<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57647</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรียนรู้สร้างสมองแข็งแรง ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;สมองเสื่อม&amp;quot; เป็นภาวะที่มีอาการสำคัญ คือ ความจำแย่ลงเรื่อยๆ จนมีผลต่อชีวิตประจำวัน รวมถึงพฤติกรรม บุคลิกหรืออารมณ์เปลี่ยนไปจากที่เคยเป็น ซึ่งสมองเสื่อมเกิดได้หลายสาเหตุ เช่น โรคหลอดเลือดสมอง เนื้องอกในสมอง เลือดคั่งในสมอง โรคไทรอยด์ แต่สาเหตุที่พบบ่อย คือ โรคอัลไซเมอร์ มักพบผู้ป่วยช่วงอายุ 60-65 ปีขึ้นไป ประมาณว่าคนอายุ 65-75 ปี จำนวน 100 คนจะเป็นโรคนี้เฉลี่ย 5-10 คน ในกลุ่มอายุที่สูงขึ้นก็จะพบมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนอายุตั้งแต่ 85 ปีขึ้นไป จะเป็นโรคนี้ถึงครึ่งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศูนย์ส่งเสริมและฟื้นฟูผู้สูงวัย The Senizens ให้ข้อมูลว่า โรคสมองเสื่อมเกิดจากการที่มีโปรตีนชนิดหนึ่งชื่อเบตาอะมัยลอยด์มีมากผิดปกติ โปรตีนชนิดนี้ไปจับที่สมองเป็นหย่อมๆ ทำให้สมองส่วนนั้นทำงานผิดปกติหรืออาจเสียสมองส่วนนั้นไปในที่สุด ซึ่งบริเวณที่โปรตีนนี้ไปเกาะมักเป็นสมองส่วนที่เกี่ยวกับความจำ โดยอาการที่เด่นชัดของโรคนี้จะเป็นปัญหาเกี่ยวกับความจำเป็นหลัก ผู้ป่วยมักมีอาการหลงๆ ลืมๆ จำความไม่ได้ ลืมเรื่องที่พูดไปไม่นาน ชอบเล่าเรื่องเดิมซ้ำไปซ้ำมา ทักษะต่างๆ ที่เคยทำได้ดีก็ลืมทำไม่ได้ เดินหลงทิศทางแก้ปัญหาง่ายๆ ไม่ได้ จำชื่อคนไม่ได้ ซึ่งเกิดจากสารหลั่งในสมองที่เกี่ยวกับความจำลดลง และมีการตายของเซลล์สมองพบว่ามีสารผิดปกติของอะมัยลอยด์ในสมองผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ทำให้การทำงานของสมองเสื่อมลงจนส่งผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวันของคนไข้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากผู้ป่วยเริ่มมีอาการและไม่ได้รับการรักษา จะมีอาการสมองเสื่อมรุนแรงยิ่งขึ้น จนกระทั่งไม่สามารถปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้ โรคอัลไซเมอร์นี้ต่างจากอาการสมองเสื่อมที่เกิดจากสาเหตุอื่นๆ ตรงที่ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถประคับประคองไม่ให้อาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว การดูแลรักษาประคับประคองทำได้โดยการรักษาด้วยยา การฟื้นฟูความจำ การกินอาหารครบ 5 หมู่ เน้นผักใบเขียวและผลไม้หลากสี อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี 1 และบี 12 เช่น น้ำมันปลาหรือปลา ดื่มน้ำสะอาด ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รักษาโรคที่เป็นปัจจัยเสี่ยง เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ออกกำลังสมองจะช่วยกระตุ้นให้สมองทำงานไม่เสื่อมสภาพเร็วขึ้น รองอธิบดีกรมการแพทย์กล่าวเพิ่มเติมว่า วิธีออกกำลังกายสมอง คือ การฝึกทักษะการใช้มือ เท้าและประสาทสัมผัสทั้ง 5 ให้รับรู้ข้อมูลและการเคลื่อนไหวต่างๆ ทั้งรูปแบบอยู่กับที่ การเคลื่อนที่หรือแบบใช้อุปกรณ์ประกอบการเคลื่อนไหว โดยทำอย่างต่อเนื่องจนเกิดการเชื่อมโยงของระบบกล้ามเนื้อ ระบบประสาทและสมองส่วนต่างๆ ทำงานประสานกันอย่างเป็นระบบ ทำจิตใจให้แจ่มใสและฝึกสมองให้มีการใช้ความคิด ความจำ เช่น อ่านหนังสือ ฟังดนตรี ร้องเพลง ทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับครอบครัวและสังคม เช่น การเต้นรำ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้สมองทั้ง 2 ซีกให้ทำงานประสานกันทั้งระบบ โดยสมองซีกซ้ายจะต้องทำความเข้าใจในทำนอง เนื้อร้อง และคิดท่าที่ใช้เต้นรำ ส่วนสมองซีกขวาต้องเข้าถึงอารมณ์ ความรู้สึกในเพลง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนผู้ที่ต้องการบริหารสมองด้วยวิธีอื่นสามารถทำกิจกรรมง่ายๆ เช่น การเดินในที่อากาศโปร่ง ซึ่งจะทำให้ระบบไหลเวียนเลือดสูบฉีดออกซิเจนไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น