<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115593</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2021 13:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2021 13:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เติ้ล-นิวนิว’เปิดใจหลังรีเทิร์นรัก เคลียร์ประเด็นสร้างกระแสหวังงาน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เติ้ล-ธนพล นิ่มทัยสุข ขอควงหวานใจ &amp;ldquo;นิวนิว เอวเด้ง&amp;rdquo; เคลียร์ชัดเดี๋ยวรักเดี๋ยวเลิก เรื่องจริงหรือว่าหิวแสง แล้วเหตุการณ์ในวันนั้นมันเกิดอะไรขึ้น หรือว่าเติ้ลจะกลับไปติดเหล้าอีกครั้ง? พร้อมเผยเรื่องราวเส้นทางความรักจับมือฝ่าฟันชีวิตคู่ ฝ่ายชายติดเหล้า ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ไบโพลาร์ ถึงขนาดฝ่ายหญิงต้องเช็ดอุจาระและปัสสาวะให้ โดยทั้งคู่มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง วัน31&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีข่าวว่าเลิกกัน เพราะนิวนิวไปโพสต์รูปเติ้ลบอกว่านั่งอยู่หน้าตู้เย็นเหมือนคนเมาอีกแล้ว ภาพที่เห็นรับไม่ได้ พี่เติ้ลกลับไปกินเหล้าหน้าตู้เย็นอีกแล้ว เหตุการณ์วันนั้นเกิดอะไรขึ้น?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวนิว : ตอนแรกเราไปดูธุรกิจที่ชัยภูมิประมาณ 2 เดือน แล้วเราก็คุยกันว่าโอเคที่รักเดี๋ยวเรากลับมาบ้าน ต่างคนต่างไปดูบ้านกัน หนูดูบ้านหนูแล้วเขาก็แยกกลับบ้านไป แล้วประมาณ 2 วัน บ่าย3 เขาโทรมาว่า เดี๋ยวพี่เข้าไปรับนะ เดี๋ยวเราไปชัยภูมิกัน หนูก็แต่งตัว เก็บของรอถึงประมาณ 3 ทุ่ม ก็ไม่มีติดต่อเข้ามา โทรไปก็ไม่รับโทรศัพท์ ติดต่อไม่ได้ โทรเป็น 100 สาย รับแล้วบอกว่าพี่หลับอยู่ หนูก็เลยถามว่าพี่หลับหรือว่าพี่เมา หนูก็โมโหแล้ว หนูรอตั้งแต่บ่าย3 ทำไมพี่ไม่มา พี่โกหกใช่ไหม งั้นไม่ต้องวาง เขาเอารถหนูไปซ่อม หนูก็เดินจากบ้านหนูไปบ้านเขา แล้วไปกดกริ่งเรียกเขา เขาก็ไม่เปิด หนูก็เลยปีนเข้าไป แล้วหนูก็ไปเคาะหน้าบ้าน ส่องเขาก็เห็นนั่งอยู่หน้าตู้เย็นที่ที่เคยนั่ง แล้วหนูก็รู้สึกโมโหมาก หนูก็เลยเดินอ้อมไปข้างบ้าน แล้วเตะกระจกนิรภัยเขาแตกครั้งเดียวเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราก็มุดกระจกเข้าไป ภาพที่เห็นวันนั้นเป็นยังไงบ้าง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวนิว : เขานั่งอยู่ เราก็บอกว่าเปิดประตูอีกไหม ถ้าไม่เปิดหนูเตะอีกนะ เขาก็เลยเปิด หนูก็เลยค้นหาว่ากินอะไรบ้าง แต่ก็ไม่เจอ หนูก็เลยถามพี่กินอะไรเข้าไปทำไมสภาพเป็นแบบนี้ เขาบอกหนูว่าเขาง่วงนอน เขากินยาประจำตัวเขาที่เขาเป็นโรค พอกินเข้าไปมันก็รู้สึกมึนๆ คลายเครียดก็จะทำให้หลับไปอะไรประมาณนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เติ้ลเล่าให้ฟังสิ วันนั้นมันเกิดอะไรขึ้น?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เติ้ล : วันนั้น 2 วันแล้วเรากลับมา ก็เหมือนกันต่างคนต่างแยกย้ายกันไปดูบ้าน ผมทำงานบ้าน จัดบ้าน ทำความสะอาดบ้านเรียบร้อยก็ง่วง นั่งดูหน้าทีวีรู้สึกง่วงก็กินยาคลายเครียด ต้องบอกก่อนว่าแต่ก่อนผมเคยกิน แต่ผมเลิก เพราะผมคิดว่าสมองส่วนกลางผมถูกทำลาย ก็หาคุณหมอบอกว่าจะไม่ใช้อีกแล้ว จะใช้การออกกำลังกายเป็นการรักษา หลังจากวันนั้นกลับมารู้สึกว่าง่วงนอนก็เลยกินสักหน่อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมวันนั้นถึงอยากกิน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เติ้ล : อยากนอน กินให้ช่วยหลับ มันมีสภาวะความเครียดหลายๆ เรื่องเข้ามาในตัว แล้วเราอยากชัตดาวน์ด้วย อยากพักผ่อน ด้วย 0.5 มิลิกรัม ปริมาณมันนิดเดียวก็เลยกินเข้าไป 4 โมงเราก็หลับไป เราก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์แล้วล่ะ แต่ก็วางไม่สนใจ จนตัดสินใจรับแล้วพูดว่าหลับอยู่ มึงอยู่ไหน อยู่บ้าน มึงทำอะไร นอน เขาก็เริ่มที่จะมีอารมณ์ นอนพี่นอนอยู่จริงๆ เขาบอกไม่ต้องวางเดี๋ยวไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมต้องไปนั่งหน้าตู้เย็น?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เติ้ล : มันมีหลายเหตุการณ์ แต่ก่อนเราเคยมีแม่บ้าน เราอยากได้อะไรก็เรียกเขา พอวันนึงไม่มีเขาอยู่ เหลือแต่เติ้ลละ เติ้ลก็เลยต้องนั่งข้างตู้อยากกินอะไรก็หันไปหยิบ แล้วมันเหมือนเป็นเซฟโซน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนั้นเมาไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เติ้ล : ไม่เมา ผมสาบานได้เลยตั้งแต่วันที่ผมมาออกรายการวันนั้น ตั้งแต่เข้าโรงพยาบาลผมไม่เคยแตะแอลกอฮอล์อีกเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แสดงว่าวันนั้นที่นั่งอยู่หน้าตู้เพราะว่ายา?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เติ้ล : ยา แล้วง่วง เมายาง่วงหลับ ใครมาพูดอะไรก็ครับ ง่วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวนิวมาเห็นปุ๊บความรู้สึกตอนนั้นเป็นยังไง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวนิว : ตอนแรกมาด้วยความเป็นห่วง แล้วก็พอเห็นเนี่ยใจนึงหนูโมโหเลยว่า ไหนเราสัญญากันแล้วว่าพี่จะไม่มานั่งตรงนี้อีก กว่าหนูจะเอาพี่ออกจากตรงนี้ได้หนูใช้เวลานานมาก คือแต่ก่อนตอนที่เขาเป็นซึมเศร้า เป็นไบโพลาร์ เขาจะอยู่ตรงนี้ นั่งตรงนี้หลายปีมาก หนูเป็นเพื่อนบ้านใช่ไหม หนูบอกพี่เราไปห้างกันไปม เขาบอกไม่ไป ไปเจอคนไหม ไม่ไป ไม่อยากเจอคน ไม่อยากสังคม ไม่เอาอะไรเลย จนหนูค่อยๆ พยายามทำทุกอย่าง พาเขาไปเที่ยว พาเขาออกมาจากตรงนั้น เพื่อให้จิตใจเขาดีขึ้น แล้วเราสัญญากันไว้ว่าเราจะไม่กลับไปตรงนี้อีก แล้วเขาก็สัญญากับหนูว่าพี่จะไม่กลับไปนั่งตรงนั้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วเราเห็นภาพเขานั่งตรงนั้น เลิกเลยเหรอ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวนิว : โมโห ก็เตะกระจกนิรภัยเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เติ้ล : ยังไม่เตะกระจกนิรภัย เริ่มจากประตูก่อน ประตูนิรภัยมันมีโครงเหล็กก็เตะไปเถอะยังไงก็ไม่แตก สักพักเสียงหายไป มันอ้อมไปข้างหลังเป็นห้องครัวมีแต่กระจกละ ก็คงไม่แตกหรอก แต่สักพักได้ยินเสียงดังเหมือนกระจกแตก เอาแล้ว คือตอนนั้นใจผมร่วงเลย ไม่ได้ห่วงกระจก ห่วงตัวว่าตัวจะขาด ขาด้วย แล้วกระจกที่มันแตก มันไม่ได้แตกเป็นทรงตรง มันแตกเป็นทรงตัวเอส พอตื่นเช้ามาเราก็มาสังเกตว่ามันออกยังไงวะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วสรุปวันนั้นได้เลิกกันหรือเปล่า?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวนิว : ยังๆ ไม่ได้คุยกัน เพราะเขาคุยไม่รู้เรื่องแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตื่นมาตอนเช้าคุยรู้เรื่องไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวนิว : ตอนเช้าตื่นขึ้นมา หลังจากนอนดมเท้าเขาไป ก็ตื่นขึ้นมา แล้วก็นั่งถามว่าพี่จะเลิกไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เติ้ล : ตกลงพี่จะเลิกไหม ผมก็งัวเงียๆ ละ...หายไปไหนแล้ว จริงๆ ผมอยากจะตอบว่าห่างๆ กันไปก่อนก็ได้ ต่างคนต่างกลับบ้านไปก่อน ไปตั้งสติกันก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วเขาไปเลย แล้วคิดว่าวันนั้นเลิกแล้ว?