<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118587</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 10:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 10:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039;ชี้ภูมิคุ้มกันหมู่ไม่สามารถใช้ได้กับโรคโควิด19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3 ต.ค.2564 ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงความเห็นเรื่องภูมิคุ้มกันหมู่ในโรคโควิด 19 ผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โควิด 19 &amp;nbsp;ความหวังภูมิคุ้มกันหมู่ herd immunity &amp;nbsp;ใน โรคโควิด 19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภูมิคุ้มกันหมู่ หมายถึง เมื่อประชากรส่วนใหญ่มีภูมิต้านทานต่อโรคติดเชื้อ จะช่วยลดการระบาด และ ปกป้องผู้ที่ยังไม่มีภูมิต้านทาน ไม่ให้เกิดการติดเชื้อได้ เช่น โรคหัด ถ้าประชากรส่วนใหญ่มีภูมิต้านทาน ไม่ว่าจะจากการฉีดวัคซีน หรือการติดเชื้อ เป็นหัดแล้ว ประชากรส่วนน้อยได้รับประโยชน์ถูกปกป้องไปด้วย ไม่ให้เกิดการระบาดของโรค แต่ภูมิคุ้มกันหมู่ไม่สามารถใช้ได้กับโรค บางโรคที่เป็นเฉพาะบุคคล เช่น บาดทะยัก ต่อให้เราฉีดวัคซีนบาดทะยักมากแค่ไหน คนที่ไม่ได้ฉีดถ้าไปโดนตะปูตำ คนอื่นที่ฉีดวัคซีนแล้วจำนวนมาก ก็ไม่สามารถจะมาปกป้องเราได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความหวังให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ สำหรับโรคโควิด 19 &amp;nbsp;ในระยะเริ่มแรกที่มีวัคซีน โดยคาดการณ์กันว่าถ้าประชากรส่วนใหญ่มีภูมิต้านทานจากการติดเชื้อ หรือได้รับวัคซีนมากกว่าร้อยละ 70 &amp;nbsp;ก็จะหยุดการระบาดของโรคได้ แต่ความเป็นจริง ภูมิคุ้มกันหมู่ ไม่สามารถใช้ได้กับโรคโควิด 19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิงคโปร์ฉีดวัคซีนแล้วกว่า 80% &amp;nbsp;โรคก็ยังระบาดอยู่ อิสราเอลก็เช่นเดียวกัน ทั้งนี้เพราะภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้น ไม่สามารถป้องกันได้อย่างสมบูรณ์ ฉีดวัคซีนแล้วก็ยังมีโอกาสติดเชื้อ และแพร่กระจายสู่ผู้อื่นได้ แต่ความรุนแรงของโรคลดน้อยลง ไวรัสเองยังเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ ที่จะหลบหลีกต่อระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้ามีภูมิต้านทานจากการติดเชื้อ หรือฉีดวัคซีน เมื่อติดเชื้อ อาการจะลดน้อยลงหรือไม่มีอาการ การติดเชื้อครั้งแรกในคนที่ไม่มีภูมิต้านทาน จะรุนแรงที่สุด และจะสร้างภูมิต้านทานป้องกันการติดเชื้อในครั้งต่อไปให้มีอาการลดน้อย และจะลดน้อยลงเรื่อยๆจนเป็นเหมือนโรคทางเดินหายใจแบบปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นสิ่งที่สำคัญทุกคนจะต้องมีภูมิต้านทาน ถึงแม้จะไม่สมบูรณ์ ภูมิต้านทานที่เกิดขึ้น เกิดได้จากการติดเชื้อหรือการได้รับวัคซีน และเมื่อมีการติดเชื้อเมื่อมีภูมิต้านทาน อาการก็จะน้อยลงหรือไม่มีอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในอนาคตการพัฒนายามาช่วยในการรักษาหรือลดอาการของโรคลงอีก ก็จะเป็นวิธีที่ช่วยเสริมลดความรุนแรงลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจะอยู่ด้วยกันกับไวรัสเช่นไวรัสทางเดินหายใจชนิดอื่น และต่อไปโรคนี้จะเป็นในเด็ก และมีอาการน้อย ไม่สามารถจะกวาดล้างให้หมดไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกคนควรได้รับวัคซีน ให้มีภูมิต้านทานเกิดขึ้น เพื่อลดความรุนแรงของโรคลง ด้วยการฉีดวัคซีนทุกคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118587</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความหวังภูมิคุ้มกันหมู่, ยง ภู่วรวรรณ, โรคโควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608f3e3a02f5b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100566</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2021 17:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2021 17:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เมืองคอน&#039;กระอักผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มขึ้นสุดพีก 55 ราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เม.