<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51357</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2019 20:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2019 20:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>WHO ชี้โรคหัดระบาดดีอาร์คองโกปีนี้คร่าชีวิตแล้ว 5,000 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์การอนามัยโลกเผยโรคหัดคร่าชีวิตประชาชนในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกในปีนี้ไปแล้วมากกว่า 5,000 คน หรือมากกว่า 2 เท่าของผู้เสียชีวิตจากการระบาดของโรคอีโบลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เด็กหญิงชาวดีอาร์คองโกได้รับการฉีดวัคซีนอีโบลาที่เมืองโกมา เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคต โอไบรอัน ผู้อำนวยการแผนกการก่อภูมิคุ้มกันขององค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) แถลงที่นครเจนีวาเมื่อวันพุธที่ 27 พฤศจิกายน ถึงสถานการณ์การระบาดของโรคหัดในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) ที่พบการระบาดของโรคหัดมากที่สุดในโลก ว่าจากข้อมูลตั้งแต่เดือนมกราคมถึงวันที่ 17 พฤศจิกายนปีนี้ พบผู้ป่วยโรคหัดในดีอาร์คองโก 250,270 ราย โดยมีผู้เสียชีวิตแล้ว 5,110 ราย กลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการระบาดคือเด็กและทารก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดีอาร์คองโกประกาศการระบาดของโรคหัดครั้งล่าสุดเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และในเดือนกันยายนเริ่มรณรงค์ฉีดวัคซีนฉุกเฉินป้องกันโรคหัดทั่วประเทศเพื่อป้องกันการระบายของโรคนี้ ดับเบิลยูเอชโอเผยว่า การรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดยังคงดำเนินต่อไป โดยคาดว่าจะสิ้นสุดโครงการช่วงสิ้นปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรคหัดเป็นโรคที่ติดต่อได้ง่าย เกิดจากไวรัส ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเด็กและอาจเป็นโรคแทรกซ้อนที่อันตราย รวมถึงตาบอด, สมองบวม, ท้องร่วง และติดเชื้อทางเดินหายใจรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การระบาดอย่างรวดเร็วของโรคหัดในดีอาร์คองโกได้รับความสนใจน้อยกว่าการระบาดของโรคอีโบลาทางตะวันออกของประเทศตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2561 ที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาเสียชีวิตราว 2,200 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความพยายามควบคุมการระบาดของโรคอีโบลาและโรคหัดในดีอาร์คองโกมีอุปสรรคสำคัญคือความรุนแรงและความไม่สงบทั่วประเทศโดยเฉพาะในภาคตะวันออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดับเบิลยูเอชโอเผยเมื่อวันอังคารว่า ได้ย้ายเจ้าหน้าที่รับมือโรคอีโบลา 49 คนออกจากเมืองเบนีทางตะวันออกของดีอาร์คองโก เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความไม่ปลอดภัยเพิ่มขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51357</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดับเบิลยูเอชโอ, ดีอาร์คองโก, สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก, องค์การอนามัยโลก, โรคหัด, โรคหัดระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191128/image_big_5ddfcfa9d581f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32397</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2019 21:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2019 21:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมืองในนิวยอร์กประกาศภาวะฉุกเฉินโรคหัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ร็อกแลนด์เคาน์ตีในรัฐนิวยอร์กประกาศภาวะฉุกเฉินจากโรคหัดระบาดเมื่อวันอังคาร ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนเข้าสถานที่สาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ knysnaplettherald.