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เติ้ล : ครับ เลิกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วเช้าวันนั้นก็มีคอมเมนต์นึงบอกว่าเป็นพยาบาลที่ดูแลเติ้ลมา 10 กว่าปี ออกมาบอกว่านิวชี้หน้าด่าเติ้ล ทำลายของ บอกป้าข้างบ้านจะนอนก็ไม่สนใจ จะเข้าบ้านให้ได้ กดกริ่งเสียงดังหลายครั้ง ถีบประตู ไม่ให้เกียรติเติ้ลเลย นิวนิวอันนี้ใครเขียน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวนิว : อันนี้หนูไม่อยากพูดถึงเขา เพราะหนูคิดว่าเขาพูดเกินจริง ถ้าสมมติหนูแย่ขนาดนั้น วันนี้พี่เติ้ลจะมาหาหนูไหม หนูเตะกระจกบ้านเขาจริง อันนี้หนูยอมรับ แล้วหนูก็ให้คนไปซ่อมให้ด้วย แต่ว่าเรื่องราวมากกว่านั้นที่เขาว่าหนูนิสัยแย่ ตรงนั้นเราไม่ขอพูดดีกว่า ถ้าหนูแย่ขนาดนั้นพี่เติ้ลคงไม่มาเคาะประตูบ้านหนูขอข้าวกิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เติ้ล : อาจจะไม่ถึงขนาดนั้น แต่อาจจะมีดีเทล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนั้นที่เห็นพี่เติ้ลพูดจาไม่รู้เรื่อง ตอนนั้นแว้บแรกเลยคิดว่าเขากินเหล้า?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวนิว : หนูคิดว่าเขาไม่กินยาเกินขนาดก็กินเหล้า แล้วอีกอย่างที่โกรธมากคือทำไมกลับไปนั่งหน้าตู้เย็น คือเราสัญญากันไว้แล้ว ไม่มีใครรู้หรอกว่ากว่าหนูจะเอาเขาออกมาจากตรงนั้นได้มันใช้ความพยายามและความใจเย็นมากแค่ไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนที่เราจะเจอน้อง ตอนที่เรายังป่วยอยู่ เรานั่งหน้าตู้เย็นเหรอ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เติ้ล : นั่งครับ ความรู้สึกมันเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย มันไม่ต้องไปไหน ไม่ต้องทำอะไร เราอยากจะกินอะไร เราอยากจะได้อะไร คือตรงนั้นเป็นมุมที่มองได้ทั้งบ้าน ดูทีวีก็ได้ กินน้ำ สมัยที่ดื่มก็ดื่มตรงนั้น เอื้อมไปอีกหน่อยน้ำแข็งมาแล้ว เปิดอีกตู้นึงก็น้ำ ทุกอย่างอยู่ในแอเรียนั้นหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนที่เติ้ลปรึกษาคุณหมอได้บอกอาการเหล่านี้กับคุณหมอไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เติ้ล : บอกครับ คุณหมอก็บอกว่าต้องออกมาข้างนอก อย่างที่น้องบอก นั่นคือวิธีการรักษา การบำบัดก็คือการออกมาเจอคน ออกมาพูดคุยบ้าง คือตอนนั้นผมไม่อยากออกไปไหนเลย ไม่อยากทำอะไรเลย อยากอยู่นิ่งๆ นั่งตรงนั้นได้เป็น 2-3 วันก็ทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เติ้ลก็มาจากพื้นฐานที่คุณพ่อ คุณแม่ก็มีเงิน แล้วก็ประสบความสำเร็จในชีวิตประมาณนึงเลย จริงๆ แล้วที่ทบทวนชีวิตมาทั้งหมดคิดว่ามันเกิดจากอะไร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เติ้ล : เขาบอกว่าโรคนี้มันเกิดจากความผิดหวังครั้งนึงในชีวิตที่เราอาจจะจดจำและไม่ได้จดจำ ผมว่ามันอาจจะเกิดจากตรงนั้นที่ผมเคยมีคดี เคยมีเรื่องราวตรงนั้นมา จนทำให้มันกลายเป็นความคิดวนลูบว่าเรากลับมานั่งตรงนี้อีกแล้ว เหตุการณ์เก่าๆ มันก็กลับเข้ามา พอกลับเข้ามามันก็เป็นเหมือนเดิม คิดเหมือนเดิม ทำเหมือนเดิม ทุกอย่างเหมือนเดิม เพียงแค่ไม่ได้กลับไปทำอย่างที่สัญญาเหมือนเดิม มันก็เลยดิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นอย่างนี้มานานหรือยัง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เติ้ล : 2 ปีกว่าครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนเริ่มคบนิวนิวรู้ใช่ไหมว่าเติ้ลเป็นแบบนี้?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เติ้ล : รู้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วตอนนั้นนิวนิวทำยังไงบ้าง เราไปหาข้อมูลมาจากไหนจะทำให้ผู้ชายคนนี้ดีขึ้น?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวนิว : เคยเป็นมาก่อน คือหนูผ่านมรสุมชีวิตมาคล้ายๆ ของเขา แต่คราวนี้หนูพาตัวเองไปหาหมอจิตเวช แล้วได้ยามาทาน คราวนี้เราทำยังไงก็ได้เพื่อแอคทีฟตัวเอง ไปนู่น ไปนี่ พยายามไม่นอนอยู่กับที่ หนูก็เลยรู้ว่าต้องทำยังไงก็ได้ให้ผู้ชายคนนี้ ที่ตอนนั้นเป็นเพื่อนบ้านกันนะคะ ทำยังไงก็ได้ให้เขาออกจากบ้าน เป็นลุงข้างบ้าน ก็เรียกเขาลุง ลุงออกไปเถอะ เดี๋ยวหนูพาไปกินข้าว เขาไม่ไป กลัวคน กลัวหมดทุกอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวนิววันนั้นเราโพสต์เฟซบุ๊ก พอโพสต์เสร็จเป็นไงบ้าง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวนิว : ตอนแรกที่หนูโพสต์ไปหนูไม่ได้คิดว่ามันจะเกิดผลว่าคนมาว่าเขาว่าดื่มเหล้าอีกหรือเปล่า หนูแค่โพสต์เตือนสติเขา เผื่อเขามาเห็นโพสต์หนู ทำไมคุณกลับไปนั่งตรงนั้นอีก ออกมาตั้งไกลแล้ว ของหนูมันมีแค่นี้จริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แสดงว่าวันนั้นโพสต์เพราะความผิดหวัง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวนิว : ใช่ ด้วยอารมณ์ด้วย แต่หนูโพสต์แป๊บเดียว แล้วหนูก็ลบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอเห็นน้องโพสต์แบบนั้นรู้สึกยังไง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เติ้ล : ก็โกรธแหละครับ แต่เข้าใจเขานะครับ ใครมาเห็นอย่างนั้นแล้วก็ต้องเข้าใจว่ากลับไปอีกแล้วเหรอ ทั้งๆ ที่เราอุส่าห์ดึงออกมาถึงขนาดนี้แล้วยังกลับเข้าไปอีก ผมไม่ได้โกรธเขาเลยนะ ทุกวันที่ห่างกันก็ยังคิดถึงเขาเหมือนเดิม แต่ด้วยความที่ถ้าเราโทรไปแล้วเขายังอารมณ์แรงอยู่ เลยไม่กล้า แต่ก็ส่งข้อความไป เขาก็ตอบบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวนิว : คิดถึงก็ไม่ยอมบอกว่าคิดถึง จริงๆ หนูรู้จักนิสัยเขาว่าถ้าเขาใจเย็นแล้ว เขาคิดอะไรได้ เขาคงอะไรมาสักอย่าง เดี๋ยวก็ส่งรูปนาฬิกามา เดี๋ยวก็เอารถมาคืน เดี๋ยวก็นู่น เดี๋ยวก็นี่ หนูบอกเขาตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าหนูไม่เคยโกรธอะไรเขาเลย แล้วหนูก็ต้องขอโทษด้วยถ้าสมมติว่าทำอะไรให้พี่ไม่พอใจ หรือว่าแฟนคลับพี่ พ่อ-แม่พี่ อะไรอย่างนี้ไม่พอใจหนู หนูขอโทษเขาไว้ก่อนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาตามง้อแบบนี้ ทำไมนิวนิวถึงกลับไปตามง้อที่บอกว่าต้องแอบ รปภ.เข้าบ้าน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวนิว : คือตอนแรกเขาโกรธหนู เราไม่ได้คุยกันประมาณอาทิตย์นึง แล้วตอนนั้นหนูพยายามจะง้อเขาก็เลยขับรถเข้าหมู่บ้าน แต่ รปภ.ไม่ให้หนูเข้า เขาบอกว่าคุณเติ้ลสั่งไว้ว่าไม่ให้เข้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เติ้ลไปสั่งไว้ตอนไหน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เติ้ล : ไม่ได้สั่งหรอก จริงๆ มันเป็นกฎอยู่แล้ว ถ้าเป็นคนนอกเข้ามาไม่มีบัตรต้องแสดงตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เราคบกับเขาเป็นปีแล้วไม่ใช่เหรอ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวนิว : หนูเข้าเป็น 100 ครั้งแล้ว แต่ยามไม่ให้หนูเข้าครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเกิด รปภ.ไม่ให้เข้า เราเข้ายังไง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวนิว : หนูเรียกแกร้บ พอแกร้บมาถึงหนูบอกว่าเข้าไปบ้านเลขที่นี้แล้วบอกเขาว่ามาส่งของ พี่ช่วยเปิดฝาท้ายให้หน่อย เดี๋ยวหนูจะนอนเข้าไป เขาก็งง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เติ้ล : ดูหนังเยอะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวนิว : พอปิดประตูมันร้อนมากเลย เขาก็คงงงๆ แต่ไม่กล้าถาม พอไปถึงปุ๊บเขาก็เปิดฝาท้ายให้หนูออก หนูก็ไปเรียกเขาหน้าบ้าน แต่คือเขาไม่อยู่ ก็นอนฝาท้ายออกมาเหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วหลังจากนั้นสานต่อได้ยังไง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวนิว : หลังจากวันนั้นหนูกลับบ้านแล้วหนูบอกกับทุกคนว่าหนูไม่เอาแล้ว เพราะว่าหนูได้ทำดีที่สุดแล้ว แต่ในเมื่อเขาไม่คืนมา หนูเคารพในการตัดสินใจของเขา แต่หนูคิดว่าสักวันนึงเขาก็จะคิดถึงหนู เพราะว่าเราคงผ่านอะไรมาด้วยกันเยอะ จนวันนั้นเขาคิดยังไงก็ไม่รู้มาเคาะกระจกบ้านหนู หนูเลยถามว่าใคร แต่ไม่ตอบ พอหนูเปิดม่านออกไปก็เห็นเขา หนูไม่ได้อะไร เปิดประตู เขาบอกหิวข้าว หนูก็บอกก็เข้ามากินสิ ก็แค่นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แค่นั้นก็รู้กันแล้วว่าง้อกัน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เติ้ล : ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากวันนั้นเลยมีวันนี้ แล้วได้เคลียร์ใจกันไหมว่าสาเหตุอะไรที่ทำให้เราเป็นแบบนี้?