<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113168</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 14:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 14:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธ.ก.ส.ยืดเวลาพักหนี้-ลดดอกเหลือ0%ช่วยเกษตรกรอ่วมโรคระบาดปศุสัตว์!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค. 2564 นายสมเกียรติ กิมาวหา รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ได้ดำเนินมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคระบาดปศุสัตว์ ปี 2564 (ผู้เลี้ยงโค กระบือ และสุกร) ทั้งในส่วนของเกษตรกรลูกค้ารายคน วิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกรและสหกรณ์การเกษตร ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดปศุสัตว์ โดยเฉพาะโรคลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease) ซึ่งกระจายในทุกภูมิภาคของประเทศกว่า 62 จังหวัด ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของเกษตรกรและผู้ประกอบธุรกิจด้านปศุสัตว์ ทำให้ราคาผลผลิตตกต่ำ อีกทั้งเกษตรกรมีรายได้ลดลงจนไม่สามารถส่งชำระหนี้ได้ตามกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมมาตรการต้องมีหนี้คงเหลือ ณ วันที่ 1 ก.ค.2564 และมีงวดชำระในปีบัญชี 2564 (งวดเดือนเม.ย. 2564 &amp;ndash; มี.ค.2565) ไม่รวมหนี้ในโครงการนโยบายรัฐ (Public Service Account : PSA) โดยแจ้งเหตุความเสียหายจากสถานการณ์ดังกล่าวต่อสำนักงานปศุสัตว์อำเภอหรือสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดและนำเอกสารจากสำนักงานปศุสัตว์ (กษ.01 หรือ กษ.02) มายื่นที่ ธ.ก.ส. สาขาที่เป็นลูกค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มาตรการช่วยเหลือ กรณีที่มีหนี้วงเงินกู้เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย ธ.ก.ส. จะขยายระยะเวลาชำระหนี้ออกไปเป็นระยะเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันครบกำหนดชำระหนี้เดิม และกรณีเงินกู้เพื่อเป็นค่าลงทุน จะทำการทบทวนกระแสเงินสดและปรับตารางการชำระหนี้ใหม่ให้สอดคล้องกับที่มาแห่งรายได้ของลูกค้า อีกทั้งยัง ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ เหลืออัตรา 0% ต่อปี เป็นระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.2564 &amp;ndash; วันที่ 28 ก.พ.2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีวงเงินให้ความช่วยเหลือ กรณีประเมินความเสียหายเกิน 50% วงเงินช่วยเหลือเท่ากับต้นเงินกู้คงเหลือ หากเป็นเกษตรกรลูกค้ารายคนสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท วิสาหกิจชุมชนสูงสุดไม่เกิน 3 ล้านบาท กลุ่มเกษตรกรและสหกรณ์การเกษตรสูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท กรณีประเมินความเสียหายไม่เกิน 50% วงเงินช่วยเหลือครึ่งหนึ่งของต้นเงินกู้คงเหลือ หากเป็นเกษตรกรลูกค้ารายคนสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท วิสาหกิจชุมชนสูงสุดไม่เกิน 1.5 ล้านบาท กลุ่มเกษตรกรและสหกรณ์การเกษตรสูงสุด ไม่เกิน 5 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เกษตรกรลูกค้า วิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกรและสหกรณ์การเกษตรที่ประสบปัญหาสามารถยื่นเอกสารขอรับความช่วยเหลือได้ภายในวันที่ 31 ส.ค. 2564 ณ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02 555 0555&amp;rdquo; นายสมเกียรติ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113168</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธ.ก.ส., ลดหนี้ ลดดอก, สมเกียรติ กิมาวหา, โรคลัมปี สกิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200415/image_big_5e96afcd8aef8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108841</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 17:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2021 17:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.อนุมัติงบกลาง 824 ล้าน คุมโรคลัมปี สกินในโคกระบือ และโรคอหิวาต์แอฟริกาในหมู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพประกอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6&amp;nbsp;ก.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp;นางสาวรัชดา&amp;nbsp;ธนาดิเรก&amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;(ครม.)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ครม.อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2564&amp;nbsp;งบกลาง&amp;nbsp;รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&amp;nbsp;เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&amp;nbsp;(ASF)&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;140&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และเพื่อควบคุมโรคลัมปี&amp;nbsp;สกิน&amp;nbsp;ในโคและกระบือ&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;684&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ&amp;nbsp;โดยมีรายละเอียดดังนี้&amp;nbsp;1.การป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรและโรคระบาดร้ายแรงในสุกรหรือหมูป่าวงเงิน&amp;nbsp;140&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ใช้เป็นค่าชดเชยสุกรที่ถูกทำลาย&amp;nbsp;ซึ่งเป็นสุกรที่เข้าข่ายเสี่ยงเป็นโรค&amp;nbsp;โดยผลตรวจเลือดสุกรที่ถูกทำลายนั้นไม่พบการติดเชื้อโรค&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเกี่ยวกับการเฝ้าระวังโรค&amp;nbsp;ตรวจวินิจฉัย&amp;nbsp;และทำลายเชื้อโรคหรือซากสัตว์&amp;nbsp;ในภาพรวมสถานการณ์ของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรในปัจจุบัน&amp;nbsp;มีการระบาดอย่างต่อเนื่องเป็นวงกว้างในหลายประเทศทั่วโลก&amp;nbsp;ซึ่งพบการระบาดในทวีปเอเชียครั้งแรกที่ประเทศจีน&amp;nbsp;เมื่อปลายปี&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;และล่าสุดเมื่อต้นปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;พบการระบาดในประเทศมาเลเซีย&amp;nbsp;ลาว&amp;nbsp;เวียดนาม&amp;nbsp;กัมพูชาเมียนมา&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;แต่ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ยังไม่มีการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&amp;nbsp;เพราะรัฐบาลสนับสนุนให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ประเมินความเสี่ยง&amp;nbsp;และปฏิบัติตามแผนรับมือโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยจัดสรรงบกลางปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;523&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และงบกลางปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;279&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.