<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103001</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2021 15:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2021 15:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไขข้อข้องใจ &#039;ผู้ป่วยเบาหวาน&#039; ฉีดวัคซีนโควิดได้หรือไม่??</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉีดวัคซีน..เอาที่สบายใจ (10 ) ผู้ป่วยเบาหวาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังมีหลายคนที่กังวลกับการฉีดวัคซีน โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัว และ โรคเบาหวานก็เป็นอีกโรคที่มีคนไทยเป็นกันเยอะ และก็อาจจะยังไม่แน่ใจ สำหรับการเข้ารับการฉีดวัคซีนว่า จะมีผลกระทบร้ายแรงต่อโรคที่เป็นอยู่หรือไม่&amp;nbsp;
ซึ่งคุณหมอผู้เชี่ยวชาญ ได้มาให้คำตอบเรื่องนี้ไว้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.วรรณี นิธิยานันท์ นายกสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย &amp;nbsp;เปิดเผยว่า &amp;nbsp;อันที่จริงแล้วแนะนำให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานทุกคน ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 สำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่เป็นวัยสูงอายุ ก่อนที่จะไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 นั้น จะต้องไม่มีไข้สูง ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ที่สำคัญผู้ป่วยโรคเบาหวาน มักจะมีภูมิต้านทานโรคต่ำกว่าผู้ที่ไม่ได้ป่วย &amp;nbsp;จึงทำให้ผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าว เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ค่อนข้างสูง&amp;nbsp;
ส่วนผู้ป่วยโรคเบาหวานที่เป็นโรคมะเร็งร่วมด้วย จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ที่ให้การรักษาโรคมะเร็งเป็นหลัก เพราะผู้ป่วยโรคมะเร็งนั้น แพทย์จะให้ยากดภูมิภายในระยะเวลาที่กำหนด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องรอให้ปริมาณยารักษาโรคมะเร็งอยู่ในระดับที่เหมาะสมก่อน จึงต้องปรึกษาคุณหมอโรคมะเร็งก่อนฉีดวัคซีน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเตรียมตัวฉีดวัคซีนของผู้ป่วยโรคเบาหวานนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.คนไข้จะต้องดูแลสุขภาพโดยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดี หรืออยู่ในระดับที่เหมาะสม (หากน้ำตาลในเลือดสูงก็จะทำให้ระบบในร่างกายเปลี่ยนแปลงไปมา หากน้ำตาลในเลือดต่ำขณะไปรับวัคซีน ก็จะทำให้ผู้ป่วยเป็นลมได้ง่าย)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุที่ป่วยโรคเบาหวาน แต่ไม่มีโรคหัวใจร่วมด้วยนั้น ระดับน้ำตาลในเลือดในช่วงเช้าก่อนรับประทานอาหารจะต้องอยู่ที่ประมาณ 100-125 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หรือไม่เกิน 130 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ส่วนช่วงหลังกินอาหารนั้นระดับน้ำตาลในเลือดที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 140-180 มิลลิกรัม/เดซิลิตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ไม่มีไข้สูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.รับประทานอาหารให้เพียงพอครบ 5 หมู่ และไม่จำเป็นต้องงดอาหารหลัง 2 ทุ่มแต่อย่างใด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านเพิ่มเติม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉีดวัคซีน..เอาที่สบายใจ (9&amp;nbsp;) ผู้่ป่วยโรคมะเร็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไขข้อข้องใจ &amp;#39;ผู้ป่วยโรคหอบหืด&amp;#39; ฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้หรือไม่??