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวนิว : คุย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เติ้ล : คุยครับ ด้วยความกลัว เขาก็กลัวว่าเราจะกลับไปเป็นแบบนั้น เราก็สัญญาว่าเราจะไม่เป็นแบบนั้น เพราะเราก็กลัวเหมือนกัน กลัวว่าเราจะกลับไปเป็นแบบนั้น แต่มันมีมากกว่านั้น ก็มีรุ่นน้องของเขามาบอกผมว่าพี่จำผมได้ไหม ใครจะจำได้ ผมชื่อนุช คือไอนี่ขับแท็กซี่เข้ามา ทำมาฝากของให้คนชื่อนุช ปลอมยันแท็กซี่เข้ามา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวนิว : คือเข้าไปดูว่าเขาอยู่บ้านไหม เพื่อที่เราจะเข้าไปบ้านเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายถึงว่าจ้างคนเข้าไปก่อนหน้าให้รู้ว่าอยู่บ้าน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวนิว : ใช่ค่ะ&amp;nbsp; เพื่อเราจะมาง้อเขา คุยดีๆ ว่าขอโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอดีกันก็มีคอมเมนต์ว่าเห็นเขาดีกันแล้ว เราก็เป็นหมากินอาหารเม็ดกันทั้งประเทศ เห็นคอมเมนต์นี้เติ้ลรู้สึกยังไง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เติ้ล : ไม่หรอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวนิว : เห็นคอมเมนต์ บางคนก็มาว่าพี่เติ้ล บางคนก็มาว่าหนู คือ fc ของเราทั้งสองฝ่ายแบ่งแยกกันแล้ว ตอนแรกก็รักกันดี มันก็มีอยู่กลุ่มนึงอยากให้เรากลับมาคุยกัน แต่พอเรากลับมาคบกัน ทุกคนก็พูดเหมือนประมาณว่า เห็นไหมเรื่องของแฟนอย่าไปยุ่ง เพราะสุดท้ายเราก็จะเป็นหมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดี๋ยวรัก เดี๋ยวเลิก รักกันก็หวานแหวว พอเลิกกันก็ด่ากันไม่มีดี ตรงนี้หิวแสงไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เติ้ล : นั่นคือสิ่งที่ผมกลัวมากกับคำถามนี้ตลอดทั้งชีวิต เพราะว่า 37 ปีที่ผ่านมา ผมไม่เคยเปิดตัวเลย ไม่เคยมีข่าวเรื่องผู้หญิง เพราะผมกลัวเรื่องแบบนี้มาก กลัวเรื่องรักๆ เลิกๆ ทะเลาะกันผ่านโซเชียลให้คนอื่น แฟนคลับทั้งสองคนรู้ แล้วให้มาเกลียด ให้มาทะเลาะกัน ผมเป็นคนที่กลัวข้อนี้มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางบ้านถามมาว่าเติ้ลอยากกลับเข้ามาทำงานในวงการ เลยต้องสร้างกระแสเพื่อไม่ให้เรตติ้งตก อยากจะบอกอะไรกับคอมเมนต์นี้?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เติ้ล : ทุกวันนี้ยังมีด้วยเหรอเรตติ้ง ไม่รู้มันเป็นยังไง ถ้าทำนะ แต่ไม่ได้หวังเรตติ้งอะไรเลย ไม่ได้ทำเพราะเกี่ยวกับเรตติ้ง จริงๆ มันคือเรื่องจริง ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นด้วยซ้ำ สิ่งที่เกิดขึ้นทุกคนอาจจะฟังแล้วมันดูตลกในการเล่า แต่พอเวลามันเป็นเรื่องจริงขึ้นมาแล้วเนี่ย มันเป็นเรื่องที่มันน่ากลัว มันไม่สนุกเลยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากประสบการณ์ในครั้งนี้ นิวนิวเราเรียนรู้อะไรบ้าง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวนิว : หนูต้องใจเย็นมากกว่านี้ แต่ตอนที่หนูอยู่กับพี่เติ้ล โรคของเขาหนูจะใช้ความใจเย็นและการพูดดีๆ กับเขาอยู่แล้วว่าบางทีเขาขึ้นมา หนูก็จะแบบว่าที่รักใจเย็นๆ นะ เดี๋ยวฟังหนูก่อนนะ แต่ครั้งนี้สอนให้หนูรู้ว่าหนูควรนั่งรออยู่บ้านก่อน รอให้เราทั้งสองคนใจเย็นก่อนแล้วเราค่อยคุยกัน ไม่งั้นมันจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เติ้ล : เราก็ต้องรักเขาให้มากขึ้นด้วย เราเข้าใจเขาทุกอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มันก็มีคำถามว่าจริงๆ แล้วนิวก็ไม่ได้รักเติ้ลจริงๆ หรอก ด้วยอาชีพที่ทำ นิวแค่อยากมาเกาะคนนึงที่มีชื่อเสียงในวงการ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวนิว : จริงๆ เราสองคนรู้ดีว่าเรารักกันหรือไม่รักกัน และเราดูแลกันแค่ไหน เราไม่สามารถไปพูดให้คนอื่นรู้ว่าเราดูแลกันแค่ไหน จริงๆ หนูไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้หรอก แล้วอีกอย่างหนูคงไม่เอาขาหนูไปแลกกับกระจกนิรภัยหรอกถ้าหนูไม่เป็นห่วงเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น้อยใจหรือเสียใจไหมที่โดนคอมเมนต์แบบนี้?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวนิว : หนูไม่ค่อยสนใจนะคะ หนูไม่ค่อยสนใจคอมเมนต์ใครจะพูด จะว่าอะไร ว่าหนูแต่งตัวโป๊ ทำงานอย่างนี้หรือเกาะกระแสอะไรอย่างนี้ หนูจะสนใจแค่คนสองคน คือ พ่อแม่หนู แล้วก็คนที่อยู่ข้างๆ หนูแค่นี้ นอกนั้นใครจะว่าอะไรแล้วแต่เลย ไม่ได้มีผลกระทบกับชีวิตหนู หนูไม่แคร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คู่นี้เจอกันได้ยังไง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เติ้ล : เจอกันในโรงพยาบาล เพราะว่าป่วย ตอนนั้นผมดื่มหนัก เข้าไปแล้วอาเจียนเป็นเลือด ถ่ายเป็นเลือด ลำไส้พอง ผมเข้าไปแล้วมีอาการมึนๆ เมาๆ โวยวาย ร้องลั่นโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวนิว : หนูเป็นโรคกระเพาะ แล้วหนูรอเพื่อจะแอดมิท รอญาติไปทำเรื่อง แล้วหนูได้ยินเตียงข้างๆ ซึ่งเป็นห้อง icu โวยวายว่าจะกลับบ้าน หนูรู้สึกว่าทำไมผู้ชายคนนี้เขาถึงไม่มีมารยาทเลย นี่มันห้อง icu นะคุณทำเสียงเบาหน่อยก็ได้ เพื่อนเขาที่อยู่ข้างๆ ก็บอกว่าใจเย็นๆ เบาๆ เกรงใจคนอื่นเขา จนหนูได้ยินพยาบาลพูดว่านี่คุณเติ้ล ธนพล หรือเปล่า แล้วหนูก็เลยเปิดม่าน หือ...ฉันรักเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แสดงว่านิวนิวแอบชอบมาก่อนหน้านี้?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวนิว : หนูเป็นคนที่ชอบผู้ชายที่มีเนื้อมีหนัง จริงๆ หนูไม่เคยดูผลงานของพี่เขาหรอก เพราะว่าหนูน่าจะเกิดไม่ทัน เราห่างกัน 10 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วใครจีบใครก่อน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวนิว : คือพอเจอกันครั้งนั้นเราไม่ได้เจอกันอีกเลย หนูไม่เคยไปตามเขาอีกเลย แค่เห็นแล้วรู้สึกว่าฉันรักเขาก็แค่นั้น จนผ่านมาประมาณเกือบ 2 ปี เรามาเจอกันที่งานบวงสรวง มั่ง มี ศรี ศพ แล้วตอนนั้นหนูก็เลิกกับแฟนเก่าไปแล้ว แล้วเรามาเจอกันในซีรีส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครจีบใครก่อน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวนิว : ไม่ได้จีบเลย เขาบอกว่าถ่ายรูปแล้ว เดี๋ยวส่งไปใน DM แล้วประมาณ 3 เดือนตอบหนูมาคำเดียวว่าครับ แล้วเขาคงมาดูในไอจีหนูว่าประวัติเป็นยังไง คือหนูเลิกกับคนเก่าไปนานแล้ว แต่หนูไม่เคยลบรูป เขาก็มาถามว่าแฟนอยู่ไหน เขาคงสืบมาอะไรประมาณนี้ จนเขาแน่ใจว่ามันเลิกแล้วจริงๆ&amp;nbsp; เขาก็เลยคุย บ้านอยู่ไหน อยู่ตรงนี้ เขาบอกว่า อ้าว...อยู่ใกล้กันเลย หนูเพิ่งไปซื้อบ้านใหม่ด้วยนะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เติ้ลรู้ไหมว่าน้องนิวเขาเป็นแชมป์โคโยตี้?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เติ้ล : ไม่รู้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มจีบกันยังไง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เติ้ล : คุยกันแล้วรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนมีหัวคิด ชอบทำมาหากิน ชอบริเริ่มอะไรใหม่ๆ และข้อสำคัญเป็นคนที่รักพ่อ รักแม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอเติ้ลเริ่มจีบเราโอเคเลยไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวนิว : เราเป็นเพื่อนบ้านกันก่อน เราก็ดูแลกันไปก่อน เรายังไม่เป็นแฟนกัน ซึ่งทุกวันนี้หนูยังไม่รู้เลยว่าเป็นแฟนกันตอนไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชีวิตเติ้ลเปลี่ยนเพราะผู้หญิงคนนี้เลย?