<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97133</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 14:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2021 14:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม.มหิดล คิดค้น&quot;วัคซีนกรดไรโบนิวคลีอิกโควิด-19&quot; และ &quot;วัคซีนซับยูนิตโควิด-19 แบบเฮกซะโปร&quot; เล็งต่อยอดวิจัยวัคซีนป้องกันมะเร็ง - โรคอุบัติใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;24 มี.ค.64- มหาวิทยาลัยมหิดล คิดค้นนวัตกรรมใหม่ &amp;quot;วัคซีนกรดไรโบนิวคลีอิกโควิด-19&amp;quot; และ &amp;quot;วัคซีนซับยูนิตโควิด-19 แบบเฮกซะโปร&amp;quot; ซึ่งถือว่าเป็นนวัตกรราใหม่&amp;nbsp; โดยผศ.ดร.ปฐมพล วงศ์ตระกูลเกตุ อาจารย์ประจำภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ นายโชติวัฒน์ &amp;nbsp;ศรีเพชรดีนักศึกษาปริญญาเอก ประจำภาควิชาฯ ได้ร่วมกับ ศ. &amp;nbsp;นพ. สุรเดช หงส์อิง ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัย หัวหน้าสาขาโลหิตวิทยาและมะเร็งวิทยา ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งในเด็ก และ รศ. &amp;nbsp;พญ.อรุณี ธิติธัญญานนท์ อาจารย์ประจำภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ภายใต้กลุ่มวิจัยโควิด-19 มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรม &amp;quot;วัคซีนกรดไรโบนิวคลีอิกโควิด-19&amp;quot; โดยได้ยื่นขอรับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาแล้วเป็นครั้งแรก ผ่านการดำเนินการโดยสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (iNT) มหาวิทยาลัยมหิดล และได้สร้างสรรค์นวัตกรรม &amp;quot;วัคซีนซับยูนิตโควิด-19 แบบเฮกซะโปร&amp;quot; ซึ่งได้นำเสนอในฐานข้อมูลงานวิจัย bioRxiv แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ. &amp;nbsp;ดร.ปฐมพล &amp;nbsp; ได้อธิบายถึงผลงานซึ่งได้รับการยื่นจดสิทธิบัตรแล้วว่า จะต้องมีความใหม่ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่แล้วโดยธรรมชาติ ทีมวิจัยจึงได้พัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีการสร้างวัคซีนจาก กรดไรโบนิวคลีอิก(Ribonucleic Acid) หรือ RNA สู่การสร้างองค์ความรู้ใหม่ โดยศึกษาร่วมกับโปรตีนอีก 2 ชนิด ได้แก่ เมมเบรนไกลโคโปรตีน (Membrane Glycoproteins) และ เอวีโลปโปรตีน (Envelope Protiens) หรือ โปรตีนซึ่งเป็นเยื่อหุ้มของเชื้อไวรัส ซึ่งเมมเบรนไกลโคโปรตีน ประกอบด้วยน้ำตาล หรือ &amp;nbsp;Glyco ซึ่งมีโครงสร้างที่ละลายน้ำได้ จึงคาดว่าน่าจะกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ด้วย ได้กลายเป็นนวัตกรรมใหม่ซึ่งไม่เคยมีผู้ใดเคยรายงานมาก่อน และสามารถใช้ยื่นจดสิทธิบัตรได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายโชติวัฒน์ &amp;nbsp;นักศึกษาปริญญาเอก ในฐานะผู้ร่วมวิจัยกล่าวเสริมว่า &amp;nbsp;DNA เป็นข้อมูลรหัสพันธุกรรมของมนุษย์ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงเป็นRNA แล้วกลายเป็นโปรตีน ซึ่งเปรียบเหมือนตัวขับเคลื่อนการทำงานภายในร่างกายได้ แต่ในเชื้อไวรัส COVID-19 นั้น สารพันธุกรรมไม่มี DNA แต่จะเป็น RNA ซึ่งสามารถกลายเป็นโปรตีนได้ทันที ทีมวิจัยจึงได้นำเอา RNA