&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉีดวัคซีน..เอาที่สบายใจ (7 ) ข้อปฏิบัติก่อนระหว่างและหลังการรับวัคซีน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉีดวัคซีน..เอาที่สบายใจ (6&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ขั้นตอนการความปลอดภัยผู้เข้ารับบริการฉีดวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉีดวัคซีน..เอาที่สบายใจ (5)&amp;nbsp;ข้อควรรู้ &amp;#39;อาการไม่พึงประสงค์หลังการฉีดวัคซีน&amp;#39;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103001</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีน..เอาที่สบายใจ, วัคซีนโควิด, โรคเบาหวาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609b91df15910.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52759</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2019 14:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2019 06:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสส. สมาคมโรคเบาหวานฯ ประกวดคลิปขยับวิ่งต้นแบบองค์กร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
สสส.สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย เครือข่ายคนไทยไร้พุง ได้ฤกษ์ Together Fight Diabetes วันเบาหวานโลก ชวนคนไทยทุกวัยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ลดปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ เพิ่มปัจจัยเสริมอาหารเพื่อสุขภาพและออกกำลังกาย เพื่อลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เบาหวาน Act today to change tomorrow เชิญชวนประกวดคลิปขยับออกกำลังกายระหว่างพักการประชุม/การปฏิบัติงาน เพื่อพัฒนาองค์กรไปสู่การเป็น Healthy Organization เป็นชุดต้นแบบ มีสปอนเซอร์สนับสนุนการวิ่ง เพื่อการออกกำลังกายมีสุขภาพดีเป็นทีม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สสส. สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย เครือข่ายคนไทยไร้พุง ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย สำนักอนามัย กทม. เครือข่ายชมรมเบาหวานไทย ชมรมเพื่อเด็กและวัยรุ่นเบาหวาน กลุ่มเพื่อนเบาหวาน ได้ฤกษ์วันเบาหวานโลก 14 พ.ย. จุดเริ่มต้นของการรวมพลังสู่กิจกรรมเพื่อสุขภาพ 4 กิจกรรมหลัก ที่ห้อง 201 อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่าโรค NCDs เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของโลกและประเทศไทย ทั้งโลกมีผู้เสียชีวิตปีละมากกว่า 40 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 71 ของการเสียชีวิตทั้งหมด ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศที่กำลังพัฒนา เมื่อคำนวณมูลค่าความสูญเสีย 47 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในปี 2573 หากไม่มีการแก้ไข ประเทศไทยจะมีผู้เสียชีวิต 400,000 คน/ปี คิดเป็นร้อยละ 76 ของการเสียชีวิตทั้งหมด จำนวนครึ่งหนึ่งเสียชีวิตก่อนวัยอันควร คิดเป็นมูลค่าความสูญเสียร้อยละ 2.2 ของ GDP/ปี โรคเบาหวานเป็น 1 ใน 5 โรค NCDs ที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทย อันมีสาเหตุจากพฤติกรรมทางสุขภาพที่ไม่เหมาะสม การรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ การมีกิจกรรมทางกายที่ไม่เหมาะสม การสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สสส.