การควบคุมโรคลัมปี&amp;nbsp;สกิน&amp;nbsp;ในโคและกระบือ&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;684&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;แบ่งเป็น&amp;nbsp;1)ค่าตอบแทนอาสาปศุสัตว์&amp;nbsp;2)ค่าจัดซื้อวัคซีนโรคลัมปี&amp;nbsp;สกิน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ล้านโด๊ส&amp;nbsp;เพิ่มเติมจากที่นำเข้าก่อนหน้านี้3)ค่าจัดซื้อเวชภัณฑ์ที่ใช้ในการฆ่าเชื้อในฟาร์มและพาหนะในการเคลื่อนย้ายสัตว์&amp;nbsp;&amp;nbsp;4)ค่าจัดซื้อเวชภัณฑ์เพื่อรักษาและฟื้นฟูบำรุงสุขภาพโคกระบือ&amp;nbsp;200,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;และ5)ค่าวัสดุวิทยาศาสตร์เพื่อการแพทย์&amp;nbsp;สำหรับการเก็บตัวอย่างฉีดวัคซีนและรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวรัชดา&amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp;เนื่องจากโรคลัมปี&amp;nbsp;สกิน&amp;nbsp;ในโคและกระบือ&amp;nbsp;เป็นโรคอุบัติใหม่ในไทยจึงมีความจำเป็นต้องนำเข้าวัคซีนจากต่างประเทศ&amp;nbsp;ขณะนี้&amp;nbsp;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ประสานกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;nbsp;เพื่อทำการวิจัยพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคลัมปี&amp;nbsp;สกิน&amp;nbsp;จากพืช&amp;nbsp;คาดว่าอีกประมาณสองอาทิตย์&amp;nbsp;จะมีการรายงานผลการพัฒนาวัคซีนจากพืชอย่างเป็นทางการ&amp;nbsp;ซึ่งจะถือเป็นต้นแบบในการผลิตวัคซีนจากพืชสำหรับการป้องกันโรคอื่นๆต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108841</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม., โรคระบาดในสัตว์, โรคลัมปี สกิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210530/image_big_60b334f1782bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108274</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2021 11:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2021 11:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ส.เพื่อไทย&#039; อัดรัฐบาลเชื่องช้า-ปกปิดข้อมูลโรคลัมปี สกิน ระบาดในสัตว์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค.64 - น.ส.สกุณา สาระนันท์ ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า จากการระบาดของโรคลัมปี สกินในโค-กระบือ สร้างความเดือดร้อนให้เกษตรกรอย่างมาก ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทย ร่วมกันผลักดันประเด็นปัญหาที่คร่าชีวิตสัตว์เศรษฐกิจของเกษตรเป็นจำนวนมาก เข้าสู่การอภิปรายในสภาเพื่อให้รัฐบาลรับรู้รับทราบถึงความเดือดร้อนของเกษตรกร ส.ส.พรรคเพื่อไทย จังหวัดสกลนคร ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนครเพื่อพัฒนาและผลิตยารักษาโค-กระบือที่ติดเชื้อโรคลัมปี สกิน หลังจากที่นำไปทดลองแล้วสามารถที่จะช่วยให้โค-กระบือ ที่ติดเชื้อมีอาการดีขึ้นได้ ทั้งนี้จะเร่งผลิตยาเพื่อแจกจ่ายให้เกษตรกรเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถรักษาสัตว์เศรษฐกิจของเกษตรกรไว้ให้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลต้องพูดความจริงกับประชาชน ถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นว่ามีจำนวนมากแค่ไหน และแก้ปัญหาก็ไม่ตรงจุด ในขณะที่การติดเชื้อในสัตว์เพิ่มสูงขึ้นและเสียชีวิตนับพันตัว ล่าสุดเชื้อไวรัสร้ายได้กระจายไปทุกพื้นที่ของภาคอีสาน บางพื้นที่สัตว์ติดเชื้อเกือบ 100 เปอร์เซ็น ทั้งนี้การแก้ปัญหาของรัฐบาลเป็นไปอย่างเชื่องช้า ดังนั้นรัฐบาลต้องไม่จงใจที่จะปกปิดข้อมูลความเสียหายที่เกิดขึ้น จากการระบาดของโรคลัมปีสกิน ส่งผลให้เกษตรกรเหมือนคนล้มละลาย บางรายสิ้นเนื้อประดาตัว