ที่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นโปรตีนของเชื้อไวรัส COVID-19 มากระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน เพื่อที่จะต่อสู้กับเชื้อไวรัสCOVID-19 ได้เองต่อไป &amp;nbsp;ซึ่งการใช้กรดไรโบนิวคลีอิก หรือ RNA มาพัฒนาเป็นวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 นั้น ต่างจากplatform อื่นๆ ตรงที่ไม่มีส่วนประกอบของไวรัส ดังนั้นจึงไม่ก่อให้เกิดการติดเชื้อ และไม่ก่อให้เกิดโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากวัคซีนชนิดกรดไรโบนิวคลีอิกแล้ว ทีมวิจัยยังได้พัฒนาวัคซีนCOVID-19 ชนิด subunit vaccine หรือการใช้โปรตีนบางส่วนของเชื้อไวรัสมากระตุ้นภูมิคุ้มกัน โดยโปรตีนที่ทีมวิจัยเลือกมาใช้ในการผลิตวัคซีนชนิดนี้ ได้แก่ สไปค์ไกลโคโปรตีน ซึ่งได้รับการดัดแปลงให้มีความเสถียรมากขึ้น และคาดว่ามีประสิทธิภาพในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันสูงกว่าวัคซีนที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สไปค์ไกลโคโปรตีน ซึ่งได้รับการดัดแปลงนี้มีชื่อว่า &amp;quot;เฮกซะโปร&amp;quot; (HexaPro) ซึ่งคิดค้นโดยทีมวิจัยจาก University of Texas at Austin ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยทีมวิจัยของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปฐมพลวงศ์ตระกูลเกตุ ได้นำเสนอผลการวิจัยของวัคซีนดังกล่าวในห้องปฏิบัติการบนฐานข้อมูลงานวิจัย bioRxiv แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลงานวิจัย &amp;quot;วัคซีนกรดไรโบนิวคลีอิกโควิด-19&amp;quot; และ &amp;quot;วัคซีนซับยูนิตโควิด-19 แบบเฮกซะโปร&amp;quot; เป็นเพียงการทดลองวิจัยในห้องปฏิบัติการเท่านั้น ยังไม่ได้มีการทดลองในคน เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงจำเป็นต้องมีความพร้อมทั้งทางด้านอุปกรณ์ สถานที่ และเงินทุนวิจัยโดยเป็นผลงานวิจัยซึ่งเป็นการสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่เป็น &amp;quot;ปัญญาของแผ่นดิน&amp;quot; ซึ่งมหาวิทยาลัยมหิดลภาคภูมิใจ และสามารถจุดประกายแห่งความหวังที่จะต่อยอดการผลิตวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 โรคมะเร็ง รวมทั้งโรคอุบัติใหม่ต่างๆ ที่อาจแพร่ระบาดในอนาคตได้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97133</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผศ.ดร.ปฐมพล วงศ์ตระกูลเกตุ, ม.มหิดล, วัคซีนกรดไรโบนิวคลีอิกโควิด-19, วัคซีนซับยูนิตโควิด-19 แบบเฮกซะโปร, โควิด19, โรคมะเร็ง, โรคอุบัติใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605ae81d317e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61841</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2020 17:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2020 17:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปศุสัตว์ลำปางเร่งฉีดพ่นหมอกควันไล่แมลง หวั่น &#039;กาฬโรคแอฟริกาในม้า&#039; ระบาดในพื้นที่กว่า 400 ตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 เม.ย.63 - ที่โพนี่แคมป์ขี่ม้าและอาชาบำบัดลำปาง บ้านวังหม้อ ตำบลต้นธงชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง น.สพ.