สนับสนุนให้เกิดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนในทุกช่วงวัย การพัฒนาและจัดการความรู้ สนับสนุนให้เกิดการจัดสิ่งแวดล้อมทางกฎหมายและทางสังคม การผลักดันนโยบายที่เอื้อต่อพฤติกรรมสุขภาวะ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงด้านยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพิ่มปัจจัยเสริมด้านอาหารเพื่อสุขภาวะและการเพิ่มกิจกรรมทางกาย ใช้การสื่อสารการตลาดเพื่อรณรงค์ปรับเปลี่ยนค่านิยมวัฒนธรรม ขยายแนวคิดความรอบรู้ด้านสุขภาพให้เหมาะสมตามกลุ่มวัย ตั้งแต่วัยเด็ก เยาวชน วัยทำงาน ผู้สูงวัย ตลอดจนประชากรกลุ่มเฉพาะ ผู้พิการ กลุ่มสถานะบุคคล เพื่อขับเคลื่อนให้ประชาชนเกิดความรอบรู้ด้านสุขภาพ เกิดการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมสุขภาวะ ขับเคลื่อนงานลงสู่พื้นที่เป้าหมาย อาทิ สถานประกอบการ สถานศึกษา ชุมชน ครอบครัวอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสนับสนุนการทำงานของภาคีภายใต้กลไกที่หลากหลาย เพื่อลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;โรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นโรคที่เกิดจากพฤติกรรม จะต้องมีการสื่อสารเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์กร จูงใจให้สนใจกินอาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย ขณะนี้หน่วยงานการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) มีโปรแกรม How To กระตุ้นให้มีการวิ่งเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไม่เป็นโรคเบาหวาน Together fight Diabetes &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การประกวดคลิปเพิ่มการขยับออกกำลังกายระหว่างพักการประชุม/การปฏิบัติงาน เพื่อพัฒนาองค์กรไปสู่การเป็น Healthy Organization เพื่อรวบรวมเป็นชุดต้นแบบให้องค์กรต่างๆ รวมถึงหน่วยงานด้านสาธารณสุขนำไปใช้เผยแพร่ เพื่อกระตุ้นประชาชนวัยทำงานในองค์กรเห็นความสำคัญกับการขยับออกกำลังกายในชีวิตประจำวัน และตระหนักถึงภัยอันตรายของการนั่งทำงานติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน นำไปสู่ความเสี่ยงในการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;แต่ละองค์กรสามารถส่งคลิปเข้าประกวดได้องค์กรละไม่เกิน 3 ชุด ประกอบด้วย คลิปแสดงท่าออกกำลังกายต้นแบบที่ผู้ชมนำไปปฏิบัติตามได้ในห้องประชุมหรือสถานที่ทำงาน ความยาวไม่เกิน 10 นาที โดยไม่จำกัดจำนวนผู้สาธิต คลิปแสดงการนำไปปฏิบัติในห้องประชุมหรือสถานที่ทำงานจริง ความยาวไม่เกิน 10 นาที คลิปที่ส่งเข้าประกวดมีท่าออกกำลังกายครบทั้ง 3 หมวด (Cardio Exercise, Weight training, Flexibility Exercise) เป็นท่าออกกำลังกายที่ถูกต้องเหมาะสมกับการปฏิบัติในห้องประชุมหรือสถานที่ทำงาน สามารถใช้เก้าอี้ อุปกรณ์สำนักงาน หรือสิ่งของที่อยู่ในห้องประชุม สถานที่ทำงานประกอบได้ เลือกใช้เพลงประกอบที่เจ้าของลิขสิทธิ์อนุญาตให้ใช้ได้ หรือไม่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ใดๆ คลิปทั้งหมดที่ส่งเข้าประกวดและผ่านการตรวจจากคณะกรรมการแล้ว จะนำมารวบรวมเป็นชุดคลิปต้นแบบเผยแพร่ให้องค์กรทั่วประเทศ เพื่อนำไปขยายผลในการปฏิบัติ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ให้ upload คลิปลงใน Youtube ส่ง Link ให้กับเครือข่ายทางอีเมล raipoong@gmail.com ระบุชื่อองค์กร/หน่วยงาน ที่ส่งเข้าประกวด ระบุชื่อผู้ประสานงานหลักพร้อมเบอร์โทร.ติดต่อ กำหนดส่งคลิปภายในวันที่ 31 ม.ค.2563 ประกาศผลและมอบรางวัลในงาน Together Fight Diabetes Fair ในเดือน ก.ค.2563 รางวัลชนะเลิศได้รับโล่รางวัลจากเครือข่ายคนไทยไร้พุง พร้อมรางวัลมูลค่า 20,000 บาท จำนวน 1 รางวัล รางวัลรองชนะเลิศ โล่รางวัลจากเครือข่ายคนไทยไร้พุงและรางวัลมูลค่า 10,000 บาท จำนวน 1 รางวัล รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้รับโล่รางวัลจากเครือข่ายคนไทยไร้พุงและรางวัลมูลค่า 5,000 บาท จำนวน 10 รางวัล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ศ.เกียรติคุณ พญ.