<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115154</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 14:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 14:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมควบคุมโรค ปลดล็อกชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง เตรียมขายในร้านยาทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;31 ส.ค.64 - นพ.ปรีชา เปรมปรี รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงสถานการณ์การติดเชื้อเอชไอวี ในประเทศไทยว่า ขณะนี้ประเทศไทย ได้ดำเนินการตามปฏิญญาทางการเมืองที่ประกาศมุ่งมั่นยุติปัญหาเอดส์ภายในปี 2573 หรือในอีก 9 ปีข้างหน้า โดยมีเป้าหมายหลัก 3 ประการ คือ ลดจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ ไม่เกิน 1,000 ราย/ปี ลดการเสียชีวิตจากเอดส์ ไม่เกิน 4,000 ราย/ปี และลดการรังเกียจตีตราและเลือกปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อหรือผู้ป่วย ให้ได้ร้อยละ 90 ซึ่งผลการดำเนินงานได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเครือข่ายภาคประชาสังคม เป็นอย่างดี ทำให้สถานการณ์การติดเชื้อเอชไอวี ในประเทศขณะนี้ดีขึ้นเรื่อยๆ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลง โดยในปี 2563 ที่ผ่านมา พบ 4,855 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นพ.ปรีชา กล่าวว่า มาตรการที่ไทยจะนำมาใช้แก้ไขปัญหาเอดส์ในปี 2564 นี้ ก็คือ การสนับสนุนให้ประชาชนที่มีพฤติกรรมเสี่ยง สามารถใช้ชุดตรวจคัดกรองการติดเชื้อเบื้องต้นด้วยตนเองได้ ซึ่งกรมควบคุมโรคได้ขับเคลื่อนร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) หน่วยงานอื่นๆ ตั้งแต่ พ.ศ.2558 เป็นต้นมา ตามมติคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนรู้สถานะการติดเชื้อของตนเอง โดยในปี 2564 มีชุดทดสอบผ่านการขึ้นทะเบียนรับรองมาตรฐานจาก อย.แล้ว 2 ชนิด คือ ชุดตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีจากการเจาะเลือดปลายนิ้วมือ รู้ผลภายใน 1 นาที และชุดตรวจโดยการใช้น้ำลายอ่านผลได้ใน 20 นาที โดยเตรียมวางจำหน่าย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในร้านขายยาแผนปัจจุบันทั่วประเทศตั้งแต่สิ้นเดือนส.ค. 2564 นี้เป็นต้นไป ซึ่งจะสอดรับกับข้อจำกัดในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงหรือสงสัยว่าติดเชื้อ ไม่สามารถไปตรวจหาเชื้อที่สถานพยาบาลตามปกติ ชุดทดสอบนี้จะทำให้ประชาชนนำไปใช้ตรวจคัดกรองการติดเชื้อเบื้องต้น เพื่อให้รู้สถานะการติดเชื้อของตนเองได้เร็ว และตรวจยืนยันอีกครั้งที่สถานพยาบาล หากพบว่าติดเชื้อจะเข้าสู่ระบบดูแลรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอชไอวีในสถานพยาบาล&amp;nbsp; ทั่วประเทศได้อย่างรวดเร็วตามสิทธิการรักษา จนสามารถลดเชื้อไวรัสในกระแสเลือดได้ และไม่สามารถถ่ายทอดเชื้อสู่คนอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;ldquo;ชุดตรวจคัดกรองเอชไอวีด้วยตนเอง&amp;nbsp; ถือว่าเป็นทางเลือกใหม่ที่จะเพิ่มการเข้าถึงการตรวจหาเชื้อได้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติกรรมเสี่ยง 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มชายมีเพศสัมพันธ์ชาย กลุ่มหญิงข้ามเพศ กลุ่มพนักงานบริการ ผู้ใช้ยาเสพติดชนิดฉีดเข้าเส้น และประชาชนทั่วไป หากพบว่าติดเชื้อ ก็สามารถเข้าสู่กระบวนการรักษาอย่างรวดเร็ว ซึ่งในอนาคตนี้ ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ จะนำไปสู่การปรับสูตรยาให้กินง่ายขึ้น ทั้งขนาดและจำนวนลดลง และลดอาการแทรกซ้อนหรือผลกระทบระยะยาวต่อร่างกาย จะทำให้ผู้ติดเชื้อมีคุณภาพชีวิตดีเหมือนคนปกติ&amp;rdquo; นพ.ปรีชากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ทางด้านพญ.ชีวนันท์ เลิศพิริยสุวัฒน์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กล่าวเสริมว่า จากการประชุมเชิงปฏิบัติการของสมาคมโรคเอดส์ ครั้งที่ 20 เมื่อวันที่ 22 ส.