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เติ้ล : ค่อนข้างครับ ในช่วงนั้นนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วจุดไหนทำให้เราเริ่มรักตัวเองมากขึ้น เพราะผู้หญิงคนนี้?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เติ้ล : ผมใช้ยารักษาเกี่ยวกับโรคสารเคมีในสมอง จนความจำในสมองเนี่ยส่วนกลางมันหายไปส่วนนึง อย่างวันนี้เราคุยกันเรื่องนี้ พอตื่นเช้าขึ้นมาเราลืมไปแล้วว่าเราคุยกันเรื่องอะไร แล้วเราจะนั่งเครียดอยู่อย่างนี้อีกครึ่งวันว่าเมื่อวานเราจะทำอะไร จนมีเขาเข้ามา แล้วเราก็เริ่มเปลี่ยน เราเป็นแบบนี้ไม่ได้แล้ว คุยกับเขาก็ไม่รู้เรื่อง คุยกับคนอื่นก็ไม่รู้เรื่อง เปลี่ยน เลิกกินยาหันมาออกกำลังกาย คนในหมู่บ้านก็หาว่าเราบ้าอีก เพราะว่าคนดีๆ ที่ไหนเขาออกมาวิ่งตอนตี3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวนิวต้องมาดูแลในการเช็ดอุจาระ ที่ปกคิคนธรรมดาต้องดูแลตัวเอง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวนิว : ตอนนั้นมันเป็นช่วงโควิด แล้วเราไปทำบุญกันที่ท่าสองยาง ไปสร้างโรงเรียนกัน แล้วทางค่อนข้างลำบาก พอลงมาถึงสิงห์บุรีเราจะแวะพักผ่อนกันก่อน แล้วพอถึงโรงแรมพี่เติ้ลแกกระอักเป็นเลือด หนูก็โทรหา 1669 หนูไม่มีสติแล้ว จนเขามา หนูก็กรี๊ดโวยวายทั้งโรงแรมบอกว่าช่วยหนูด้วย จนไปที่โรงพยาบาล ตอนนั้นหนูคิดว่าพี่เติ้ลจะไม่มีชีวิตรอดแล้ว เหมือนเขาตายไปแล้ว เขาไม่มีสติแล้ว ตาลอยไปแล้ว แต่หนูพยายามเรียกเขาตลอดว่าที่รักอยู่กับหนูก่อน แล้วเราก็ได้รักษาที่นั่น แล้วอีกอย่างที่จะบอกกับทุกคนโควิดมีเงินก็ซื้อเตียงไม่ได้ ได้นอนห้องรวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนั้นเป็นอะไร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เติ้ล : คือลำไส้มีการพองตัว มันคืออาการก่อนที่จะเป็นตับแข็ง 7 จุดนี้มันมีโอกาสที่จะระเบิดขึ้นมาได้ แต่วันที่เจอกับน้องมันระเบิดไป 3 จุด ซึ่งแล้วแต่มันจะออกมาทางไหน ทางปาก ทางจมูก ทางอุจาระ พอครั้งที่สองที่ไปทำบุญด้วยทางค่อนข้างลำบาก มันก็เริ่มซึมๆ ออกมา 3 จุดจนท้องเราพอง พอลงมามันมีอาการพะอืดพะอม มันเหมือนจะอาเจียน ก็เลยบอกให้น้องไปเอาถังขยะมาไว้ข้างๆ สักพักผมไม่ไหวก็เลยพรวดออกมาเลือดเต็มไปหมดเลย คือลำไส้มันแตก วิธีรักษาคือการเอายางไปรัดเพื่อให้มันฝ่อเท่านั้นเองครับ ไม่มีโอกาสที่จะหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันนี้คืออาการที่ทำให้ไม่มีเรี่ยวไม่มีแรงจนปัสสาวะ อุจาระเองไม่ได้?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เติ้ล : เพราะว่ามันควบคุมไม่ได้ มันออกมาข้างนอกลำไส้หมดแล้ว จนเราไม่รู้ว่ามันออกมาทางไหน วันนั้นมันออกทางปากมาก่อน แล้วสักพักมันก็ออกมาทางทวาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คือนิวนิวต้องเช็ดให้?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวนิว : พอไปอยู่ที่โรงพยาบาลรัฐบาล แล้วเขามีคนไข้เยอะ เขาไม่สามารถมาดูแลเราได้เหมือนห้องพิเศษว่ามาเช็ดอุจาระ มาเปลี่ยนแพมเพิสอะไรให้ คนที่ทำคือต้องเป็นญาติ คือหนูก็อยู่ เขาไม่ให้บอกพ่อ แม่เขา หนูก็ต้องทำให้เขา เพราะว่าเขาก็มีหนูแค่คนเดียว เขาก็พูดกับหนูตลอด หนูพี่ขอบคุณนะที่ทำให้พี่ พ่อแม่ก็ไม่ใช่ หนูบอกไม่เป็นไรหรอกพี่เราอยู่ด้วยกัน เราดูแลกันไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวเองก็เจอมรสุมชีวิตเหมือนกันถึงไปเจอแพทย์ ขนาดคิดฆ่าตัวตายเลยเหรอ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวนิว : ใช่ค่ะ ตอนนั้นที่มันเป็นหนักๆ เรานั่งมองไฟได้เป็นวันเลย แล้วก็กินยานอนหลับ เพื่อให้หลับไป จนเราไม่ไหวแล้ว ต้องไปหาหมอ ก่อนที่จะไปหาหมอเราก็คิดเหมือนกันนะว่าตายไปเลยจะได้จบๆ ไม่อยากอยู่แล้ว อยู่มาแต่ละวันกว่ามันจะผ่านไปมันทรมานมากเลย คนที่เจอมรสุมชีวิตมา 1 ชั่มโมงเหมือน 1 ปี ก็เลยไม่อยากอยู่แล้ว แต่พอไปหาหมอ ด้วยความคิดที่คุณหมอพูดมาเขาก็แนะนำดี แล้วมียามาทานด้วย ทำให้ชีวิตเราดีขี้นเลย เราก็เลยมาสอนคนอื่น มาบอกคนอื่นต่อได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยากจะบอกอะไรซึ่งกันและกัน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เติ้ล : เป็นห่วงเรื่องความเซ็กซี่ของเขา อยากให้เรามาเริ่มต้นในจุดใหม่ที่ลดความเซ็กซี่ลงหน่อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวนิว : จะพยายาม แต่ว่าหนูชอบ เวลาใส่ชุดว่ายน้ำอะไรอย่างนี้มันทำให้เรามีความสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115593</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเหล้า, ธนพล นิ่มทัยสุข, นิวนิว เอวเด้ง, ผู้ป่วยติดเหล้า, เติ้ล ธนพล, เติ้ล-ธนพล นิ่มทัยสุข, โรคซึมเศร้า, โรคไบโพลาร์, ไบโพลาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210904/image_big_61330ad22ba31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113161</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 13:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 13:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ณวัฒน์&#039;ฟ้องหมิ่นช่อง&#039;ฟ้าวันใหม่&#039;ล้อเลียนอาการป่วยโควิด กล่าวหาเป็นโรคสัญชาติชั่ว-ไบโพลาร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค.64 - นายณวัฒน์ อิสรไกรศีล เจ้าของรายการโหนกะแฉ พร้อมทนาย เดินทางมาศาลเพื่อยื่นฟ้องหมิ่นประมาทนายกฤษณ์พงศ์ เกียรติศักดิ์ หรืออาจารย์กบ ในฐานะพิธีกรรายการฟ้าวันใหม่นิวส์ เป็นจำเลยที่ 1 และบริษัท บลู สกาย แชนแนล จำกัด ในฐานะเข้าของสถานีโทรทัศน์ช่องฟ้าวันใหม่ เป็นจำเลยที่ 2 ในข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
โดยนายณวัฒน์ กล่าวว่า นายกฤษณ์พงศ์ ได้จัดรายการฟ้าวันใหม่นิวส์ เมื่อวันที่ 22 ก.ค.&amp;nbsp; โดยละเมิด และหมิ่นประมาทอย่างชัดเจน คือบอกว่าตนไม่ได้ป่วยจริง จัดฉาก สร้างความดราม่า และอาศัยโจมตีรัฐบาล นอกจากนี้ยังกล่าวหาว่าตนเป็นโรคไบโพลาร์ อารมณ์สองขั้ว และสิ่งที่ทำให้รู้สึกย่ำแย่มากคือการที่นายกฤษณ์พงศ์ พูดอย่างชัดถ้อยชัดคำว่าตนเป็นโรคสัญชาติชั่ว โดยข้อความนี้ส่อให้เห็นว่าบ้านเมืองนี้จะพูดอะไรก็ได้ ตนจึงฟ้องเป็นตัวอย่าง เพื่อไม่อยากให้หลาย ๆ คน สนุกกับการพูดไม่จริง และทำให้เราเกิดความเสียหาย การป่วยของตนแพทย์ระบุแล้วว่าระบบการหายใจล้มเหลว แต่นายกฤษณ์พงศ์ ก็ด่าทั้งที่ขณะนั้นตนยังอยู่ในโรงพยาบาล โดยในรายการมีการใส่เครื่องช่วยหายใจ ล้อเลียนอย่างสนุกสนาน มีคำพูดหมิ่นประมาทมากมาย อย่างไรก็ตาม ศาลได้นัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 15 พ.ย. นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ยืนยันว่าจะดำเนินคดีจนถึงที่สุด จะไม่ยอมเด็ดขาด เนื่องจากเป็นศักดิ์ศรีของเรา และเขาย่ำยีเราเกินไป ถ้าเกิดข้ามฝั่งมาแค่นิดๆ หน่อย ๆ ทำใจได้ แต่การบอกว่าสัญชาติชั่ว มันหนักเกินไป ส่วนการคะนองปากเรื่องอื่น จะเย้ยหยันเรื่องรูปลักษณ์หน้าตา ผมทำใจได้ แต่พอบอกว่าชาติชั่ว ผมก็คุยกับทนายว่า แล้วเขาแบ่งอย่างไรว่าเขาเป็นชาติดี แล้วผมเป็นชาติชั่วอย่างไร ผมไม่เคยเป็นไบโพลาร์ ก็มาหาว่าผมเป็น โดยเฉพาะคนที่มีรสนิยมเหมือนเขา ชอบการทำงานของเขา ก็จะเชื่อว่าผมเป็นไบโพลาร์ เพราะเขาพูดอะไร คนที่ศีลเสมอกันเขาก็จะเชื่อเสมอ ๆ กัน ผมก็กลายเป็นคนประหลาดไปอีก ดังนั้นจึงต้องรักษาสิทธิ์ของผม ผมไม่ได้ขัดสนเรื่องเงิน แค่ต้องการความยุติธรรม จากนี้อยู่ที่ดุลยพินิจของศาล ผมไม่ได้เรียกร้องอะไรส่วนตัว แต่เบื้องต้นอยากให้ใช้กฎหมายให้เป็นกฎหมาย เพื่อเป็นบรรทัดฐานให้กับทุกคน ว่าสุดท้ายแล้วเราต้องพึ่งได้กับกระบวนการยุติธรรม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
