<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 20:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3 อ. ห่างไกลโรคความดันโลหิตสูง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โรคความดันโลหิตสูง ได้ชื่อว่าเป็นเพชฌฆาตแห่งความเงียบ เนื่องจากส่วนใหญ่มักไม่มีอาการหรืออาการแสดงให้เห็น แต่มักตรวจพบโดยบังเอิญ ในกรณีที่มีความดันโลหิตสูงมากผู้ป่วยอาจจะมีอาการมึนบริเวณท้ายทอย วิงเวียนศีรษะหรือมีอาการแน่นหน้าอก คลื่นไส้ อาเจียน ผู้มีความดันโลหิตสูงเรื้อรังที่ไม่สามารถควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติเป็นระยะเวลานานอาจส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่ออวัยวะสำคัญ เช่น กล้ามเนื้อหัวใจหนาตัว หลอดเลือดแดงแข็ง จอประสาทตาเสื่อม ไตเสื่อม โรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายอย่างยิ่ง&amp;nbsp; เสี่ยงต่อการเกิดอัมพาต โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ไตวายและโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบตัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หากมีภาวะความดันโลหิตสูงนานๆไม่ได้รับการรักษาอย่างสม่ำเสมอและถูกต้องเหมาะสม หัวใจต้องทำงานหนักมากขึ้น กล้ามเนื้อของหัวใจจะหนาขึ้น หัวใจจะโตขึ้น อาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดห้องบนเต้นพริ้ว (Atrial Fibrillation) หรือเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้ ดังนั้นเราควรให้ความสำคัญกับการเกิดภาวะความดันโลหิตสูง การป้องกันและการรักษา เพื่อที่จะสามารถชะลอการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.เอนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคความดันโลหิตสูง เป็นภาวะโรคที่ตรวจพบว่าค่าความดันโลหิตอยู่ในระดับที่สูงกว่าปกติ คือ มีค่าความดันตัวบน (systolic: ค่าความดันเลือดในขณะที่หลอดเลือดหัวใจบีบตัว) สูงกว่า 140 มิลลิเมตรปรอท และความดันตัวล่าง (diastolic : ค่าความดันเลือดในขณะที่หลอดเลือดหัวใจคลายตัว) สูงกว่า 90 มิลลิเมตรปรอท ความดันโลหิตสูงมักจะพบร่วมกับปัจจัยเสี่ยงอื่นๆของกลุ่มอาการผิดปกติทางเมตาบอลิซึม เช่น ไขมันในเลือดสูงหรือระดับน้ำตาลในเลือดสูง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น ขาดการออกกำลังกาย โรคอ้วน มีภาวะเครียดเรื้อรัง ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ รับประทานอาหารที่มีรสเค็มจัดเป็นประจำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อีกทั้ง โรคความดันโลหิตสูงอาจมีสาเหตุมาจากภาวะไตวาย เนื้องอกของต่อมหมวกไต โรคของต่อมไทรอยด์หรือต่อมพาราไทรอยด์ โรคทางเดินหายใจถูกอุดกลั้นขณะนอนหลับหรือการใช้ฮอร์โมนบางชนิด ในการรักษาผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงควรมีการประเมินความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ และผลกระทบต่ออวัยวะต่างๆที่เป็นผลมาจากความดันโลหิตสูงเป็นระยะเวลานาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น กล้ามเนื้อหัวใจหนา ภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง ไตเสื่อมหรือมีโปรตีนรั่วในปัสสาวะ และจอประสาทตาเสื่อมจากความดันโลหิตสูง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดังนั้นเพื่อป้องกันการเกิดโรคความดันโลหิตสูงเราควรดูแลตนเอง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้เหมาะสม โดยการใส่ใจ 3 อ. คือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1) อ.อาหาร กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพหรือ DASH Diet (Dietary Approaches to Stop Hypertension Diet) คือ ลดการบริโภคอาหารที่มีเกลือโซเดียม ไขมันอิ่มตัว ไขมันรวมและคอเรสเตอรอลลง และเพิ่มการรับประทานที่มีใยอาหาร โปรตีน แคลเซียม แร่ธาตุต่างๆอย่างโปแตสเซียมและแมกนีเซียม ได้แก่ ผัก ถั่ว ผลไม้ ธัญพืชที่ไม่ผ่านกระบวนการขัดสี (Whole Grains) ปลา ไขมันไม่อิ่มตัว และลดการบริโภคเนื้อแดง งดการรับประทานน้ำหวานและน้ำอัดลม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2) อ.