ย.64 ที่ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช นายแพทย์จรัสพงษ์ &amp;nbsp;สุขกรี นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แถลงถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในจังหวัดนครศรีธรรมราช พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 55 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดที่เคยมีของจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยทั้ง 55 ราย เป็นผู้ป่วยต่อเนื่องจากเคสของอำเภอเชียรใหญ่ จำนวน 20 ราย อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช 11 ราย อำเภอเฉลิมพระเกียรติ 11 อำเภอลานสกา 5 ราย อำเภอปากพนัง 3 ราย อำเภอร่อนพิบูลย์ 2 ราย อำเภอพระพรหม 1 ราย อำเภอพรหมคีรี 1 ราย และอำเภอทุ่งสง จำนวน 1 ราย ซึ่งผู้ป่วยที่พบส่วนใหญ่เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ที่ได้มีการกักกันไว้สังเกตอาการอยู่แล้ว และในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยที่มีอายุน้อยในพื้นที่อำเภอร่อนพิบูลย์ โดยมีอายุเพียง 28 วันเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า จากการสอบสวนโรคพบว่าผู้ป่วยเกือบทุกรายที่พบเป็นผู้ที่มีการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยรายก่อนหน้านี้ ทั้งจากการพบปะพูดคุยที่ไม่สวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้า การร่วมรับประทานอาหาร &amp;nbsp;หรือการทำกิจกรรมร่วมกันเป็นระยะเวลานานโดยไม่มีการใช้มาตรการป้องกันควบคุมโรค และส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่อยู่ในครอบครัวเดียวกันที่มีการสัมผัสกันโดยตรง ซึ่งจากประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านการควบคุมโรคและด้านสาธารณสุขยืนยันว่า การติดเชื้อไม่ได้เกิดขึ้นได้ง่ายๆ แต่การป้องกันสามารถทำได้ง่าย เพียงแค่มีการป้องกันตัวเอง สวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้าทุกเมื่อต้องอยู่ร่วมกับบุคคลอื่น มีการล้างมือบ่อยๆ มีการเว้นระยะห่างทางสังคม ไม่พาตัวเองไปในพื้นที่เสี่ยง หรือหากจำเป็นต้องไปในพื้นที่เสี่ยงจริงๆ ให้เคร่งครัดตามมาตรการป้องกันควบคุมโรค รวมทั้งเมื่อกลับมาให้สังเกตอาการของตัวเองและพาตัวเองออกห่างบุคคลอันเป็นที่รัก และสมาชิกในครอบครัว จนกว่าจะมั่นใจว่าไม่มีการติดเชื้อ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100566</URL_LINK>
                <HASHTAG>.นครศรีธรรมราช, นายแพทย์จรัสพงษ์  สุขกรี, โรคโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210424/image_big_6083f37e48201.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100300</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2021 11:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2021 11:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โลตัส จับมือ SCGP เปิดรับกล่องและลังกระดาษนำไปรีไซเคิลเป็นเตียงบริจาคให้โรงพยาบาลสนามทั่วประเทศสู้โควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เมษายน 2564 นายสมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจโลตัส ประเทศไทย กล่าวว่า &amp;ldquo;ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกล่าสุด โลตัส ได้ให้การสนับสนุนหน่วยงานสาธารณสุขและชุมชนทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ด้วยการมอบน้ำดื่ม อาหารแห้ง และอุปกรณ์ที่จำเป็น อาทิ หน้ากากอนามัย ถุงมือยาง เจลแอลกอฮอล์ ให้กับหน่วยงานและชุมชนกว่า 200 แห่ง ซึ่งรวมถึงโรงพยาบาลสนาม 13 แห่ง โรงพยาบาล 33 แห่ง ด่านคัดกรองและด่านตรวจ 138 แห่ง และชุมชนใกล้เคียงสาขา เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศที่เพิ่มขึ้น ทำให้มีความกังวลเกี่ยวกับจำนวนเตียงสำหรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลสนามที่อาจไม่เพียงพอ โลตัส จึงได้ร่วมมือกับ SCGP ในการเป็นจุดรับบริจาคกล่องและลังกระดาษที่ไม่ใช้แล้ว เพื่อนำไปผลิตเป็นเตียงสนามกระดาษเอสซีจีพี มอบให้กับโรงพยาบาลสนาม โดยลูกค้าและประชาชนที่มีจิตศรัทธา สามารถนำกล่องมาบริจาคที่จุดรับของเราในไฮเปอร์มาร์เก็ตทุกสาขาทั่วประเทศ ที่ผ่านมา เราได้เปิดจุดรับกล่องและลังกระดาษเหล่านี้ เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าช่วยกันนำกล่องกระดาษไปจัดการอย่างถูกวิธี ด้วยการนำไปรีไซเคิลเพื่อสร้างประโยชน์ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน โลตัส ยินดีที่เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้ประเทศไทยสามารถผ่านวิกฤติโควิด-19 ครั้งนี้ไปได้ด้วยกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP กล่าวว่า &amp;ldquo;SCGP มีความยินดีและขอขอบคุณ โลตัส ที่ให้โอกาสได้ร่วมมือกันอีกครั้ง โดยในครั้งนี้ โลตัส จะเป็นจุดรับบริจาคกล่องที่เหลือใช้นำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลของ SCGP เพื่อผลิตเป็นเตียงสนามกระดาษเอสซีจีพี ซึ่ง SCGP ได้ออกแบบสร้างสรรค์ เตียงสนามกระดาษเอสซีจีพี (SCGP Paper Field Hospital Bed) นวัตกรรมเพื่อสังคม ที่ผลิตจากกระดาษรีไซเคิล 100% เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีขนาดเหมาะสมตามหลักการยศาสตร์ สะดวกต่อการใช้งานสอดรับกับสรีระของคนเอเชีย รองรับน้ำหนักแนวราบได้ถึง 100 กิโลกรัม มีน้ำหนักเบา ขนส่งได้สะดวก อีกทั้งยังสามารถประกอบติดตั้งได้ง่ายภายในเวลาเพียง 8 นาทีโดยไม่ต้องใช้กาว เพื่อร่วมส่งต่อความช่วยเหลือให้โรงพยาบาลสนามรองรับผู้ป่วยได้ทันสถานการณ์ ที่ผ่านมา SCGP และ โลตัส ได้ดำเนินการโครงการเพื่อสังคมร่วมกันอย่างต่อเนื่อง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความร่วมมือระหว่างกันในครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ประเทศไทยได้ก้าวผ่านสถานการณ์ที่ท้าทายนี้ไปด้วยกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลูกค้าและประชาชนที่สนใจ สามารถนำกล่องและลังกระดาษที่ไม่ใช้แล้ว มาบริจาคได้ที่จุดรับกล่อง ณ โลตัส ไฮเปอร์มาร์เก็ต ทุกสาขาทั่วประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100300</URL_LINK>
                <HASHTAG>กล่องและลังกระดาษ, รีไซเคิล, เตียงสนาม, โรคโควิด-19, โรงพยาบาลสนาม, โลตัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210422/image_big_6080fc7db903d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88761</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2021 12:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2021 12:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;ลั่นไม่มีบ่อนในกทม.</HEADLINE>
                <CONTENT>



&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ม.ค. 2564 เมื่อเวลา 11.30 น. &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึง ความร่วมมือของประชาชนต่อมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ว่า ต้องขอขอบคุณประชาชนทั่วไป ที่ช่วยกันดูแลในเรื่องนี้และให้ความร่วมมือกับทางราชการ ในการดูแลตัวเอง เพราะเราไม่อยากให้ระบาดออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าการแพร่ระบาดของเชื้อยังเป็นไปอย่างต่อเนื่องหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็ธรรมดา เพราะมีการเดินทางกันไปไหนต่อไหน เวลานี้ก็พยายามอย่าออกจากบ้าน เพื่อดูแลไม่ให้เกิดการระบาดออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าได้รับรายงานการลักลอบเข้ามาตามแนวชายแดนเพิ่มขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มีแล้วเพราะเราใช้กำลังทหารเพิ่มมากขึ้น และความจริง การดูแลเราก็ทำมานานแล้ว ซึ่งก็เกิดมาจากจังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดระยอง ที่เราจะต้องดูแลให้มากและประชาชนต้องให้ความร่วมมือกับรัฐให้มากขึ้น สำหรับเรื่องการตั้งโรงพยาบาลสนาม เวลานี้ก็เรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงการตรวจบ่อนการพนันในกทม.ที่ล่าสุด ในนายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรคระบุว่ามีผู้ติดเชื้อ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า อันนี้ไม่ทราบต้องถามนายแพทย์โอภาสดู ถ้ารู้ก็ต้องมาบอก เรื่องของบ่อนไม่มีแล้วเพราะผิดกฎหมาย และตำรวจท้องที่ต้องดูแลให้ไม่มี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88761</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ่อนกทม., พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, โรคโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210104/image_big_5ff2a35ca0b2c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86085</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2020 11:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2020 11:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯสั่งคุมเข้มป้องกันโควิด &#039;อนุทิน&#039;เตรียมลงพื้นที่เชียงราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6 ธ.