วรรณี นิธิยานันท์ นายกสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย และประธานคณะกรรมการเครือข่ายคนไทยไร้พุง กล่าวว่า โรค NCDs โรคเบาหวานก่อตัวช้า ไม่ปรากฏอาการหรือมีสัญญาณเตือน ยกเว้นเบาหวานประเภทที่ 1 ซึ่งเกิดจากตับอ่อนถูกทำลายจากภูมิคุ้มกันของตนเอง ทำให้สร้างอินซูลินไม่ได้ น้ำตาลที่กินเข้าไปคั่งค้างอยู่ในกระแสเลือดทำให้น้ำตาลในเลือดสูง สาเหตุจากพันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ทำให้เกิดการกระตุ้นภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติขึ้น เชื้อชาติคนผิวขาวอยู่แถบขั้วโลกเหนือ ประเทศที่อยู่ใกล้แนวเส้นศูนย์สูตร ไทย อินเดีย มีอาการภายใน 5 วัน 7 วัน หรือ 1 เดือน&amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เยาวชนที่เป็นเบาหวานตั้งแต่วัยเด็กเล็กและวัยเรียน จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดเพื่อผู้ป่วยสามารถดูแลตนเองได้ แต่อุปกรณ์ดังกล่าวไม่ครอบคลุมอยู่ในรายการของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มีค่าใช้จ่าย 13,000 บาท/ปี ทำให้ครอบครัวของผู้ป่วยที่มีฐานะยากจนไม่สามารถเข้าถึงอุปกรณ์นี้ได้ หลายหน่วยงานร่วมมือจัดกิจกรรมเพื่อระดมทุนช่วยเหลือเยาวชนกลุ่มนี้ 100,000 คนในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;คนส่วนใหญ่ช่วงวัยรุ่นไม่อ้วน เมื่อจบมาทำงาน 3-5 ปี น้ำหนักเพิ่มขึ้นปีละ 1 กก. องค์กรจะมีคนอ้วน 20% บางองค์กรครึ่งหนึ่งเป็นโรคอ้วน เป็นสัญญาณที่น่ากลัว เพราะโรคภัยไข้เจ็บ โดยเฉพาะเบาหวาน จะตามมา มนุษย์ออฟฟิศนั่งทำงานเนือยนิ่งอยู่กับโต๊ะประชุม เบรกเป็นเค้ก กาแฟ ดังนั้นการมีสุขภาพที่ดีเป็นเรื่องสำคัญ จะต้องมีการขยับเขยื้อน มีโต๊ะยืนทำงานแทนที่จะนั่งทำงานอย่างเดียว การเดินขึ้น-ลงบันไดเป็นการออกกำลังกาย การเสิร์ฟอาหารที่มีผลดีต่อสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เครือข่ายคนไทยไร้พุงจัดกิจกรรม Active Meeting Challenge ภารกิจท้าคุณขยับ ด้วยการขอท้าให้องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน หน่วยงานด้านสาธารณสุข สมาคม ชมรม กลุ่มเพื่อสุขภาพต่างๆ เข้าร่วมการประกวดคลิปออกกำลังกายระหว่างพักการประชุมหรือการปฏิบัติงาน เพื่อกระตุ้นให้คนในองค์กรให้ความสำคัญกับการเพิ่มการขยับร่างกายในชีวิตประจำวัน ตระหนักถึงภัยอันตรายของการนั่งทำงานติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน นำไปสู่ความเสี่ยงในการเกิดโรค NCDs รวมถึงโรคเบาหวาน กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาองค์กรไปสู่การเป็น Healthy Organization หรือองค์กรสุขภาพดี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทั้งนี้ ยังมีกิจกรรม Healthy Family Workshop เชิญชวนสมาชิกในครอบครัวร่วม workshop ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและออกกำลังกาย รูปแบบกิจกรรมเรียนรู้ที่สนุกสนาน นำไปใช้กับสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ครอบครัวห่างไกล NCDs และเบาหวาน มีทั้ง workshop ดูแลสุขภาพเด็กวัยเรียน ดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ โดยเรียนรู้ร่วมกันระหว่างคนในครอบครัว (เด็กวัยเรียนร่วม workshop พร้อมผู้ปกครอง ผู้สูงอายุพร้อมบุตรหลาน) รายละเอียดประกาศรับสมัครได้ผ่านทางเฟซบุ๊กแฟนเพจเครือข่ายคนไทยไร้พุง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;Together Fight Diabetes Fair กิจกรรมรวมพลังสู้เบาหวานและโรค NCDs จัดขึ้นในช่วงเดือน ก.