ค&amp;nbsp;2564 ที่ผ่านมา ได้เปรียบเทียบสถานการณ์การแพร่ระบาดของการติดเชื้อเอชไอวีและโรคโควิด 19 ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเหมือนกัน&amp;nbsp;แต่ความรุนแรงและแนวทางในการป้องกัน ควบคุมโรค ต้องใช้วิธีการและเทคโนโลยีด้านการตรวจคัดกรอง การดูแลรักษา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่แตกต่างกัน โดยการติดเชื้อเอชไอวีมีการระบาดทั่วโลกตั้งแต่ปี 2524 จนถึงขณะนี้ เกือบ 40 ปีแล้ว มีผู้ติดเชื้อทั่วโลก จำนวน 37.7 ล้านราย เสียชีวิต 36 ล้านราย สาเหตุการติดเชื้อมาจากเพศสัมพันธ์และทางเลือด โดยปัจจุบัน มียาต้านไวรัสรักษา และได้ผลดีมาก สามารถลดจำนวนเชื้อไวรัสเอชไอวีในกระแสเลือดลดลงได้มาก ส่วนวัคซีนในการป้องกันไวรัสเอชไอวี ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษาวิจัยในเฟสที่ 3 ดังนั้น มาตรการการป้องกันหลักยังเน้นการส่งเสริมการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ รวมทั้ง การกินยาต้านไวรัสสำหรับป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อหรือเพร็พ(PrEP) โดยสรุปแล้วปัญหาการติดเชื้อเอชไอวีส่งผลกระทบระดับโลกในระดับสูง&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;สำหรับสถานการณ์การติดเชื้อเอชไอวีในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2527&amp;ndash;2563 รวมเกือบ 36 ปี มีจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมที่ยังมีชีวิตอยู่ 462,376 คน ในปี 2563 มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 4,855 คน เสียชีวิต 11,882 คน ผู้ติดเชื้อที่ยังมีชีวิต รู้สถานะการติดเชื้อของตนเองร้อยละ 94.3 ขณะนี้อยู่ในระบบการรักษาในสถานพยาบาลทั่วประเทศด้วยยาต้านไวรัสร้อยละ&amp;nbsp;83.5 ในจำนวนนี้สามารถกดไวรัสได้สำเร็จ ร้อยละ 97.2 จึงเชื่อมั่นว่าเราจะประสบผลสำเร็จในการยุติปัญหาได้ตามเป้าหมาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115154</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมโรค, นพ.ปรีชา เปรมปรี, โรคเอดส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612de0794b5b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105990</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2021 07:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2021 07:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระ&#039;แนะจะกำราบการระบาดของโควิดได้ต้องวางแผนรับมือคล้ายคลึงกับเรื่องเอชไอวี/เอดส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 มิ.ย.64 -นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์​ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก&amp;nbsp; รายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกวันที่ 11 มิถุนายน 2564 มีเนื้อหาดังนี้
สเปนแซงเยอรมันขึ้นอันดับที่ 10 ของโลกแล้ว ในขณะที่อิหร่านมีติดเชื้อสะสมเกิน 3 ล้านคน
เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 416,826 คน รวมแล้วตอนนี้ 175,586,746 คน ตายเพิ่มอีก 10,674 คน ยอดตายรวม 3,787,485 คน
5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดคือ อินเดีย บราซิล โคลอมเบีย อาร์เจนตินา และอิหร่าน
อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 11,758 คน รวม 34,272,681 คน ตายเพิ่ม 368 คน ยอดเสียชีวิตรวม 613,860 คน อัตราตาย 1.8%
อินเดีย ติดเพิ่ม 91,266 คน รวม 29,273,338 คน ตายเพิ่ม 3,402 คน ยอดเสียชีวิตรวม 363,097 คน อัตราตาย 1.2%
บราซิล ติดเพิ่ม 89,802 คน รวม 17,215,159 คน ตายเพิ่มถึง 2,344 คน ยอดเสียชีวิตรวม 482,135 คน อัตราตาย 2.8%
ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 4,475 คน ยอดรวม 5,729,967 คน ตายเพิ่ม 68 คน ยอดเสียชีวิตรวม 110,270 คน อัตราตาย 1.9%
ตุรกี ติดเพิ่ม 6,408 คน รวม 5,313,098 คน ตายเพิ่ม 96 คน ยอดเสียชีวิตรวม 48,524 คน อัตราตาย 0.9%
อันดับ 6-10 เป็น รัสเซีย สหราชอาณาจักร อิตาลี อาร์เจนติน่า และสเปน ติดกันหลักพันถึงหลักหมื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหราชอาณาจักรล่าสุดเพิ่มถึง 7,393 คน ถือว่าเกินเจ็ดพันต่อวันติดต่อกันเป็นวันที่สอง จำนวนติดเชื้อต่อวันและอัตราการเพิ่มในขณะนี้พอๆ กับช่วงกันยายนของปีที่แล้วที่เป็นขาขึ้นของระลอกที่สอง
แถบอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย ชิลี โบลิเวีย สเปน เนเธอร์แลนด์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ศรีลังกา ญี่ปุ่น เนปาล และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น
แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่ม ส่วนใหญ่อยู่หลักร้อย ยกเว้นยูเครน คาซักสถาน มองโกเลียที่ยังหลักพัน
แถบตะวันออกกลาง ประเทศส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน ยกเว้นอิหร่านที่หลักหมื่น