เพราะสัตว์ที่เลี้ยงไว้ตายหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แม้ที่ผ่านมาเกษตรกรเรียกร้องให้รัฐจัดการแก้ปัญหานี้อย่างเร่งด่วน แต่รัฐไม่ให้ความสำคัญ เพราะเสียงเกษตรกรที่เดือดร้อนจากรัฐทอดทิ้ง มันไม่ดังเท่าเสียงของเจ้าสัวที่ใกล้ชิดรัฐบาลใช่ไหม รัฐบาลเลือกที่จะไม่ได้ยินเสียงความเดือดร้อนของเกษตรกรทั่วประเทศ&amp;rdquo;นางสาวสกุณา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108274</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคเพื่อไทย, สกุณา สาระนันท์, โรคลัมปี สกิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dd37e88a78b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106896</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2021 14:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2021 14:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประภัตร&#039; ลงพื้นที่ชัยนาท​ เผยชงครม.จัดงบวัคซีนสกัดโรคลัมปี-สกิน พร้อมเยียวยาเต็มที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19​ มิ.ย.64 -&amp;nbsp;นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่อ.หันคา​ จ.ชัยนาท เป็นประธานพิธีเปิดโครงการรณรงค์การป้องกันและควบคุมโรคลัมปี - สกิน (Lumpk Skin Disesae) พร้อมมอบเวชภัณฑ์อาหารสัตว์ ยารักษาสัตว์ป่วยตามอาการ ยากำจัดแมลง และหญ้าแห้งอาหารสัตว์ ให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ โดยมีนายสมบูรณ์ ศิริเวช ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ ตลอดจนผู้นำภาคประชาชนเข้าร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประภัตร กล่าวว่า​ ขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำลังพิจารณาดำเนินการของบกลาง และจะนำเข้าครม. ในวันอังคาร​ 2​2​ มิ.ย.นี้ เพื่อให้กรมปศุสัตว์มีงบประมาณในการสั่งซื้อวัคซีนเพิ่มอีก 8 ล้านโดส และสั่งซื้อยารักษาสัตว์ตามอาการ มุ้งสีฟ้า ยากำจัดแมลงดูดเลือด และอื่นๆ อีกนับสิบรายการเพื่อใช้ในการควบคุมโรคลัมปี &amp;ndash; สกิน นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียมเสนอต่ออธิบดีกรมบัญชีกลางและปลัดกระทรวงการคลังเพื่อปรับปรุงระเบียบการจ่ายเงินชดเชยกรณีโค -กระบือ เสียชีวิตต่อไป&amp;quot;นายประภัตร​ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับอัตราเงินชดเชยโคอายุน้อยกว่า 6 เดือน เดิม 6,000 บาทต่อตัวจะเพิ่มเป็น 13,000 บาท อายุ 6 เดือนถึง 1 ปี เดิม 12,000 บาทต่อตัว จะเพิ่มเป็น 22,000 บาท อายุ 1 ปี ถึง 2 ปี เดิม 16,000 บาทต่อตัว จะเพิ่มเป็น 29,000 บาท และอายุมากกว่า 2 ปี เดิม 20,000 บาทต่อตัว จะเพิ่มเป็น 35,000 บาท ส่วนกระบืออายุน้อยกว่า 6 เดือน เดิม 8,000 บาทต่อตัวจะเพิ่มเป็น 16,000 บาท อายุ 6 เดือนถึง 1 ปี เดิม 14,000 บาทต่อตัว เป็น 25,000 บาท อายุมากกว่า 1 ปี ถึง 2 ปี เดิม 18,000 บาทต่อตัว เป็น 34,000 บาทต่อตัว และอายุมากกว่า 2 ปี เดิม 22,000 บาทต่อตัว เป็น 41,000 บาท นอกจากนี้ยังจะให้เพิ่มการชดเชยจากเดิมให้ให้เกษตรกรเจ้าของโค-กระบือ ตามจริง แต่ไม่เกินรายละ 2 ตัว จะปรับเป็น 5 ตัวต่อราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายประภัตรยังได้แนะนำโครงการประกันโค - กระบือ ของกรมปศุสัตว์ ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ โดยจ่ายเบี้ยเพียงเดือนละ 100 บาท จ่ายทั้งสิ้น 4 เดือน คุ้มครองการตายทุกกรณี จ่ายเงิน 30000 บาทต่อตัว และโครงการเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ ล้านละร้อย โดยเกษตรกรต้องรวมกลุ่มให้ได้ 7 คน จัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน ทำเกษตรกรรม โดยมีตลาดรองรับผลผลิต ก็สามารถยื่นกู้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ ระยะเวลากู้ 3 ปี หากเกษตรกรสนใจโครงการดังกล่าว สามารถติดต่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานปศุสัตว์หรือธกส. ในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จังหวัดชัยนาทมีโค - กระบือ รวม 66,000 ตัว เกษตรกรได้รับผลกระทบจากโรคลัมปี - สกิน แล้ว 131 ราย มีสัตว์ป่วยจำนวน 474 ตัว รักษาหายแล้ว 217 ตัว อยู่ระหว่างการรักษา 236 ตัว มีสัตว์เสียชีวิตแล้ว 21 ตัว (ข้อมูล ณ วันที่ 18 มิถุนายน 2564)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106896</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, จังหวัดชัยนาท, ประภัตร โพธสุธน, โรคลัมปี สกิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210619/image_big_60cda22f02a00.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106149</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2021 17:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2021 17:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บุรีรัมย์&#039; อ่วมเจอโรคลัมปี สกิน ระบาดหนักทั้ง 23 อำเภอ วัวป่วย 8,397 ตัว ตาย 346 ตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จ.บุรีรัมย์ พบการระบาดของโรคลัมปี สกินในโคกระบือ ทั้งจังหวัด 23 อำเภอ โคป่วยสะสม 8,397 ตัว ตาย 346 ตัว ปศุสัตว์รุกให้ความรู้เกษตรกร ป้องกันและกำจัดโรค ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรค พร้อมเตรียมเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศเขตภัยพิบัติและประกาศเขตช่วยเหลือเยียวยา เพื่อชดเชย เยียวยากรณีสัตว์ตายด้วยโรคระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มิ.ย.64 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามสถานการณ์การเกิดโรคระบาดในวัว คือ โรคลัมปี สกิน หรือชาวบ้านบางคนเรียกว่า โรคฝีดาษวัว พบว่า มีวัวของเกษตรกรเจ็บป่วยด้วยโรคดังกล่าว กระจายอยู่ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ทั้ง 23 อำเภอ ซึ่งการแพร่ระบาดของโรคนี้ ส่งผลกระทบกับการดำรงชีวิตของประชาชน และเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากข้อมูลสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์ รายงานว่า จังหวัดบุรีรัมย์ มีจำนวนเกษตรกร รวมรายฟาร์ม 140,015 ราย จำนวนสัตว์รวม 536,069 ตัว จำนวนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อรวม 65,320 ราย จำนวนโคเนื้อรวม 393,309 ตัว จำนวนเกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือรวม 23,745 ราย จำนวนกระบือรวม 135,975 ตัว จำนวนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม รวม 189 ราย จำนวนโคนม รวม 6,785 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถานการณ์โรคลัมปี สกีน ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ขณะนี้พบการแพร่ระบาดทั้งจังหวัด 23 อำเภอ ข้อมูล ณ วันที่ 11 มิถุนายน 2564 เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน จำนวน 6,032 ราย มีจำนวนโคป่วยสะสม 8,397 ตัว รักษาหายป่วยแล้ว 519 ตัว ตายรวม 346 ตัว สัตว์ป่วยคงเหลือ 7,532 ตัว ในพื้นที่ 23 อำเภอ 188 ตำบล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ให้ปศุสัตว์แต่ละอำเภอลงพื้นที่สำรวจ และรายงานเข้ามา เพื่อที่จะสรุปข้อมูลอย่างละเอียดอีกครั้งโดยเฉพาะจำนวนสัตว์ที่ป่วยหรือเสียชีวิต &amp;nbsp;ในส่วนการช่วยเหลือเฉพาะหน้า เพื่อป้องกัน ควบคุมและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่รักษาพยาบาลสัตว์ป่วย การอบรมให้ความรู้เกษตรกร, การจัดกิจกรรม Kick off รณรงค์ป้องกันและกำจัดโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ การฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรค และการฉีดพ่นยากำจัดแมลงพาหะ การสนับสนุนเวชภัณฑ์ สารกำจัดแมลงและอื่นๆ ได้เริ่มดำเนินการไปแล้วในทุกท้องที่ ซึ่งจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ประกาศเขตโรคระบาดทั้งจังหวัด ควบคุมการเคลื่อนย้ายโคกระบือ ลดการแพร่เชื้อโรค การปิดตลาดนัดโค กระบือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน เตรียมเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ประกาศเขตภัยพิบัติและประกาศเขตช่วยเหลือเยียวยาเพื่อชดเชย เยียวยากรณีสัตว์ตายด้วยโรคระบาด ซึ่งจะเริ่มเปิดให้เกษตรกรยื่นคำขอหลังจากการประกาศเขตภัยพิบัติ โดยมีขั้นตอนการดำเนินงานและอัตราการชดเชยตามจริงแต่ไม่เกินรายละ 2 ตัว เป็นเงินสด ผ่านบัญชีเงินฝากเกษตรกร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับอัตราเงินชดเชยรายได้ให้เกษตรกรเจ้าของโค กระบือ ตามจริง แต่ไม่เกินรายละ 2 ตัว เป็นเงินสดผ่านบัญชีเงินฝากเกษตรกร สัตว์อายุ น้อยกว่า 6 เดือน โคจ่ายเงินเยียวยา 6,000 บาทต่อตัว กระบือเยียวยา 8,000 บาทต่อตัว จ่ายตามจริง แต่ไม่เกินรายละ 2 ตัวต่อราย, อายุ 6 เดือนถึง 1 ปี โคจ่ายเงินเยียวยา12,000 บาทต่อตัว กระบือเยียวยา 14,000 บาทต่อตัว, อายุมากกว่า 1 ปี ถึง 2 ปี โคจ่ายเงินเยียวยา 16,000 บาทต่อตัว กระบือเยียวยา 18,000 บาทต่อตัว, อายุมากกว่า 2 ปี โคจ่ายเงินเยียวยา 20,000 บาทต่อตัว กระบือเยียวยา 22,000 บาทต่อตัว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106149</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดบุรีรัมย์, โรคลัมปี สกิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210612/image_big_60c48dabcf831.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105607</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปศุสัตว์บุรีรัมย์ เสนอประกาศ เขตประสบภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์เตรียมเสนอผู้ว่าราชการจังหวัด ประกาศเป็นเขตประสบพิบัติภัยโรคระบาดสัตว์ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคลัมปี สกิน หลังพบโคป่วยและตายจำนวนมาก ย้ำเนื้อโคที่ผ่านโรงฆ่าสัตว์ปลอดภัย บริโภคได้ และโรคนี้ไม่ติดสู่คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิชาติ สุวรรณชัยรบ ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า จากการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคลัมปี สกิน ในโคและกระบือ พร้อมร่วมกันหารือระเบียบ เตรียมเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ในการประกาศเป็นเขตประสบภัยพิบัติโรคระบาดสัตว์ และวางแนวทางในการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์โรคลัมปี สกิน ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ขณะนี้พบการแพร่ระบาดใน 23 อำเภอของจังหวัด ข้อมูล ณ วันที่ 6 มิถุนายน 2564 มีสัตว์ป่วยสะสม 3,742 ตัว รักษาหายป่วยแล้ว 183 ตัว สัตว์ตาย 148 ตัว สัตว์ป่วยคงเหลือ 3,559 ตัว เกษตรกรได้รับผลกระทบ 2,067 ราย ในพื้นที่ 23 อำเภอ 188 ตำบล และขณะนี้ปศุสัตว์แต่ละอำเภอลงพื้นที่สำรวจและรายงานเข้ามา