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อวันอังคารที่ 26 มีนาคม ร็อกแลนด์เคาน์ตีซึ่งอยู่ทางเหนือของนิวยอร์กซิตีราว 40 กิโลเมตร ประกาศภาวะฉุกเฉินจากโรคหัดระบาด หลังจากพบเด็กที่เป็นโรคนี้แล้ว 153 ราย โดยห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 18&amp;nbsp; ปีที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเข้าสถานที่สาธารณะ มีผลตั้งแต่เที่ยงคืนวันพุธเป็นเวลา 30 วัน ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 500 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 15,900 บาทและจำคุกไม่เกิน 6 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศนี้นิยามสถานที่สาธารณะว่า คือที่ใดก็ตามที่มีบุคคลรวมตัวกันมากกว่า 10 คน เช่น โรงเรียน, ห้างสรรพสินค้า, ร้านอาหารและศาสนสถาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอ๊ด เดย์ ผู้บริหารร็อกแลนด์เคาน์ตี กล่าวว่า เราต้องทำทุกสิ่งเท่าที่มีอำนาจเพื่อหยุดยั้งการระบาดของโรคหัด เพื่อปกป้องสุขภาพของผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนด้วยเหตุผลด้านสุขภาพและเด็กๆ ที่ยังเล็กเกินไปที่จะรับวัคซีน เขายังวิจารณ์บางชุมชนที่ไม่ยอมให้เยาวชนที่ติดเชื้อโรคหัดรับวัคซีนเมื่อเจ้าหน้าที่สอบสวนสาธารณสุขไปเยี่ยมบ้าน ซึ่งพวกเขาบอกกับเจ้าหน้าที่ว่าจะไม่คุยเรื่องนี้และเจ้าหน้าที่ไม่ต้องกลับมาอีก ซึ่งเป็นเรื่องรับไม่ได้และไร้ความรับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร็อกแลนด์เคาน์ตีมีประชากรมากกว่า 300,000 คน ยืนยันพบผู้ติดเชื้อโรคหัดแล้ว 153 ราย แม้โรคนี้จะได้รับการประกาศว่าหมดสิ้นไปอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2543 เดย์เผยว่ามีการรณรงค์การฉีดวัคซีนครั้งใหญ่หลังพบโรคหัดระบาดตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว แต่ราว 27% ของเด็กอายุ 1-18 ปีที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิวยอร์กไทม์รายงานพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคหัดสูงในร็อกแลนด์เคาน์ตีคือชุมชนชาวยิวที่เคร่งศาสนามากที่ไม่ยอมให้เด็กรับวัคซีน เชื่อว่าโรคหัดแพร่มาจากชุมชนชาวยิวเคร่งศาสนารอบๆ นิวยอร์ก&amp;nbsp; และมีการระบาดของโรคหัดในรัฐอื่นด้วย ได้แก่ วอชิงตัน, แคลิฟอร์เนีย, เทกซัส และอิลนินอยส์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32397</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิวยอร์ก, ภาวะฉุกเฉิน, ร็อกแลนด์เคาน์ตี, โรคหัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190327/image_big_5c9b8377447e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22432</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2018 12:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2018 12:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โรคหัดระบาดเด็กภาคใต้ตอนล่างเสียชีวิตแล้ว 18 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ย.61- ดร.นพ.สุวิช ธรรมปาโล &amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 &amp;nbsp;จังหวัดสงขลา ( สคร.12 ) กล่าวถึงสถานการณ์โรคหัดในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ระหว่างวันที่ 1 ม.ค.-17 พ.