ค.2563 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพิ่มมาตรการการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย หลังได้รับรายงานการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย เสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยขอให้ทุกภาคส่วนคุมเข้มในมาตรการป้องกันการลักลอบเข้าเมือง ติดติดตามตัวผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย และย้ำถึงมาตรการเพื่อเฝ้าระวังคนกลุ่มเสี่ยงสัมผัส ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ในการวางแผนเดินทางท่องเที่ยว ทั้งช่วงหยุดยาวระหว่างวันที่ 10 -13 ธ.ค. เทศกาลคริสต์มาส และเทศกาลปีใหม่ โดยคาดหวังให้ประชาชนท่องเที่ยวด้วยความสบายใจ ปลอดภัยจากโรคระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า เพื่อสร้างความมั่นใจต่อประชาชน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข เตรียมลงพื้นที่ จ.เชียงราย ในวันที่ 8 ธ.ค.นี้ เพื่อติดตามสถานการณ์ภายหลังพบผู้ติดเชื้อในประเทศ โดยจะเยี่ยมศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรค อ.แม่สาย และ ด่านพรหมแดน อ.แม่สาย สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาร์ แห่งที่ 2 &amp;nbsp;และมีกำหนดการตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของ Local Quaran Tine ณ โรงแรมแม่โขงเดลต้า ก่อนไปยังตลาดสดบ้านดู่ ซึ่งนอกจากเพื่อสร้างความมั่นใจต่อประชาชนแล้ว ยังเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างหนักในเวลานี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายกรัฐมนตรี เป็นกำลังใจเจ้าหน้าที่ให้ทุกภาคส่วนปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ และขอบคุณในความเสียสละของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจในการเดินทางท่องเที่ยวปลายปี โดยรัฐบาลเชื่อมั่นในมาตรการการเฝ้าระวังโรคโควิด-19 ของประเทศไทยที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถตรวจพบผู้ติดเชื้อและป้องกันการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ต้องขอความร่วมมือประชาชนว่าการ์ดอย่าตก การใช้ชีวิตประจำวันยังต้องสวมใส่หน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ เช่นเดียวกับสถานประกอบการต่างๆ ต้องปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการเอง&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86085</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, โรคโควิด-19, ไตรศุลี ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201110/image_big_5faaa516cb260.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78335</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 11:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 11:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยพบผู้ติดเชื้อใหม่3ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เปิดเผยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย พบผู้ป่วยรายใหม่ 3 รายในสถานที่กักตัวของรัฐ มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสมอยู่ที่ 3,514ราย ยอดสะสมของผู้ที่รักษาหายแล้ว 3,345 ราย จำนวนผู้เสียชีวิตสะสม 59 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาล 110 ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่มาจากญี่ปุ่น 2 ราย และฝรั่งเศส 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78335</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศบค., ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, แพร่ระบาด, โรคโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6acc48aa6ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66131</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2020 10:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2020 10:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนไทยรายได้-เงินออมลดฮวบ ขณะที่รายจ่าย-หนี้สินพุ่ง ช่วงโควิด19ระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค. 2563 การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นภาคการท่องเที่ยว บริการ และธุรกิจต่าง ๆ ในขณะที่ประชาชนเองก็ต้องเผชิญกับภาวะวิกฤต โดนเลิกจ้าง ขาดรายได้ แต่รายจ่ายและหนี้สินยังคงมีอยู่ทุกวัน เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน &amp;ldquo;สวนดุสิตโพล&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ กรณี &amp;ldquo;รายได้-รายจ่าย-หนี้สิน-เงินออม&amp;rdquo; ของคนไทยยุคโควิด-19 จำนวนทั้งสิ้น 1,125 คน (สำรวจทางออนไลน์) ระหว่างวันที่ 12-15 พฤษภาคม 2563 สรุปผลได้ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. &amp;ldquo;รายได้ &amp;ndash; หนี้สิน &amp;ndash; เงินออม&amp;rdquo; ของประชาชน เมื่อเปรียบเทียบช่วงเวลาก่อนโควิด-19 ระบาด กับ ณ วันนี้ &amp;nbsp;