เกาหลีใต้ ไต้หวัน เวียดนาม และกัมพูชา ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ฮ่องกง และนิวซีแลนด์ ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...ดูภาพรวม จะพบว่า เพียงแค่ 5 เดือนแรกของปี 2021 จำนวนการติดเชื้อรายใหม่ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นก็มากกว่าจำนวนการติดเชื้อในปี 2020 แล้ว แสดงให้เห็นความรุนแรงของการระบาดอย่างชัดเจน
...ในปี 2020 จะพบว่าจำนวนการติดเชื้อใหม่และจำนวนคนที่เสียชีวิตในแต่ละวันนั้น ส่วนใหญ่ราว 70% มาจากทวีปอเมริกาและยุโรป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในปี 2021 นี้ลักษณะข้างต้นได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน กลายเป็นมาหนักที่ทวีปเอเชีย อเมริกาใต้ และแอฟริกา โดยการติดเชื้อใหม่และการเสียชีวิตในแต่ละวันเกิดขึ้นในกลุ่มประเทศเหล่านี้ถึงกว่า 80%
ลักษณะการระบาดของโควิด-19 เช่นนี้ ทำให้นึกถึงสมัยที่เอชไอวีระบาดหนักเมื่อหลายสิบปีก่อน และส่งผลกระทบทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประเทศยากจนและประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งมีความจำกัดด้านทรัพยากรต่างๆ ทั้งเรื่องคน เงิน ของ หยูกยา ฯลฯ และต้องผจญกับการต่อสู้โรคระบาดอย่างยาวนาน
ภาพการระบาดของโควิด-19 ที่เห็นขณะนี้น่าเป็นห่วง &amp;nbsp;
จะกำราบการระบาดของโควิด-19 ได้ หนีไม่พ้นที่จะต้องพิจารณาวางแผนรับมือในลักษณะคล้ายคลึงกับเรื่องเอชไอวี/เอดส์ เพราะเป็นโรคที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องพฤติกรรมคนและการใช้ชีวิตประจำวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่ง ตั้งวงการทำงานทั้งแบบ One-world strategy และแผนความร่วมมือระดับภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอง พิจารณาตั้งโครงสร้างและกลไกการควบคุมป้องกันและแก้ไขปัญหาโควิด-19 ระดับชาติเป็นการถาวร ภายใต้การดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีองค์ประกอบจากทุกภาคส่วน ทั้งรัฐ เอกชน ประชาสังคม และมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยที่มีผอ.ศปก.ศบค.เป็นเลขานุการ และผอ.ศูนย์ปฏิบัติการอื่นๆ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาม การบ้านที่เป็นโจทย์สำคัญสำหรับวางแผนสู้ระยะยาวคือ การพัฒนาระบบการดูแลผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้งในสถานพยาบาล และในระดับชุมชน รวมถึงการเตรียมรับมือปัญหาผู้ป่วยที่รักษาหายแล้วแต่ยังมีอาการคงค้างยาวนาน (COVID Long Hauler หรือ Chronic COVID), การพัฒนาระบบการจัดซื้อจัดหาวัคซีนทั้งสำหรับภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม, การพัฒนาระบบเฝ้าระวัง ติดตาม วิเคราะห์สถานการณ์การระบาดของโรคทั้งในระดับพื้นที่ ระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับโลก เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อรัฐบาล, และที่สำคัญมากเป็นการโจทย์ที่ท้าทายที่สุดคือ การพัฒนาแนวทางจัดการระบบเศรษฐกิจและสังคม เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแพร่เชื้อระหว่างการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน (Risk/Harm reduction) รวมถึงแนวทางการติดตามกำกับหรือบังคับใช้กฎหมายและระเบียบที่ประกาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเมินแล้ว ศึกโรคระบาดนี้ยาวนาน และจำเป็นต้องร่วมแรงร่วมใจดำเนินการทุกฝ่าย
เป็นกำลังใจให้ทุกคน
ด้วยรักและห่วงใย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105990</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีระ วรธนารัตน์, สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก, โรคเอดส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210404/image_big_606958568c035.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105745</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 09:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘นายกฯ’โชว์วิสัยทัศน์ประชุมยูเอ็นแก้ปัญหาเอดส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย.2564 - ที่สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) สหรัฐอเมริกา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ร่วมกล่าวถ้อยแถลงในการประชุมระดับสูงว่าด้วยโรคเอดส์ (High Level Meeting on HIV/AIDS) ผ่านระบบการประชุมทางไกล ว่าการประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้ทุกภาคส่วนร่วมกันติดตามและสานต่อความก้าวหน้าของการดำเนินการตามปฏิญญาทางการเมืองเรื่องเอชไอวีและเอดส์ ปี 2559 