<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108531</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2021 07:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2021 07:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พ่อเมืองตาก&#039; วางแนวป้องกัน &#039;โรงเรียน-โรงงาน&#039; เข้มป้องกันโควิดระบาด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค. 2564 นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ ครั้งที่ 30/2564 เพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และพิจารณามาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด&amp;ndash;19 ของโรงเรียน และโรงงานในพื้นที่อำเภอแม่สอด รวมถึงการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวเพื่อการทำงานข้ามเขตพื้นที่จังหวัดตาก โดยประชุมที่ห้องประชุมทีลอซู ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดตาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมี นายสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก นายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา ปลัดจังหวัดตาก และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ส่วนนายชัยพฤกติ์ เชียรธานรักษ์ นายอำเภอแม่สอด จ.ตาก พร้อมคณะกรรมการฯ ฝั่งตะวันตก เข้าร่วมประชุม ณ ที่ว่าการอำเภอแม่สอด ขณะที่คณะกรรมการฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมผ่านระบบ Video Conference&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่ประชุมได้รับทราบสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของจังหวัดตาก ข้อมูล ณ วันที่ 3 กรกฎาคม 2564 พบผู้ป่วยรายใหม่ 39 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสมระลอกใหม่ (1 เม.ย. &amp;ndash; 3 ก.ค. 64) จำนวน 1,131 ราย ผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการรักษา 731 ราย เสียชีวิตสะสมระลอกใหม่ 7 ราย ขณะที่ในห้วงระหว่างวันที่ 26 มิ.ย. &amp;ndash; 2 ก.ค. 64 พบผู้ติดเชื้อกระจายไปในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแม่สอด 695 ราย , พบพระ 2 ราย , อุ้มผาง 1 ราย , วังเจ้า 1 ราย , เมืองตาก 2 ราย และบ้านตาก 7 ราย โดยแบ่งเป็นคลัสเตอร์โรงงาน ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ 571 ราย คนไทย 19 ราย , ชุมชนแรงงานต่างด้าวตลาดแม่ตาวกลาง เป็นชาวต่างชาติ 20 ราย , ชุมชนแรงงานต่างด้าววังตะเคียน 19 ราย &amp;nbsp;
ส่วนผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจาก กทม. พบที่อำเภอบ้านตาก 6 ราย อำเภอเมืองตาก 2 ราย ,พบพระ 2 ราย ,อุ้มผาง 1 ราย และอำเภอแม่สอด 3 ราย , คลัสเตอร์ผาผึ้ง 1 ราย , คลัสเตอร์พบพระ 1 ราย , พนักงานขับรถข้ามแดน 3 ราย , ลักลอบข้ามแดน 4 ราย เป็นคนไทย 3 ราย คนจีน 1 ราย , ติดเชื้อในครอบครัว 9 ราย , หมอนวด 2 ราย และไม่ทราบแหล่งติดเชื้ออีก 3 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณามาตรการป้องกัน ควบคุมโรคโควิด-19 ในโรงเรียนพื้นที่อำเภอแม่สอด โดยกำหนดให้ปิดโรงเรียนทุกสังกัดในอำเภอแม่สอด ออกไปอีก 1 สัปดาห์ ระหว่างวันที่ 5 &amp;ndash; 11 กรกฎาคม 2564 เนื่องจากยังพบการระบาดของโรคเป็นวงกว้างในพื้นที่ โดยให้เรียนแบบออนไลน์แทน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนโรงงานในอำเภอแม่สอด ที่เกี่ยวข้องกับคลัสเตอร์แม่ตาว ให้มีมาตรการป้องกันควบคุมโรค ตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกำหนด ขณะที่โรงงาน CC&amp;amp;C