พ.2563 มีองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ภาคีเครือข่ายสุขภาพร่วมจัด มีนิทรรศการความรู้ในการจัดการเบาหวานและโรค NCDs การเรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยและคนรอบข้าง ในระดับครอบครัว องค์กรและสังคม การให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพให้รอดพ้นจากเบาหวาน และการสังเกตอาการเริ่มต้นของเบาหวาน การนำเสนอผลงานจากหน่วยงานต่างๆ ที่ร่วมรณรงค์ต่อสู้โรคเบาหวาน มีกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพอื่นๆ กิจกรรมจากภาคเอกชน งานวิ่งอ่อนหวาน 2019 โดยดัชมิลล์ กิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพด้านภัยเบาหวานของเทสโก้ โลตัส.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52759</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม, โรค NCDs, โรคเบาหวาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191218/image_big_5df9d7ea91f7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50199</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2019 17:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2019 17:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทย์แผนไทยชูมะระขี้นก ผักริมรั้ว สมุนไพรพื้นบ้าน ต้านเบาหวาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13พ.ย. 62- นพ. ปราโมทย์ &amp;nbsp;เสถียรรัตน์ โฆษกกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เบาหวานเป็นปัญหาสำคัญทางสาธารณสุข และเป็นหนึ่งในโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โรคเบาหวานเกิดจาก &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ความบกพร่องของตับอ่อน และฮอร์โมนอินซูลินในร่างกาย ทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูง อาการสำคัญที่สังเกตได้ด้วยตัวตนเอง คือ ปัสสาวะบ่อยในตอนกลางคืน หิวบ่อย มีอาการชาปลายมือ ปลายเท้า &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; บาดแผลหายช้า หากเกิดภาวะแทรกซ้อน อาจส่งผลให้จอประสาทตาเสื่อม เกิดแผลกดทับ ติดเชื้อได้ง่าย โดยเฉพาะติดเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญส่งผลให้เกิดความพิการ ด้านสมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ (International&amp;nbsp;Diabetes Federation:IDF) และองค์การอนามัยโลกได้กำหนดให้วันที่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 14 พฤศจิกายน ของทุกปี เป็นวันเบาหวานโลก (World Diabetes Day) มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่ม &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ความตระหนักรู้และความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน ช่วยให้ผู้ป่วยมีสุขภาพดีขึ้น
กรมการแพทย์แผนไทยฯ จึงขอแนะนำสมุนไพรริมรั้วที่มีฤทธิ์ต้านเบาหวาน คือ มะระขี้นก &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากผลการศึกษาวิจัยพบว่ามะระขี้นก มีสารรสขมชาแรนทิน (charantin) สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้จริง โดยช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนอินซูลินจากตับอ่อน ลดการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่เซลล์บริเวณผนังลำไส้เล็ก ลดการสร้างน้ำตาลจากตับ และเสริมการเผาผลาญน้ำตาลในเลือด เมนูอาหารที่แนะนำ เช่น ต้มจืดมะระขี้นก ยำมะระขี้นก มะระขี้นกผัดไข่ ฯลฯ เครื่องดื่ม คือ น้ำมะระขี้นกปั่น ทั้งนี้ ไม่ควรนำผลมะระขี้นกสุก &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มารับประทาน&amp;nbsp;