และร่วมรับรองปฏิญญาฉบับใหม่ เพื่อนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในการยุติปัญหาการแพร่ระบาดของโรคเอดส์ภายในปี 2573 พร้อมแสวงหาแนวทางใหม่ๆ เพื่อรับมือกับความท้าทายของโรคนี้ เนื่องจากในปัจจุบันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนทั่วโลกและยังส่งผลกระทบต่อกระบวนการแก้ไขปัญหาโรคเอดส์ด้วย โดยเฉพาะผู้ติดเชื้อที่ได้กลายเป็นกลุ่มคนที่มีความเปราะบางยิ่งขึ้น จนนำไปสู่การเกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ยังได้นำเสนอ 3 มุมมองของไทยที่จะเร่งรัดการดำเนินการต่างๆ ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ คือ 1. พัฒนาด้านนวัตกรรมและขยายความครอบคลุม ด้วยการให้บริการตรวจวินิจฉัยหาเชื้อเอชไอวีด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ และการจัดสรรชุดบริการป้องกันแบบผสมผสาน โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนและกลุ่มเป้าหมายหลักต่างๆ ทั้งนี้ การมีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า มีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการให้บริการที่ครอบคลุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. มีเจตจำนงทางการเมืองที่แน่วแน่ เพื่อขจัดปัญหาความเหลื่อมล้ำ การตีตรา และการเลือกปฏิบัติ ซึ่งความมร่วมมือและความเข้าใจของทุกฝ่ายมีส่วนสำคัญต่อการลดอุปสรรคของการเข้าถึงบริการป้องกัน ตรวจวินิจฉัย และรักษาการติดเชื้อ และ 3. ผลักดันการมีส่วนร่วมของสังคม เป็นหัวใจของการรับมือกับปัญหาโรคเอดส์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทุกฝ่ายควรมีส่วนร่วมในการกำหนด พัฒนานโยบาย และการให้บริการที่เกี่ยวกับโรคในทุกระดับให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงท้าย นายกฯได้เน้นย้ำว่า ไทยพร้อมจะร่วมรับรองปฏิญญาทางการเมืองเรื่องเอชไอวีและเอดส์ปี 2564 เพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมตามที่กำหนดไว้ และในปีหน้าที่ไทยจะดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหารโครงการโรคเอดส์แห่งสหประชาชาติ ยืนยันว่าจะร่วมมือกับทุกประเทศในการส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์โรคเอดส์ปี 2564 และปฏิญญาฉบับใหม่เพื่อนำไปสู่การยุติปัญหาอย่างยั่งยืนภายในปี 2573&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สำหรับการประชุม High Level Meeting on HIV/AIDS ได้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นประจำทุก 5 ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนความก้าวหน้าตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในปฏิญญาฯ และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นต่อการดำเนินการที่ผ่านมา โดยมีหัวหน้าคณะผู้แทนจากแต่ละประเทศเข้าร่วมประชุม และมีผู้นำระดับประเทศร่วมกล่าวถ้อยแถลง ซึ่งปีนี้มีกำหนดการประชุมระหว่างวันที่ 8-10 มิถุนายน 2564 ณ สำนักงานใหญ่ องค์การสหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105745</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยูเอ็น, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, สหรัฐอเมริกา, สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ, โรคเอดส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210518/image_big_60a37c4d25a43.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79919</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2020 07:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2020 07:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ผงะ!&#039;อ.สมเกียรติ&#039;เผยหมอไต้หวันเตือนโควิด-19ไม่หายขาดทำลายอวัยวะของเราเหมือนกับซาร์+เอดส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9 ต.ค.63 - ดร.สมเกียรติ โอสถสภา อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;nbsp; โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว มีเนื้อหา ดังนี้
ทีมหมอจากมหาลัยไต้หวัน&amp;nbsp; เตือนมาว่า
(๑) จากผลการผ่าร่างกาย
1. covid-19 มันคือการรวมกันของ ซาร์กับเอดส์,
&amp;nbsp;หมอหลายคนบอกว่า คนถึงแม้จะรักษาหายจากโควิดแล้ว แต่มันจะมีผลเป็นบวกอยู่อีก นี่ไม่ใช่การกลับมาเป็นใหม่ แต่เป็นเพราะมันไม่สามารถรักษาหายขาดได้ ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของโควิด
2. ภูมิต้านทานโดนทำลาย
ทั้งนี้ซาร์จะทำร้ายแค่ปอด จะไม่กระทบกับภูมิต้านทาน..