ศร ธีปฏิมากร ปศุสัตว์จังหวัดลำปาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ สำนักงานเทศบาลตำบลต้นธงชัย สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำปาง สมาคมรถม้าลำปาง ได้นำเครื่องพ่นหมอกควันไล่แมลง มาทำการพ่นภายในคอกและโดยรอบคอกม้า และ นำน้ำยาฆ่าเชื้อฉีดพ่นบริเวณภายในคอกม้าเพื่อฆ่าเชื้อโรคและป้องกันการระบาดของกาฬโรคในม้า หรือโรคระบาดกาฬโรคแอฟริกาที่กำลังระบาดอยู่ในพื้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา และ จ.ประจวบคีรีขันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปศุสัตว์จังหวัดลำปาง กล่าวว่า หลังจากเกิดการระบาดของโรคแอฟริกาในม้าก็ได้มีการหาข้อมูลกันและทราบว่าเป็นโรคอุบัติใหม่เพิ่งเกิดขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรก และไม่ติดต่อสู่มนุษย์และสัตว์อื่นๆ โดยมีพาหะคือ แมลงดูดเลือดจำพวกริ้น ยุง โดยตัวริ้นสามารถนำโรคไกลถึง 150 กิโลเมตร วิธีป้องกันคือ ต้องไม่ให้มีสัตว์ที่ติดเชื้อเกิดขึ้น หรือเข้ามาในพื้นที่ เพราะหากมีสัตว์ติดเชื้ออยู่ในพื้นที่ความเสี่ยงก็จะสูงที่จะมีการระบาด แต่ขณะนี้ที่จังหวัดลำปาง จากการสอบถามคนเลี้ยงม้าทราบว่าลำปางหยุดการนำเข้ามาจาก อ.ปากช่อง มานานกว่าหนึ่งปีแล้ว ทำให้ความเสี่ยงลดลง แต่จังหวัดอื่นยังมีม้าซึ่งยังคงไปมาหาสู่กัน ขณะนี้ทางกรมปศุสัตว์จึงต้องประกาศห้ามเคลื่อนย้ายม้า ลา ล่อ และอูฐหรือซากสัตว์ดังกล่าวข้ามเขตเป็นเวลาสองเดือนเพื่อสกัดการระบาดของโรค และขณะนี้เพื่อเป็นการป้องกันทางปสุสัตว์จึงได้จัดหายาฆ่าเชื้อและประสานให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในทุกพื้นที่จัดหาและเข้าทำการพ่นหมอกควันไล่แมลงพร้อมกับฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในคอกทุกแห่งในจังหวัดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุรกิจ เสาร์ใจ เจ้าของคอกม้าโพนี่แคมป์ขี่ม้าและอาชาบำบัดลำปาง กล่าวว่าขณะนี้ตนเองมีม้าที่เลี้ยงไว้หลากหลายสายพันธุ์ บางตัวนำเข้ามาจากต่างประเทศ รวม 11 ตัว ซึ่งราคาแพงสุดตัวละกว่าสามแสนบาท ซึ่งหากล้มไปตัวหรือสองตัวก็มีหวังล้มทั้งยืนเช่นกัน หลังจากเกิดโรคระบาดม้าขึ้น ทางคอกก็ได้เพิ่มการดูแลป้องกันมากขึ้น โดยการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในคอกม้า และมีลมพัดถ่ายเทจึงไม่ค่อยมีปัญหา ที่สำคัญคือปกติม้าก็จะมีโรคประจำตัวคือ โรคโลหิตจาง และพยาธิ ซึ่งก็มีแมลงเป็นพาหะเช่นกัน แต่โรคพยาธิมียารักษาและหากรู้ก่อนก็รักษาหายเร็วแต่โรคนี้ยังไม่มียารักษาซึ่งก็ต้องระวังเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อขึ้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ปสุสัตว์จังหวัดลำปางได้แนะนำให้ผู้เลี่ยงม้าป้องกันโดยการตรวจสุขภาพม้าเป็นประจำทุกวัน เน้นการวัดไข้ กำจัดแมลงดูดเลือดที่เป็นพาหะ ป้องกันแมลงโดยใช้ตาข่ายหรือมุ้ง กรณีมีการระบาดของโรคต้องมีการควบคุมเคลื่อนย้ายสัตว์เข้า-ออกบริเวณที่เกิดโรค ทำความสะอาดคอกบริเวณที่เลี้ยงสัตว์และอุปกรณ์เครื่องใช้ แยกอุปกรณ์ทุกตัว ใช้ความร้อนมากกว่า 60 องศา&amp;nbsp;ในการทำลายเชื้อหรือน้ำยาฆ่าเชื้อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนอาการของโรคที่ควรสังเกตุคือ ม้ามีอาการบวมที่หัว คอ ไหล่ เหนือตาและหนังตา การคั่งเลือดของเยื่อบุตา หายใจลำบากอย่างรุนแรง