ข้อ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพรวม
1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายได้ประจำ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลดลง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;25.16%
2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายได้พิเศษ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลดลง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;35.38%
3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เงินออม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลดลง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;27.91%
4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนี้สิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;25.07%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. &amp;nbsp;&amp;ldquo;5 รายจ่าย&amp;rdquo; ที่เพิ่มขึ้น คือ&amp;nbsp;
อันดับ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายจ่าย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพรวม
1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ค่าน้ำ-ค่าไฟ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;68.53%
2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โทรศัพท์มือถือ /อินเตอร์เน็ต&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;44.89%
3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาหารและเครื่องดื่ม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;40.27%
4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยารักษาโรค/ค่ารักษาพยาบาล/ดูแลสุขภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;20.18%
5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริจาค ทำบุญ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;14.22%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. &amp;nbsp;&amp;ldquo;5 รายจ่าย&amp;rdquo; ที่ลดลง คือ&amp;nbsp;
อันดับ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายจ่าย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพรวม
1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ค่าเดินทาง ค่ารถ ค่าเรือ /น้ำมัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลดลง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;60.62%
2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลดลง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;42.31%
3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่องเที่ยว พักผ่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลดลง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;41.51%
4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสี่ยงโชค ล็อตเตอรี่ หวย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลดลง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;38.67%
5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครื่องประดับ /น้ำหอม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลดลง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;34.31%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; *หมายเหตุ &amp;nbsp; ผู้ตอบสามารถระบุความคิดเห็นได้มากกว่า 1 เรื่อง (ค่าร้อยละจึงคำนวณในแต่ละข้อ) &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สวนดุสิตโพล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66131</URL_LINK>
                <HASHTAG>รายได้, สวนดุสิตโพล, หนี้สิน, เงินออม, โรคโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200517/image_big_5ec0ad8211426.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