เพื่อที่จะสรุปข้อมูลอย่างละเอียดอีกครั้งโดยเฉพาะจำนวนสัตว์ที่ป่วยหรือเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนมาตรการต่างๆ ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์ให้การช่วยเหลือเฉพาะหน้า เพื่อป้องกัน ควบคุมและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่รักษาพยาบาลสัตว์ป่วย การอบรมให้ความรู้เกษตรกร การจัดกิจกรรม Kick off รณรงค์ป้องกันและกำจัดโรคลัมปี สกิน&amp;nbsp; ในโค-กระบือ การฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคและการฉีดพ่นยากำจัดแมลงพาหะ การสนับสนุนเวชภัณฑ์ สารกำจัดแมลงและอื่นๆ ได้เริ่มดำเนินการไปแล้วในทุกท้องที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์ประกาศเขตโรคระบาดทั้งจังหวัด ควบคุมการเคลื่อนย้ายโค-กระบือ ลดการแพร่เชื้อโรค การปิดตลาดนัดโค-กระบือ ซึ่งการประกาศเขตภัยพิบัติและประกาศเขตช่วยเหลือเยียวยาเพื่อชดเชย เยียวยากรณีสัตว์ตายด้วยโรคระบาด ซึ่งจะเริ่มเปิดให้เกษตรกรยื่นคำขอหลังจากการประกาศเขตภัยพิบัติ โดยมีขั้นตอนการดำเนินงานและอัตราการชดเชยตามจริงแต่ไม่เกินรายละ 2 ตัว เป็นเงินสด ผ่านบัญชีเงินฝากเกษตรกร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับอัตราเงินชดเชยรายได้ให้เกษตรกรเจ้าของโค-กระบือตามจริง แต่ไม่เกินรายละ 2 ตัว เป็นเงินสดผ่านบัญชีเงินฝากเกษตรกร สัตว์อายุน้อยกว่า 6 เดือน โคจ่ายเงินเยียวยา 6,000 บาทต่อตัว กระบือเยียวยา 8,000 บาทต่อตัว จ่ายตามจริง แต่ไม่เกินรายละ 2 ตัวต่อราย, อายุ 6 เดือนถึง 1 ปี โคจ่ายเงินเยียวยา 12,000 บาทต่อตัว กระบือเยียวยา 14,000 บาทต่อตัว, อายุมากกว่า 1 ปี ถึง 2 ปี โคจ่ายเงินเยียวยา 16,000 บาทต่อตัว กระบือเยียวยา 18,000 บาทต่อตัว, อายุมากกว่า 2 ปี โคจ่ายเงินเยียวยา 20,000 บาทต่อตัว กระบือเยียวยา 22,000 บาทต่อตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ขอเน้นย้ำว่าสัตว์ที่เป็นโรคนี้ แม้ดูจากภายนอกแล้วจะน่ากลัว เพราะเป็นตุ่ม เป็นแผล ซึ่งโรคนี้สามารถรักษาหาย เนื้อกินได้ และไม่ติดคน เป็นเฉพาะในโค-กระบือเท่านั้น และที่สำคัญเนื้อโคทุกตัวที่จะเข้าโรงฆ่าสัตว์นั้นจะต้องได้รับการตรวจโรคและสุขภาพ เพราะฉะนั้นอยากให้ประชาชนมั่นใจว่าเนื้อปลอดภัยบริโภคได้ และอยากฝากถึงพี่น้องเกษตรกร หากพบว่าโค-กระบือของตัวเองเริ่มป่วย โดยมีอาการซึม ไม่ค่อยกินหญ้า ควรรีบแยกตัวออกจากฝูง หากเป็นไปได้ให้กางมุ้ง เพื่อที่จะไม่เป็นพาหะไปยังตัวอื่น และใช้ยาทาป้องกันทุกตัว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105607</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกาศเขตประสบภัย, ปศุสัตว์, ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์, ลัมปี สกิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, โรคลัมปี สกิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60be25166977a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105290</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 19:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 19:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประภัตร&#039; จ่อประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ พร้อมเยียวยาเกษตรกรได้รับผลกระทบโรคลัมปี สกิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.64 - ที่อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจติดตามงานด้านปศุสัตว์ ที่ ฟาร์มวัวชวนชื่น โดยมีนายสุรเดช สมิเปรม รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นายวิวัฒน์ ไชยชะอุ่ม ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมติดตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประภัตร กล่าวว่า ฟาร์มวัวชวนชื่นเป็นฟาร์มที่ดำเนินการได้อย่างดีและประสบความสำเร็จในการเลี้ยงวัว คือ 1. มีผลผลิตที่มีคุณภาพเทียบเท่าหรือใกล้เคียงมาตรฐาน ผลงานที่ได้รับการยอมรับจาก ลูกค้า 2. มีผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ สร้างรายได้ที่มั่นคง 3. มีการปรับปรุงพัฒนากิจการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพฟาร์มโดยมีการขยายกิจการและขนาดฟาร์มอย่างต่อเนื่อง และมีการจัดแบ่งพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน ฟาร์มชวนชื่น เป็นฟาร์มเลี้ยงโคเนื้อแบบครบวงจร ที่มีคุณภาพและสามารถเป็นตัวอย่าง และต้นแบบ ให้กับเกษตรกรเครือข่ายของกรมปศุสัตว์ เป็นแหล่งเรียนรู้ สถานที่ศึกษาดูงานของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ นักเรียน นักศึกษา ในเรื่องการเลี้ยงการจัดการ และการพัฒนาโคเนื้อให้มีคุณภาพ สามารถพัฒนาสายพันธุ์โคเนื้อที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประภัตร กล่าวว่า ซึ่งนายสุรเดช สมิเปรม รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ รายงานให้ทราบว่า ฟาร์มชวนชื่นเป็นฟาร์มปรับปรุงพันธุ์โคเนื้อกำแพงแสนและพันธุ์บีฟมาสเตอร์ โดยร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ในการพัฒนาและวิจัยโคพันธุ์กำแพงแสน โดยใช้แม่พันธุ์กำแพงแสนเป็นแม่พื้นฐาน และมีจุดมุ่งหมายที่จะสร้างโคพันธุ์บีฟมาสเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประภัตร กล่าวว่า เกษตรกรที่สนใจสามารถนำไปต่อยอดพัฒนาโคเนื้อควบคู่กับการทำการเกษตรเชิงเดี่ยวให้ดียิ่งขึ้นได้ต่อไป รวมถึงการดูแลสุขภาพสัตว์ การควบคุมป้องกันโรค การถ่ายพยาธิ การทำวัคซีนตามโปรแกรมปศุสัตว์ในระบบมาตรฐานฟาร์ม นอกจากมีการเลี้ยงโคแล้ว ยังมีการนำมูลโคเป็นปุ๋ยใช้ในแปลงหญ้า สวนปาล์ม สวนยาง และสวนมะพร้าว ซึ่งเป็นการลดต้นทุนโดยไม่ใช้ปุ๋ยเคมี และสารเคมี ในการกำจัดวัชพืชและศัตรูพืช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประภัตร กล่าวว่า ส่วนการระบาดของโรคลัมปี สกิน นั้นพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมรัฐบาลเตรียมมาตรการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน และได้สั่งการเน้นย้ำไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ให้ทำงานเชิงรุก ลงพื้นที่ดูแลเกษตรกรอย่างเต็มที่ เพื่อหยุดยั้งการระบาดที่เกิดขึ้นให้เร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกรมปศุสัตว์ได้ประสานงานกับทางจังหวัดต่างๆ ที่มีการระบาดของโรค เพื่อพิจารณาประกาศภัยพิบัติในพื้นที่แล้ว และพร้อมที่จะเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบตามมาตรการต่างๆ ในเบื้องต้น รวมถึงเรื่องวัคซีน 60,000 โดส ที่นำเข้ามา คณะกรรมการฯ กำลังพิจารณาการส่งมอบวัคซีนไปตามจุดต่างๆ และได้ชี้แจงเรื่องเพิ่มเติมแล้วว่า ต้องการวัคซีนเพิ่มอีกเท่าไหร่ เพื่อใช้ในการควบคุมการระบาดในครั้งนี้ ตนขอย้ำอีกครั้งเพื่อให้เกิดการเข้าใจที่ถูกต้องสู่เกษตรกรและประชาชน โรคลัมปี-สกิน เป็นแล้วรักษาหาย เนื้อทานได้ ไม่ติดต่อสู่คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105290</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมปศุสัตว์, จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, ประภัตร โพธสุธน, โรคระบาด, โรคลัมปี สกิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60ba1ee31fd9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