นพ. ปราโมทย์ กล่าวอีกว่า ในบัญชียาหลักแห่งชาติ มะระขี้นกจัดอยู่ในกลุ่มยาพัฒนาจากสมุนไพร นอกจากมะระขี้นกช่วยต้านเบาหวานแล้ว ยังมีผักพื้นบ้านชนิดอื่นที่ช่วยต้านเบาหวานได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เช่น ผักเชียงดา กะเพรา ชะพลู ตำลึง ฯลฯ ซึ่งประชาชนสามารถนำมาปรุงเป็นอาหารเพื่อป้องกันโรคเบาหวานหรือเป็นเมนูอาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวานในครัวเรือน นอกจากนี้ ก็ควรจำกัดการบริโภคอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล และไขมันสูง ควบคุมน้ำหนักตัวในอยู่ในเกณฑ์ปกติออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานอาหารให้หลากหลาย ครบ 5 หมู่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50199</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการแพทย์แผนไทยฯ, นพ. ปราโมทย์  เสถียรรัตน์, ผักพื้นบ้านต้านโรคเบาหวาน, โรคเบาหวาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191113/image_big_5dcbd7c15a5b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50119</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2019 16:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2019 16:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนไทยอายุ 15ปีขึ้นไปป่วยเบาหวาน 4.8ล้านคน 2ล้านคนไม่รู้ตัว และอีก7.7ล้านเป็นกลุ่่มเสี่ยง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
12พ.ย.62- นพ. สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า เนื่องในวันที่ 14 พฤศจิกายน ของทุกปีเป็นวันเบาหวานโลก (World Diabetes Day) โดยในปี 2562 นี้ สหพันธ์โรคเบาหวานนานาชาติ ได้กำหนดประเด็นการรณรงค์ คือ &amp;ldquo;DIABETES: PROTECT YOUR FAMILY&amp;rdquo; ซึ่งประเทศไทย โดยกระทรวงสาธารณสุข และสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้กำหนดประเด็นรณรงค์ให้สอดคล้องกับสหพันธ์โรคเบาหวานนานาชาติ คือ &amp;ldquo;คุณป้องกันครอบครัวจากโรคเบาหวานได้&amp;rdquo; โดยสมาชิกในครอบครัวเป็นส่วนสำคัญอย่างมาก ในการควบคุมและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ป่วยเบาหวาน อีกทั้งยังเป็นส่วนช่วยสำคัญในการลดปัจจัยเสี่ยงและป้องกันการป่วยด้วยโรคเบาหวานแก่สมาชิกคนอื่นในครอบครัวโดยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่าจำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานทั่วโลกเพิ่มขึ้นจาก 108 ล้านคน ในปี 2523 เป็น 422 ล้านคนในปี 2557 และพบผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นในประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลาง อีกทั้งยังพบว่าปี 2559 มีจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคเบาหวาน 1.5 ล้านคน และอีก 2.2 ล้านคนเสียชีวิตเนื่องจากน้ำตาลในเลือดสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเทศไทยพบแนวโน้มผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวานเพิ่มขึ้น จากรายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 5 พ.ศ. 2557 ประมาณการของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป มีผู้ป่วยเบาหวาน 4.8 ล้านคน ในจำนวนนี้มีมากถึง 2 ล้านคน ที่ไม่ทราบว่าตนเองป่วยและยังไม่ได้รับการวินิจฉัย และมีผู้มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติหรือเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวานถึง 7.7 ล้านคน หากประชาชนกลุ่มเสี่ยงไม่สนใจดูแลสุขภาพตั้งแต่ระยะเริ่มแรกจะนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน ทำให้การทำงานของระบบหัวใจ หลอดเลือด ตา ไตและเส้นประสาท บกพร่องและอาจเกิดการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับเครือข่ายสาธารณสุขและองค์กรเอกชน กระตุ้นและสนับสนุนการคัดกรองโรคเบาหวานในประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไป พร้อมสนับสนุน และส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร เพิ่มกิจกรรมทางกาย และส่งเสริมสิ่งแวดล้อมที่ดีต่อสุขภาพ และสร้างความตระหนักและการรับรู้ด้านสุขภาพ (Health literacy) โดยจัดกิจกรรมรณรงค์ในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับโรคเบาหวาน เช่น ปัจจัยเสี่ยง สัญญาณเตือน การป้องกัน การปฏิบัติตัวสำหรับผู้ป่วย โดยเน้นความสำคัญของครอบครัวที่ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ป้องกันและลดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำแนะนำสำหรับประชาชนในการป้องกันโรคเบาหวาน ดังนี้ &amp;nbsp;1.รับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ เน้นผักและผลไม้ที่ไม่มีน้ำตาลสูง เลี่ยงอาหารรสหวาน มัน เค็มจัด &amp;nbsp;2.ไม่สูบบุหรี่และไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ &amp;nbsp;3.ควบคุมน้ำหนักตัวให้เหมาะสม โดยค่าดัชนีมวลกายอยู่ระหว่าง 18.5-22.9 กิโลกรัม/ตารางเมตร ควบคุมรอบเอวให้เหมาะสม โดยเส้นรอบเอวต้องไม่เกินค่าส่วนสูง (เซนติเมตร) หารสอง &amp;nbsp;4.มีการเคลื่อนไหวอย่างกระฉับกระเฉง และควรออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาที/วัน 5 ครั้ง/สัปดาห์ &amp;nbsp;5.ทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว เพื่อให้จิตใจแจ่มใส ผ่อนคลาย ช่วยจัดการความเครียดอย่างเหมาะสม 6.ถ้ามีสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน ควรดูแล ใส่ใจ เรื่องการควบคุมอาหาร, การรับประทานยา, การเข้ารับการตรวจตามนัด และสังเกตอาการผิดปกติเบื้องต้น ได้แก่ การเกิดบาดแผลโดยเฉพาะที่เท้า และอาการน้ำตาลในเลือดต่ำ เป็นต้น &amp;nbsp;7.หากมีอาการ เช่น ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำ หิวบ่อย กินจุ น้ำหนักลด เป็นแผลง่ายและหายยาก ชาตามปลายมือปลายเท้า ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย และ 8. ผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือดอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50119</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมโรค, นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย, โรคเบาหวาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180601/image_big_5b111cc968b02.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48026</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิ่งหนี..เบาหวาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โรคเบาหวานเป็นโรคที่พบได้บ่อยในวัยสูงอายุ หากไม่อยากเป็นโรคเบาหวานก็ต้องเริ่มจากการปรับพฤติกรรมการกิน ได้แก่ งดอาหารที่มีรสชาติหวาน กินอาหารที่ทำมาจากธัญพืช ถั่ว และอาหารที่มีกากใยสูง ควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้อ้วนเกินไป ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดสม่ำเสมอ และตรวจร่างกายเป็นประจำทุกปีค่ะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48026</URL_LINK>
                <HASHTAG>เล็กๆน้อยๆ, โรคเบาหวาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a3767e7341e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39448</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กินพอเพียง..ช่วยสมอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; การทานอาหารมากเกินไป นอกจากจะทำให้คุณมีน้ำหนักเกินมาตรฐานแล้ว ก็ยังส่งผลให้เกิดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจ โรคเบาหวาน ซึ่งล้วนแต่เป็นปัจจัยที่ทำให้มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคเกี่ยวกับสมอง ดังนั้นคุณควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และทานในปริมาณที่เหมาะสมค่ะ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39448</URL_LINK>