&amp;nbsp;เอดส์จะทำลายภูมิต้านทาน.
. ส่วนโควิด 19 นั้นทำลายอวัยวะของเราเหมือนกับ ซาร์+เอดส์
&amp;nbsp; เล่นหมด
3. การล้มเหลวของปอดอย่างเฉียบพลันเป็นผลทำให้คนตายของซาร์ แต่ โควิด 19 ทำให้ตายเพราะการล้มเหลวของอวัยวะหลายๆอย่าง
(๒) ศาตราจารย์ Peng Zhi Yong จากมหาลัยอู่ฮัน บอกผลจากการผ่าร่างกายว่า
1. คนที่หายจากโควิด ผลตรวจเลือดพบว่าระดับของดัชนี lymphocyte (ลิมโฟไชด์) จะไม่กลับมาเหมือนเดิม ระบบต้านทานของร่างกายจะไม่ค่อยเหมือนเดิม
2. แม้ผลตรวจของคนที่ให้กลับบ้านได้จะเป็นลบ แต่ภูมิต้านทานนั้นเสียหายไปแล้ว&amp;nbsp; มันสามารถกลับมาเป็นใหม่ได้ง่ายมาก
3. ลักษณะคล้ายๆกับไวรัสตับอักเสบบี ที่จะมีเชื้อโรคไวรัสอยู่ในร่างกายได้อย่างยาวนาน
4. ทีนี้ก็ต้องมาดูกันว่าคนที่หายจากโควิดแล้วนั้นจะสามารถแพร่เชื้อต่อไปได้อีกไหม?
(๓) หมอที่ทำและการรักษาเสนอว่า
1. ตอนนี้เราเน้นรักษาคนไข้ ที่ติดเชื้อ แต่คนที่รักษาหายแล้วนั้นอาจยังมีเชื้อไวรัสอยู่ในร่างกาย ต้องดูต่อไปและศึกษา วิจัยว่าจะแพร่เชื้อได้อีกไหม?
2. หากเป็นอย่างนี้สงครามกับโควิดก็ยังไม่จบลงง่ายๆ
เลยแนะนำว่าภายในปีนี้ถึงปีหน้าออกไปข้างนอกก็ต้องใส่หน้ากากอนามัยและอย่าไปที่คนรวมกลุ่มกันเยอะๆ รักษาระยะห่าง 2 เมตร
*****
มีรายงานวิจัยอ้างอิงจำนวนมาก เคยเอามาลงตั้งแต่โควิตระบาดใหม่ๆ คงจำได้นะครับ ช่วงมกรา ถึงเมษายน
จีนเป็นชาติที่หมอยอมเสี่ยงตายผ่าศพเพื่อตรวจผลการทำลายอวัยวะภายในอย่างละเอียด ผ่าไปสิบเอ็ดร่าง ถือเป็นอาจารย์ใหญ่ ประเทศอื่นไม่กล้าทำ
ความน่ากลัวของโควิตคือผลที่ตามมา แม้จะออกจากโรงพยาบาลแล้วก็ตาม จีนต้องเอาคนป่วยเก่ามาตรวจใหม่หลายแสนคน
มีคำแนะนำบางอย่างที่ผมขอตัดออก
ผมเกรงผลที่ตามมาของโควิตต่อประชากรโลก มีผู้ป่วยน้อยจะปลอดภัยต่อสังคมระยะยาว
ประเทศที่ผู้ป่วยโควิตมาก จะมีประชากรที่อ่อนแอ คาดคะเนอนาคตไม่ได้
รอบสองจะเข้าโจมตีหัวใจตรงๆ นี่คือผลการวิจัย ที่อ้างอิงได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79919</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของไวรัสโควิด-19, ดร.สมเกียรติ โอสถสภา, โรคซาร์ส, โรคเอดส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190626/image_big_5d12daba46c41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44987</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2019 13:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2019 13:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการจัดงานคุ้มครองสิทธิผู้ติดเชื้อHIV12ก.ย. เทิดพระเกียรติ&#039;พระองค์เจ้าโสมสวลีฯ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ย.62 - ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ นายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด นางสมศรี วัฒนไพศาล รองอัยการสูงสุด ศ.กิตติคุณ นพ.