ย.61ว่า &amp;nbsp; พบจำนวนผู้ป่วย 2,560 ราย สูงสุดในจังหวัดยะลา 1,348 ราย &amp;nbsp; รองลงมาปัตตานี 741 ราย สงขลา 238 ราย และนราธิวาส 173 &amp;nbsp;ราย โดยมีผู้เสียชีวิต 18 ราย &amp;nbsp;แบ่งเป็น จ.ยะลา 10 ราย ปัตตานี 7 ราย และสงขลา 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากข้อมูลการเฝ้าระวังโรคหัด ยังคงพบผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือนส.ค.-14 พ.ย.มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นและมีการระบาดเป็นกลุ่มก้อน &amp;nbsp;ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ใน 4 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง &amp;nbsp;ผู้ป่วยเสียชีวิตอยู่ในกลุ่มเด็กเล็กอายุระหว่าง 7 เดือน &amp;ndash; 2 ปี &amp;nbsp;6 เดือน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.นพ.สุวิช กล่าวว่า &amp;nbsp;ส่วนใหญ่มีภาวะทุพโภชนาการ ทุกรายเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลด้วยโรคหัดที่มีภาวะแทรกซ้อน &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;ปอดอักเสบ และอุจจาระร่วง &amp;nbsp;มีประวัติไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันโรค &amp;nbsp;และบางรายอายุยังไม่ครบเกณฑ์ ที่จะได้รับวัคซีน ซึ่งโรคหัดมักเกิดกับเด็กเล็ก อายุเฉลี่ย 0-4 ปี เด็กที่เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มเด็กเล็ก &amp;nbsp;ที่มีน้ำหนักตัวน้อย &amp;nbsp; มีภาวะขาดสารอาหารหรือภาวะทุพโภชนาการ ภูมิต้านทานต่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอย้ำว่าโรคหัดป้องกันได้ ขอความร่วมมือประชาชน ที่มีบุตรหลาน &amp;nbsp;โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กแรกเกิด &amp;ndash; 4 ปี &amp;nbsp;ให้นำบุตรหลานไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัด 2 ครั้ง &amp;nbsp; ครั้งแรกเมื่อเด็กอายุ 9-12 เดือน และครั้งที่ 2 เมื่อเด็กอายุ 2 ปีครึ่ง &amp;nbsp;อีกทั้งเด็กเล็กต้องได้รับนมแม่ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นสารอาหารที่ดีที่สุด &amp;nbsp;เนื่องจากผู้ป่วยโรคหัดจะมีภาวะขาดวิตามินเออาการจะรุนแรงและอาจทำให้ตาบอดได้ ดังนั้นต้องให้เด็กรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เช่น เนื้อสัตว์ต่างๆ ไข่แดง นม ผักและผลไม้ รวมทั้งอาหารที่มีวิตามินเอ แต่ละหมู่ให้หลากหลาย เป็นประจำทุกวัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโรคหัดเป็นโรคไข้ออกผื่น เกิดจากเชื้อไวรัส Measles &amp;nbsp; ซึ่งพบได้ในจมูกและลำคอของผู้ป่วย ติดต่อกันได้ง่ายมาก &amp;nbsp;โดยการไอ จาม &amp;nbsp;หรือพูดกันในระยะใกล้ชิด เชื้อไวรัส &amp;nbsp;จะกระจายอยู่ในละอองเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย และเข้าสู่ร่างกายโดยทางการหายใจบางครั้งเชื้ออยู่ในอากาศเมื่อหายใจเอาละอองที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสเข้าไปก็ทำให้เป็นโรคได้ ถ้าไม่มีภูมิต้านทาน ทั้งนี้ หากมีไข้ มีผื่นแดง ไอมีน้ำมูก เยื่อบุตาแดง ตาแดง ตาแฉะ และกลัวแสง จุดขาว ๆ เล็ก ๆ ที่กระพุ้งแก้ม ควรรีบพบแพทย์ทันที สำหรับประชาชนที่มีบุตรหลาน ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนโรคหัดให้มารับการฉีดวัคซีนโดยด่วน &amp;nbsp;ที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านฟรี &amp;nbsp; และหากเด็กในปกครอง มีไข้ ไอ มีผื่นแดงและตาแดง ให้แยกเด็กออกไม่ให้สัมผัสกับเด็กอื่น เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ และในกรณีที่ในบ้านที่มีเด็กสัมผัสร่วมบ้านกับผู้ป่วย หากไม่ได้รับวัคซีนหรือฉีดวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์ ให้ผู้ปกครองนำเด็กไปฉีดวัคซีนให้ครบ &amp;nbsp;หรือในกรณีของเด็กนักเรียน หากมีอาการข้างต้นให้หยุดอยู่บ้าน เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์เช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22432</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภาคใต้ตอนล่าง, สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12  จังหวัดสงขลา, โรคหัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181121/image_big_5bf4eedf74695.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21364</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2018 10:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2018 10:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โรคหัดระบาดหนัก! ชายแดนใต้ผวาคร่า10ชีวิตป่วยนับพัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ย. 61 - ผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงานเกี่ยวกับการแพร่ระบาดโรคหัดในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ &amp;nbsp;ปัตตานี &amp;nbsp;ยะลา นราธิวาส ว่า ที่ผ่านมาเสียชีวิตกว่า 10 ราย และป่วยแล้วกว่า1,000 ราย และยังคงมีผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง สำหรับปัตตานี มีผู้ป่วยกว่า 400 ราย และเสียชีวิต 4 ราย ผู้ป่วยยังคงเข้าออกโรงพยาบาลกว่า100 ราย &amp;nbsp; โดยเฉพาะพื้นที่มีการระบาดโรคหัดมากที่สุดคือ &amp;nbsp;อ.หนองจิก &amp;nbsp;อ.ยะรัง อ.ทุ่งยางแดง &amp;nbsp; และอำเภออื่นๆ อีกรวม11 อำเภอ มีเพียงอำเภอไม้แก่นยังพบน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.เพชรดาว &amp;nbsp;โต๊ะมีนา &amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพจิตที่ 12 กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า โรคหัดเป็นโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนโรคนี้ ซึ่งหลายประเทศหมดไปแล้ว ส่วนประเทศไทยหลายปีไม่มีการรายงาน &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ปีนี้เป็นปีแรกที่มีการแพร่ระบาดจนทำให้มีผู้เสียชีวิตในพื้นที่ชายแดนใต้กว่า 10 รายและป่วยจำนวนมาก &amp;nbsp;ส่งผลทำให้ครอบครัวผู้เสียชีวิต คนรอบข้าง หรือที่โรงเรียนอาจจะมีความตื่นตระหนกกังวล ทำให้เครียด &amp;nbsp;เพราะกังวลว่าจะติดโรคหัดหรือไม่ ซึ่งสาธารณสุขจึงต้องดำเนินการในเรื่องความรู้ความเข้าใจเพื่อให้ประชาชนจะได้คลายกังวล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คนในพื้นที่มีความกังวลที่มีคนเป็นโรคหัดมากขึ้น &amp;nbsp;มีคนเสียชีวิต ซึ่งทำให้มีการตื่นตัวฉีควัคซีนมากขึ้น &amp;nbsp;ขณะที่สาธารณสุขก็ทำงานเชิงรุกมากขึ้น เข้าพื้นที่รณรงค์ให้ความรู้ &amp;nbsp;ฉีดวัคซีน &amp;nbsp;ซึ่งการฉีดวัคซิน เป็นเรื่องสำคัญที่ป้องกันไม่ให้เสียชีวิตได้ และจุฬารราชมนตรีก็ได้สรุปแล้วว่าสามารถฉีดได้ &amp;nbsp;ถ้าใครมีอาการคลายโรคหัดต้องส่งโรงพยาบาลด่วน ไม่ต้องมาโรงเรียนเพราะอาจจะติดคนอื่นอีกได้ &amp;nbsp;ส่วนผู้ปกครองและครูต้องหมั่นสังเกต และแยกเด็กพาพบแพทย์โดยด่วนทันที&amp;quot; พญ.เพชรดาว ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21364</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชายแดนใต้, ปัตตานี, พญ.เพชรดาว, ระบาดหนัก, สาธารณสุข, โรคหัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181105/image_big_5bdfbe855ab0a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21145</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2018 11:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2018 11:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปัตตานีเปิดเทอมวันแรก ครูตรวจโรคหัดก่อนเด็กเข้าห้องเรียนป้องกันแพร่ระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ย.