ออกกำลังกายแอโรบิก โยคะ เล่นกีฬาที่มีการฝึกสมอง เช่น หมากรุก หมากฮอส ซึ่งนอกจากจะได้ร่างกายที่แข็งแรงแล้วยังช่วยให้ใจสงบ มีสมาธิ และเป็นการปรับร่างกายให้เข้าสู่ภาวะสมดุลและกระตุ้นสมองให้ต้องคิดและวางแผน ตัดสินใจ ทำให้สมองแข็งแรงและทำงานอย่างสมดุล ห่างไกลจากโรคอัลไซเมอร์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57647</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, โรคอัลไซเมอร์, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200219/image_big_5e4d2502e8734.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37447</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2019 17:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2019 17:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปัดป่วยอัลไซเมอร์&#039;เด่น ดอกประดู่&#039;บอกน้อยใจเมียหนีมาขอนแก่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มิ.ย.62- ร.ต.อ.โกศล &amp;nbsp;รัตนสุโกศล รอง สว.สทท.1 กก.1 บก.ทท.2 (ตำรวจท่องเที่ยวขอนแก่น) พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจได้เข้าพบนายบรรพต &amp;nbsp;วีระรัฐ หรือเด่น &amp;nbsp;ดอกประดู่ นักแสดงตลกรุ่นเก๋าชื่อดัง ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่ 3 จ.ขอนแก่น เพื่อรับตัวมาดูแลชั่วคราวที่สถานีตำรวจท่องเที่ยวขอนแก่น โดยเจ้าตัวยินดีที่จะมาพักชั่วคราวที่สถานีตำรวจท่องเทีย่วขอนแก่น โดยทันทีที่เดินทางมาถึง ได้นั่งรับประทานอาหารร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเป็นกันเองก่อนที่จะขอตัวไปพักผ่อนที่ห้องรับรองของสถานีตำรวจท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.อ.โกศล กล่าวว่า หลังทราบข่าวจากสื่อมวลชนและโซเขียนมีเดีย &amp;nbsp; จึงได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบและ พูดคุยกับนายบรรพต &amp;nbsp;ก่อนที่จะเชิญตัวพามาพักที่สถานีตำรวจท่องเที่ยวก่อนในเบื้องต้น &amp;nbsp;สำหรับในส่วนของญาติที่จะมารับกลับนั้น ยังไม่มีใครประสานมา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของตัวนายบรรพต &amp;nbsp; ว่าต้องการจะกลับหรือจะอยู่ที่ขอนแก่น หากจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวช่วยเหลือหรือประสานงานในด้านใดก็สามารถแจ้งได้ เพราะตำรวจท่องเที่ยวพร้อให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่
&amp;nbsp;
&amp;quot;เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงได้เข้าพบและนั่งพูดคุยกันก่อนที่นายเด่น จะตัดสินใจมาพักอและอยู่ในความดูแลของตำรวจท่องเที่ยวขอนแก่น ซึ่งสำนักงานตั้งอยู่ ริมถนนมิตรภาพ ตัดกับศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 4 ทั้งน้จากการสอบถามทราบว่า นายเด่น &amp;nbsp;ทะเลาะกับภรรยา มีปากเสียงกัน และยืนยันว่าไม่ได้ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ แต่เป็นเพราะชีวิตคู่ที่ไม่เข้าใจกัน โดยภรรยาให้เงินมา 30,000 บาท &amp;nbsp; พร้อมทั้งไล่ออกจากบ้าน ด้วยความน้อยใจจึงหนีออกมาโดยนั่งรถทัวร์มาลงที่ขอนแก่น เผื่อจะมีงานให้ทำ แต่ทั้งนี้จากการพูดคุย ถ้าภรรยามาง้อ ก็จะกลับบ้านทันที&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในช่วงระหว่างการพักผ่อนของนายเด่น ที่สถานีตำรวจท่องเที่ยวขอนแก่นนั้นได้มี นายอรรถกร เกสรแก้ว เจ้าของร้านชาบู คิน เดอะ บูตะ สาขาตลาดต้นตาล ขอนแก่น ได้ประสานการให้ความช่วยเหลือ มาที่ตำรวจท่องเที่ยว เพื่อที่จะรับตัวนายเด่น มาทำงานที่ร้าน เพราะโดยส่วนตัวชื่นชอบการแสดงตลกของนายเด่นมาตั้งแต่เด็ก พอเห็นข่าวจึงอยากจะช่วยเหลือ โดยจะเดินทางมาพบกับนายเด่น เพื่อพูดคุยกันเรื่องานด้านการแสดงในช่วงเย็นของวันนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37447</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ขอนแก่น, ตำรวจท่องเที่ยว, เด่น ดอกประดู่, โรคอัลไซเมอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190602/image_big_5cf39d62c4610.