และโรงงาน TK ให้เป็นโรงงานที่เข้าสู่ระบบ Bubble and Seal (การจัดหาที่พักพนักงานให้อยู่ในสถานที่ที่กำหนด ที่สามารถควบคุมได้) และ Factory Quarantine เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการ โดยให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตาก เข้าไปประเมิน ก่อนที่จะเปิดดำเนินการตามมาตรการที่กำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าว เพื่อการทำงานข้ามเขตพื้นที่จังหวัดตาก เบื้องต้นมีมติให้บริษัทกรีนทัมบ์ จำกัด สามารถเคลื่อนย้ายแรงงานสัญชาติลาว จำนวน 4 คน ที่เข้ามาทำงานปรับปรุงภูมิทัศน์สนามบินแม่สอด ให้เดินทางกลับบริษัทฯ ที่จังหวัดชลบุรีได้ และให้ นางบุญมา สนธิงาม เคลื่อนย้ายแรงงานสัญชาติกัมพูชา ที่ทำงานภาคเกษตรในอำเภอวังเจ้า จำนวน 7 คน พร้อมผู้ติดตาม 1 คน เดินทางไปทำงานเก็บลำไยที่อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน โดยให้ปฏิบัติตามคำสั่งจังหวัดตาก ที่กำหนดไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับมาตรการยกระดับการป้องกันโควิด-19 กรณีการปฏิบัติศาสนกิจของศาสนาต่าง ๆ ที่มีการรวมคนจำนวนมาก การพบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมในพื้นที่อำเภอแม่สอด และการเข้มงวดจับกุมผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมือง รวมทั้งการดำเนินการต่าง ๆ ก่อนการผลักดันผู้กระทำผิด กลับออกนอกประเทศ ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108531</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตาก, พงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์, แม่สอด, โควิด, โรงงาน, โรงเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210704/image_big_60e103ffe1590.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107186</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2021 10:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2021 10:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุริยะ&#039;สั่ง กรอ. เร่งประสานโรงงานประเมินตัวเองออนไลน์ป้องกันการติดเชื้อในโรงงาน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย. 2564 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า วิกฤตการณ์แพร่ระบาด ของโควิด 19 ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของภาคเศรษฐกิจ ภาคอุตสาหกรรม ทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งการ รับมือกับวิกฤติการณ์ที่เกิดขึ้น รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงฯ ดูแลขับเคลื่อนมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในสถานประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรม จึงได้กำชับ ไปยังกรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.)ให้เร่งประชาสัมพันธ์พร้อมขอความร่วมมือโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศให้ประเมินตัวเองผ่านแบบประเมินตนเอง Thai Stop Covid plus และ Thai Save Thai ให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนมิ.ย. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมได้สั่งการให้ กรอ.