ประพันธ์ ภานุภาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย และนายธรัมพ์ ชาลีจันทร์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมกันแถลงข่าวจัด &amp;ldquo;โครงการเทิดพระเกียรติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ที่ทรงได้รับการถวายตำแหน่งทูตสันถวไมตรีของโครงการโรคเอดส์แห่งสหประชาชาติ ในการป้องกันเอชไอวีในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก : บทบาทพนักงานอัยการในการบูรณาการความร่วมมือเพื่อคุ้มครองสิทธิและขจัดการเลือกปฏิบัติที่เกี่ยวเนื่องกับเอชไอวีด้วยรูปแบบสหวิชาชีพ&amp;rdquo; ที่จะจัดขึ้นในวัน 12 ก.ย. 2562 เวลา 14.00 น. ณ อาคารศูนย์ประชุมวายุภักษ์ชั้น 4 โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเข็มชัย กล่าวว่า บทบาทสำคัญประการหนึ่งของสำนักงานอัยการสูงสุดคือการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน โดยมีสำนักงานคุ้มครองสิทธิฯ ตั้งอยู่ทั่วประเทศในสำนักงานอัยการจังหวัด การคุ้มครองสิทธิของคนติดเชื้อเอชไอวีเป็นประเด็นสำคัญทางสากล ที่องค์การสหประชาชาติมุ่งสร้างความเข้าใจว่าคนติดเชื้อไม่ใช่คนน่ารังเกียจ ไม่ใช่โรคติดต่อโดยง่าย ทุกคนควรรับรู้และเห็นใจ ซึ่งไทยได้ออกระเบียบคุ้มครอง ขจัดการเลือกปฏิบัติ ลดปริมาณคนติดเชื้อ ส่วนการบังคับใช้กฎหมายไม่ให้เกิดการเลือกปฏิบัตินั้น เจ้าหน้าที่รัฐพยายามดำเนินการมาโดยตลอด เมื่อพระองค์เจ้าโสมสวลีฯ ทรงได้รับการถวายตำแหน่งทูตสันถวไมตรีของโครงการโรคเอดส์แห่งสหประชาชาติ จึงเป็นโอกาสอันดีในการเทิดพระเกียรติ จุดประกายคุ้มครองสิทธิ ขจัดการเลือกปฏิบัติ และหาทางแก้ไขรักษาผู้ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ศ.กิตติคุณ นพ.ประพันธ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยคนติดเชื้อเอชไอวีลดลง การรักษาป้องกันดีมาก คนติดเชื้อรับยาต้านไวรัสได้ฟรี เชื้อน้อยจนแพร่ไม่ได้ หรือมีความเสี่ยงก็ต้องรีบให้ยาป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง พระองค์เจ้าโสมสวลีฯ ทรงเป็นประธานงานวันเอดส์โลกมาตลอด พระองค์ท่านทรงทราบความทุกข์ของคนติดเชื้อทั้งทางกายและใจ จึงทรงทำทุกอย่างช่วยผู้ติดเชื้อ เช่น การตั้งกองทุนลดการติดเอดส์จากแม่ตั้งครรภ์สู่ลูก ตั้งกองทุนยา ทำให้ประเทศไทยเป็นอันดับ 2 ของโลก ในการยุติการถ่ายทอดเอดส์จากแม่สู่ลูกได้สำเร็จ และมีการจ่ายยา PrEP ป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีได้ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสมศรี กล่าวว่า ที่ผ่านมากว่า 10 ปี อัยการมีบทบาทในแง่การให้ความรู้คุ้มครองสิทธิผู้ติดเชื้อเอชไอวีว่าไม่ควรถูกละเมิดสิทธิ ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการทราบ เพราะเมื่อผู้ติดเชื้อมีปัญหาจะถูกเลิกจ้างงาน อัยการก็จะชี้แจงให้ผู้ประกอบการทราบว่าการเอาคนที่เป็นเอดส์ออกจากงานไม่ถูกต้อง และไม่ควรถูกบังคับตรวจเลือดโดยเจ้าตัวไม่ยินยอม รวมถึงการคุ้มครองเด็กติดเชื้อที่ถูกรังเกียจ ซึ่งกระทบสถาบันครอบครัว โดยจากนี้จะมีการทำงานเป็นเครือข่าย ร่วมกับนายกเหล่ากาชาดทุกจังหวัดเป็นที่ปรึกษา แรงงานจังหวัด กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ประจำจังหวัด โรงพยาบาล สถานศึกษา เป็นต้น เพื่อลดการเลือกปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม สร้างความตระหนักรู้ให้คนปฏิบัติกับผู้ติดเชื้ออย่างเท่าเทียม งานวันที่ 12 ก.ย. นี้ เป็นการคิกออฟเริ่มต้น ไม่ใช่ทำงานวันเดียวจบ แต่เราทำงานต่อเนื่อง ตามยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการยุติปัญหาเอดส์ เพื่อให้ในปี พ.ศ.2573 ไทยจะไม่มีโรคเอดส์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44987</URL_LINK>
