<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>7772</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2018 18:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2018 18:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนไทย 4กลุ่มยังไม่สามารถเข้าถึงวัคซีน อาจส่งผลโรคติดต่อที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนกลับมาระบาดใหม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันวัคซีนแห่งชาติ (องค์การมหาชน) จัดเสวนา เนื่องในโอกาสสัปดาห์แห่งการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโลก นักวิชาการชี้ &amp;nbsp;มีคน4กลุ่มเข้าไม่ถึงวัคซีน &amp;nbsp;ทำให้ไทยมีโอกาสเสี่ยงมากขึ้น จากการระบาดของโรคติดต่อที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน &amp;nbsp;หรือโรคที่หายไปแต่ลับมาระบาดใหม่ จนเป็นปัญหาทางสาธารณสุขได้อีกครั้ง ชี้สังคมทุกภาคส่วนต้องมีส่วนร่วม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;24 เม.ย.61- ณ โรงแรมแลงคาสเตอร์ กรุงเทพฯ สถาบันวัคซีนแห่งชาติ (องค์การมหาชน) มีการจัดกิจกรรมสัปดาห์แห่งการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโลก พ.ศ.2561 ภายใต้แนวคิด&amp;rdquo;ทุกภาคส่วนร่วมใจ หยุดโรคภัยด้วยวัคซีน&amp;rdquo; ซึ่งองค์การอนามัยโลก (Who) ได้กำหนดให้สัปดาห์สุดท้ายของเดือนเมษายนเป็นสัปดาห์แห่งการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโลก โดยในปีนี้ตรงกับวันที่ 24-30 เม.ย. โดย นพ.จรุง เมืองชนะ ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าวว่า ในการส่งเสริมป้องกันโรคนั้น พบว่าการให้วัคซีนมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อเทียบกับการดำเนินการในด้านอื่นๆ &amp;nbsp;ซึ่งควรผลักดันให้เป็นโครงการระดับชาติ โดยการผลักดันเป็นนโยบายควรดำเนินการใน 2 เรื่อง คือ 1 . การสร้างความมั่นคงในวัคซีน ซึ่งปัจจุบันมีความเข้าใจผิดว่ามีเงินก็สามารถซื้อวัคซีนได้ แต่ความมั่นคงจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย &amp;nbsp;หากเรายังไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะโรงงานผลิตวัคซีนขององค์การเภสัชกรรม (อภ.)คาดว่าจะก่อสร้างเสร็จในเร็ววันนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ในการสร้างความมั่นคงนั้นก็ต้องมีการกระจายเพื่อให้ครอบคลุมประชาชนไทยทุกกลุ่ม &amp;nbsp;2. เดินตามรอยพระราชปณิธานของในหลวงทุกพระองค์ ตั้งแต่ในหลวงรัชกาลที่ 3 ที่เริ่มมีการนำวัคซีนมาใช้ โดยมีแนวคิดให้พึ่งตัวเอง ผลิตเอง เพราะหากผลิตได้เองเราก็จะสามารถกระจายยังประเทศอื่นๆได้ ซึ่งเราก็มีการส่งเสริมในเรื่องดังกล่าว จนมีระบบที่ชัดเจนจน และหลังจากที่พึ่งมีการประชุมไปทำให้10 ประเทศในอาเซียนได้เชื่อมั่นและยกให้ประเทศไทยเป็นผู้นำในการสร้างความมั่นคงทางวัคซีน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อย่างไรก็ตามพบว่าปัญหาหนึ่งของการเข้าถึงวัคซีนของคนในประเทศ เนื่องมาจากการที่พ่อแม่ ผู้ปกครองมักคิดว่า วัคซีนที่จำเป็นรัฐต้องให้ฟรี หากไม่ฟรีแปลว่าไม่จำเป็น &amp;nbsp;ซึ่งจริงๆแล้ว รัฐต้องมีการประเมินความคุ้มทุน และหากมีความคุ้มทุนแล้วยังต้องคำนึงถึงงบประมาณของรัฐว่ามีเพียงพอหรือไม่ ดังนั้นนอกจากภาครัฐ ภาคสาธารณสุขแล้ว ภาคประชาชนก็ต้องร่วมด้วย ซึ่งในการนำเข้าวัคซีนเป็นยาพื้นฐานเพื่อให้ฟรีหรือไม่นั้น &amp;nbsp;ก็ยังต้องมีการประเมินประสิทธิภาพของวัคซีนใหม่ๆที่ออกมา เช่น วัคซีนไข้เลือกออกก็ต้องรอดูประสิทธิภาพว่าได้ผลหรือไม่ ไม่ใช่ว่าตัวใหม่ๆออกมาแล้วจะสามารถนำมาใช้ได้ทันที&amp;rdquo;นพ.