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศวันเปิดเทอมที่โรงเรียนชุมชนบ้านตะลูโบ๊ะ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี หลังจากที่ได้เข้าแถวเคารพธงชาติเสร็จแล้ว&amp;nbsp;ครูแอเซาะ&amp;nbsp;หะยียามา&amp;nbsp;ครูผู้รับผิดชอบด้านส่งเสริมสุขภาพของโรงเรียน&amp;nbsp;ได้ทำการชี้แจงให้ความรู้แก่เด็กนักเรียนทราบถึงการแพร่ระบาดของโรคหัดที่ผ่านมาซึ่งในช่วงปิดเทอมมีผู้ป่วยโรคหัดเป็นจำนวนมากและมีผู้เสียชีวิตด้วย โดยเฉพาะที่ปัตตานีเป็นโรคหัดกว่า 400 คน และเสียชีวิต 2 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นครูจำเป็นจะต้องตรวจคัดกรองเบื้องต้นก่อนเข้าห้องเรียนเพราะอาจจะไปติดเชื้อและแพร่ระบาดได้ โดยครูประจำชั้นของแต่ละห้องตรวจเด็กเป็นรายบุคคลก่อนเข้าห้องเรียนอย่างละเอียด โดยเน้นตรวจอาการเบื้องต้น เช่น ตัวร้อน มีผื่นแดงขึ้นตามแขนลำตัว ซึ่งถ้าพบอาการดังกล่าวก็จะแยกออกไปและให้โรงพยาบาลประจำตำบลมาตรวจถ้าพบเป็นกลุ่มเสี่ยงก็จะนำส่งโรงพยาบาลปัตตานี ซึ่งจากการตรวจไม่พบแต่มีเพียงอาการตัวร้อนอย่างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครูแอเซาะ กล่าวว่า เป็นนโยบายของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีที่ต้องการให้ตรวจก่อนเข้าห้องเรียนเพื่อไม่ให้โรคนี้ระบาดและยับยั้งโรคดังกล่าวไม่ให้เกิดขึ้นและไม่ให้มีผู้เสียชีวิตด้วย&amp;nbsp;นอกจากนั้นได้ชี้แจงให้เด็กฉีดวัคซีนป้องกันโรคดังกล่าวอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21145</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัตตานี, เปิดเทอมวันแรก, โรคหัด, โรคหัดแพร่ระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181101/image_big_5bda7ea8990d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20715</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2018 18:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2018 18:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เศร้า!เด็ก1ขวบสังเวยโรคหัดรายแรกที่ปัตตานี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ต.ค.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบผู้เสียชีวิตด้วยโรคหัดรายแรกที่อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพบผู้เสียชีวิต คือ ด.ช.มูฮำหมัดตอฮา มะโระ อายุ 1 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37/3 หมู่&amp;nbsp;3 ต.ระแว้ง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา ขณะนี้ได้นำไปฝังตามหลักศาสนาอิสลามแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอับดุลเลาะ มะโระ และนางฟาอีซะห์ มะเละ พ่อแม่เด็กผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;เปิดเผยว่า ด.ช.มูฮำหมัดตอฮา&amp;nbsp;เริ่มจากมีอาการโรคหืดหอบและไปตรวจรักษาที่โรงพยาบาลยะรังอย่างต่อเนื่อง หลังจากนั้นได้กลับมารักษาที่บ้านและไปกลับโรงพยาบาลทุกวันประมาณ 8 วัน ปรากฏว่า เกิดอาการตัวร้อนไม่สบายและมีผื่นแดง และไปโรงพยาบาลพบว่าเป็นโรคหัด มีอาการแทรกซ้อนด้วยโรคปอดบวมและหอบ ทางโรงพยาบาลยะรังจึงได้กักตัวไว้และพักรักษาอยู่ในโรงพยาบาล หลังจากแพทย์วินิจฉัยเป็นโรคหัด แพทย์รักษาด้วยการสวนสายยางพร้อมส่งต่อไปยัง รพ.ปัตตานีแต่ทางผู้ปกครองไม่ยินยอมการรักษาและเสียชีวิตที่ รพ.ยะรัง ช่วงคืนวันที่&amp;nbsp;19 ต.