                <HASHTAG>12ก.ย., งานคุ้มครองผู้ติดเชื้อHIV, พระองค์เจ้าโสมสวลีฯ, อัยการสูงสุด, โรคเอดส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190904/image_big_5d6f5add7a00c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31516</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2019 00:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2019 00:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เชษฐ์ สไมล์บัฟฯ’พร้อมวิ่งมาราธอนเพื่อ&#039;วัดพระบาทน้ำพุ&#039;รอบ 3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังมีการแชร์ภาพของหลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี ที่กำลังออกบิณฑบาตร รับบริจาคปัจจัยเพื่อเอาไปเป็นค่าใช้จ่ายในวัดเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวี ล่าสุดทาง เชษฐ์-วรเชษฐ์ เอมเปีย อดีตมือกลองวงสไมล์บัฟฟาโล ได้โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก พร้อมออกวิ่งมาราธอนอีกครั้ง เพื่อวัดพระบาทน้ำพุ ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สามแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;มาราธอน ส่งบุญ 42ก.ม. ช่วย ผู้ป่วย วัดพระบาทน้ำพุ เป็นครั้งที่ 3 ด่วนมากครับ มีแต่คนขอมา เพราะหลายๆ คนได้พบพระอาจารย์ อลงกต ท่านออก บิณฑบาตร เหนื่อยล้ามาก จึงมีแต่คนแจ้งให้ผมรีบช่วยด่วนอีกครั้งครับ วันที่ 23 มีนาคม 62 นี้เลยครับ (สถานที่วิ่ง ชายหาด แม่รำพึง จ.ระยอง) สู้ๆ ครับ รอพวกเรานะครับ ผมสู้ครับ ช่วงนี้คิวงานวิ่งหนักมาก แต่ร่างกายและหัวใจ ผมสู้มากๆ ครับ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันวิ่ง ผมจะแจ้งเลขบัญชีจากทางวัดโดยตรง ให้ทุกท่านร่วมบุญโอนเข้าบัญชีของวัด แบบง่ายๆ โดยตรง เข้าวัดเลยครับ ระหว่างเส้นทางไม่มีการรับเงินเหมือนเดิมครับ..สาธุครับ รอนะครับ. โครงการ เล็กๆ เรียบง่ายของพวกผม ที่ทำมาโดยตลอด ลงทุนกันเองด้วยใจ และสำเร็จได้ด้วยหัวใจ จิตอาสาบริสุทธิ์โดยแท้จริง ร่วมกับหัวใจจากทุกๆท่านครับ สู้ๆ นะครับ. ปล.ผมไลฟ์สด เวลา 6.30น.-14.30น. ครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งงานนี้มีคนเข้ามาชื่นชมและให้กำลังใจหนุ่มเชษฐ์และทีมงานเป็นจำนวนมาก แต่ก็มีบางส่วนที่เข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ลบ ทำให้หนุ่มเชษฐ์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความชี้แจงอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;มาราธอน ส่งบุญ 2019 ระยะทาง 42 ก.ม. เป็นโครงการของพวกผมเองครับ เริ่มทำตั้งแต่ วันที่ 2 ม.ค. 2562 ช่วยวัดพระบาทน้ำพุ ครั้งที่ 1 ในวันที่ 2 มกราคม 2562 วิ่งที่ อ่างเก็บน้ำบางพระ จ.ชลบุรี&amp;nbsp; ช่วยวัดพระบาท น้ำพุ ครั้งที่ 2 ในวันที่16 กุมภาพันธ์ 2562 วิ่งที่ สวนสมุนไพรพระเทพ จ.