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21978</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตายายรักการขีดเขียน เทรนด์ป้องกันโรคนิ้วล็อก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(ผู้สูงอายุที่ชอบจดบันทึก จะช่วยฝึกความทรงจำระยะสั้นให้ทำงานได้ดีขึ้น หรือความจำที่เราเพิ่งทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ ไป ซึ่งจะช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บางครั้งอุปกรณ์ขีดๆ เขียนๆ อย่างปากกา ดินสอ หรือแม้แต่พู่กันระบายสี ก็สามารถช่วยป้องกันโรคในผู้สูงวัยได้ โดยเฉพาะโรคทางสมองอย่างอัลไซเมอร์ หรือแม้แต่โรคนิ้วล็อก กระทั่งภาวะฝ่ามือของคุณตาคุณยายที่ฝ่อลง เนื่องจากอายุมากและท่าน ไม่ได้หยิบจับสิ่งของเป็นเวลานานๆ บางครั้งจึงทำให้บังคับมือได้ไม่ดี ในขณะหยิบจับสิ่งของ งานนี้หากผู้สูงอายุที่อยู่บ้านว่างๆ และชอบเรื่องการเขียนการอ่าน กระทั่งการวาดรูป ซึ่งเป็นกิจวัตรประจำวัน ที่ต่างจากผู้สูงอายุยุคใหม่ ซึ่งอยู่กับโซเชียลหรือไอที ซึ่งก็ถือเป็นการคลายเครียดและฝึกสมองในอีกรูปแบบหนึ่ง พี่แอ้-พรวรินทร์ นุตราวงศ์ พยาบาลชำนาญการพิเศษ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช มาให้ข้อมูลสุขภาพในผู้สูงวัย ด้วยการ &amp;ldquo;จับปากกาเขียนหนังสือ&amp;rdquo; ไว้น่าสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(พรวรินทร์ นุตราวงศ์)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พยาบาลพรวรินทร์ อธิบายว่า &amp;ldquo;ถ้าหากคุณตาคุณยายท่านใดที่ยังสามารถเขียนหนังสือได้ ก็แนะนำให้ท่านจับปากกามาขีดเขียนก็เป็นการดีต่อสุขภาพค่ะ โดยเฉพาะการเขียนไดอารี หรือบันทึกกิจวัตรประจำวัน เช่น ตอนเช้าแม่กินอะไรบ้าง??, ออกกำลังกายอะไรไปบ้าง?? หรือเมื่อเช้าได้สวดมนต์ถึงบทไหนแล้ว หรือจะเขียนเล่าเป็นเรื่องราว ตั้งแต่ตื่นเช้าใส่บาตร กระทั่งถึงตอนเย็น ก่อนที่ลูกๆ จะเลิกงานกลับมา และนำไปให้บุตรหลานอ่าน ตรงนี้จะช่วยเรื่องของ &amp;ldquo;ความทรงจำ&amp;rdquo; และป้องกัน &amp;ldquo;โรคอัลไซเมอร์&amp;rdquo; ได้ดี เพราะเมื่ออายุมากขึ้น ความทรงจำระยะสั้น หรือความจำชั่วขณะ เช่น เรากินอาหารเช้าอะไรไป ผู้สูงวัยมักจะลืม!!! แต่ก็จะไปจำเรื่องในอดีต หรือสิ่งที่เกิดขึ้นมาเมื่อประมาณ 10-20 ปีที่แล้วได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(กิจกรรมถักโครเชต์ก็ช่วยฝึกสมองผู้สูงวัยได้ แต่อาจต้องเลือกเข็มที่เบอร์ไม่เล็กมาก)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ดังนั้น ถ้าได้จดบันทึกก็จะทำให้ความทรงจำระยะสั้นดีขึ้น หรือจดจำสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นได้ดี ที่สำคัญขณะกำลังเขียนหนังสือหรือจับปากกา ก็จะช่วยฝึกกล้ามเนื้อมือไปด้วยในตัว ป้องกันทั้ง &amp;ldquo;โรคนิ้วล็อก&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ฝ่ามือฝ่อลีบ&amp;rdquo; อันเนื่องจากการที่คุณตาคุณยายไม่ค่อยได้หยิบจับสิ่งของ หรือไม่ได้ขยับมือบ่อย เมื่อเกิดภาวะฝ่ามือลีบ ก็จะทำให้หยิบจับสิ่งของได้ไม่ดี ดังนั้น การเขียนหนังสือบ่อยๆ ก็จะช่วยฝึกกำลังแขนและนิ้วมือให้หยิบจับช้อนกินอาหารได้ดีขึ้น แต่ทั้งนี้ควรระวังในการเขียนหนังสือของคุณตาคุณยาย ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกใช้ปากกาจะดีกว่า หรือหากเลือกใช้ดินสอก็ต้องเหลาให้แหลมน้อยที่สุด เพื่อป้องกันความแหลมคมไปกระแทกดวงตา และก็ให้หลีกเลี่ยงการนำปากกาไปเหน็บข้างหูขณะที่กำลังคิด เพราะอาจเกิดอันตรายจากการถูกขีดข่วนจากความคมของอุปกรณ์ดังกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;รูปที่ผู้สูงอายุวาด&amp;rdquo; จะสะท้อนแนวคิด อารมณ์ และความต้องการของท่านได้ดี จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ลูกหลานควรหมั่นสังเกต เพื่อกระชับความผูกพันครอบครัวให้อบอุ่น เช่น หากวาดรูปทะเล ภูเขา ซ้ำบ่อยๆ อาจสะท้อนว่าท่านต้องการไปพักผ่อน เป็นต้น)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของ &amp;ldquo;การจับพู่กันระบายสี&amp;rdquo; ก็ถือเป็นการฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก หรือฝึกการใช้มือระบายสีลงในภาพ และฝึกความคิดสร้างสรรค์ได้เช่นกัน แต่ก็ควรระวังอยู่เล็กน้อยคือ อย่าให้สีน้ำเปื้อนเสื้อผ้า หรือหากผู้สูงอายุ &amp;ldquo;หยิบดินสอมาวาดรูป&amp;rdquo; ตรงนี้ขอแนะนำว่าให้ลูกหลานแปลความหมายรูปที่ท่านวาด เพราะถ้าหากรู้ใจก็จะช่วยทำให้ครอบครัว อบอุ่นได้อย่างง่ายๆ เช่น หากผู้สูงวัยวาด &amp;ldquo;รูปภูเขา รูปทะเล&amp;rdquo; ซ้ำๆ นั่นแปลว่าท่านอาจต้องการอยากให้บุตรหลานพาไปเที่ยว หรือหาก &amp;ldquo;วาดรูปเด็กตัวเล็กๆ&amp;rdquo; นั่นอาจจะสื่อว่าคุณตาคุณยายกำลังเป็นห่วงหลาน หรือหากท่าน &amp;ldquo;วาดรูปอาหาร&amp;rdquo; อาจสื่อว่าต้องการให้ลูกหลานพาออกไปกินข้าวนอกบ้าน ซึ่งภาพที่ออกมาจะสื่อความหมายในตัวเอง บุตรหลานควรเฝ้าสังเกต นอกจากหากคุณย่าคุณยายชื่นชอบ &amp;ldquo;การถักโครเชต์&amp;rdquo; และถ้ายังทำได้ก็ให้ท่านทำ เพราะจะกระตุ้นให้สมองได้คิดและใช้งาน แต่ให้ระวังความแหลมคม โดยการเลือกเข็มเบอร์ที่ไม่เล็กจนเกินไป เพราะอย่าลืมว่าการที่ส่งเสริมให้คนวัยเก๋าได้ทำในสิ่งที่ชอบนั้น จะช่วยทำให้ท่านได้ใช้ชีวิตในแต่ละวันได้อย่างมีความสุข&amp;rdquo;. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21978</URL_LINK>
                <HASHTAG>การถักโครเชต์, คุณภาพชีวิต, พรวรินทร์ นุตราวงศ์, โรคนิ้วล็อก, โรคอัลไซเมอร์, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181114/image_big_5bec19fa4046b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20465</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป้องกันอัลไซเมอร์ได้...ด้วยสมุนไพร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การรักษาโรคอัลไซเมอร์ให้หายขาดในผู้สูงวัยอาจจะเป็นไปได้ยาก เนื่องจากทางการแพทย์นั้นทำได้เพียงแค่ชะลออาการป่วย งานนี้ &amp;ldquo;สมุนไพรไทยที่มีสรรพคุณบำรุงสมอง&amp;rdquo; จึงเป็นตัวช่วยในการดูแลสุขภาพที่น่าสนใจ ดังคำกล่าวที่ว่า การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา ที่สำคัญยังเป็นสิ่งที่หาได้ง่าย และจัดอยู่ในกลุ่มของยาอายุวัฒนะตามศาสตร์การรักษาโรคของแพทย์แผนโบราณอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร จาก รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร อธิบายว่า &amp;ldquo;ในทางการแพทย์แผนปัจจุบันนั้น การรักษาโรคอัลไซเมอร์ให้หายนั้นยังไม่มี และสาเหตุของโรคดังกล่าวจะพบได้ 3 สาเหตุหลักคือ 1.สารสื่อประสาทที่มีชื่อ &amp;ldquo;เอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส&amp;rdquo; หรือตัวยับยั้งการทำลายสมอง ที่เมื่อเอนไซม์ดังกล่าวถูกทำลายก็จะทำให้เกิดภาวะโรคสมองเสื่อม 2.โปรตีนเบตาอะไมลอยด์ หรือเป็นแบคทีเรียที่เมื่อไปเกาะกลุ่มกัน ก็จะทำให้เป็นพิษต่อเซลล์ประสาท และขัดขวางการทำงานของเซลล์ประสาท จึงเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคอัลไซเมอร์ หรือระบบความจำที่ลดลง 3.