                <HASHTAG>เล็กๆน้อยๆ, โรคหัวใจ, โรคเบาหวาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a3767e7341e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27420</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2019 14:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2019 14:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ เผยวิธีการควบคุมโรคเบาหวานให้อยู่หมัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ม.ค.62-นพ.ณัฐพงศ์ &amp;nbsp;วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า &amp;nbsp;อาหารมีส่วนสำคัญในการรักษาโรคเบาหวาน ซึ่งคนเป็นเบาหวานมักละเลยในเรื่องของอาหารการกิน โดยอาจคิดว่าเมื่อได้ยาแล้ว คงหายเหมือนกับโรคทั่วไป ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด เนื่องจากโรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่หายขาด ซึ่งการใช้ยารักษาเพียงอย่างเดียว จะไม่สามารถควบคุมเบาหวานได้ ดังนั้น การควบคุมอาหารและรู้จักเลือกทานอาหารที่เหมาะสม ในปริมาณที่ถูกสัดส่วนกับความต้องการของร่างกาย ก็ถือเป็นวิธีหนึ่งในการรักษาและป้องกันโรคเบาหวานได้ หลักการรับประทานอาหารสำหรับผู้ที่เป็นเบาหวาน ไม่ได้แตกต่างจากหลักการรับประทานเพื่อให้มีสุขภาพดีของคนทั่วไป แต่เป็นการกินอาหารให้ครบหมู่ ถูกสัดส่วน ในปริมาณพอเหมาะ และมีความหลากหลาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เบาหวาน เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของการหลั่งฮอร์โมนอินซูลิน หรือการออกฤทธิ์ของฮอร์โมนอินซูลิน หรือทั้ง 2 อย่างรวมกัน ทำให้ร่างกายไม่สามารถเปลี่ยนน้ำตาลที่ได้รับจากอาหารมาเป็นพลังงานได้ จึงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ หากมีน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานานโดยไม่มีการควบคุมอาจส่งผลให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่นๆ คือ อาการชาปลายมือปลายเท้า จอประสาทตาเสื่อม ไตวาย รวมถึงโรคหัวใจและหลอดเลือด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แพทย์หญิงวิพรรณ สังคหะพงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เบาหวานไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ใกล้เคียงกับปกติมากที่สุดได้ โดยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณที่เหมาะสม ออกกำลังกายสม่ำเสมอควบคุมน้ำหนักตัว &amp;nbsp; ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ และควรใช้ยาตามคำสั่งแพทย์เพื่อลดความรุนแรงของโรคและป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวานที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ป่วยเบาหวานควรรับประทานข้าวหรือแป้งที่มีกากใยสูง อย่างข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือ ปริมาณ 1 กำมือต่อมื้อ ทานเนื้อสัตว์ที่มีไขมันน้อย ไม่ติดมันและหนัง เช่น เนื้อปลา ไข่ขาว เต้าหู้ &amp;nbsp;1 อุ้งมือ ในแต่ละมื้อควรรับประทานผักต้มสุก ประมาณ 2 อุ้งมือ โดยเน้นผักใบเขียว หลีกเลี่ยงข้าวโพด เผือก มัน ฟักทอง เนื่องจากให้แป้งสูง สามารถรับประทานผลไม้ได้ทุกวัน โดยทานวันละ 2-3 กำมือ โดยไม่จิ้มพริกเกลือ &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ควรหลีกเลี่ยงผลไม้แปรรูปทุกชนิด ดื่มนมรสจืดพร่องมันเนยหรือขาดมันเนย 1-2 แก้วต่อวัน หากเป็นนมถั่วเหลืองหรือ น้ำเต้าหู้ ควรเลือกชนิดหวานน้อย 1 แก้วต่อวัน และผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงขนมหวาน ชา และกาแฟ .&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27420</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ณัฐพงศ์  วงศ์วิวัฒน์, รองอธิบดีกรมการแพทย์, โรคเบาหวาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190124/image_big_5c49701061c63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