ระยอง ช่วยวัดพระบาทน้ำพุ ครั้งที่ 3 นี้ ที่กำลังจะวิ่ง คือ วันที่ 23 มีนาคม 2562 วิ่งที่ หาดแม่รำพึง จ.ระยอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และอื่นๆ คือ ผมและกลุ่มจิตอาสาของพวกเรา ก็ไปช่วย สถานที่ต่างๆ เช่น ช่วยสถานเลี้ยงสุนัขจรจัด,ช่วยผู้ยากไร้ ,ช่วยผู้ป่วยติดเตียงยากไร้ , ช่วยวัดทุรกันดาน ,ช่วยเด็กบนดอย ,ช่วยโรงพยาบาล ต่างๆ , โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพส่วนตำบลต่างๆ , ช่วยส่งเสริมความเจริญ ในพื้นที่นั้นๆ และอื่นๆ ที่พวกเราทำกันมานานหลายปีแล้ว ตั้งแต่สมัยก่อนๆ ที่เรายังไม่มีเฟซบุ๊กครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และผมมีโรงทานเชษฐ์ สไมล์บัฟฟาโล เป็นจุดศูนย์กลาง มีทีมงาน ไปช่วยเหลือ ผู้ประสบภัย และสู่ผู้ยากไร้บนดอย ครับ ส่วนงานวิ่งในโครงการ มาราธอนส่งบุญ ของพวกเรานั้น จะเป็นแบบเรียบง่าย คือ ผู้ให้สู่ผู้รับเลย จะไม่มีการรับเงินบริจาคระหว่างทาง แต่จะโชว์เลขบัญชีตรง ของสถานที่นั้นๆ ที่เราช่วยเหลือครับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พวกเราออกค่าใช้จ่ายกันเอง ลงทุนกันเอง ทำด้วยหัวใจแท้จริง ใครบาดเจ็บ ก็ช่วยเหลือกันเอง บางครั้ง ก็มีพวกพี่ๆ น้องๆ และเพื่อนๆ ในเฟซบุ๊กผม ซื้อของมาให้กิน ระหว่างทางการวิ่ง ครับ และอีกครั้งนี้ ที่จะวิ่ง ผมดีใจมากๆ เมื่อทราบข่าว จากพี่ต้อม &amp;quot;เสมา ศรีใส&amp;quot; บอกว่า วันที่ &amp;nbsp;23 มีนาคมนี้ วิ่งช่วยวัด พระบาทน้ำพุ เป็นครั้งที่3 นั้น จะมี รถกู้ภัยมาช่วยให้ความสะดวก&amp;nbsp; มีรถพยาบาล พร้อมเจ้าหน้าที่ จากโรงพยาบาล เฉลิมพระเกียรติ พระเทพ (ร.พ.มาบตาพุด จ.ระยอง) ยืนยันมาช่วยพวกเราครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีรถไว้ให้ ใส่น้ำ ไว้ให้ใส่อาหาร จากของ คุณอี๊ฟ ระยองรันนิ่งคลับ ส่วนอาหารนั้น พี่ต้อม ดำเนินการ จะให้ทางบริษัท มินิกริป อยู่ อ.พนัสนิคม นำข้าวเหนียวหมูย่าง มาให้พวกเรากินกันครับ และ คุณเอ๋ ครอบครัว บ้านนางฟ้า จ.ระยอง แจ้งกับผมว่า จะนำของกิน มาให้ด้วยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ้งใจจังครับ ปลื้มใจมากๆ เลยครับ..การวิ่งของพวกเรา 42 ก.ม. วิ่งรวดเดียวครับ แต่จะไปแบบไม่รีบ เพื่อให้ทุกท่าน มีเวลาได้ดูเลขบัญชีของทางวัด และเลขโทรเข้าทางวัด ที่พวกเราจะให้เห็นตลอดเส้นทาง และทักทาย พี่ๆ น้องๆ ที่มาให้กำลังใจ ตลอดเส้นทางครับ..ขอบพระคุณทุกๆท่าน จากใจครับ ส่วนคิววิ่ง งานนอก ที่ช่วยเหลือในที่ต่างๆ นั้น เยอะแยะมากมาย หลังจากเสร็จภารกิจ งานวิ่ง *เขาค้อ มาราธอน 43.5กม. ก็ยังมีอีกหลายคิว ตามตาราง ในภาพสุดท้ายครับ..พรุ่งนี้ ก็มีคิววิ่งครับ พบกันครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอคุณภาพจากเฟซบุ๊ก วรเชษฐ์ เอมเปีย และอินเตอร์เน็ต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31516</URL_LINK>
                <HASHTAG>มือกลอง, วงสไมล์บัฟฟาโล, วัดพระบาทน้ำพุ, วิ่งมาราธอน, หลวงพ่ออลงกต, เชษฐ์ สไมล์บัฟฟาโล, โรคเอดส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190317/image_big_5c8d33b23c1c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