จรุง กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.จุไร วงศ์สวัสดิ์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ ด้านกุมารเวชกรรม กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ปัจจุบันนอกจากกรมควบคุมโรค มีการวางยุทธศาสตร์ว่าจะมีการเดินหน้าเรื่องวัคซีนอย่างไรแล้ว มีคณะอนุกรรมการวัคซีนมาช่วยพิจารณาว่าวัคซีนตัวไหนมีความจำเป็น ซึ่งก็ต้องมองไปถึงความคุ้มทุนในการจัดซื้อจัดหา โดยในคณะอนุกรรมการก็จะมีมาจาก สำนักงานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)เพื่อช่วยคิดในเรื่องความคุ้มทุน เพื่อให้การนำเข้าวัคซีนเกิดความคุ้มค่าโปร่งใสด้วย ทั้งนี้ ในยุทธศาสตร์ยังได้มองไปถึงความครอบคลุม เพื่อกระจายวัคซีนไปในแต่ละพื้นที่ ไม่ใช่แค่เพียงคนกลุ่มใหญ่ในสังคม แต่รวมไปถึงชนกลุ่มน้อยด้วย ซึ่งก็ได้พบปัญหาความครอบคลุมการได้รับวัคซีนต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ในประชากรกลุ่มเสี่ยง 4 กลุ่ม คือ 1) ประชากรเคลื่อนย้ายทั้งแรงงานไทยและต่างด้าว 2) ประชากรที่อยู่ในพื้นที่สูงชายแดนทุรกันดารชาวเขาและห่างไกลจากการเข้าถึงสถานบริการสาธารณสุข 3) ประชากรที่อยู่ในพื้นที่ที่ด้วยเหตุใดก็ตาม มีระดับความครอบคลุมการได้รับวัคซีนต่ำกว่าเกณฑ์หรือมีประวัติการเกิดการระบาดของโรคติดต่อที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน 4) ประชากรในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีปัญหาความไม่สงบ จากสภาพปัญหาดังกล่าวเห็นได้ว่ายังมีโอกาสเสี่ยงที่ประเทศไทยจะเกิดการระบาดของโรคติดต่อที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน ที่มีแนวโน้มลดลง หรือหมดไปแล้วกลับมาระบาดจนเป็นปัญหาทางสาธารณสุขได้อีกครั้ง ด้วยเหตุนี้การขยายความครอบคลุมของการได้รับวัคซีนจึงเป็นแนวทางที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ควรร่วมมือกันพยายามผลักดันเพื่อให้เกิดกุมารดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและบรรลุตามเป้าหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ประภาภรณ์ หลังปูเต๊ะ ผู้อำนวยการโครงการจัดตั้งคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี กล่าวว่าปัญหาการเข้าถึงวัคซีนในชายแดนใต้ พบปัญหาค่อนข้างมาก มีความครอบคลุมต่ำมาก เนื่องมาจากปัญหาความไม่สงบของพื้นที่ &amp;nbsp;ทำให้ประชากรเข้าถึงหน่วยบริการได้ลำบาก และเนื่องจากสภาพบริบทของประชากรที่แตกต่างไปจากภาคอื่นๆ ในเรื่องความเชื่อ เช่น ในเรื่องความเชื่อ ซึ่งจริงๆในเรื่องศาสนานั้นไม่ได้มีการกีดกันการเข้ารับวัคซีนไปเป็นไปในเชิงส่งเสริม นอกจากนี้ยังพบปัญหาประชาชนไม่นำบุตรหลานมาเข้ารับการฉีดวัคซีน เนื่องจากมีความกังวลในเรื่องประสิทธิภาพและผลข้างเคียงของตัววัคซีน &amp;nbsp;ซึ่งในการแก้ไขนั้นควรมีการเพิ่มกลไกเพื่อให้ครอบคลุมการเข้าถึงตัววัคซีน ทั้งในเรื่องหน่วยบริการเพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงมากขึ้น นอกจากนี้อาจต้องมีการเพิ่มการรับรู้เกี่ยวกับวัคซีน ซึ่งคงไม่ใช่เพิ่มในส่วนของพ่อแม่อย่างเดียว แต่ต้องครอบคลุมทั้งพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตายาย ผู้นำศาสนา หากมีกลไกดังกล่าวจะช่วยให้การบริการวัคซีนครอบคลุมจังหวัดในชายแดนมากขึ้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7772</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.จรุง เมืองชนะ, สถาบันวัคซีนแห่งชาติ, โรคติดต่อ, โรคเก่าที่หายไปกลับมาระบาดใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180424/image_big_5adf10271f5e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