เร่งสำรวจตัวเลขพร้อมทั้งกำชับให้โรงงานอุตสาหกรรมร่วมทำแบบประเมินตัวเอง ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขได้พัฒนาขึ้น โดยแพลตฟอร์มแนะนำด้านสาธารณสุขในการป้องกันการแพร่ระบาดฯ แนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการ ผู้ปฏิบัติงาน และแนวทางการปฏิบัติกรณีพบผู้ติดเชื้อซึ่งผู้ประกอบการต้องประเมินตนเองอย่างน้อยทุก 2 สัปดาห์ ขณะที่พนักงานก็ต้องประเมินตนเอง ผ่านแพลตฟอร์ม Thai Save Thai ก่อนเข้าโรงงาน เพื่อป้องกันความเสี่ยงไม่ให้มีการแพร่เชื้อในสถานประกอบการ&amp;rdquo;นายสุริยะฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประกอบ วิวิธจินดา อธิบดี กรอ. กล่าวว่า กรอ.ได้ร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร ในการคัดเลือกโรงงานเป้าหมายในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่มีจำนวนคนงานมากกว่า 200 คน ซึ่งมีจำนวน 278 โรงงาน จำแนกเป็นโรงงานที่มีคนงาน 200 &amp;ndash; 500 คน จำนวน 206 โรง โรงงานที่มีคนงาน 500 &amp;ndash; 1,000 คน จำนวน 40 โรง และโรงงานที่มีคนงานมากกว่า 1,000 คน จำนวน 32 โรง เป็นโรงงานที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับอาหารหรือแปรรูปอาหาร โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า และโรงงานอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลังวันที่ 15 มิ.ย. ที่ผ่านมา กลุ่มเป้าหมายแรกที่ กรอ. ร่วมกับ กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการลงพื้นที่ตรวจสอบ จำนวน 40 โรงงานโดยคัดเลือกจากโรงงานที่มีความเสี่ยงสูง และโรงงานที่มีความแออัดในพื้นที่ปฏิบัติงานก่อน โดยเป็นโรงงานที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับอาหาร หรือการแปรรูปอาหารทุกขนาด จำนวน 12 โรง และโรงงานที่มีความแออัดเนื่องจากมีจำนวนคนงานมากกว่า 1,000 คน จำนวน 28 โรง&amp;rdquo;นายประกอบฯ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107186</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรอ., สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, โควิด, โรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d153d9d299f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105042</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2021 14:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2021 14:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>15มิ.ย.ประเมินโรงงานไม่ผ่านมาตรการเข้มโควิดโดนลงโทษ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 มิ.ย.2564 - พญ.อภิสมัย ศรีสังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า ในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กได้มีการหยิบยกกรณีการติดเชื้อในโรงงานแปรรูปเนื้อไก่ที่ จ.สระบุรีมาหารือ เนื่องจากขณะนี้มีการกระจายเชื้อไปหลายจังหวัด โดยโรงงานดังกล่าวมีแรงจำนวนมาก เป็นคนไทย 4 พันกว่าคน ชาวต่างชาติพันกว่าคน ส่วนใหญ่เป็นชาวกัมพูชา ซึ่งการติดเชื้ออยู่ในหลายแผนกด้วยกัน กระจายติดไปทั้งโรงงาน กรมควบคุมโรควิเคราะห์ว่า พนักงานคนไทยจะอยู่บ้านพักส่วนตัวหรือหอพักโดยรอบโรงงาน ส่วนแรงงานต่างชาติจะอยู่หอพักที่โรงงานจัดให้ บางจุดค่อนข้างแออัด อยู่กันห้องหนึ่ง 3-6 คน ใช้พื้นที่กลาง ร่วมรับประทานอาหาร แต่พบว่าในส่วนของแรงงานฝีมือหรือช่างแม้จะอยู่ปะปนกับแรงงานอื่นๆแต่มีการติดเชื้อน้อย เป็นเพราะแรงงานกลุ่มนี้มีมาตรการส่วนตัวเข้มข้นและระมัดระวังตัวอย่างสูงสุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย ได้รายงานตัวเลขการพบผู้ติดเชื้อในโรงงานต่างๆ ว่าในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมามีการติดเชื้อใน 10 จังหวัด ส่วนใหญ่จะติดในโรงงานขนาดใหญ่ที่มีแรงงานเกิน 200 คน เนื่องจากสถานที่แออัด ระบบระบายอากาศไม่ดี จุดสัมผัสไม่สะอาด