<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75841</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2020 19:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2020 19:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯอาเบะประกาศลาออก อ้างปัญหาสุขภาพรุมเร้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นที่ครองตำแหน่งยาวนานที่สุด ประกาศลาออกจากตำแหน่งเนื่องจากปัญหาสุขภาพ ภายหลังโรคลำไส้อักเสบกลับมาเล่นงานอีกครั้งทำให้กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ โดยเขาจะรั้งเก้าอี้ไว้จนกว่าพรรคจะเลือกผู้นำคนใหม่มาเป็นนายกฯ แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นวัย 65 ปีก่อกระแสคาดเดาเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพของเขาในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ภายหลังเขาเข้าตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลซ้ำถึง 2 ครั้ง แต่คำประกาศลาออกเมื่อวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม ก็ยังคงสร้างความประหลาดใจ และทำให้ตลาดหุ้นโตเกียวดิ่งลงมากกว่า 2% ก่อนปิดตลาดช่วงบ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาเบะแถลงว่า สุขภาพของเขากลับมาแย่ลงอีกเนื่องจากโรคลำไส้อักเสบหวนกลับมาอีกครั้งประมาณกลางเดือนกรกฎาคม และขณะนี้เขากำลังรับการรักษาใหม่ซึ่งต้องได้รับยาอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เขาไม่มีเวลาเพียงพอปฏิบัติงานในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรคลำไส้อักเสบซึ่งอาเบะเคยเป็นตั้งแต่สมัยยังเป็นวัยรุ่น เคยทำให้เขาต้องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในการดำรงตำแหน่งสมัยแรกเมื่อปี 2550 อาเบะกล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า เขาไม่อาจทำผิดพลาดในการตัดสินใจที่สำคัญๆ ฉะนั้นเขาจึงตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำแถลง อาเบะกล่าวว่า เขาอยากขอโทษจากใจจริงต่อประชาชนชาวญี่ปุ่น ที่ลาออกจากตำแหน่งโดยยังเหลือเวลาในการทำหน้าที่อีก 1 ปี และในขณะที่ประเทศกำลังประสบกับการระบาดของไวรัสโคโรนา แต่เขายืนยันว่าจะปฏิบัติหน้าที่อย่างหนักแน่นต่อไปจนกว่าจะมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งน่าจะได้จากการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) คนใหม่ โดยสมาชิกพรรคและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามวาระการดำรงตำแหน่งนั้น อาเบะจะเป็นนายกรัฐมนตรีไปจนกว่าจะครบวาระการเป็นผู้นำพรรคแอลดีพีในเดือนกันยายน 2564 โดยมีหลายคนอยู่ในข่ายสืบทอดเก้าอี้ต่อจากเขา อาทิ ทาโร อาโสะ รัฐมนตรีคลัง, โยชิฮิเดะ ซูกะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, ชิเงรุ อิชิบะ อดีตรัฐมนตรีกลาโหม และฟูมิโอ คิชิดะ หัวหน้าฝ่ายนโยบายของแอลดีพี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีข่าวลือว่าคิชิดะเป็นบุคคลที่อาเบะเลือกให้สืบทอดตำแหน่ง แต่อาโสะก็คุมกลุ่มก๊วนที่แข็งแกร่งอยู่ภายในพรรครัฐบาลพรรคนี้ อย่างไรก็ดี ผู้ที่อยู่ในข่ายเหล่านี้ส่วนใหญ่คงจะไม่เปลี่ยนนโยบายต่างจากของอาเบะอย่างมีนัยสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาเบะไม่ยอมแพลมว่าเขาอยากให้ใครรับไม้ต่อจากเขา โดยบอกว่าเขาไม่มีความตั้งใจโน้มน้าวการเลือกตั้งของพรรค และผู้ที่มีชื่อเป็นแคนดิเดตทั้งหลายล้วนแล้วแต่มีความสามารถสูงทั้งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญกล่าวกันว่า กระบวนการเลือกตั้งน่าจะเกิดขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า และสภาผู้แทนราษฎรอาจจะเปิดสมัยประชุมใหม่ภายในเดือนตุลาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อครั้งเป็นนายกฯ สมัยแรก อาเบะสร้างประวัติศาสตร์เป็นนายกฯ ญี่ปุ่นที่อายุน้อยที่สุด และเมื่อปีที่แล้วเขาก็สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ในฐานะนายกฯ ที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดโดยมีนโยบายเศรษฐกิจอาเบะโนมิกส์เป็นผลงานสร้างชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาเบะกล่าวว่าหนึ่งในความสำเร็จที่เขาภูมิใจที่สุดคือการเชิญประธานาธิบดีบารัก โอบามา มาเยือนเมืองฮิโรชิมา ทำให้โอบามาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐที่ยังดำรงตำแหน่งคนแรกที่มาเยือนเมืองที่สหรัฐทิ้งระเบิดปรมาณูโจมตี และสิ่งที่เขาผิดหวังที่สุดคือไม่สามารถพาชาวญี่ปุ่นที่โดนเกาหลีเหนือลักพาตัวเมื่อหลายสิบปีก่อน กลับประเทศได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75841</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชินโซ อาเบะ, นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น, โรคลำไส้อักเสบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200828/image_big_5f48fd36b940c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