นายณวัฒน์ กล่าวว่า คดีแบบนี้หลบไปทางไหนไม่ได้ เขาก็ชัดเจนด้วยตัวเขา เราก็ชัดเจนด้วยกระบวนการยุติธรรม อยากให้เขาได้ติดคุก เพื่อได้ไตร่ตรองตัวเอง ซึ่งตนไม่ต้องการคำขอโทษ สิ่งที่จะขอโทษได้คือคุณต้องเดินเข้าคุก ออกมาใหม่ แล้วอย่าทำอีก ส่วนจะดำเนินคดีกับเกรียนคีย์บอร์ดที่มีการวิพากษ์วิจารร์ตนด้วยหรือไม่นั้น ความจริงก็มีคนวิจารณ์เป็นระยะ แต่ทำใจได้ เพราะยืนอยู่บนหลักไม่มีใครชอบเรา หรือเห็นด้วยกับเรา 100 เปอร์เซ็นต์ แต่กรณีนี้เรารู้ว่าเขามีการเซ็ทขึ้นมา มีการเตรียมพล็อพ จัดฉากพูดแบบร่ายยาวครึ่งชั่วโมง เป็นกรณีที่ต้องการสร้างบางอย่างขึ้นมาให้คนรู้สึกได้ว่าตนเป็นแบบที่เขาพูด เรื่องนี้ก็ต้องมีการดำเนินคดีกัน ในอนาคตก็อาจมีอีก อย่างช่วงบ่ายวันนี้ตนจะไปฟ้องพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยตรง อะไรที่ตรงกับชีวิต ก็จะเดินหน้าสู้ ฝากเตือนว่าการวิพากษ์วิจารณ์ในระดับหนึ่ง เข้าใจได้ แต่ถ้ามีจุดประสงค์อื่น และพูดหมิ่นประมาทหนักเกินไป ก็ต้องเจอกันทุกคดี ไม่เคยคิดว่าในชีวิตจะต้องมาศาลบ่อย ๆ จากนี้ไปคงได้มาอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113161</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษณ์พงศ์ เกียรติศักดิ์, ณวัฒน์ อิสรไกรศีล, ผู้ติดเชื้อโควิด, สถานีโทรทัศน์ฟ้าวันใหม่, โรคไบโพลาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210813/image_big_6116099dcce24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44666</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2019 23:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2019 23:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จันจิ&#039;หัวใจสลาย แจ้งข่าวคุณพ่อเสียชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากที่คุณพ่อมีอาการป่วยเป็นโรคไบโพลาร์ และมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย ซึ่งรักษาตัวมานานกว่า 5 ปีแล้ว ต้องเข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาลอยู่เรื่อยๆ แต่ล่าสุดก็มีเหตุการณ์ที่ทำเอาคนเป็นลูกหัวใจสลาย โดย จันจิ-จันจิรา จันทร์พิทักษ์ชัย นักแสดงสาวหวานใจของ มาริโอ เมาเร่อ พระเอกชื่อดัง ได้โพสต์ข่าวเศร้าว่า คุณพ่อวิวัฒน์ไชย จันทร์พิทักษ์ชัย ได้เสียชีวิตลงแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีข้อความว่า &amp;quot;until we meet again my heart #ปะป๊าหนีลูกไปเที่ยวแล้ว #กำหนดการเดี๋ยวลงไว้ให้นะคะ ขอบคุณน้องชายที่ถ่ายรูปนี้ไว้ให้น้าาา @nnattawin&amp;quot; ซึ่งงานนี้ก็มีเพื่อนๆ ในวงการบันเทิง เข้ามาส่งกำลังใจให้กับจ้าตัวเป็นจำนานมาก &amp;emsp;&amp;emsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนกำหนดการจะมีพิธีรดน้ำศพในวันพรุ่งนี้ (31 ส.ค.) เวลา 16.00 น. ณ &amp;nbsp;วัดธาตุทอง ศาลา 4 พร้อมทั้งสวดพระอภิธรรม (คืนแรก) &amp;nbsp;ในเวลา 18.00 น. ส่วนในวันอาทิตย์ ที่ 1 ถึง วันพุธที่ 4 กันยายนนี้ สวดพระอภิธรรม ในเวลา 19.00 น. และมีพิธีฌาปนกิจ วันที่ 5 กันยายน 2562 เวลา 16.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @junji_junp&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44666</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณพ่อวิวัฒน์ไชย จันทร์พิทักษ์ชัย, จันจิ-จันจิรา จันทร์พิทักษ์ชัย, มาริโอ เมาเร่อ, วันธาตุทอง, ศาลา 4, เสียชีวิต, โรคไบโพลาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190830/image_big_5d69505a9fe77.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21438</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2018 13:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2018 13:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ไบโพลาร์&quot;ในไทย แนวโน้มอายุน้อยลงเรื่อยๆ คาดป่วย7แสน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6พ.ย.61-แพทย์ชี ไบโพลาร์ในไทย แนวโน้มสูงขึ้นเฉลี่ยอายุน้อยลง &amp;nbsp;พบใน 1-3 % ของประชากร หรือประมาณ 7 แสนคน แต่เข้ารับการรักษาเพียง 7 หมื่นคน &amp;nbsp;เผยงานวิจัยพบวินิจฉัยช้า 11ปีเศษๆกว่าจะเข้ารับการรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ที่แพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ &amp;nbsp;เปิดตัวโครงการ &amp;ldquo;อุ่นรัก อุ่นใจ ไบโพลาร์ Healthy mind, Happy lify&amp;rdquo; &amp;nbsp;เรียนรู้และเข้าใจโรคทางจิตเวช พร้อมมอบโอกาสให้ผู้ป่วยได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข โดยมี ศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์ นายกแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย รศ.นพ.ชวนันท์ ชาญศิลป์ นายกสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย ดีเจเคนโด้ เกรียงไกรมาศ พจนสุนทร และคุณหมวย สุภาภรณ์ คำนวณศิลป์ อดีตดารานักแสดง ผู้เผชิญกับประสบการณ์โรคไบโพล่าร์ &amp;nbsp;ร่วมกันพูดคุยแลลกเปลี่ยน ในหัวข้อ &amp;ldquo;การดูแลสุขภาพจิตให้แข็งแรงและรู้จักโรคไบโพลาร์&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ศ.นพ.รณชัย กล่าวว่า ทางแพทยฯ มีความตั้งใจดำเนินโครงการ &amp;ldquo;อุ่นใจใกล้แพทยสมาคมฯ&amp;rdquo; &amp;nbsp; ซึ่งปัญหาทางด้านสุขภาพจิต อยู่อันดับต้นๆของไทย แต่คนทั่วไปมักไม่เข้าใจไม่เปิดเผยยอมรับที่จะทำไปสู่การแก้ไข &amp;nbsp;จนนำไปสู่โรคทางจิตเวชซึ่งเป็นโรคที่มีปัญหาแก้ไขยาก และการเปิดตัวว่ามีความเจ็บป่วยก็เป็นเรื่องยาก เมื่อจะเข้าสู่การรักษาผู้ป่วยจะระมัดระวังมารักษาทั้งทีต้อง แอบมาโดยเมื่อเจ็บป่วยทางจิตเวช จะก่อให้เปิดปัญหาทั้งหมด 4 ทั้งต่อตัวเอง สัมพันธภาพต่อคนรอบข้าง การใช้ยาเสพติด ร่วมทั้ง ความมั่นคงของประเทศ เพราะมีค่ารักษาสูงขึ้น โดยในปีนี้ ไบโพลาร์หรือโรคอารมณ์แปรปรวน โดยมีอาการ คือ บางช่วงมีความสุขคึกคัก มีความสุข อีกอารมณ์คือรู้สึกเศร้าเป็นโรคทางจิตเวชที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นกระแสในสังคม ทำให้เป็นที่รู้จักกันมากยิ่งขึ้น แพทยฯ จึงได้ถือโอกาสเปิดตัว โครงการ &amp;ldquo;อุ่นรัก อุ่นใจ ไบโพล่า Healthy mind, Happy lify&amp;rdquo; &amp;nbsp; สำหรับจำนวนการระบาดนั้น พบใน 1-3 % ของประชากร หรือประมาณ 7 แสนคน แต่เข้ารับการรักษาเพียง 7 หมื่นคน &amp;nbsp;โดยมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากสังคมไทยมีโอกาสเกิดการกระตุ้น เช่น ความเครียด จุดพลิกผันในชีวิต เป็นต้น ที่ทำให้การเกิดโรคสูงขึ้น ซึ่งคนที่เป็นโรคดังกล่าวมักเริ่มเกิดอาการในวัยรุ่น แต่คนรอบข้างมักไม่รู้ มักคิดว่าเป็นอารมณ์วัยรุ่น ทำให้ไม่ได้เข้าสู่กระบวนการการรักษาแต่ต้น ทั้งนี้การวินิจฉัยเป็นเรื่องยาก โดยจากงานวิจัยพบว่าโรคนี้มีการวินิจฉัยโรคล่าช้า 11 ปีเศษๆ กว่าจะรู้ เข้าสู่การรักษา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.นพ.รณชัย กล่าวว่า ทั้งนี้โรคนี้สามารถรักษาได้หากได้รับการติดตามและติดตามอย่างเหมาะสม ในขณะเดียวกันก็สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ถึงร้อยละ 80-90 %จากหลายปัจจัยเป็นตัวกระตุ้น เช่น เหตุการณ์ที่สะเทือนใจ จุกพลิกผันในชีวิต ภาวะเครียดรุมเร้า การใช้ยาเสพติด &amp;nbsp;ดังนั้นการกินยาอย่างต่อเนื่องจึงเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งญาติ คนใกล้ชิดและสังคมจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคและการรักษา รวมทั้งให้โอกาสและลดอคติ มองผู้ป่วยไบโพลาร์ ไม่ต่างจากผู้ป่วยโรคอื่นๆที่รักษาให้หายขาดได้ ซึ่งผู้ป่วยเองก็ต้องปฏิบัติตามแผนการรักษาอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รศ.