ไอแบบเกร็งและมีของเหลวที่เป็นฟองจำนวนมากไหลออกมาจากรูจมูก สัตว์จะตายภายใน 1 สัปดาห์ สำหรับข้อมูลม้าในพื้นที่จังหวัดลำปางขณะนี้มีม้าจำนวน&amp;nbsp;400 ม้า มีผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวรถม้าจำนวน 93 คัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61841</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาฬโรคในม้า, จังหวัดลำปาง, ปศุสัตว์จังหวัดลำปาง, ม้าลำปาง, โรคกาฬโรคแอฟริกาในม้า, โรคอุบัติใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200402/image_big_5e85b7d4737e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55955</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2020 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2020 12:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮลั่น!จีนเคาะคิวให้รัฐบาลไทยบินรับคนไทยกลับประเทศแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ม.ค.63 - มีรายงานว่ารัฐบาลจีนได้จัดลำดับให้รัฐบาลไทยเดินทางไปรับคนไทยกลับประเทศได้ในวันที่ 1 ก.พ.นี้เวลา 06.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกรณีหลายประเทศส่งเครื่องบินไปรับคนของประเทศตัวเอง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;ของเราก็รอคิว ซึ่งเขาบอกว่าเป็นวันที่ 1 ก.พ.&amp;nbsp;เวลา 6 โมงเช้า สื่อไม่ได้ฟังหรือ ยังมาถามอีก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55955</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประเทศจีน, อู่ฮั่น, โรคอุบัติใหม่, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200131/image_big_5e33bc5c955b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55802</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2020 16:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2020 16:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รอคิวจากจีน!รัฐบาลพร้อมแล้วจัดเครื่องบินพาณิชย์รับคนไทย 65  ชีวิตหนีภัยไวรัสอู่ฮั่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ม.ค.63 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ภายหลังตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานด่านควบคุมโรคท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ว่า​ วันนี้ถือโอกาสมาเยี่ยมที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กับนายอนุทิน​ ชาญวีรกุล​ รองนายกรัฐมนตรี​ และรมว.สาธารณสุข นายศักดิ์สยาม​ ชิดชอบ​ รมว.คมนาคม​ พร้อมทีมแพทย์ และยังมีกรมแพทย์ทหารบกเข้ามาช่วยเรื่องคัดกรองคน ซึ่งมีความรอบคอบและมีความเป็นสากล เพราะวันนี้เราควบคุมทุกช่องทางที่มาจากประเทศต้นทาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ได้ย้ำไปว่าทุกประเทศที่มีความเสี่ยงต้องผ่านกล้องตรวจความร้อน​ อุณหภูมิ​ วัดไข้ โดยวันนี้เพิ่มเป็น 3 ด่าน​ หากพบว่าใครมีไข้เจ้าหน้าที่จะรับไปตรวจสอบเบื้องต้น ถ้าตรวจพบสถานการณ์ที่จำเป็นที่จะเป็นโรคร้ายจะนำส่งโรงพยาบาล วันที่เราจะทำอะไรก็ตามจะต้องดูหลักสากล เราจะไปคิดกันเอง​ ทำกันเอง​ บางทีมันก็จะเกิดผล ผมห่วงใยประชาชนคนไทย​ แต่ก็ต้องห่วงใยประชาชนที่อื่นด้วย เพราะคนไทยไปประเทศไหนเขาก็ต้องดูแลเช่นเดียวกัน