำหรับให้เกษตรกรไว้ใช้พ่นหมอกควันกำจัดแมลงในชุมชน นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้หน่วยงานปศุสัตว์ในพื้นที่รณรงค์ให้เกษตรกรหันมาทำประกันสัตว์ ซึ่งจ่ายเบี้ยประมาณ 400 บาทต่อ 6 เดือน แต่คุ้มครองการตายของสัตว์ทุกกรณี 30,000 บาท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104164</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยับยั้งลัมปีสกิน, ลัมปี สกิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, โรคลัมปี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210525/image_big_60ad13f7cbab2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104039</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลัมปีสกินระบาดโคกระบือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรคลัมปี สกิน ระบาดหนักในโค-กระบือที่นครพนม ปศุสัตว์นครพนมควงสัตวแพทย์พ่นยาฆ่าเชื้อคอกวัว ป้องกัน แนะหมั่นสังเกตอาการหากสงสัย ประสานอาสาในพื้นที่เร่งรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากสถานการณ์โรคระบาดในโค-กระบือจากการติดเชื้อไวรัสลัมปี สกิน (Lumpy skin disease) ที่ยังวิกฤติหนักในกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยง โดยทางจังหวัดนครพนมได้มีคำสั่งประกาศเป็นพื้นที่เขตโรคลัมปี สกิน ระบาด ได้แก่ ท้องที่หมู่&amp;nbsp; 2 ต.มหาชัย อ.ปลาปาก, หมู่ 11 ต.นามะเขือ อ.ปลาปาก, หมู่ 9 ต.โพธิ์ตาก อ.เมือง นครพนม และหมู่ที่ 2 ต.ท่าบ่อสงคราม อ.ศรีสงคราม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยพบโคเนื้อป่วยหรือตายด้วยโรคลัมปี สกิน&amp;nbsp; จำนวนหลายสิบตัว ซึ่งเป็นโรคระบาดตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 โดยมีแนวโน้มที่จะแพร่ระบาดไปยังท้องที่อำเภอและจังหวัดอื่นๆ ได้ จึงห้ามมิให้ผู้ใดเคลื่อนย้ายโคและกระบือ หรือซากของสัตว์ดังกล่าว เข้า-ออก ผ่านหรือภายในเขตโรคระบาด เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากสัตวแพทย์ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบประจำเขตนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากปัญหาโค-กระบือติดเชื้อไวรัสลัมปี สกิน ถึงเวลานี้ยังไม่มียารักษา จึงต้องใช้วิธีการรักษาแบบภูมิปัญญาชาชาวบ้าน เช่น ในพื้นที่ อ.นาแก จ.นครพนม ยังคงมีการระบาดต่อเนื่อง ล่าสุดจากการตรวจสอบข้อมูลมีโค-กระบือชาวบ้าน ป่วยติดเชื้อแล้วเกือบ 500 ตัว ตายไปแล้วกว่า 6 ตัว โดยเฉพาะในพื้นที่ ต.พิมาน อ.นาแก พบโค-กระบือชาวบ้านป่วยติดเชื้อมากกว่า 200 ตัว ซึ่งชาวบ้านยังไม่มีวิธีการดูแลรักษาป้องกัน ต้องปล่อยตามสภาพตามมีตามเกิด ทำให้โค-กระบือที่ป่วยทยอยล้มตายลงแบบรายวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา นายสมชาย อนันตจารุตระกูล ปศุสัตว์จังหวัดนครพนม พร้อมด้วยสัตวแพทย์หญิงฐิติมา ศรีคำ สารวัตรกรมปศุสัตว์ ด่านกักกันสัตว์นครพนม นำเจ้าหน้าที่เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 17 หมู่ 4 ต.ท่าค้อ อ.เมือง จ.นครพนม เพื่อพ่นยาป้องกันกำจัดแมลง เนื่องจากได้รับแจ้งจากอาสาปศุสัตว์ประจำตำบลว่าพบโคจำนวน 3 ตัว แสดงอาการสงสัยโรคลัมปี สกิน (Lumpy skin disease) ที่กำลังแพร่ระบาดหนักในโค-กระบืออยู่ขณะนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าโรคลัมปี สกิน เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่สำคัญในโคกระบือ แต่ไม่ใช่โรคที่ติดสู่คนได้ เกิดจากเชื้อไวรัส ????? ???? ??????? ????? ในสกุล ????????????? สัตว์ที่ติดเชื้อจะมีไข้สูง ต่อมน้ำเหลืองโต และมีตุ่มขนาดใหญ่ ประมาณ 2-5 เซนติเมตร ขึ้นที่ผิวหนังทั่วร่างกาย พบมากที่คอ หัว เต้านม ถุงอัณฑะและหว่างขา ตุ่มที่ขึ้นอาจแตก ตกสะเก็ดและเกิดเป็นเนื้อตาย หรือมีหนอนแมลงมาไชได้ อาจพบตุ่มน้ำใสขึ้นที่เยื่อเมือก ทางเดินหายใจและทางเดินอาหาร ทำให้มีอาการน้ำลายไหล ตาอักเสบ มีตุ่มขึ้นที่เยื่อเมือกตา น้ำตาไหลและมีขี้ตา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้สัตว์ที่ติดเชื้อจะมีอาการซึม เบื่ออาหาร อาจมีภาวะเป็นหมันชั่วคราวหรือถาวร แท้งลูกและมีปริมาณน้ำนมลดลง อัตราการป่วยอยู่ที่ 5&amp;ndash;45% อัตราการตายน้อยกว่า 10% แต่อาจมีอัตราการตายสูงในพื้นที่ที่ไม่เคยมีการระบาดมาก่อน ผลกระทบส่วนใหญ่จะอยู่ที่ผลผลิตที่ลดลง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104039</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปศุสัตว์, ระบาดหนักในโค, ระบาดหนักในโค-กระบือ, สัตวแพทย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, โรคลัมปี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210524/image_big_60abb46fe31ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