มีการรับประทานอาหารร่วมกัน ซึ่งจากการวิเคราะห์พบว่าโรงงานที่มีขนาดใหญ่พบการติดเชื้อมากถึง 20% โรงงานขนาดเล็กติดเชื้อเพียง 5% ทั้งนี้ ตัวเลขโรงงานที่ขึ้นทะเบียนกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมไว้ 63,000 แห่ง โดยมีโรงงานที่มีผู้ติดเชื้อและเข้าสู่การประเมินตนเองในแบบประเมินตนเองด้านสาธารณสุข จำนวน 8,200 โรงงาน แต่พบว่าโรงงานขนาดใหญ่ 3,300 โรงงาน เข้าไปประเมินเพียง 650 โรงงาน ทั้งที่เป็นเป้าหมายที่มีการติดเชื้อมากกว่าโรงงานขนาดกลางและขนาดเล็ก แต่มีการเฝ้าระวังตนเองค่อนข้างน้อยเพียง 20% &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;จึงเน้นย้ำให้ภายในวันที่ 15 มิ.ย. โรงงานขนาดใหญ่ที่มีรายชื่ออยู่ในกระทรวงอุตสาหกรรมต้องเข้าไปประเมินตนเองให้ครบถ้วน 100% จะเลือกทำบางส่วนไม่ได้ และขอให้ตอบตามความเป็นจริง หากได้คะแนนน้อยหรือไม่ผ่านเกณฑ์จะมีทีมพี่เลี้ยงลงพื้นที่ไปช่วยปรับปรุงแก้ไขให้ผ่าน แต่หากขอความร่วมมือแล้วเพิกเฉย ไม่ประเมินตนเอง เป็นเหตุให้มีการติดเชื้อและกระจายไปที่อื่น ตรงนี้จะมีการพิจารณาบทลงโทษ แต่หากโรงงานทำได้ดี จะมีการให้รางวัล ปรับให้เป็นสถานประกอบต้นแบบ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า สำหรับกรณีแคมป์คนงานที่ประชุมศบค. ชุดเล็กได้หารือกันว่าจากการวางมาตรการการ ควบคุมการแพร่ระบาดของแคมป์ที่พักคนงาน ไซด์ก่อสร้าง ทาง พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผอ.ศปก.ศบค. ได้มอบให้กรมควบคุมโรคทบทวนรายละเอียดในแง่ของการจัดการบับเบิลแอนด์ซีล การพยายามที่จะทำให้การแพร่ระบาดมีวงจำกัดอยู่เฉพาะที่แคมป์คนงาน เพื่อให้สถานประกอบการ แคมป์คนงาน สามารถที่จะเกิดความเข้าใจในแง่ของรายละเอียดการปฏิบัติให้ตรงกันแล้วจะได้ทำให้ถูกต้อง เนื่องจากขณะนี้หลายแคมป์คนงานบอกว่าที่ทำอยู่นั้นเพียงพอและถูกต้องแล้วจึงทำให้เกิดการแพร่ระบาดติดเชื้อ โดยทางกรมควบคุมโรคจะได้นำเสนอรายละเอียดข้อปฏิบัติยิบย่อยให้ แต่หากยังไม่ปฏิบัติตามผอ.ศปก.ศบค.ได้ขอความช่วยเหลือให้ฝ่ายความมั่นคง ทั้งทหาร ตำรวจ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บ.ชน.) ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง(ศปม.) ให้การสนับสนุนการทำงานของ กทม.และกรมควบคุมโรค เพื่อกำชับให้มาตรการที่ออกมาทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเชื่อว่าการแพร่ระบาดจะสามารถควบคุมได้ในที่สุด อย่างไรก็ตาม สุดท้ายฝากไปที่ประชาชนมาตรการรัฐที่เข้มข้น ถ้าผู้ประกอบการ แคมป์คนงาน สถานประกอบการย่อหย่อนปฏิบัติไม่ได้ หมายความพี่น้องประชาชนจะไม่ได้รับความปลอดภัย ดังนั้น ทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนจึงต้องช่วยเป็นหูเป็นตา ที่ผ่านมาศบค.ได้รับทราบเหตุการณ์ หรือการฝ่าฝืนมาตรการในตรงนี้นั้นตรงนี้เป็นเพราะพี่น้องประชาชนแจ้งเข้ามา และสื่อมวลชนช่วยกันเป็นกระบอกเสียง จึงขอความร่วมมือจากทุกคนให้ทำหน้าที่ต่อไป เราคงจะได้เห็นสถานการณ์ที่ดีขึ้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105042</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, พญ.อภิสมัย ศรีสังสรรค์, ศบค., แคมป์คนงาน, โควิด-19, โรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608fad8b70450.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103960</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2021 09:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2021 09:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดแรงงานลามหนัก! &#039;สุชาติ&#039;จับมือมท.