ออกกำลังกาย ลดเวลานั่ง เพิ่มเวลายืน ยืดเวลาเดิน ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ให้หัวใจ ปอด ระบบหมุนเวียนโลหิตแข็งแรง ควบคุมน้ำหนักตัว และควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 3-5 ครั้ง/สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3) อ.อารมณ์ ทำอารมณ์ให้แจ่มใส ไม่เครียด นอกจากนี้ควรงดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ฉะนั้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หันมาใส่ใจสุขภาพ รู้จักออกกำลังกายให้เหมาะสม และรู้จักเสริม สร้างสุขภาพจิตที่ดีเป็นหนทางสู่การมีสุขภาพดี ย่อมช่วยให้ตัวเราห่างไกลจากโรคความดันโลหิตสูงได้เช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114773</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 อ., 3 อ. ห่างไกลโรค, Atrial Fibrillation, DASH Diet, Dietary Approaches to Stop Hypertension Diet, กรมการแพทย์, กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ, ขาดการออกกำลังกาย, นพ.เอนก กนกศิลป์, น้ำตาลในเลือดสูง, ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต, ภาวะหัวใจล้มเหลว, สถาบันโรคทรวงอก, หัวใจเต้นผิดจังหวะ, อ.ออกกำลังกาย, อ.อารมณ์, อ.อาหาร, โรคความดันโลหิตสูง, โรคอ้วน, โรคไขมันในเลือดสูง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_6128e831d2d15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14385</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การออกกำลัง...สำหรับคนมีโรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อายุมากขึ้น เรื่องที่ตามมาคือการมีโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน เป็นต้น การป้องกันทำได้โดยควบคุมและรักษาโรคดังกล่าวข้างต้น และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะพบว่าการออกกำลังกายนอกจากช่วยให้ร่างกายโดยรวมแข็งแรงแล้ว ยังสามารถลดอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ตีบตันได้ด้วย ซึ่งวิธีการออกกำลังกายที่เหมาะสมโดยทั่วไป ควรออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละไม่ต่ำกว่า 20 นาที เลือกออกกำลังกายแบบใดก็ได้ ขอให้เป็นการออกกำลังที่มีการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกายตลอดเวลา เช่น เดิน วิ่ง ว่ายน้ำ เป็นต้น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14385</URL_LINK>
                <HASHTAG>เล็กๆน้อยๆ, โรคความดันโลหิตสูง, โรคหลอดเลือดหัวใจ, โรคเบาหวาน, โรคไขมันในเลือดสูง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a3767e7341e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11691</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อยากอายุยืน...เน้นป้องกันโรคแต่เนิ่นๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ยุคนี้หลายคนให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น เกิดเป็นกระแสเมกะเทรนด์ของคนยุคใหม่ที่ใส่ใจรักสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ กระแสอาหารคลีน, การออกกำลังกายในรูปแบบใหม่ๆ หรือการตรวจสุขภาพในโปรแกรมต่างๆ แต่มีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังคงใช้ชีวิตแบบประมาท ฉลองหรือคลายเครียดด้วยอาหารที่ไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ อีกทั้งมีความเชื่อว่ายังอายุน้อย มีเวลาอีกมาก ยังไม่ต้องป้องกันดูแลสุขภาพตั้งแต่เนิ่นๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(นพ.ตนุพล วิรุฬหการุญ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก จำกัด เปิดเผยว่า &amp;ldquo;ปัจจุบันการรักษาสุขภาพส่วนใหญ่จะเป็นไปในรูปแบบ Conventional Medicine คือการรอจนป่วยแล้วจึงมารักษา หรือการรักษาที่ปลายเหตุ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา BDMS ในฐานะผู้นำเครือข่ายการแพทย์ ได้เล็งเห็นความสำคัญของคุณภาพชีวิตของผู้คนเป็นอันดับหนึ่ง จึงเกิดแนวคิดที่จะเปลี่ยนวิถีในการรักษาให้เป็นการป้องกัน เพราะเชื่อว่า &amp;lsquo;การป้องกันคือการรักษาที่ดีที่สุด (Prevention is the Key)&amp;rsquo; BDMS จึงเปิด BDMS Wellness