นพ.ชวนันท์ &amp;nbsp;กล่าวว่า ทิศทางของการเกิดโรค คือ เรื่องของชีวเคมี โดยเรื่องของสารเคมี และพันธุกรรมมีผล และมีความเครียดเป็นส่วนประกอบ โดยเมื่อก่อนมักจะเกิดในผู้ใหญ่ แต่ในปัจจุบันแนวโน้มอายุลดน้อยลงเรื่อยๆ แต่เมื่อเป็นในอายุน้อยๆ หรืออายุน้อยกว่า 10 ปี การวินิจฉัยยิ่งยาก เพราะเด็กโดยธรรมชาติอารมณ์เปลี่ยนง่าย อาการค่อยเป็นค่อยไป ทำให้อาการไม่ชัดเจน แต่ในวัยผู้ใหญ่ จะเปลี่ยนชัดเจน ทำให้ปัญหาคือการตัดสินใจหาหมอ ซึ่งระยะของโรค คือ ระยะเฉียบพลัน และระยะที่ต้องดูแลระยะยาว ทั้งนี้ในเรื่องที่มีการส่งผ่านทางพันธุกรรม ถ้าพ่อแม่เป็น ทำให้ลูกมีโอกาสเป็นไบโพลาร์มากกว่าคนอื่นนั้น แปลว่าเพิ่มความเสี่ยง แต่ไม่ได้หมายความว่าห้ามมีลูก เพราะโอกาสที่จะไม่เป็นสูงกว่ามาก โดยในวิธีการรักษา ในปัจจุบัน คือการใช้ยา แต่ต้องควบคู่กับอย่างอื่น การรักษาทางจิตใจ รวมถึงความร่วมมือกับคนใกล้ชิดในการให้การดูแล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21438</URL_LINK>
                <HASHTAG>โรคไบโพลาร์, โรคไบโพลาร์เฉลี่ยอายุน้อยลงเรื่อยๆ, ไบโพลาร์ในไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181106/image_big_5be12d9cddd66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17384</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2018 12:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2018 12:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แห่ชมคลิป &#039;เสก โลโซ&#039; ร้องเพลง &#039;บ้า&#039; หลังเข้ารักษาตัวป่วย &#039;ไบโพลาร์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.61 - หลังจากที่เสก โลโซ หรือ นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย ร็อกเกอร์ชื่อดัง &amp;nbsp;ซึ่งได้มีการไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กเพจ SEK LOSO พูดคุยทั้งวันทั้งคืน พร้อมทั้งคนใกล้ชิดต่างออกมาพูดว่าอาการดังกล่าวเกิดจากสาเหตุที่ร็อกเกอร์ดังป่วย &amp;quot;ไบโพลาร์&amp;quot; จนในที่สุดทางครอบครัวและคนใกล้ชิด อย่างกานต์ วิภากร เสือ และอีฟ ก็ได้พเข้าไปรักษาอาการที่โรงพยาบาลได้สำเร็จ
&amp;nbsp;
ล่าสุด ผู้ใช้เฟซบุ๊ก &amp;quot;MoMen ZerYea MC&amp;quot; ได้มีผู้แชร์คลิปเมื่อวันที่ 5 กันยายน &amp;nbsp;โดย&amp;quot;เสก โลโซ&amp;quot; เล่นกีตาร์เพลง &amp;quot;บ้า&amp;quot; ของวงคาราบาว คลิปยาว 47 &amp;nbsp;วินาที &amp;nbsp;โดยมีเข้าไปชมกว่า 3 &amp;nbsp;ล้านครั้งและแชร์กว่า 8 พันครั้งแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17384</URL_LINK>
                <HASHTAG>พี่เสก, เสก โลโซ, เสกไลฟ์สด, โรคไบโพลาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180912/image_big_5b989e1c43cc0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15785</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2018 17:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2018 17:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กานต์&#039;รุดช่วย&#039;เสก&#039;-&#039;เสือ&#039;ย้ำพ่อหลอนเห็นบ้านเป็นวัด! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากร็อกเกอร์คนดัง เสก โลโซ หรือ เสกสรรค์ ศุขพิมาย ไลฟ์สดติดต่อกันทั้งวันทั้งคืนเกือบอาทิตย์จนหลายคนเป็นห่วงว่านักร้องหนุ่มจะมีอาการป่วยเป็นโรคไบโพลาร์หรือไม่ ล่าสุดทางด้านอดีตภรรยาอย่าง กานต์-วิภากร และลูกชายคนโต เสือ-เสฏกานต์ ศุขพิมาย ได้มาเปิดใจถึงการรุดเข้าช่วยเหลือ เสก โลโซ ถึงในบ้านพัก ผ่านรายการโหนกระแส
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เขาเป็นไบโพลาร์มา 10 กว่าปีแล้ว เขาจะเป็นซึมเศร้า ไม่ออกจากบ้าน ไม่เจอใคร เป็นทุกข์ตลอดเวลา อยู่กับใครไม่ได้ ทำอะไรไม่สนุก ไม่อยากทำอะไรเลย เขาจะเป็นซึมเศร้า คุยกับกานต์คนเดียว ต้องอยู่เป็นเพื่อนเขาตลอดเวลา ขนาดลูกยังไม่กล้าเจอเลยเขาซึมเศร้ามาก ไม่อยากให้เห็นในสิ่งที่เขาเป็น เขาขังตัวอยู่แต่ในห้อง ไม่อยากให้ลูกเห็นเดี๋ยวลูกเป็นทุกข์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในความรู้สึกกานต์เสกไม่มีความคิดจะฆ่าตัวตาย แต่วันที่เขาไลฟ์ ก่อนเข้ารับการรักษาตัว เขามีร้องไห้ช่วงก่อนตัดไลฟ์ 10 ปีก่อนก็รักษาตอนนั้นยังไม่ได้คิด แต่คิดว่าเข้าทางธรรม เสกซื้อหนังสือธรรมะมาอ่านเยอะมาก เสกชอบท่านพุทธทาส แต่ไม่ช่วยทำให้เขาดีได้ เขาเลยเปลี่ยนไปหาหมอ หมอจะให้ยาปรับอารมณ์เป็นไบโพลาร์ พอปรับอารมณ์ดีขึ้นเขาก็หาย แต่โรคนี้ต้องไปตามนัดทุกครั้งเพื่อให้หมอปรับยา พอเขาร่าเริงถ้าไม่ปรับยาจะร่าเริงผิดปกติ และจะกลายเป็นไบโพลาร์อีก เมื่อก่อนเขาไปหาหมอปกติกานต์พาไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่เสกเคยมีปัญหากับคุณหมอ อันนั้นคือมีเรื่องบำบัดยาเสพติด เขาก็บำบัดที่ธัญลักษณ์ หลังจากนั้นเราไม่รู้ แต่เห็นเขาตรวจฉี่โชว์ก็ไม่มีสาร ไบโพลาร์จริงๆเป็นโรคร้ายแรงถ้ารักษาไม่ถูกวิธี แล้วคนดูแลต้องศึกษาวิธีการดูแลด้วย ถ้ารักษาไม่ถูกวิธี สุดท้ายอาจถึงขั้นฆ่าตัวตาย เหมือนที่ฝรั่งเขาตายเยอะแยะ แต่ถ้ารักษาถูกวิธีพบหมอเป็นประจำไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านน้องเสือ-เสฏกานต์ ศุขพิมาย ลูกชายคนโตของนักร้องหนุ่มได้เผยถึงอาการคุณพ่อว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เมื่อก่อนพ่อไม่เป็นแบบนี้ ในสายตาเสือพ่อเป็นคนร่าเริง ชอบคุยกับลูกชอบเล่นกับลูก ตอนอยู่ด้วยกันที่บ้านเก่า พ่อเขาเป็นคนซึมเศร้า อาการพวกนี้ไม่ค่อยโชว์ออกให้ลูกเห็น เขาคงไม่อยากให้ลูกเห็นว่าเขาเป็นคนอ่อนแอ ผมไม่ได้ว่าเขาเป็นคนอ่อนแอแต่เขาเก็บความรู้สึก คนเป็นพ่อเขาอยากให้ลูกเห็นว่าเขาเป็นคนแข็งแรง เป็นหัวหน้าครอบครัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยไปดูไลฟ์สดพ่อเลย พูดตรงๆ ผมเพิ่มรู้ว่าเขาไลฟ์สด 24 ชั่วโมง เมื่อ 3 วันที่แล้วเอง เรื่องข่าวเรื่องพ่อ เรื่องสื่อ ผมรู้เลทมากๆ เพราะผมไม่อยากดูเอง เรื่องพ่อมีมาหลายปีแล้ว เรื่องข่าวเรื่องหย่ากับคุณแม่ มีมาเยอะ ผมก็ไม่ดูเลย อยากจะผลักส่วนนี้ในชีวิตเราออกไปก่อน เพราะเราอยากจะโฟกัสเรียนอย่างเดียว และดูแลน้องๆ แต่ตอนนี้ผมอายุ 21 แล้ว หนีไม่ได้แล้ว เรียนก็จะจบแล้ว เรื่องนี้คือชีวิตของผม ตอนนี้พ่อเขาแตกจากโลกของความเป็นจริงที่ผมอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โลกความคิดต่างๆของไบโพลาร์และความซึมเศร้า สิ่งที่อยู่รอบข้างเขา ยา พวกผู้หญิงอาจมากระทบในสมอง ทำให้เขาอาจจะแย่กว่าเดิม ผมก็เป็นห่วง ผมอยากให้เขากลับมาเป็นคนเดิม ที่อยากจะรู้ว่าเขาทำแบบนี้เพื่ออะไร นี่คือสิ่งที่ผมอยากรู้มากที่สุดตอนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมกลับจากอเมริกามา 3 เดือนกว่า อยู่โน่นก็คุยกันตลอดทางไลน์ ช่วงนี้ไม่ค่อยได้คุยกับพ่อแล้ว กลับมาพฤษภาคม ผมก็ไปเยี่ยมเขาครั้งนึง เจอกันก็ตกใจ เขาโทรมมาก บ้านหลังนั้นมันเละ มีฉี่หมาขี้หมาเต็มไปหมด ตอนนี้โรคมันทำให้อารมณ์เขาขึ้น คิดว่าจะมีคนมาทำร้าย เป็นเพราะโรคไบโพลาร์มองในสิ่งที่ไม่เหมือนคนอื่นมองเขาเลยไล่คนงานออก ในบ้านก็มีแค่พ่อกับแฟน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนหลายคนเขาไม่เข้าใจโรคนี้ ผมก็ไม่เข้าใจครับ ตอนแรกก็งง ไปอ่านไปรีเสิร์จก็ได้แค่นั้น เราไม่ได้เป็นเราก็ไม่รู้ว่าเขาคิดยังไงทำไมเขาถึงด่า คนที่ด่าเขาจะด่าไปทำไม มันไม่มีเหตุผล ด่าแล้วได้อะไร เขาเป็นคนป่วย สมองเขาไม่ได้คิดทางปกติแล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ ในการช่วยเหลือ เสก โลโซ ครั้งนี้โดยมีการเอารถพยาบาลไปรับ น้องเสือก็ยอมรับว่าตนมีส่วนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ใช่ครับ ตั้งแต่การวางแผน แม่มาปรึกษากับผมก่อนว่าเขาต้องทำอะไร ต้องช่วยยังไง มันต้องช่วยเหลือจริงๆ ไม่ช่วยไม่ได้ การที่ผมช่วยคือการเข้าไปในบ้าน บ้านนั้นคือชื่อของผม ผมมีสิทธิ์เข้าไปอยู่แล้ว ตอนเข้าไปบ้านพ่อ ยามก็โทร.