<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62421</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2020 19:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2020 19:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมศิลปากรเผยมาตรการ &#039;อยู่บ้าน หยุดเชื้อ&#039; มีตั้งแต่สมัย ร.2 ให้ประชาชนรักษาศีลห้ามฆ่าสัตว์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ อหิวาตกโรคระบาดในสมัยตันรัตนโกสินทร์ มีผู้เสียชีวิตป็นจำนวนมากจนไม่สามารถผาศพได้ทัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร&amp;quot; เผยแพร่บทความเรื่อง &amp;quot;โรคระบาดในประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ : การแก้ไขปัญหาจากความเชื่อถึงความจริงในสังคม&amp;quot; เรียบเรียงโดย&amp;nbsp;นางสาววกุล มิตรพระพันธ์&amp;nbsp;นักอักษรศาสตร์ปฏิบัติการ&amp;nbsp;กลุ่มภาษาและวรรณกรรม&amp;nbsp;สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร โดยมีเนื้อหาตอนหนึ่งกล่าวถึงโรคอหิวาต์ หรือ โรคห่า&amp;nbsp;แพร่ระบาดในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2&amp;nbsp;ว่าในครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตเฉพาะในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใกล้เคียงรวมกันถึง 3&amp;nbsp;หมื่นคน&amp;nbsp;ร้ายแรงเสียจนพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โปรดฯให้จัดพระราชพิธี&amp;nbsp;&amp;quot;อาพาธพินาศ&amp;quot;&amp;nbsp;ขึ้นที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เพื่อกำราบโรคภัยไข้เจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์ถึงรายละเอียดของพระราชพิธีอาพาธพินาศ ไว้ในพระราชพิธีสิบสองเดือน สรุปความได้ว่า พระราชพิธีอาพาธพินาศจะจัดขึ้นเฉพาะในคราวที่เกิดโรคภัยครั้งใหญ่ เท่าที่ปรากฎหลักฐานหลงเหลือมาพบว่า เคยจัดขึ้นเพียงสองครั้งคือ ในปีมะแมตรีศก ศักราช ๑๑๗๓ และ ปีมะโรงโทศก ศักราช ๑๑๘๒ และไม่ได้จัดขึ้นอีกเพราะไม่อาจระงับโรคระบาดที่เกิดขึ้นในครั้งหลังได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประกอบพระราชพิธีนั้นกระทำโดยเชิญพระแก้วมรกตทรงยานมาศจัดกระบวนแห่ไปตามถนนรอบพระนคร พร้อมกับพระราชาคณะและพระสงฆ์ โดยมีการสวดอาฎานาฏิยสูตร โปรยทรายและประพรมน้ำพระปริตร ปิดกระดาษยันต์ไทยตามตำหนักต่างๆ ในพระราชวัง และยิงปืนใหญ่รอบพระนคร
จนกระทั่งรุ่งเช้า 1&amp;nbsp;คืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแก้ไขสถานการณ์ระบาดของโรคอหิวาต์ในครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยยังทรงรักษาอุโบสถศีล และโปรดให้ข้าราชการน้อยใหญ่ร่วมกันรักษาศีลทำบุญด้วย นอกจากนั้นยังมีรับสั่งให้ยกเลิกการเข้าเฝ้าในราชกิจที่ไม่จำเป็น ให้ไพร่ที่อยู่เวรประจำพระราชวังกลับภูมิลำเนา ปล่อยนักโทษ (ยกเว้นเชลยพม่า) ให้ประชาชนรักษาศีล โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้ามฆ่าสัตว์ และให้ทุกคน &amp;quot;เก็บตัวอยู่แต่ในบ้านเรือน&amp;quot; เมื่อมีกิจ
จำเป็นเท่านั้นจึงจะออกไปได้ เมื่อปฏิบัติดังนี้เป็นเวลาเพียง 15&amp;nbsp;วัน โรคระบาดก็คลี่คลายลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ในสมัยรัชกาล&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เกิดอหิวาตกโรคระบาดครั้งใหญ่อีกครั้ง แต่ก็ทรงแก้ปัญหาด้วยวิธีการเดียวกัน จนหยุดยั้งการแพร่ระบาดได้ในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62421</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร, กรุงรัตนโกสินทร์, สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์, อหิวาตกโรค, โรคระบาดในประวัติศาสตร์, โรคระบาดในอดีต, โรคห่าระบาด, โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200407/image_big_5e8c6a0381c20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45364</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2019 20:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2019 20:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟิลิปปินส์พบหมูติด &#039;อหิวาต์แอฟริกาในสุกร&#039; ครั้งแรกใกล้กรุงมะนิลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการฟิลิปปินส์ยืนยันพบสุกรติดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรเป็นครั้งแรก ในเมือง 2 เมืองใกล้กรุงมะนิลา ทำให้ต้องฆ่าหมูแล้วกว่า 7,000 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ / INA FASSBENDER / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรแม้ไม่เป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคน แต่ทำให้หมูที่ติดไวรัสโรคนี้เป็นโรคไข้เลือดออก และหมูที่เป็นโรคนี้มีอัตราการเสียชีวิตสูง ยังไม่มียาแก้พิษหรือวัคซีนป้องกัน วิธีเดียวในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคคือฆ่าหมูที่ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิลเลียม ดาร์ รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฟิลิปปินส์ แถลงเมื่อวันจันทร์ที่ 9 กันยายนว่า พบหมูที่ติดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร 2 เมืองใกล้กรุงมะนิลา โดยพบหมูติดเชื้อไวรัสโรคนี้ครั้งแรกที่เมืองโรดริเกซ ห่างจากกรุงมะนิลาทางตะวันออกราว 10 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ฆ่าหมูมากกว่า 7,000 ตัวในรัศมี 1 กิโลเมตร จากฟาร์มของ 2 เมืองที่พบหมูติดไวรัสโรคนี้ แต่ย้ำว่าฟิลิปปินส์ยังไม่เผชิญกับการระบาดของโรคนี้ และขอให้ชาวฟิลิปปินส์ไม่ต้องกังวลเรื่องการกินเนื้อหมู &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฟิลิปปินส์เผยว่า จากการส่งเนื้อหมู 20 ตัวอย่างไปตรวจที่แล็บในสหราชอาณาจักร พบเนื้อหมู 14 ตัวอย่างที่ติดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร แต่ต้องรออีกหนึ่งสัปดาห์เพื่อยืนยันว่าการติดเชื้อครั้งนี้รุนแรงมากน้อยเพียงใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวฟิลิปปินส์บริโภคเนื้อหมูมากกว่าเนื้ออย่างอื่น หรือราว 60% ของส่วนแบ่งการตลาดเนื้อทั้งหมด จากข้อมูลของกระทรวงเกษตรฟิลิปปินส์เผยว่า ฟิลิปปินส์เป็นชาติที่ผลิตเนื้อหมูมากเป็นอันดับ 8 ของโลก อุตสาหกรรมสุกรในฟิลิปปินส์มีมูลค่าราว 260,000 ล้านเปโซ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรฟิลิปปินส์ตั้งข้อสงสัยว่า หมูที่ติดเชื้อโรคนี้อาจเกิดจากการเลี้ยงหมูของผู้ที่เลี้ยงไว้หลังบ้านและให้หมูกินเศษอาหารที่เหลือจากโรงแรมและร้านอาหาร ขณะที่กระทรวงเกษตรฟิลิปปินส์เผยว่าไวรัสโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรอาจแพร่เชื้อเข้ามาจากการลักลอบนำเนื้อสัตว์แช่แข็งเข้าประเทศ หรือจากชาวฟิลิปปินส์ที่ไปทำงานต่างประเทศแล้วนำผลิตภัณฑ์เนื้อติดเชื้อไวรัสนี้กลับมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45364</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฟิลิปปินส์, อหิวาต์หมู, โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190909/image_big_5d7656a6222ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22604</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2018 19:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2018 19:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนพบอหิวาต์สุกรระบาดครั้งแรกในกรุงปักกิ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงเกษตรจีนยืนยันเมื่อวันศุกร์ว่า พบหมูในฟาร์มกรุงปักกิ่งติดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรเป็นครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงเกษตรจีนแถลงเมื่อวันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน ว่าพบโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรระบาดในฟาร์ม 2 แห่ง ในเขตฟางชานทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงปักกิ่ง ทำให้หมูในฟาร์ม 2 แห่งนี้ที่มีมากกว่า 1,700 ตัว ตายไปแล้ว 86 ตัว กระทรวงได้ส่งเจ้าหน้าที่เฉพาะกิจปิดฟาร์มทั้ง 2 แห่ง เพื่อฆ่าหมูที่ติดเชื้อและทำการฆ่าเชื้อ และมีคำสั่งห้ามขายหมูและผลิตภัณฑ์จากเนื้อหมูของพื้นที่นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ระดับสูงผู้หนึ่งของกระทรวงเกษตรจีนเผยว่า ตั้งแต่พบการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรที่จีนเมื่อเดือนสิงหาคม มีหมูโดนฆ่าแล้วราว 600,000 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนเป็นประเทศที่มีฟาร์มหมูและบริโภคหมูมากที่สุดในโลก พบการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรครั้งแรกที่มณฑลเหลียวหนิงทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ปัจจุบันโรคนี้ระบาดไปแล้ว 20 มณฑล มีรายงานการระบาด 73 กรณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟง จงอู๋ รองผู้อำนวยการสำนักเพาะปลูกและสัตวแพทย์ระบุว่า สถานการณ์การระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรรุนแรงมาก เนื่องจากจีนติดต่อค้าขายกับประเทศที่มีการระบาดของโรคนี้อยู่บ่อยครั้ง และมีการแลกเปลี่ยนสินค้าจำนวนมาก โรคนี้มีระยะฟักตัวที่ยาวนาน ทำให้ยากต่อการป้องกัน และมีความเสี่ยงสูงที่โรคนี้จะกลับมาระบาดใหม่
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ แต่ทำให้หมูตายจากการเป็นไข้เลือดออก เป็นโรคที่ไม่มียาแก้พิษหรือวัคซีน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22604</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ปักกิ่ง, หมู, โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181123/image_big_5bf7f8fede718.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