Clinic - ศูนย์ความเป็นเลิศของการมีสุขภาพดี ที่เน้นให้บริการทางการแพทย์ด้วยวิธี Preventive Medicine หรือการป้องกันก่อนที่จะเจ็บป่วย เพื่อชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ และป้องกันความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคต่างๆ โดย BDMS Wellness Clinic เปิดให้เข้าชมครั้งแรกในงาน BDMS Wellness Clinic Private Sneak Preview โดยเปิดให้ชมทั้งหมด 2 คลินิก ได้แก่ Regenerative Clinic และ Musculoskeletal and Sports Clinic&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในอดีตอัตราการเสียชีวิตของประชากรมาจากโรคติดเชื้อ แต่ในปัจจุบันการแพทย์และยาปฏิชีวนะได้พัฒนาก้าวไกล อัตราผู้เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อจึงลดลง ทว่าอัตราการเสียชีวิตของประชากรมาจากโรคประเภท NCD (Non-Communicable Diseases) หรือกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังกลับเพิ่มสูงขึ้นถึงกว่า 80% เลยทีเดียว สำหรับ &amp;ldquo;โรคในกลุ่ม NCD&amp;rdquo; หลักๆ แล้วมีอยู่ 5 โรคที่พบมากในหมู่คนไทย ได้แก่ โรคเบาหวาน, โรคความดัน, โรคไขมันในเลือดสูง, โรคอ้วนและโรคมะเร็ง ซึ่งล้วนเกิดจากความเครียด ต้นเหตุของโรคมาจากตนเองทั้งสิ้น เช่น ถ้าวันนี้เรามีเรื่องน่ายินดี อยากฉลอง เราก็ไปทานของที่มักจะไม่มีประโยชน์ ซึ่งเป็นการทำร้ายสุขภาพตนเอง แต่ถ้าเราเครียด เราก็ทานอีก โดยน้ำตาลและความเค็มถือเป็นสารดับเครียดชนิดถูก หมอไม่ได้จะบอกว่าห้ามกินอะไรเลย เพราะเป็นไปไม่ได้ แต่อยากให้ตระหนักถึงสิ่งที่นำเข้าร่างกายและมีสติอยู่เสมอ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ &amp;ldquo;BDMS Wellness Clinic&amp;rdquo; ชูหลักการของการมีสุขภาพดี มาจากการป้องกันตัวและรู้จักรักตัวเอง โดยในปัจจุบันมีนวัตกรรมทางการแพทย์ที่สามารถตรวจสอบหาสาเหตุ เพื่อหาวิธีป้องกันและแนวทางการรักษาสุขภาพเฉพาะบุคคลได้ละเอียดและลงลึกยิ่งขึ้น ซึ่ง BDMS Wellness Clinic มีอุปกรณ์ที่ทันสมัย สามารถมอบให้บริการทางการแพทย์ให้แก่ผู้ที่ดูแลสุขภาพตนเองแล้วในระดับหนึ่ง แต่ต้องการตรวจวิเคราะห์หาทางป้องกันเฉพาะบุคคลอย่างละเอียด รวมถึงให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดูแลและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ด้วยการระดมเครือข่ายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลในเครือกรุงเทพดุสิตเวชการ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ศ.นพ.จีรี ดโวชัค)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ศ.นพ.จีรี ดโวชัค แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกล้ามเนื้อและประสาทวิทยาระดับโลก ฯลฯ ที่ดำรงตำแหน่งแพทย์ที่ปรึกษาประจำแผนกระบบกล้ามเนื้อและกระดูก และเวชศาสตร์การกีฬา จาก &amp;ldquo;BDMS Wellness Clinic&amp;rdquo; กล่าวว่า &amp;ldquo;BDMS Wellness Clinic&amp;rdquo; ยังมีพื้นฐานบนความเชื่อที่ว่า &amp;ldquo;Movement is your medicine&amp;rdquo; การออกกำลังกายมีความสำคัญ ถือเป็นการรักษาที่มีประสิทธิผลมาก และประชากรกว่าครึ่งในสหภาพยุโรปไม่เคยออกกำลังกายเลย และมีจำนวนเพียง 1 ใน 3 เท่านั้นที่ออกกำลังกายเป็นประจำ จากสถิติพบว่า ชายอายุ 70 ปีที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอมีสุขภาพแข็งแรงเทียบเท่ากับชายอายุ 30 ปีที่ไม่เคยออกกำลังกายเลย จะเห็นได้ว่าตัวเลขอายุไม่ใช่การบอกว่าคนคนนั้นจะเป็นคนหนุ่มหรือแก่ ดังนั้นไม่สายเกินไปที่คนอายุ 30 ปีขึ้นไปจะหันมาออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีในอนาคต เพราะออกกำลังกายเพียงวันละ 15 นาที สามารถเพิ่มอายุขัยเฉลี่ยได้อีกถึง 3 ปี&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11691</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, บริษัท บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก จำกัด, อาหารคลีน, โรคความดัน, โรคมะเร็ง, โรคอ้วน, โรคเบาหวาน, โรคไขมันในเลือดสูง, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180619/image_big_5b28ff3564a1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