ไปเช็กพ่อว่าจะให้เข้าหรือเปล่า บ้านเป็นชื่อผม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน กานต์ เสริมว่า &amp;quot;ที่เสกโทร.สั่งว่าบ้านเป็นของเขา ใครจะเข้าไปต้องบอกเขาก่อน แต่เสือเขามีสิทธิ์ในตัวเสก เขาเป็นทายาทโดยชอบธรรม อายุก็บรรลุนิติภาวะ สามารถเอาเข้ารพ.อะไรได้หมด แค่เพียงคนเดียวเท่านั้น แต่กานต์นี่ไม่ได้เพราะหย่าแล้ว อีฟก็ไม่ได้ เสือได้คนเดียว เขาสามารถเซ็นอะไรได้หมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนแรกจะไม่ยุ่ง แฟนคลับมาขอให้ช่วยพี่เสก ก็โพสต์ไปเลยว่าไม่ใช่นางฟ้า จะได้ช่วยทุกคน แล้วแฟนคลับมาขอเรื่อยๆจนเข้าไปดู ด่ากานต์ไม่ซีเรียสเพราะพวกเกรียนมันด่าทุกคนที่เป็นคนดังในโลกโซเชียล แต่คนที่มองเขาเป็นตัวตลก กานต์รับไม่ได้ ด่าช่างมัน ไม่สนใจ แต่ถูกมองเป็นตัวตลกเราสะเทือนใจ ก็รู้สึกว่าเราช่วยดีกว่า จิตแพทย์หลายคนวิเคราะห์ ขั้นต่อไปเสกต้องฆ่าตัวตายแล้ว อันนี้เป็นขั้นสุดท้ายของไบโพลาร์ กานต์เลยต้องช่วย อีฟจัดการอยู่ภายใน เราจัดการภายนอกประสานกัน ตอนแรกยอมรับว่าเสกมีการขัดขืน สุดท้ายเจ้าหน้าที่เอาตัวออกมาได้ค่ะ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณพ่อคุณแม่มีเรื่องเข้ามาตลอดทำให้ลูกชายคนโตอย่าง &amp;quot;เสือ&amp;quot; ยอมรับว่าห่วงความรู้สึกน้องๆมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;การดูแลครอบครัวก็ยากขึ้น เพราะพ่อเขาไม่ได้ทำงานนานแล้ว เขาต้องรักษา เราก็ต้องเป็นคนเลี้ยงน้อง เลี้ยงแม่ กังวลมั้ยก็มีกังวล ก็เครียด แต่เรื่องนี้มีมาหลายปีแล้วจนผมชินแล้ว ผมจัดการเรื่องนี้มาตั้งแต่เด็ก คือมองแค่การเรียนและสิ่งที่ผมต้องโฟกัสในเวลานั้นอย่างเดียว เรื่องพ่อ เรื่องแม่ เหตุการณ์แบบนี้ผมผลักมันไปก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; น้องๆเป็นสองคนที่ผมห่วงมากที่สุด แม่เขาเข้มแข็งเขาอยู่ได้ น้องเขายังเด็ก น้องเล็กลอนดอนไม่รู้อะไรมาก แต่เขาก็รู้ ผมก็เป็นห่วง ผมไม่ได้อยู่กับเขาถาวร ผมอยู่อเมริกา เขาอยู่กรุงเทพฯ ก็ดูกันยาก โตขึ้นจะมีปัญหาหรือเปล่าก็เป็นห่วง ทุกคนที่ก็พยายามช่วยน้อง ไม่ให้เขากังวล ปมในหัวใจผมพูดจริงๆมันเกิดแล้ว เรื่องนี้เป็นตั้งแต่ 10 ปี พ่อแม่ทะเลาะกัน พ่อเป็นไบโพลาร์ ซึมเศร้ามานาน 10 ปีแล้ว น้องก็เก็บกด เข้าไปในหัวใจ ความคิด สมองอยู่แล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาการ เสก โลโซ เป็นหนักถึงขั้นเห็นภาพหลอน?
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เขาใส่ชุดนี้ทุกวัน ผมไปเจอเขาปลายเดือนห้าเขาก็ใส่ชุด-หมวกนี้ ไม่ได้ตัดผม เขาอยู่อย่างนี้อยู่ในห้องเดียว ผมบอกทำไมพ่อไม่ทำความสะอาด ทำไมนั่งห้องเดียว เขาบอกว่าโต๊ะมีพระอยู่ ตรงนี้เป็นวัด ไม่ควรจับ ไม่ควรทำความสะอาด โต๊ะที่เขาบอกเป็นพระ เพราะเป็นโต๊ะไม้มีกระจกวางบนโต๊ะ มีน้ำซึมเข้าไป เขาคิดว่าน้ำเป็นรูปพระ แล้วเสือก็บอกเขาว่ามันเป็นแค่น้ำ เขาก็บอกว่าเสือไม่มีบุญ มองไม่เห็น หมอเลยวิเคราะห์ว่านี่ถึงขั้นขั้นสุดท้ายแล้วหลอนแล้ว&amp;quot; เสือกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน กานต์ อยากขอโอกาสสังคมให้โอกาสอดีตสามีอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;อยากบอกว่าสิ่งที่เขาเป็นอยู่ ขอโอกาสให้เขาอีกสักครั้งหนึ่ง เพราะมันเกิดจากโรค ถ้าเกิดเขาหายออกมา ถ้ามาไลฟ์ด่ากานต์ว่าไปจับตัวเขาอีก อันนี้ขอลาจริงๆ อันนี้ทำโดยไม่ได้หวังจะกลับมาเป็นครอบครัว ทำเพราะว่าขนาดหมาแมวยังช่วยได้ ถ้าเขาไม่ใช่เสก โลโซ หรืออดีตสามีเรา เป็นคนอื่น ถ้าเราช่วยได้ก็ช่วย แต่นี่เขาเป็นถึงพ่อของลูก แล้วเป็นตัวตลกแบบนี้ รับไม่ได้ สะเทือนใจ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุดท้ายเมื่อร็อกเกอร์หนุ่มเข้ารับการรักษาแล้วต้องกลับมาอยู่บ้านนั้น อดีตภรรยาอย่างกานต์ยอมรับว่ากังวลไม่น้อย เพราะกลัวจะมีอาการกำเริบอีกหากไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15785</URL_LINK>
                <HASHTAG>กานต์ วิภากร, เสก โลกโซ, เสกสรรค์ ศุขพิมาย, เสือ-เสฏกานต์ ศุขพิมาย, โรคไบโพลาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180820/image_big_5b7a8fb53f920.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15143</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2018 18:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โลกความเป็นแม่...ไม่เคยล้มป่วย เสียงสะท้อนจาก...ศรีธัญญา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(กิจกรรมบำบัดของ รพ.ศรีธัญญา เพื่อถ่ายโอนความรู้สึก ปัญหา ตลอดจนสิ่งที่ต้องการ เพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพที่แต่ละคนได้พบเจอในผู้ป่วยจิตเวช ที่อาศัยการแชร์ข้อมูลระหว่างกันและกัน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้จากกลุ่มเพื่อน หนึ่งในการรักษาควบคู่กับการให้ยาปรับสารเคมีในสมองผู้ป่วย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คนเป็นแม่ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหน หรือต่อให้ต้องป่วยร้ายแรงเพียงใด ทว่าการเลี้ยงดูบุตรย่อมมาก่อนเสมอ แม้ว่าบ่อยครั้งเราจะเห็นภาพของคุณแม่วัยรุ่นที่อยู่ในภาวะไม่พร้อมแล้วทำแท้ง หรือทิ้งลูกน้อยไว้ในถังขยะ ..บ้างก็เสียชีวิต บ้างก็ได้รับการช่วยเหลือจากผู้ใจบุญ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นอาจเป็นส่วนน้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องในเทศกาลวันแม่ ที่เชื่อว่าครอบครัวส่วนใหญ่จะถือโอกาสนี้แสดงถึงความรัก ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูกเป็นกรณีพิเศษ ตามวิถีและค่านิยมครอบครัวของตัวเองนั้น เราพาเข้าไปคุยกับอีกโลกหนึ่งที่แตกต่าง นั่นคือ สังคมมุมหนึ่งของผู้ป่วยจิตเวช ที่บางคนก็เป็นทั้งแม่ และบางคนก็เป็นลูก ...ว่าพวกเขากับความรู้สึกของความเป็นแม่นั้น...ป่วยด้วยหรือเปล่า???&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ทวีรัตน์ ทองดี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จากคำบอกเล่าของ พี่นก-ทวีรัตน์ ทองดี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.ศรีธัญญา ให้ความรู้เกี่ยวกับ &amp;ldquo;ผู้ป่วยโรคจิตเวช&amp;rdquo; ที่หลายคนมองว่าแต่งตัวไม่เรียบร้อย และบางรายก็ไล่ทำร้ายผู้อื่น ทำร้ายตัวเอง ทั้งที่ความจริงแล้ว ผู้ป่วยโรคนี้เกิดจากภาวะสารเคมีในสมองมีความบกพร่องในด้านต่างๆ จึงทำให้อาการของโรคจิตเวชแตกต่างกันออกไป เช่น หากผู้ป่วยมีภาวะก้าวร้าว นั่นแปลว่าสารเคมีในสมองส่วนดังกล่าวทำงานผิดปกติหรือบกพร่อง เป็นต้น กล่าวโดยสรุป สาเหตุของอาการป่วยด้านจิตเวชสามารถเกิดขึ้นได้จาก 3 ประเด็น 1.กรรมพันธุ์ที่ซ่อนอยู่ 2.ความเครียดจากการเลี้ยงดูของครอบครัว 3.สารเสพติด, การดื่มแอลกอฮอล์ที่ไปกระตุ้นให้สมองยิ่งทำงานผิดปกติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ อาการของผู้ป่วยจิตเวชจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท 1.&amp;ldquo;โรคจิตเภท&amp;rdquo; ที่พบได้สูงถึงร้อยละ 55-60% ซึ่งเป็นกลุ่มโรคที่มีความผิดปกติด้านความคิดและพฤติกรรม เช่น การที่ผู้ป่วยชอบสะสมสิ่งของแปลกๆ หรือชอบแปะรูปข้างผนัง โดยรูปดังกล่าวจะบอกเล่าเรื่องราวที่แตกต่างกัน อีกทั้งมีภาวะหูแว่วและภาพหลอน 2.&amp;ldquo;โรคไบโพลาร์&amp;rdquo; หรืออารมณ์ 2 ขั้ว เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย และมักจะมีอาการซึมเศร้าร่วมด้วย แต่พอดี ผู้ป่วยจะรู้ตัวเอง ทั้งนี้ การรักษาโรคจิตเวช แพทย์จะให้ยาปรับสมดุลสารเคมีในสมองเพื่อให้ทำงานได้ปกติในส่วนที่ผู้ป่วยบกพร่อง ประกอบการใช้กิจกรรมกลุ่มเข้ามาบำบัด ในลักษณะของการสะท้อนปัญหาและแก้ไขปัญหาร่วมกัน เพื่อให้ผู้ป่วยเห็นภาพ กระทั่งสามารถที่จะกลับใช้ชีวิตได้อย่างปกติ โดยทั่วไปเมื่อผู้ป่วยได้รับยา 3-4 สัปดาห์ ก็จะสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ปกติ หรือบางรายต้องกลับมาพบแพทย์ตามนัด