ค. ซึ่งทางโรงพยาบาลยะรังมีผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงอยู่ในห้องเดียวกันกว่า 40 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฮาโรน มาหมัด ผอ.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลระแว้ง&amp;nbsp;อ.ยะรัง ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและติดตาม เนื่องจากมีลูกเล็กๆอีก 6 คนจึงต้องติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเด็กทุกคนได้ฉีดวัคซีนกันหมดแล้ว ซึ่งมีเด็กในหมู่บ้านป่วย&amp;nbsp;4 คน แต่ก็ได้รักษาหายปกติแล้ว ขณะนี้สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เนื่องจากมีการฉีดวัคซีนเด็กในหมู่บ้านกว่า 1 พันรายแล้วฃ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20715</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ปัตตานี, ผู้ป่วยโรคหัดเสียชีวิต, อำเภอยะรัง, โรคหัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181025/image_big_5bd1a7e1a9dda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19665</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2018 12:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2018 12:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กน้อย&#039; แจงโรคหัดในยะลายังควบคุมได้ สธ.-ผู้นำท้องถิ่นร่วมแก้ไข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11​ต.ค.61 -​ ที่ทำเนียบ​รัฐบาล​ พล.อ.สุรเชษฐ์​&amp;nbsp;ชัยวงศ์​ รมช.ศึกษาธิการ​ หัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้​ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้(คปต.)​ ครั้งที่​ 4/2561 ที่มี​ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน​ ถึงการแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคหัดใน​ จ.ยะลา​ ซึ่งพบผู้เสียชีวิตแล้ว 5 ราย ว่า​ ได้ส่งเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลและอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน(อสม.)​เข้าไปดูแลในพื้นที่อย่างใกล้ชิดแล้ว​ คิดว่าควบคุมสถานการณ์​ได้​ ส่วนพื้นที่ระบาดยังอยู่ในวงที่ควบคุมได้​ และยังไม่น่าหนักใจมาก แต่ยอมรับว่าน่าห่วงใยที่มีการสูญเสียของประชาชนเกิดขึ้น โดยในวันที่​ 19​ ตุลาคม พล.อ.ฉัตรชัย​ สาริกัลยะ​ รองนายกรัฐมนตรี​ จะลงพื้นที่ไปติดตามความคืบหน้าในการแก้ปัญหา​ พร้อมกำหนดมาตรการป้องกันให้รัดกุมมากขึ้น​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.สุรเชษฐ์​&amp;nbsp;กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม​ การแก้ไขเรื่องนี้​ ทางผู้แทนพิเศษของรัฐบาลได้ประสานกับกระทรวงสาธารณสุข​ และได้รับความร่วมมือจากผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา​ รณรงค์ป้องกันโรคต่างๆ​ ซึ่งนอกจากโรคหัดแล้​ว​ ยังมีอีกหลายโรคที่น่าห่วงใย​ ส่วนกรณีชาวมุสลิมบางส่วนต่อต้านการฉีดวัคซีนในเด็ก​นั้น​ ทางสำนักจุฬาราชมนตรีได้รับรองแล้วว่าการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรค​นั้นสามารถทำได้ เดิมอาจจะเข้าใจผิด​ แต่เมื่อผู้นำศาสนาได้ประสานกับผู้แทนพิเศษของรัฐบาลก็เข้าใจตรงกัน​ ทุกหน่วยงานทำงานร่วมกัน​ และภายในโรงเรียนจะมีการตรวจสุขภาพให้นักเรียน​ พร้อมกับรณรงค์​ให้ป้องกัน​มากกว่าแก้ไข&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19665</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดยะลา, พล.อ.สุรเชษฐ์​ ชัยวงศ์, หัวหน้าผู้แทนพิเศษ, โรคหัด, โรคหัดแพร่ระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181011/image_big_5bbee452827fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