ดังนั้น​ คนที่มาประเทศเราก็ต้องดูแล&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่าในส่วนเรื่องที่จะรับคนกลับเรามีแผนไว้แล้วเพียงแต่ต้องรอเวลาที่จะเคลื่อนย้ายได้​ แต่ไม่ใช่การอพยพ เรียกว่าการเคลื่อนย้ายกลับ รัฐบาลจะดูแลตรงนี้ รอเวลานิดนึงแล้วกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า เห็นสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าประเทศอื่นได้เข้าไปรับคนของประเทศตัวเองแล้ว ไทยจะดำเนินการได้เมื่อไร พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า ก็กำลังดำเนินการอยู่นี่ไง ทางการจีนกำลังจัดลำดับคิวอยู่ &amp;nbsp;ไม่ใช่ใครจะไปก็ไปทันที เพราะขณะนี้เขาปิดเมืองอยู่ สนามบินก็ยังลงไม่ได้ ต้องขออนุมัติเป็นเรื่องๆ เป็นประเทศไป ในส่วนของคนไทยมี 65 คน เด็ก เราก็พร้อมที่จะรับกลับ โดยเฉพาะที่เมืองอู่ฮั่นก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า จะใช้เครื่องบินทหารหรือเครื่องพาณิชย์ไปรับกลับ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะใช้เครื่องบินพาณิชย์ โดยรัฐบาลดำเนินการทั้งหมด พร้อมทีมแพทย์ไปตรวจคัดกรองก่อนที่จะเข้ามาด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา เพราะเครื่องทหารเขาไม่ให้ไป ไม่มีใครเขาให้หรอก แต่เราเตรียมไว้เผื่อถ้ามันร้ายแรง และเวลาเดินทางไปก็ไม่อยากให้แตกตื่น เมื่อสักครู่ได้คุยกับอุปทูตจีน มีการประสานให้เรามาโดยตลอด เป็นการคุยโดยตรง เขาบอกจะตามเรื่องให้ ว่าจากที่สถานทูตไทยทำเรื่องไปแล้วทางการจีนจะดำเนินอย่างไรต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า กระทรวงต่างประเทศรายงานหรือไม่ว่าคนไทยในอู่ฮั่นมีความอุ่นใจต่อมาตรการของไทยที่เตรียมดำเนินการในขณะนี้ นายกฯ กล่าวว่า มีการรายงานว่าคนไทยในอู่ฮั่นมีความสุข ตอนนี้สามารถติดต่อได้ อาหารการกินก็จัดหาให้ ยืนยันมีคนทำงานอยู่ไม่ต้องรอนายกฯ สั่งทั้งหมด การดำเนินการมีแผนอยู่แล้ว เคยรับมือโรคซาส์ อีโบล่า ไข้หวัดนกมาแล้ว วันนี้สถิติการควบคุมโรคของไทยดีเป็นอันดับ 6 ของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า ได้กำหนดวันเบื้องต้นที่จะรับกลับแล้วหรือยัง นายกฯ กล่าวว่า &amp;quot;กำหนดไว้ทุกวัน ขึ้นอยู่กับทางการจีนจะอนุญาตเมื่อไร แต่ก็เร็วที่สุด เร็วๆนี้แหละ ใจเย็นๆ คนไทยที่อยู่ทางโน้นเช็กแล้วไม่ได้ป่วยอะไร หากป่วยเขาต้องเข้าโรงพยาบาลก็ไม่ได้กลับบ้านอีก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า ตอนนี้ต้องทำงานหลายๆ &amp;nbsp;ไปด้วยกัน ต้องทำทุกเรื่อง เพื่อให้งานเดินหน้าไปได้ ไม่ใช่หยุดงานอื่นทั้งหมดแล้วมาทำอย่างเดียว ทีมงานมีอยู่แล้วบริหารได้ เขาทำงานกันเต็มที่ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทำงานชนิดที่ไม่ได้หลับได้นอน รวมทั้ง แพทย์ทหาร ถ้าไม่มีทหารก็ไม่มีแพทย์ทหาร อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 31 ม.ค.นี้ ตนจะไปตรวจติดตามและเยี่ยมผู้ป่วยที่สถาบันบำราศนราดูร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55802</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, อู่ฮั่น, โรคอุบัติใหม่, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200129/image_big_5e31482b3b8ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