แม่..ป่วยจิตเวชก็ขึ้นชื่อว่าแม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไล่มาถึงประเด็นคนเป็นแม่ป่วยจิตเวชที่มารักษาใน รพ.ศรีธัญญา พี่นก พยาบาลชำนาญการ ระบุว่า เมื่อ 1 ปีที่ผ่านมามีด้วยกัน 2 ราย ที่เป็นคุณแม่ตั้งครรภ์ แต่ไม่ได้คลอดใน รพ.ศรีธัญญา เนื่องจากรักษาอาการภาวะซึมเศร้าและดีขึ้น ทั้งนี้ เจ้าตัวเล่าว่า คนไข้เมื่อรู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ก็จะมักจะ &amp;ldquo;ห่วงลูกในท้อง&amp;rdquo; มากกว่าเรื่องอื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ผู้ป่วยจิตเวชสามารถเลี้ยงดูลูกได้เหมือนคุณแม่ปกติ หากดูแลตัวเองโดยการรับประทานยาและพบแพทย์โดยสม่ำเสมอ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ที่ผ่านมามีผู้ป่วยโรคจิตเวชที่เข้ามารักษาซึ่งตั้งครรภ์ได้ประมาณ 2-3 เดือน แม้แต่ญาติที่พามารักษาเขาก็จะไม่รู้ แต่ เมื่อเขารู้ตัวว่าตัวเองท้องก็จะเป็นห่วงลูกก่อนเลย เพราะเขาจะบอกกับพยาบาลว่า &amp;ldquo;พี่ หนูท้องนะ!!!&amp;rdquo; ถ้ากินยาตัวนั้นตัวนี้ มันจะมีผลอะไรกับลูกไหม?? หรือบางครั้งอยากกินอาหารรสจัดก็จะไม่กล้ากิน นอกจากว่าเขาจะแพ้ท้องและอยากกินจริงๆ ก็จะขอกินกับเพื่อนคำสองคำเพื่อให้รู้รสเท่านั้น จากประสบการณ์ที่ผ่านมาบอกได้เลยว่า ผู้ป่วยที่มีความสุขและมีพื้นฐานการเลี้ยงดูที่ดีจากครอบครัว กระทั่งผู้ป่วยที่ถูกสามีทำร้ายร่างกายขณะที่ยังท้อง เขาก็จะแสดงความรักและเป็นห่วงลูกก่อนเสมอ เมื่อเขาเริ่มจำความรู้สึกเดิมได้ ก็นึกถึงเรื่องท้องก่อนเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ คนเป็นพ่อและแม่ส่วนใหญ่จะไม่ทิ้งลูก ขอยกตัวอย่างพ่อแม่อายุเยอะที่มาเยี่ยมลูกสาวป่วยโรคจิตเวช บางรายซื้อของมาให้ลูกกิน และเอามือลูบหลังลูก ดังนั้นต่อให้ลูกเอะอะโวยวาย หรือแสดงอารมณ์หลุดโลกแค่ไหน คนเป็นพ่อแม่ย่อมรับได้ทุกอย่างค่ะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของการเลี้ยงดูลูกของคุณแม่ป่วยจิตเวชจะเหมือนกับคุณแม่ทั่วไปหรือไม่นั้น หากว่าแม่ป่วยมีพัฒนาการทางร่างกายและจิตใจที่เป็นปกติ รับประทานยาติดต่อกันตลอด หรือหากสามารถคอนโทรลตัวเองได้ ก็จะสามารถเลี้ยงดูลูกได้เหมือนคุณแม่ปกติ คิดง่ายๆ ว่าถ้าแม่ป่วย 3 วันดี 4 วันไข้ หรือมีอาการหงุดหงิดฉุนเฉียวใส่ลูก ก็จะส่งผลต่อลูก หรือเกิดการเลียนแบบคุณแม่ได้ ดังนั้นหากแม่ป่วยที่รักลูกก็ต้องรักษาตัวเองให้เป็นปกติเช่นเดียวกัน ซึ่งคุณแม่สามารถสังเกตความผิดปกติ หรือหาจุดตัดของปัญหา หรืออาการป่วยของตัวเองได้ และแก้ไขได้ ก็จะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ เช่น คุณแม่เริ่มมีอาการเครียดง่าย ก็ต้องหาวิธีสร้างความผ่อนคลายโดยการคิดบวก, หากิจกรรมทำ เป็นต้นว่าออกกำลังกาย หรือไปเที่ยวร่วมกับครอบครัว หรือเกิดภาวะเครียดจากการที่หายใจแรง ก็อาจต้องผ่อนลมหายใจให้ช้าลง ขณะเดียวกันให้ตั้งสติ และรีบบอกญาติให้พามาโรงพยาบาลค่ะ หรือจะใช้การฝึกสมาธิและสวดมนต์ก็สามารถทำได้เช่นกัน ถ้าเรื่องไหนที่ทำให้เราสบายใจ สร้างความผ่อนคลายได้ ก็ให้รีบทำ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ที่ผ่านมาจะมีผู้ป่วยโรคจิตเวชตั้งครรภ์เข้ารับการรักษาที่ค่อนข้างน้อย ทว่าก็พบปัญหาหลักๆ คือ นอกจากเรื่องสุขภาพ โดยคุณแม่อาจมีโรคประจำตัว อาทิ โรคเบาหวาน และโรคความดัน ตลอดจนโรคอื่นๆ ที่จำเป็นต้องดูแลร่วมด้วย ขณะมีบุตรแล้ว การดูแลและเลี้ยงดูหลังคลอดก็เป็นเรื่องที่พบได้บ่อย กระทั่งบางรายปฏิเสธไม่มีบุตรต่อ พี่ทวีรัตน์ บอกให้ฟังถึงคำแนะนำดังกล่าวไปยังผู้ป่วย ตลอดจนญาติที่ดูแลไว้น่าสนใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาในรอบหลายปีมีคุณแม่ป่วยจิตเวชที่พบว่าไม่รู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์กับใคร ที่สำคัญพ่อแม่หรือญาติที่พามารักษาก็ไม่รู้ว่าลูกตั้งครรภ์ ประกอบกับบางครั้ง ตัวผู้ป่วยหญิงเองก็ปฏิเสธที่จะมีบุตร เพราะอาจจะส่งผลต่อการเลี้ยงดูลูกหลังคลอด เนื่องจากมีฐานะยากจน ในส่วนนี้เราจะไม่ตัดสินใจให้เขา แต่จะทำหน้าที่เป็นผู้คอยรับฟัง และ แนะนำให้เขาทิ้งเวลาไว้สักพัก โดยอย่าเพิ่งรีบตัดสินใจ เพราะอาจจะทำให้ความคิดเปลี่ยน ขณะเดียวกันก็จะบอกให้พ่อแม่พาลูกที่ป่วยซึ่งมีอาการดีขึ้นไปทำบุญที่สถานสงเคราะห์เด็ก ตรงนั้นจะทำให้เขาเปลี่ยนมุมมองและอยากเลี้ยงลูกต่อไป&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนแนวโน้มของผู้ป่วยจิตเวชตั้งครรภ์ในอนาคตมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากคนมีความรู้มากขึ้น อีกทั้งญาติผู้ป่วยก็มักจะไม่สนับสนุนเรื่องการมีบุตร ส่วนนี้ในฐานะพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วย เราก็จะให้คำแนะนำโดยการชี้ให้เห็นถึงผลดี-ผลเสียของการตั้งครรภ์ขณะป่วย เพื่อให้คุณแม่และครอบครัวเป็นผู้ตัดสินใจร่วมกันเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ผ่านมามีคนไข้อาการดีขึ้น และมาปรึกษาเราเรื่องการมีบุตร ทางทีมพยาบาลของเราก็จะให้คำแนะนำในเชิงว่า ถ้ามีลูกต้องคิดให้รอบคอบ ต้องหมั่นดูแลตัวเองสม่ำเสมอ และอย่างที่บอกไปว่า ผู้ป่วยจิตเวชสาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากกรรมพันธุ์ ดังนั้นถ้าเราเป็นแม่และเห็นลูกป่วยเหมือนตัวเองก็คงรู้สึกไม่ดี จึงจำเป็นต้องให้ครอบครัวมีส่วนตัดสินใจร่วมกันเอง แต่ถ้ารายไหนที่ตั้งครรภ์แล้ว เราก็จะแนะนำให้ทิ้งเวลาไว้ เพื่อเปลี่ยนความคิดในการเอาเด็กไว้ค่ะ อย่างที่บอกข้างต้นค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(กันตรัตน์ เชาว์ทัศน์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน กันตรัตน์ เชาว์ทัศน์ พยาบาลวิสัญญี ศูนย์บำบัดรักษาด้วยไฟฟ้า รพ.ศรีธัญญา กล่าวเสริมว่า &amp;ldquo;จากประสบการณ์ที่ทำงานด้านการรักษาผู้ป่วยจิตเวชมา 18 ปี มองว่าคุณแม่ตั้งครรภ์ ถ้ากินยาปกติก็แทบแยกไม่ออกว่าเขาเป็นผู้ป่วย ดังนั้นเขาสามารถเลี้ยงดูลูกได้ค่ะ แต่ถ้าหากขาดยา เขาก็จะเป็นใครก็ไม่รู้ เพราะเราไม่สามารถไปควบคุมสมองได้ ดังนั้นที่เขาทำจึงไม่ใช่ตัวตนของเขา แต่เป็นความผิดปกติของสารในสมอง ดังนั้นถ้ารู้ตัวว่าจะท้อง หรืออยากมีลูก ก็ต้องวางแผนการดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ที่สำคัญญาติเองก็ต้องดูแลให้คนไข้กินยา เพราะเมื่อใดที่เขาปกติ เขาก็จะดูแลตัวเองและลูกได้ค่ะ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15143</URL_LINK>
                <HASHTAG>กันตรัตน์ เชาว์ทัศน์, ทวีรัตน์ ทองดี, รพ.ศรีธัญญา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โรคจิตเภท, โรคไบโพลาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180810/image_big_5b6d77665725e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