ลุยตรวจ393แคมป์ทั่วกรุง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ค. 64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์กรณีการแพร่ระบาดคลัสเตอร์โรงงาน ว่า ในช่วงเช้านี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรียกประชุมหน่วยงานต่างๆ เพื่อดูแผนของกระทรวงแรงงาน และกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเรามีการตรวจสถานประกอบการที่มีแรงงานต่างด้าวอยู่ ส่วนที่ตรวจเจอว่าติดเชื้อก็ต้องยอมรับว่าไม่ใช่แรงงานผิดกฎหมายแต่เข้ามาถูกต้องและมีบัตร เมื่อตรวจพบเชื้อก็ต้องรักษาเป็นเรื่องปกติ และเวลานี้ลามเข้ามาติดในส่วนของแรงงานต่างดาว ก็ต้องมีมาตรการดำเนินการ ยกตัวอย่าง เช่น ในกรุงเทพฯ ได้คุยกับผู้บริหารบริษัทอิตาเลียนไทย ก็ได้ซีลแคมป์คนงานทั้งหมดแล้ว และไม่ให้คนนอกเข้าออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนคลัสเตอร์โรงงานที่พบในจังหวัดเพชรบุรี ต้องยอมรับว่า เราวิตกกังวลตั้งแต่แรก แต่กระทรวงแรงงานไม่ได้เป็นผู้มีอำนาจในพระราชบัญญัติโรคติดต่อ เวลาจะเข้าไปตรวจต้องให้สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) หรือผู้ว่าราชการจังหวัด ที่เป็นประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัด ในการกำหนด ส่วนที่สามารถตรวจในจังหวัดต่างๆ ได้ เป็นเพราะได้รับความร่วมมือจากผู้ว่าฯ บางโรงงานก็ไม่ให้ตรวจ เพราะกลัวว่าตรวจแล้วเจอ หรือกังวลว่าหากตรวจพบเชื้อก็จะถูกปิดโรงงานหรือไม่ ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด ที่เราเข้าไปตรวจเป็นเพราะเป็นที่สุ่มเสี่ยง เช่น ที่จังหวัดชลบุรี เราตรวจเจอก็เข้าไปนำตัวออกมารักษา แต่แรงงานอีก 3,000 ถึง 4,000 คนรอบนอก ก็ปลอดภัย แต่ถ้าไม่เจอก่อน ก็มีปัญหา หรือที่โรงงานในจังหวัดสมุทรปราการ ตรวจ 1,000 กว่าคน ตรวจพบ 26 คน ก็นำไปรักษา ที่เหลือก็สามารถทำงานต่อได้ ดังนั้นกระทรวงแรงงานและกระทรวงมหาดไทย รอวางแผน 393 แคมป์คนงาน ซึ่งมีรายชื่อแล้วและกำลังจะเข้าไปตรวจโดยประสานกรุงเทพมหานครไว้เรียบร้อยแล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103960</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., มท., รมว.แรงงาน, สุชาติ ชมกลิ่น, แคมป์คนงาน, โรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210524/image_big_60ab11f3ce122.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96024</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2021 15:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2021 15:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านสุดทนโรงงานพ่นสีสุดชุ่ยทำรถเสียหายกว่า30คัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มี.ค.64- ที่บริเวณลานจอดรถของชาวบ้านในซอยติดกับโรงงานแห่งหนึ่ง ซอยคลองมะเดื่อ13 ถ.เศรษฐกิจ อ.กระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร นายบัวพา แป่มจำนัก &amp;nbsp;ได้นำสำรวจบริเวณลานจอดรถ ที่มีรถจอดอยู่หลายสิบคัน โดยรถแต่ละคัน มีละอองสีกระเด็นติดตัวรถกว่า30คันทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนมาก โดยชาวบ้านได้ชี้ให้ดูว่าสีที่ลอยมาในอากาศกระเด็นมาติดที่รถชาวบ้านมาจากโรงงานที่พ่นสีโครงเหล็ก ที่ทำเป็นกรงของสัตว์เลี้ยงซึ่งโรงงานดังกล่าวเปิดมาหลายปีแล้ว ก่อนหน้านี้ไม่ได้มีการพ่นสี ปัญหาก็ไม่มี ชาวบ้านก็ไม่เดือดร้อนอะไร แต่มาต้นเดือนนี้โรงงานดังกล่าวได้มีการพ่นสีโครงเหล็กทุกวันแต่ไม่มีมาตรการใดๆมาป้องกันไม่ให้ละอองสีลอยออกมาทางอากาศ จนทำให้สีมาติดรถชาวบ้านจนชาวบ้านเดือดร้อนรถที่จอดเสียหายกันทั่วหน้า จึงขอร้องผ่านสื่อให้ช่วยนำเสนอข่าวเพื่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาดูแลข่วยเหลือชาวบ้านโดยเร็วด้วย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96024</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ่นสี, สมุทรสาคร, โรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210314/image_big_604dc0a9ce7c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89646</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2021 08:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2021 08:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุชาติ&#039;ลั่นเตรียมลุยตรวจโควิดโรงงานใน28จังหวัดเสี่ยงฟรี!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ม.ค.2564 - &amp;nbsp;นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานกล่าวว่า ภายหลังกระทรวงได้รับนโยบายจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมให้แนวทางช่วยเหลือเชิงรุกนายจ้างและลูกจ้าง โดยให้โรงพยาบาลในเครือข่ายสำนักงานประกันสังคมบูรณาการทำงานเชิงรุกร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมทีมแพทย์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทยเข้าไปตรวจสถานประกอบการเพื่อตรวจคัดกรองเชื้อโควิด-19 ให้ผู้ใช้แรงงานในรูปแบบทางเดินหายใจ &amp;nbsp;(PCR) ที่จังหวัดสมุทรสาครไปเบื้องต้นแล้ว &amp;nbsp;ล่าสุดกระทรวงแรงงานจะทำงานตรวจเชิงรุกต่อไปใน 28 จังหวัดที่มีการคำสั่งควบคุมสูงสุดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ต่อไป โดยขณะนี้มีหลายโรงงาน หลายสถานประกอบการ ได้ยื่นเข้ามาจำนวนมาก โดยรอพิจารณาคำขอจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผู้ประกอบการ สถานประกอบการ ที่ผ่านการอนุมัติ &amp;nbsp;จะสามารถตรวจคัดกรองโควิด-19 ได้ฟรี ซึ่งสำนักงานประกันสังคมในสังกัดกระทรวงแรงงาน จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ตามนโยบายรัฐบาลและจากการกำชับของ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลนโยบายของกระทรวงแรงงาน ได้ให้แนวทางการทำงาน ต้องทำทุกอย่างที่ทำได้ เพื่อให้การช่วยเหลือนายจ้างและลูกจ้าง ให้ภาคการผลิตเดินต่อ และ ด้านสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง ให้ปลอดภัยจากโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชาติ กล่าวต่อว่า สำหรับผู้ประกอบการใน 28 จังหวัดที่จะเข้ารับการตรวจนั้นจะต้องผ่านเกณฑ์พิจารณาต่างๆ โดยประการแรกต้องยื่นความประสงค์ขอเข้าร่วมตรวจคัดกรองจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด &amp;nbsp; สาธารณสุขจังหวัด ประกันสังคมจังหวัด &amp;nbsp;ภายใต้การอำนวยการของ ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้เห็นชอบขั้นตอนสุดท้าย โดยเงื่อนไขหลักๆ สถานการประกอบการจะต้องมีสถานกักกันในโรงงาน ที่มีความพร้อม Factory Quarantine (FQ) &amp;nbsp;ในกรณี ตรวจไม่ผ่านก็ให้โรงงานไปปรับปรุงแก้ไขใหม่ &amp;nbsp;และเมื่อผ่านการอนุมัติแล้ว &amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงพยาบาลในเครือข่ายสำนักงานประกันสังคม จะดำเนินการตรวจตามขั้นตอนการรักษาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กระทรวงแรงงานคาดหวังจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจเชิงรุกและป้องกันโควิด-19 โดยสถานประกอบการไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการตรวจคัดกรองโควิด-19 จากเดิมที่นายจ้างต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง ในการตรวจคัดกรองลูกจ้าง และ ที่สำคัญนโยบายรัฐบาลนี้ ยังเป็นการช่วยเหลือ ผู้ประกอบการและลูกจ้าง ทั้งชาวไทย และต่างด้าวไม่ต้องหยุดกิจการ ภาคการผลิตและลูกจ้างไม่ต้องหยุดงาน &amp;nbsp;และการผลิตส่งออกเดินหน้าต่อไป เพื่อท่าจะมีเงินไปเลี้ยงชีพและดูแลครอบครัว &amp;nbsp; อีกทั้งกระทรวงแรงงานถือว่าเป็นกองหนุนเปรียบเสมือนเป็นผู้ช่วยการทำงานทุกภาคส่วนของภาครัฐ อาทิ &amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;ที่เราเข้าไปลุยตรวจถึงโรงนั่นๆ ถือว่าเป็นการดูแล และ ห่วงใยผู้ประกอบการและลูกจ้างเพื่อให้ผ่านสถานการณ์เช่นนี้ไปด้วยกัน &amp;nbsp;สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องทำทุกมิติ เพื่อชาติ บ้านเมือง พี่น้องประชาชน ต้องผ่านวิกฤตการแพร่ระบาดโควิด-19 ไปด้วยกัน&amp;quot; รมว.แรงงาน กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89646</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, นายสุชาติ ชมกลิ่น, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, โควิด-19, โรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210113/image_big_5ffe53070d912.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38847</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2019 16:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2019 16:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรอ. โชว์รถตรวจวัดคุณภาพอากาศเคลื่อนที่ เพิ่มศักยภาพเชิงรุกพร้อมลุยตรวจมลพิษทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
กรมโรงงานอุตสาหกรรมเดินหน้าพัฒนาระบบตรวจสอบและป้องกันโรงงานแอบปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อมเพื่อไม่ให้ชุมชนได้รับความเดือดร้อน พร้อมโชว์ศักยภาพรถตรวจวัดคุณภาพอากาศ-น้ำแก้ปัญหามลพิษ และลดปัญหาความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 มิ.ย.62 -นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 62 กรอ. ได้รับการส่งมอบรถตรวจวัดคุณภาพอากาศเคลื่อนที่เป็นคันที่ 3 จากบริษัท เอ็นเทค แอสโซซิเอท จำกัด ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินนโยบายตรวจสอบการระบายมลพิษโรงงานเคลื่อนที่ของ กรอ. ทั่วประเทศอย่างเข้มงวดตามพื้นที่ต่างๆ &amp;nbsp;เพื่อเป็นการป้องปราม และตรวจสอบไม่ให้ผู้ประกอบการโรงงานปล่อยมลพิษจนสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนและชุมชน โดยการรับมอบรถครั้งนี้ส่งผลให้ กรอ. มีรถตรวจวัดสารมลพิษแล้ว 4 คัน แบ่งเป็นรถตรวจวัดคุณภาพอากาศเคลื่อนที่ 3 คัน และรถตรวจวัดคุณภาพน้ำ 1 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้การนำรถตรวจวัดสารมลพิษเคลื่อนที่เข้ามาใช้ดำเนินการถือเป็นนโยบายการทำงานที่สอดคล้องกับการใช้เทคโนโลยี 4.0 ของรัฐบาล ในการตรวจกำกับ การแก้ไขปัญหาร้องเรียน และเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์การระบายมลพิษโรงงาน ที่มีประสิทธิภาพรวดเร็วจนสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ผู้ร้องเรียน และภาคประชาชนได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ภารกิจด้านการตรวจสอบการระบายมลพิษโรงงาน ทั้งการตรวจกำกับดูแลเป็นประจำการตรวจสอบในเหตุร้องเรียน และการเฝ้าระวังเป้าหมายเพื่อการกำกับดูแล และป้องปรามไม่ให้การประกอบกิจการโรงงานก่อให้เกิดเหตุเดือดร้อนกับประชาชนโดยรอบ ดังนั้นกรมโรงงานอุตสาหกรรมจึงมีการพัฒนาการกำกับดูแลให้ทันต่อสถานการณ์ และการแก้ไขเหตุเดือดร้อนของประชาชน ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพขีดความสามารถในการปฏิบัติงาน โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย สามารถตรวจสอบระดับมลพิษพร้อมแสดงผลการตรวจวัดได้ทันทีทั้งในเชิงรุกและรับ โดยเชิงรุกคือใช้เป็นรถตรวจสอบมลพิษแบบปัจจุบัน และเชิงรับคือใช้เป็นสถานีเฝ้าระวังติดตามระดับมลพิษเชิงพื้นที่&amp;rdquo; นายทองชัย กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทองชัย กล่าวต่อว่า รถตรวจวัดสารมลพิษนั้นแต่ละคันมีความสามารถในการตรวจวัดที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งอยู่กับสถานการณ์ด้านมลพิษและข้อร้องเรียนในแต่ละพื้นที่ โดยรถตรวจวัดคุณภาพอากาศเคลื่อนที่คันนี้สามารถตรวจวัดสารมลพิษในบรรยากาศอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ (CO) ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (NOX) สารอินทรีย์ระเหยง่ายในบรรยากาศ (VOCs) ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน และการตรวจสอบมลพิษจากปล่องโรงงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับรถตรวจวัดคุณภาพอากาศเคลื่อนที่คันนี้ สามารถทำงานได้ในพื้นที่ที่ไม่มีกระแสไฟ (มีระบบผลิตกระแสไฟฟ้า) และสามารถรับส่งข้อมูลการตรวจวัดมลพิษผ่านระบบอินเทอร์เน็ตไร้สายเข้าสู่ระบบแม่ข่าย ของกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ตลอดเวลา และสามารถใช้เป็นรถเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารสู่ประชาชนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานได้หลายหลากขึ้น ด้วยการติดตั้งชุดตรวจวัดระดับกลิ่น และการพิสูจน์อัตลักษณ์ของกลิ่นจากแหล่งก่อกำเนิด การติดตั้งชุดตรวจวัดด้านอุตุนิยมวิทยา การติดตั้งเครื่องตรวจวัดระดับเสียง เพื่อการใช้งานเป็นสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศและเสียงได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายทองชัย กล่าวว่า ปัจจุบันรถตรวจวัดคุณภาพอากาศเคลื่อนที่ จำนวน 2 คัน ประจำอยู่ที่ภาคตะวันออก จังหวัดระยอง และภาคใต้ จังหวัดสงขลา และรถตรวจวัดคุณภาพน้ำ จำนวน 1 คัน ประจำอยู่ที่ส่วนกลาง กรุงเทพฯ ซึ่งการปฏิบัติงานที่ผ่านมาค่อนข้างประสบผลสำเร็จอย่างมาก เช่น การเข้าตรวจสอบเหตุร้องเรียนกลิ่นจากการประกอบกิจการในพื้นที่ อ่างทอง สระบุรี การเฝ้าระวังระดับการปนเปื้อนของสารพิษในบรรยากาศในพื้นที่ระยอง งานถวายความปลอดภัยด้านมลพิษอากาศในพื้นที่ระยอง, งานสถานีตรวจวัดระดับเสียงรบกวนในพื้นที่สมุทรปราการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีงานตรวจสอบระดับการปนเปื้อนของสารพิษในบรรยากาศในพื้นที่สงขลางานตรวจสอบระดับก๊าซที่มีการระบายสู่บรรยากาศในกลุ่มโรงงานยางพาราพื้นที่ภาคใต้ งานเฝ้าระวังสถานการณ์มลพิษบริเวณรอบพื้นที่เขตประกอบอุตสาหกรรม งานตรวจวัดคุณภาพน้ำทิ้งระบายออกนอกโรงงานในกลุ่มโรงงานที่ติดตั้งระบบระบบตรวจวัดมลพิษน้ำระยะไกล และงานสถานีเฝ้าระวังคุณภาพน้ำแหล่งน้ำสาธารณะ เป็นต้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38847</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมโรงงานอุตสาหกรรม, มลพิษ, รถตรวจวัดคุณภาพน้ำ, รถตรวจวัดคุณภาพอากาศเคลื่อนที่, โรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190618/image_big_5d08b031990c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
