<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>6088</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เทคนิคกายบริหารในบ้าน ทุกห้องใช้สอยได้ประโยชน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(กายบริหารในบ้านอย่าง การนั่งยกขาค้างไว้บนเก้าอี้ จะช่วยป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อมได้)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าไปแล้วการ &amp;ldquo;บริหารสมอง&amp;rdquo; และการสร้างความแข็งแรงเพื่อลดปัญหา &amp;ldquo;สุขภาพข้อเสื่อม&amp;rdquo;ให้กับผู้สูงอายุ สามารถทำได้ทุกที่ไม่เว้น แม้แต่ห้องหับต่างๆ ภายในบ้าน อย่าง ห้องนั่งเล่น ห้องครัว และห้องน้ำ โดยเฉพาะการปล่อยให้คุณตาคุณยายนอนดูทีวีวันละ 2 ชั่วโมงในห้องนั่งเล่น จะส่งผลให้ผู้สูงอายุป่วยเป็นโรคสมองเสื่อมได้ง่าย ดังนั้นหากลองพลิกแพลงใช้ห้องอเนกประสงค์ดังกล่าวทำกิจกรรมร่วมกับผู้สูงวัย ก็ถือเป็นการป้องกันโรคและสร้างผูกพันได้ทางหนึ่ง หรือแม้แต่ห้องน้ำที่ใช้สำหรับปลดทุกข์ หากฝึกกายบริหารที่ถูกต้องก็สามารถป้องกันโรคปัสสาวะเล็ดในคนสูงอายุได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ผศ.พ.ท.พญ.พัฒน์ศรี&amp;nbsp; ศรีสุวรรณ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.พ.ท.พญ.พัฒน์ศรี ศรีสุวรรณ แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว รพ.พระมงกุฎเกล้า มีคำแนะนำดีๆ ในการสร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรงจากห้องในบ้านมาแนะนำคุณตาคุณยายกันว่า &amp;ldquo;นอกจากการเตรียมบ้านให้ปลอดภัยแล้ว ผู้สูงอายุสามารถสร้างความแข็งแรงทั้งร่ายกาย รวมถึงฝึกสมองป้องกันอัลไซเมอร์จากห้องต่างๆ ภายในบ้าน โดยที่หลายคนอาจมองข้ามไป เริ่มจาก &amp;ldquo;ห้องนั่งเล่น&amp;rdquo; ที่ควรหลีกเลี่ยงการตั้งโต๊ะทีวี หากจะให้ดีต่อสุขภาพวัยเก๋านั้น ให้ลูกหลานลองหากกิจกรรมทำด้วยกัน เช่น เล่นเกมจับคู่เพื่อฝึกสมอง หรือลองหาปฏิทินมาติดไว้เพื่อให้คุณตาคุณยายฝึกการใช้ความคิดว่า วันนี้วันที่เท่าไร?? เดือนอะไร?? นอกจากนี้ก็สามารถบริหารสมองด้วยกัน 1.ยกมือขวาขึ้นมาและหมุนไปข้างหน้า 2.ยกมือซ้ายขึ้นมาและหมุนไปด้านหลัง (แนะนำให้หมุนพร้อมกัน) วิธีนี้จะเป็นการช่วยฝึกการทำงานของสมองทั้งสองข้างให้เท่ากันเพื่อป้องกันสมองฝ่อ โดยที่ผู้สูงอายุสามารถนั่งทำเองได้ที่บ้านหากมีเวลาว่าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;หมุนแขนขวาไปด้านหน้า พร้อมกับหมุนแขนซ้ายไปด้านหลัง&amp;rdquo; (จากนั้นทำสลับข้างกัน) เทคนิคป้องกันโรคสมองเสื่อมที่สามารถทำได้ในห้องนั่งเล่นที่บ้าน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ &amp;ldquo;ห้องน้ำ&amp;rdquo; ก็เป็นอีกฟังก์ชันการใช้งานที่ช่วยป้องกันโรค &amp;ldquo;ปัสสาวะเล็ดในคนสูงวัย&amp;rdquo; โดยขณะที่นั่งชักโครก