<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>9479</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2018 18:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2018 18:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศิริราชเปิดตัวรถพยาบาลต้นแบบรักษา&quot;โรคหลอดเลือดสมองอุดตัน-แตก&quot;เคลื่อนที่แห่งแรก ไม่ต้องมารพ.ใช้พื้นที่ปั๊มปตท.ให้การรักษาฉับไว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศิริราช &amp;ldquo;เปิดตัวโครงการต้นแบบรถพยาบาลเคลือนที่ รักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน&amp;quot;แห่งแรกของประเทศ &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในรถจะมีทีม 4 คน คือแพทย์ พยาบาล นักรังสีการแพทย์ และพนักงานขับรถ ให้ออกปฏิบัติการรับผู้ป่วย เพื่อการรักษาในรถ Mobile Stroke Unit ที่สถานีบริการน้ำมัน ปตท. หรือตามที่ได้ประสานงานไว้แล้ว &amp;nbsp;นำร่อง 3เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 18 พ.ค. &amp;nbsp;เวลา 13.30 น. &amp;nbsp;ณ ห้องประชุม 101 อาคารเฉลิมพระเกียรติ &amp;nbsp;80 พรรษา &amp;nbsp;5 ธันวาคม &amp;nbsp;2550 &amp;nbsp;(SiMR) ชั้น 1 รพ.ศิริราช &amp;nbsp; ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ &amp;nbsp;วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานแถลงข่าว &amp;ldquo;เปิดตัวโครงการนำร่องต้นแบบรถพยาบาลเคลือนที่ รักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน รพ.ศิริราช&amp;rdquo; &amp;ldquo;Siriraj Mobile Stroke Unit&amp;rdquo; ร่วมด้วย รศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการ รพ.ศิริราช รศ.นพ.ยงชัย นิละนนท์ &amp;nbsp;ประธานศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช นพ. สุธน อิ่มประสิทธิชัย รองผู้อำนวยการ รพ.นครปฐม &amp;nbsp;ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;ดร.นพ. ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ นพ.สมชาย จึงมีโชค รองผู้อำนวยการ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;คุณสกาวรัตน์ &amp;nbsp;สมสกุลรุ่งเรือง เลขาธิการมูลนิธิร่วมกตัญญู คุณอรัณ &amp;nbsp;โตทวด ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และ คุณสุชาติ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ระมาศ &amp;nbsp;ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่การตลาดขายปลีก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า โรคหลอดเลือดสมองเป็นปัญหาสำคัญของโลก หลายปีที่ผ่านมาเป็นสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตเป็นอันดับต้นๆของโลก &amp;nbsp;และในประเทศไทย ติด 1ใน 3 การตาย โดยผลการศึกษากลุ่มตัวอย่างกว่า 1,000ราย ในสถานพยาบาลทั่วประเทศ ผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันเฉียบพลัน มีอัตราการเสียชีวิตร้อยละ 5 และพิการถึงร้อยละ 70 ดังนั้น หากแก้ไขได้โดยการไปถึงโรงพยาบาลได้เร็วจะเป็นการลดการเสียชีวิตและตายได้ แต่ไม่ใช่บ้านทุกหลังจะอยู่ใกล้โรงพยาบาล ไม่ใช่บ้านทุกหลังที่จะส่งคนไข้ให้ถึงโรงพยาบาลได้รวดเร็ว &amp;nbsp;จึงเป็นที่มาของความร่วมมือกันในการทำงานเชิงรุก โครงการรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน โดยหน่วยรักษาอัมพาตเคลื่อนที่โรงพยาบาลศิริราช โครงการนำร่องในการเพิ่มโอกาสของการเข้าถึงการรักษาในระยะฉุกเฉิน &amp;nbsp;ให้กับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลันทั้งชนิดตีบและแตก &amp;nbsp;ลดระยะเวลาของการรักษาเพื่อเปิดหลอดเลือด ในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันเฉียบพลัน &amp;nbsp; เพื่อลดอัตราตายหรือพิการของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน เพิ่มประสิทธิภาพในการคัดกรองผู้ป่วยที่มีอาการทางระบบประสาทเฉียบพลัน ที่อาจได้รับประโยชน์จากการดูแลเร่งด่วนได้ในพื้นที่เกิดเหตุ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รศ.นพ.วิศิษฎ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า &amp;nbsp;โครงการนำร่องต้นแบบรถพยาบาล เคลื่อนที่รักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน รพ.ศิริราช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้ร่วมกันดำเนินการนั้น เป็นหนึ่งในกิจกรรม &amp;ldquo;ศิริราช 130 ปี 130 โครงการ ทำงานเพื่อแผ่นดิน&amp;rdquo; &amp;nbsp;ซึ่งการดำเนินการเริ่มจากในโรงพยาบาล แต่ยังต้องการหน่วยงานภายนอก จึงเกิดการเชื่อมโยงการทำงานจนมีวันนี้วันที่ได้ประสานความร่วมมือ ซึ่งในการนำร่องจะเริ่มจากพื้นที่ตอนต้น จาก รพ.ศิริราช-พุทธทมณฑลสาย 4 &amp;nbsp; &amp;nbsp;เริ่มต้นจากทางทิศเหนือวิ่งถนนเลียบคลองมหาสวัสดิ์ แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนราชพฤกษ์ เพื่อเข้าสู่ทิศตะวันออก จากนั้นวิ่งตรงยาวจนบรรจบถนนเพชรเกษม เพื่อเลี้ยวขวาเข้าทางทิศใต้ มุ่งตรงยาวเพื่อไปเลี้ยวขวาเข้าถนนพุทธมณฑลสาย 4 ด้านทางทิศตะวันตก ซึ่งการที่เริ่มต้นในบริเวณ รพ.ศิริราชนั้นเป็นการนำร่อง หากได้ผลดีจะได้ขยายผลนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน รศ.นพ.ยงชัย &amp;nbsp;กล่าวว่า สำหรับการเข้าถึงการรักษาด้วยรถพยาบาลเคลื่อนที่ รพ.ศิริราช เพื่อให้ประชาชนทราบและเข้าใจถึงรถพยาบาลเคลื่อนที่นั้นหากพบเห็นผู้ป่วยที่มีอาการโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) ทีมีอาการตาตก ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด แขนขาอ่อนแรง ตั้งแต่เริ่มมีอาการไม่เกิน &amp;nbsp;3 ชั่วโมง โให้โทรแจ้ง 1669 เข้าศูนย์เอราวัณ ซึ่งจะมีการรักษาเบ็ดเสร็จในรถ ทางศูนย์ฯ จะคัดกรอง แล้วแจ้งต่อไปยังหน่วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิน (EMS) ในเขตที่ดูแลเพื่อให้เข้าไปรับผู้ป่วย ณ จุดเกิดเหตุ &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อตรวจคัดกรองอาการและนำผู้ป่วยมาที่สถานีบริการน้ำมัน ปตท. &amp;nbsp; ขณะเดียวกันทางศูนย์เอราวัณก็แจ้งหน่วยรักษาอัมพาตเคลื่อนที่ รพ.ศิริราช (Siriraj Mobile Stroke Unit) &amp;nbsp;ที่มีผู้เชี่ยวชาญโรคหลอดเลือดสมองเป็นผู้รับสายและซักถามอาการ และตามทีมแพทย์ ที่ในรถจะมีทีม 4 คน คือแพทย์ พยาบาล นักรังสีการแพทย์ และพนักงานขับรถ ให้ออกปฏิบัติการรับผู้ป่วย เพื่อการรักษาในรถ Mobile Stroke Unit ที่สถานีบริการน้ำมัน ปตท. ตามที่ได้ประสานงานไว้แล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รศ.นพ.