เซลล์ประสาทถูกทำลายลงจากสารอนุมูลอิสระ (รังสียูวี, ควันพิษ, ตะกั่ว โลหะหนัก, อายุที่มากขึ้น ฯลฯ) ที่ก่อให้เกิดอาการอักเสบในร่างกาย รวมไปถึงส่งผลต่อระบบสมองเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;ใบบัวบกและพริกไทย&amp;rdquo; สูตรลับบำรุงสมองป้องกันโรคอัลไซเมอร์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ดังนั้นการป้องกันภาวะโรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุโดยการใช้ &amp;ldquo;สมุนไพรไทย&amp;rdquo; ที่มีสรรพคุณลดการทำลายเซลล์ประสาท ช่วยบำรุงสมอง จึงถือเป็นทางเลือกหนึ่ง ที่สำคัญยังเป็นสิ่งที่หาได้ง่ายๆ เช่น &amp;ldquo;ขมิ้นชัน&amp;rdquo; ที่จะช่วยป้องกันการเกาะกลุ่มกันของโปรตีนเบตาอะไมลอยด์ ซึ่งเป็นตัวการทำให้เซลล์สมองทำงานได้ลดน้อยลง ซึ่งจะทำให้ความทรงจำของผู้ป่วยลดน้อยเช่นเดียวกัน ที่สำคัญในขมิ้นชัน ยังมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรสไม่ให้ถูกทำลายลงได้ง่ายอีกด้วย อีกทั้งยังช่วยลดความเครียดที่เป็นสาเหตุหนึ่งโรคอัลไซเมอร์อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมี &amp;ldquo;กลีบบัวแดง&amp;rdquo; ในรูปแบบของแคปซูลเม็ด หรือเป็นผงบดละเอียดและชงน้ำดื่ม ที่มีฤทธิ์ 2 ส่วน คือ ต้านอนุมูลอิสระ และยับยั้งการเกาะกลุ่มของโปรตีนเบตาอะไมลอยด์ ที่เป็นส่วนเหตุหนึ่งของโรคสมองเสื่อม เมื่อรับประทานก็จะช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้ รวมถึง &amp;ldquo;ใบบัวบก&amp;rdquo; ที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ และเพิ่มการไหลเวียนโลหิตไปเลี้ยงสมองได้เป็นดี ดังนั้นจะบริโภคแนะนำให้ทดลองกินสูตรยาอายุวัฒนะในแบบโบราณ โดยการใช้ใบบัวบก 2 ส่วน โดยกินร่วมกับ &amp;ldquo;พริกไทย&amp;rdquo; 1 ส่วน ทั้งนี้ พริกไทยจะมีสรรพคุณคล้ายกับกลีบบัวแดงและช่วยบำรุงสมองเช่นเดียวกัน โดยการบดทั้งใบบัวบกและพริกไทยให้ละเอียด จากนั้นผสมน้ำผึ้งเพื่อช่วยการรับประทานง่ายขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญการเพิ่มไหลเวียนโลหิต และขยายหลอดเลือดขนาดเล็กให้ทำงานได้เต็มที่ เพื่อป้องกันโรคสมองเสื่อม ทางการแพทย์แผนโบราณแนะนำให้บริโภคสมุนไพรไทยอย่าง &amp;ldquo;ดอกอัญชัน&amp;rdquo; โดยการจิบเป็นชาสมุนไพรดังกล่าวบ่อยก็จะช่วยได้ ปิดท้ายกันที่ &amp;ldquo;บอระเพ็ด&amp;rdquo; ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้ทางหนึ่ง แต่หลักในการบริโภคสมุนไพรที่ปลอดภัยต่อสุขภาพนั้น ผู้บริโภคจะต้องรับประทานในปริมาณที่ไม่ได้มากจนเกินไป โดยแนะนำว่าให้กินบอระเพ็ดวันละ 1 ครั้ง ครั้งละประมาณ 1-2 องคุลีนิ้วเท่านั้น เพราะกินมากจะทำให้เกิดความเข้มข้นสูง และเป็นอันตรายต่อตับได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20465</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลีบบัวแดง, คุณภาพชีวิต, ดอกอัญชัน, พริกไทย, ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร, โรคอัลไซเมอร์, โลกวัยเกษียณ, ใบบัวบก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181022/image_big_5bcdc432dbef9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15872</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2018 19:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2018 19:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัลไซเมอร์ ปล่อยไว้ไม่รักษา จะประสาทหลอน อาละวาด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21ส.ค.61-กรมการแพทย์แนะวิธีปฏิบัติตัวชะลอการเกิดโรคอัลไซเมอร์ เริ่มแรกอาการไม่รุนแรง แต่ปล่อยไว้นานอาจประสาทหลอน อาละวาด แนะวิธีปฏิบัติตัวชะลอการเกิดโรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์ปานเนตร ปางพุฒิพงศ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โรคอัลไซเมอร์คือภาวะสมองเสื่อม ที่พบมากที่สุด เกิดจากการฝ่อตัวของสมอง ซึ่งส่งผลกระทบต่อโครงสร้างและการทำงานของสมองบริเวณนั้น ๆ โดยเฉพาะสมองที่ทำหน้าที่ควบคุมความคิด ความทรงจำ และการใช้ภาษา อาการของโรคอัลไซเมอร์ในระยะเริ่มต้น จะเริ่มจากการหลงลืมที่ไม่รุนแรง เช่น ลืมบทสนทนาหรือเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น ทำอะไรซ้ำ ๆ หลายครั้ง อารมณ์แปรปรวน ระยะกลางคือผู้ป่วยจะยิ่งมีปัญหาด้านความทรงจำ จำชื่อของคนรู้จักไม่ได้ ทำกิจวัตรประจำวันที่มีหลายขั้นตอนได้ยากขึ้น ระยะสุดท้ายเป็นระยะที่อาการของโรครุนแรงมากขึ้น โดยมีอาการประสาทหลอน อาละวาด เรียกร้องความสนใจ มีอาการชัก ทั้งนี้ปัญหาเกี่ยวกับความทรงจำอาจไม่ได้มีสาเหตุมาจากโรคสมองเสื่อมเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดขึ้นได้จากภาวะซึมเศร้า ความเครียด ผลข้างเคียงจากยารักษาโรค หรือปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ซึ่งแพทย์จะสามารถช่วยตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุของอาการที่เกิดขึ้นได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์ประพันธ์ พงศ์คณิตานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวร เพื่อผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การรักษาโรคอัลไซเมอร์ในปัจจุบันมีเพียงการใช้ยารักษาและการดูแล ที่จะช่วยบรรเทาอาการด้านความคิดและพฤติกรรมของผู้ป่วยได้เพียงชั่วคราว หรืออาจช่วยให้พัฒนาการของโรคช้าลงได้ในบางราย โดยการดูแลรักษา ได้แก่ 1. การวางแผนดูแลผู้ป่วย โดยแพทย์ร่วมกับสาขาวิชาชีพอื่น ๆ ซึ่งจะมีการพูดคุยสอบถามถึงสิ่งที่ผู้ป่วยหรือผู้ดูแลอาจต้องการความช่วยเหลือ 2. สร้างสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับผู้ป่วย มีการปรับสภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิต 3. การออกกำลังกาย เป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพและควรปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ โดยอาจให้ผู้ป่วยเดินเป็นประจำทุก ๆ วัน เพื่อปรับอารมณ์ให้ดีขึ้น สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการเดิน อาจขี่จักรยานอยู่กับที่หรือ ออกกำลังกายโดยนั่งบนเก้าอี้แทน 4. การรับประทานอาหาร ควรเสริมด้วยน้ำปั่นจากผลไม้ผสมนมหรือโยเกิร์ตที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ มีแคลอรีสูง หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน 5. การใช้ยารักษา แพทย์จะสั่งจ่ายยาเพื่อช่วยบรรเทาอาการบางชนิดและชะลอการพัฒนาของโรค 6. การบำบัดทางจิต โดยนักจิตวิทยา เช่น การกระตุ้นสมองช่วยปรับปรุงความสามารถด้านความทรงจำ ทักษะการแก้ปัญหา รวมทั้งการบำบัดด้วยการปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม ดนตรีบำบัด ศิลปะบำบัด สาเหตุการเกิดโรคอัลไซเมอร์ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด จึงไม่มีวิธีป้องกันการเกิดโรค แต่มีวิธีที่อาจช่วยชะลอการเริ่มต้นของโรคด้วยการปฏิบัติดังนี้ เลิกสูบบุหรี่ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หมั่นออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที ใน 5 วันต่อสัปดาห์ ควบคุมระดับความดันโลหิต และที่สำคัญควรฝึกการทำงานของสมอง เช่น อ่านหนังสือ เล่นดนตรี เล่นกีฬา เป็นต้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15872</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์, นพ.ปานเนตร ปางพุฒิพงศ์, โรคอัลไซเมอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180821/image_big_5b7c05ed746ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เติมเต็มความสุขคนวัยเกษียณ หมั่นเช็กโรคภัยใกล้ตัวพ่อแม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;การป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไข&amp;rdquo; โดยเฉพาะสัญญาณเตือนเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บของคุณตาคุณยาย เป็นสิ่งที่ลูกหลานควรให้ความใส่ใจ เพราะโรคบางชนิดสามารถป้องกันความรุนแรงถึงแก่ชีวิตได้ เช่น โรคซึมเศร้าและทำร้ายตัวเองในผู้สูงอายุ เป็นต้น เพราะภาวะดังกล่าวเป็นผลมาจากความเหงาและความโดดเดี่ยวแม้จะอยู่ท่ามกลางลูกหลานก็ตาม แต่ถ้าขาดความเอาใจใส่พ่อแม่ ปู่ย่าตาทวด ผลเสียที่ตามมาคือการเจ็บป่วยของร่มโพธิ์ร่มไทรประจำบ้าน ซึ่งภายหลังก็จะกระทบต่อจิตใจของผู้ดูแลเอง พี่แป้ง-วิภา เกียรติหนุนทวี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการผู้สูงอายุ รพ.