แนะนำว่าให้คุณตาคุณยายลองฝึกขมิบอุ้งเชิงกรานวันละ 20 ครั้ง 3 เวลาขณะเข้าห้องน้ำ โดยมีวิธีทำง่ายๆ คือ ให้ลองคิดถึงเวลาที่เรากลั้นปัสสาวะและปล่อย จากนั้นให้กลั้นสั้นๆ และปล่อย โดยทำตามจำนวนครั้งที่บอกไว้ข้างต้น หรือแม้แต่การลดโรคสมองเสื่อม ด้วยการ &amp;ldquo;แปรงฟันในข้างที่เราไม่ถนัด&amp;rdquo; เช่น หากเราถนัดมือขวาจะแสดงให้เห็นว่าผู้สูงอายุจะใช้สมองข้างซ้ายเยอะ ดังนั้นถ้าต้องการให้สมองอีกด้านคือข้างขวาไม่ฝ่อและใช้งานได้ปกติ หรือต้องการให้สมองทำงานเท่ากันทั้ง 2 ด้าน ก็ให้ลองแปรงฟันมือซ้าย เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถัดมาเป็น &amp;ldquo;ห้องครัว&amp;rdquo; แน่นอนว่ามีอายุมากขึ้น คุณพ่อคุณแม่ของเราก็มักจะมีการรับรู้รสชาติที่แย่ลง โดยเฉพาะ &amp;ldquo;รสขม&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;รสเค็ม&amp;rdquo; แต่รสหวานและรสเปรี้ยวยังสามารถใช้การได้ดี ซึ่งลูกหลานสามารถสังเกตได้ว่าเวลาที่ผู้สูงอายุเข้าครัวปรุงอาหารให้ลูกหลานรับประทานจะมีความเค็มมาเป็นอันดับแรก ซึ่งเป็นอันตรายมากสำหรับคุณตาคุณยายที่ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ดังนั้นการกระตุ้นสมองในห้องครัวให้ลด ละ เลิกการรับประทานอาหารรสเค็มจัดนั้น แนะนำว่าให้ผู้สูงอายุหลับตาและดมกลิ่นอาหารรสเค็ม ตรงนี้จะไปกระตุ้นสมองในส่วนของการรับกลิ่น เมื่อได้รับรู้กลิ่นแล้ว สมองในส่วนนี้ก็จะสั่งให้ผู้สูงอายุค่อยๆ ปรับลดความเค็มลงทีละนิด จนกระทั่งปรับเปลี่ยนโดยการกินรสเค็มน้อยลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ผู้สูงอายุเดินเร็วในสนามหญ้าหน้าบ้านวันละ 40 นาที ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปิดท้ายกันที่ &amp;ldquo;สนามหญ้าหน้าบ้าน&amp;rdquo; แนะนำว่าควรตั้งเก้าไว้สำหรับนั่งเล่น 1 ชุด และควรเป็นชุดเก้าอี้ที่มีความแข็งแรง ไม่ขยับเขยื้อนได้ง่าย เช่น ชุดโต๊ะเก้าอี้ทำจากปูน ทั้งนี้ ผู้สูงอายุสามารถป้องกัน &amp;ldquo;โรคเข่าเสื่อม&amp;rdquo; ได้โดยการนั่งบนเก้าอี้ จากนั้นกางขาค้างไว้ (นับในใจ 1-10 ครั้ง) และยกขาลง จากนั้นทำซ้ำเดิม วันละประมาณ 10 นาที ก็จะช่วยชะลอข้อเข่าเสื่อมได้ นอกจากนี้ก็ยังสามารถ &amp;ldquo;เดินเร็ว&amp;rdquo; รอบสนามหญ้าหน้าบ้าน หรือสวนสาธารณะวันละ 40 นาที หากคุณตาคุณยายเดินเร็วได้วันละ 3 เวลา ก็จะป้องกันโรคสมองเสื่อมได้เช่นกัน ที่สำคัญการออกกำลังกายช่วงเช้าจะได้รับวิตามินดีที่ช่วยทำให้ผู้สูงอายุนอนหลับได้ดีเช่นเดียวกัน&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6088</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ผศ.พ.ท.พญ.พัฒน์ศรี ศรีสุวรรณ, สมองฝ่อ, โรคสมองเสื่อม, โรคเข่าเสื่อม, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180329/image_big_5abcedb6eed55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