ยงชัย กล่าวอีกว่า ภายในรถพยาบาลเคลื่อนที่ ผู้ป่วยจะได้รับการตรวจร่างกายโดยแพทย์ &amp;nbsp;ตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง และตรวจเลือดที่จำเป็นในรถ เพื่อตัดสินการรักษาเบื้องต้น ระบบจะส่งต่อข้อมูลเพื่อปรึกษาทางไกลกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเตรียมความพร้อมของกระบวนการรักษาในโรงพยาบาลต้นทาง &amp;nbsp;ในกรณีที่มีข้อบ่งชี้แพทย์จะให้ยาสลายลิ่มเลือดทางหลอดเลือดดำในรถทันที เพื่อเปิดหลอดเลือดสมองที่อุดตันโดยเร็วที่สุด &amp;nbsp;หากได้รับการวินิจฉัยว่า เป็นโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลันทั้งแตกและตีบจะนำผู้ป่วยส่งหอผู้ป่วย Acute Stroke Unit โรงพยาบาลศิริราช &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการหลอดเลือดสมองตีบ และไม่มีข้อห้ามในการให้ยา rtPA (ยาสลายลิ่มเลือด) จะทำการให้ยา ยาสลายลิ่มเลือดบนรถพยาบาลเคลื่อนที่ (Mobile Stroke Unit) ก่อนนำส่งโรงพยาบาล แต่ถ้าผู้ป่วยไม่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคหลอดเลือดสมอง จะนำผู้ป่วยส่งหน่วยตรวจโรคแพทย์เวร-ฉุกเฉิน เพื่อดำเนินการตามความเหมาะสมว่าควรรับตัวผู้ป่วยไว้ในโรงพยาบาล หรือส่งต่อไปยังโรงพยาบาลต้นสังกัด &amp;nbsp;ทั้งนี้หากสามารถวินิจฉัยว่าผู้ป่วยไม่ได้เป็นโรคหลอดเลือดสมองตั้งแต่ก่อนรับขึ้นรถ Mobile Stroke Unit &amp;nbsp;รถหน่วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิน (EMS)/ มูลนิธิจะนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลต้นสังกัดต่อไป โดย ร.พ.ศิริราช เป็นโรงพยาบาลแห่งแรกของภาครัฐที่เป็นผู้บุกเบิกในการสร้างต้นแบบการรักษาด้วยหน่วยรักษาอัมพาตเคลื่อนที่ ทั้งนี้หากมีการประเมินแล้วไม่ใช่โรคดังกล่าว ก็จะมีการประสานผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลต้นทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวในตอนท้ายว่า ในการนำร่องในพื้นที่เป้าหมาย จะใช้ระยะเวลา 3 เดือน โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันนี้ เพื่อวัดในเรื่องเวลาของการเคลื่อนที่ส่งต่อผู้ป่วยในรถ ทั้ง 3 คัน จำนวนคนไข้ที่แจ้งเข้ามา แล้วมาประเมินข้อดีข้อเสียอีกครั้ง แนวทางการรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันเฉียบพลันที่มีอาการรุนแรงและเกิดจากหลอดเลือดใหญ่อุดตันที่มีอาการไม่เกิน 8 &amp;nbsp;ชั่วโมง รวมทั้งมีเนื้อสมองส่วนที่ดีหลงเหลืออยู่มากพอ คือการให้ยาสลายลิ่มเลือดทางหลอดเลือดดำภายใน 4.5 ชั่วโมง ควบคู่ไปกับการใส่สายสวนเพื่อทำการเปิดหลอดเลือด &amp;nbsp; ซึ่งยิ่งเวลาน้อยก็ยิ่งได้ผลดี 1 ใน 3ของผู้ป่วยอาจกลับมานั่งได้หรือเป็นปกติได้อย่างรวดเร็ว หากการดำเนินการพบว่ามีความเหมาะสม อาจมีรถเคลื่อนที่เช่นนี้ไปให้บริการทุกพื้นที่ เพราะทุกหน่วยงานในวันนี้ทุกองค์กรต้องการให้ประชาชนคนไทยมีสุขภาพดี แต่อย่างไรก็ตามไม่ใช่ทุกครั้งทุกคนเมื่อเกิดอาการแล้วต้องได้รับบริการผ่านรถเคลื่อนที่ ซึ่งหากมีบ้านอยู่ใกล้ รพ.ก็สามารถเดินทางไปที่รพ.ได้เลย .&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9479</URL_LINK>
                <HASHTAG>Siriraj Mobile Stroke Unit”, ปั๊มปตท., ศิริราช, โรคหลอดเลือดสมองอุดตัน, โรคหลอดเลือดสมองแตก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180518/image_big_5afeb1a120aad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