ปากท่อ มีคำแนะนำเกี่ยวกับการเฝ้าสังเกต อาการป่วยของผู้สูงวัย เพื่อป้องกันและนำไปสู่การรักษาที่ตรงจุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(วิภา เกียรติหนุนทวี)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พยาบาลวิภา ให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;สำหรับอาการป่วยลำดับแรกคือ &amp;ldquo;โรคซึมเศร้าและทำร้ายตัวเองในคนสูงวัย&amp;rdquo; เนื่องจากเป็นกลุ่มโรคที่พบได้ค่อนข้างบ่อยมาก และเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวลูกหลานทุกคน ทุกครอบครัว ดังนั้นการหมั่นสังเกตไม่เพียงนำท่านเข้าสู่การรักษาได้รวดเร็ว แต่ยังป้องกันความสูญเสียในครอบครัวได้เช่นกัน สำหรับอาการที่พึงสังเกตโรคซึมเศร้า ได้แก่ ผู้สูงอายุพูดคุยน้อยลง ไม่กิน ไม่นอน น้ำหนักลด เบื่อหน่ายในชีวิต หรือจากที่เคยชอบออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านก็ไม่ยอมออกไป และเคยชอบอาบน้ำ แต่งตัวสะอาด ก็ไม่ยอมทำ แต่ปล่อยตัวให้เลอะเทอะ รุงรัง ตอบคำถามน้อย ขี้หงุดหงิดง่าย หรือบางรายก็บ่นให้ลูกหลานได้รู้ว่าไม่สบายตัว ปวดเมื่อยตามจุดต่างๆ ในลักษณะของการเรียกร้องความสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่สำคัญเลยคือการบ่นว่าตัวเองเป็นภาระของลูกหลาน ตรงนี้เป็นจุดสังเกตโรคซึมเศร้าที่ผู้สูงวัยกำลังส่งสัญญาณเตือนให้ลูกหลานรู้ว่ากำลังจะคิดฆ่าตัวตายได้ ลูกหลานจึงต้องเฝ้าระวังและควรรีบเข้าไปพูดคุย เพื่อให้คุณตาคุณยายได้ระบายความรู้สึกออกมาเพื่อนำไปสู่การแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นการเข้ารับการรักษาจากแพทย์ กินยา กระทั่งการมอบความรัก ความอบอุ่นให้กับท่าน และใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(สัญญาณเตือนของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่คิดฆ่าตัวตาย ได้แก่ การบ่นว่าตัวเองเป็นภาระของลูกหลาน คนในครอบครัวควรหันมาสนใจชวนพูดคุยเพื่อกระชับความผูกพัน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ให้ลูกหลานพึงเฝ้าระวังอาการเจ็บป่วยในผู้สูงวัย คือ &amp;ldquo;โรคอัลไซเมอร์&amp;rdquo; ซึ่งอาการของโรคนี้คือจะจำอะไรไม่ค่อยได้ ซึ่งภาวะดังกล่าวจะส่งผลต่อการใช้ชีวิต และสัญญาณของโรคจะพบตั้งแต่การลืมปิดน้ำ-ไฟ กระทั่งการหลงวันและเวลา หรือจากที่เคยขับรถไปไหนมาไหนได้ แต่ลืมหนักมากจนจำวิธีขับรถไม่ได้ หรือเดินกลับบ้านตัวเองไม่ถูก หรือจำไม่ได้ว่าตัวเองชื่ออะไร และที่สำคัญลืมกระทั่งว่าวิธีตักข้าวกินเองทำอย่างไร เมื่อลูกหลานได้รับรู้ถึงอาการป่วยจากการเฝ้าสังเกตพฤติกรรมพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ก็จะนำไปสู่การรักษาและการดูแลที่ถูกต้องจากบุตรหลานมากยิ่งขึ้น และสามารถป้องกันอุบัติเหตุอย่างการพลัดตกหกล้ม หรือถูกรถเฉี่ยวชน เมื่อผู้สูงอายุป่วยความจำเสื่อม เดินหลงทาง เป็นต้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(ผู้สูงอายุที่มีปัญหาปัสสาวะเล็ดอาจทำให้ใช้ชีวิตได้อย่างไม่มีความสุข โดยเฉพาะผู้ที่ชอบเข้าสังคม ก็อาจทำให้เก็บตัวได้ การที่ลูกหลานพาไปพบแพทย์เพื่อรักษา โดยการสังเกตอาการ จะทำให้ท่านมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายกันที่การเฝ้าสังเกตภาวะเสื่อมของร่างกายที่อาจเป็นสาเหตุของโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น &amp;ldquo;อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่&amp;rdquo; ส่วนหนึ่งคือการที่หูรูดบริเวณกระเพาะปัสสาวะทำงานได้ไม่ดี เวลาที่ผู้สูงวัยไอหรือจาม กระทั่งผายลม ก็ทำให้ปัสสาวะไหลออกมา แม้จะเป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้จากความเสื่อมของร่างกาย เนื่องจากอายุที่เพิ่มขึ้น แต่ถ้าลูกหลานให้ความใส่ใจ คอยซักถามหรือพาคุณพ่อคุณแม่ไปพบแพทย์ ตรงนี้จะทำให้ท่านใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ไม่เก็บตัวอยู่กับบ้าน และมีความสุข โดยเฉพาะเวลาที่ออกพบปะเพื่อนฝูง หรือทำธุระนอกบ้าน ก็เป็นไปอย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เนื่องจากไม่ต้องกังวลกับปัญหาสุขภาพดังกล่าว ที่สำคัญยังทำให้คนสูงอายุรับรู้ว่า อันที่จริงแล้วลูกหลานห่วงใยและใส่ใจตัวเอง ก็ย่อมทำให้ครอบครัวอบอุ่นมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญโรคซึมเศร้าและภาวะโดดเดี่ยวก็จะไม่ถามหาท่านค่ะ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14312</URL_LINK>
                <HASHTAG>การพัฒนาคุณภาพชีวิต, ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่ได้, วิภา เกียรติหนุนทวี, โรคซึมเศร้า, โรคอัลไซเมอร์, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180729/image_big_5b5db55ba67a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11485</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2018 21:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2018 21:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘แพท ณปภา’ทำใจแม่อาการทรุด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถือเป็นลูกกตัญญูที่ควรเอาเยี่ยงอย่าง สำหรับนักแสดงสาว แพท-ณปภา ตันตระกูล เพราะเจ้าตัวได้ดูแลคุณแม่ที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์มานานกว่า 10 ปี &amp;nbsp;ล่าสุดดูเหมือนว่าอาการของคุณแม่ที่นอนป่วยติดเตียงก็ไม่ค่อยจะสู้ดี งานนี้ถึงแม้ว่า แพท ณปภา จะทำใจแล้ว แต่ก็อยากจะยื้อเวลาให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ช่วงหลังคุณแม่มีอาการชัดบ่อยขึ้น&amp;nbsp; แล้วพอคุณแม่ได้ยากันชัก แกตอบสนองต่อยาตัวนั้นน้อย ทางเลือกที่คุณหมอให้คือใส่สายให้อาหาร แต่เรารู้สึกไม่โอเคเลย รู้สึกว่าถ้าใส่สายทำให้ดูแลลำบาก เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ความสกปรกต่างๆ รวมถึงแกจะไม่ต้องใช้ระบบอะไรในร่างกายแล้ว เพราะว่าสายที่ให้อาหารไหลเข้าไปถึงกระเพาะก็อิ่มแล้ว ไม่ต้องเคี้ยวไม่ต้องกลืน เราบอกคุณหมอว่ายังไงก็อยากจะป้อนข้าวแม่ด้วยมือของเราเอง ยังอยากให้เขากลืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เลยกลายเป็นว่าเราลดยาเอง เพราะอยากให้แม่ฟื้นตัว ให้เขามีสติหน่อย ซึ่งพอเราลดยาแม่ก็มีอาการชัก เราก็พาแม่ส่งโรงพยาบาล &amp;nbsp;คุณหมอก็ถามเรื่องยาอีก จนตอนนี้เราไม่รู้ว่าจะต้องยังไง คือพอเราให้ยาตามที่คุณหมอบอก แม่ก็เริ่มไม่กลืน ไม่เคี้ยว ตอบสนองช้าลง เลยทำให้เรากังวล ตอนนี้คือแม่แย่เลย แต่เราก็ดูแลอยู่ที่บ้าน แพทไม่โอเคกับการอยู่โรงพยาบาลอยู่แล้ว ถ้าเป็นไปได้แพทจะกลับมาดูแลเองที่บ้านดีกว่า แม่ยังมีสติ รู้ตัว แต่แม่เป็นผู้ป่วยติดเตียงมานานแล้ว เพราะแม่เดินไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แพทก็เครียดเหมือนกัน จริงๆ เราดูแลคนป่วยก็ทำใจไว้อยู่แล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่ให้ช้าที่สุดได้ไหม คือคุณหมออยากให้เราใส่สาย เพื่อให้แม่ได้สารอาหารครบ ไม่ต้องกลัวเรื่องสำลัก ไม่ต้องกลัวเรื่องชัก ได้รับยาเต็มที่ ไม่ต้องตื่นรู้มาก แต่เรายังไม่โอเค เพราะเราเจอเขาแบบเคยตบมือ เคยเล่น ยิ้มด้วยกันได้ แต่วันนี้แม่ทำไม่ได้เราก็แอบเครียดนิดหนึ่ง ถามว่ามีเครียดจนร้องไห้บ้างไหม ไม่นะ อย่างที่บอก เราเตรียมใจและเข้าใจกับเรื่องนี้มาสักพักแล้วค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @pat_napapa&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11485</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณปภา ตันตระกูล, นักแสดง, แพท ณปภา, แม่, โรคอัลไซเมอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180616/image_big_5b252015bf529.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
