<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111551</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จี้เอาผิดนายจ้างซุกผูติ้ดเชื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; จี้ ศบค.ออกมาตรการเด็ดขาดเอาผิดเจ้าของโรงงาน-แคมป์ก่อสร้างต้นตอคลัสเตอร์โควิด สอบเชิงลึกนายจ้างซุกผู้ติดเชื้อ-ปกปิดข้อมูล ใครแพร่งพรายขู่ไล่ออก แถมแรงงานป่วยไม่กักบริเวณ ไม่ส่งตัวไปรักษา ห่วงแต่ธุรกิจเสียหาย ลั่นสั่งปิดไม่ใช่ทางออกปัญหา
วันที่ 29 ก.ค. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องถึง พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เพื่อขอให้ออกข้อกำหนดหรือมาตรการที่เด็ดขาดและบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเอาผิดเจ้าของหรือผู้ประกอบการหรือเจ้าของแคมป์คนงานก่อสร้าง ที่เป็นต้นเหตุให้เกิดคลัสเตอร์การติดเชื้อและแพร่กระจายเชื้อไวรัสโคโรนาหรือโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณกล่าวว่า เนื่องจากการพบคลัสเตอร์ใหม่ๆ ที่มาจากแคมป์ก่อสร้างและโรงงานต่างๆ เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก เช่น แคมป์ก่อสร้างหัวหิน จ.ประจวบฯ แคมป์คนงานนิคมฯ โคราช แคมป์ก่อสร้างเกาะจันทร์ จ.ชลบุรี แคมป์ก่อสร้างบ้านฉาง จ.ระยอง และคลัสเตอร์จากโรงงานต่างๆ อาทิ โรงงานชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ จ.ฉะเชิงเทรา โรงงานน้ำตาลศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ โรงงานแปรรูปไก่บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ โรงงานใน จ.สมุทรสาคร ปทุมธานี รวมทั้งใน กทม.ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คลัสเตอร์ที่เกิดขึ้นใหม่ๆ ดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงความหละหลวมของผู้ประกอบการหรือนายจ้างกิจการนั้นๆ โดยชัดแจ้ง จากการตรวจสอบในเชิงลึกพบว่า ผู้ประกอบการหรือเจ้าของกิจการเหล่านั้นเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เกิดขึ้นจำนวนมาก เนื่องจากมีความพยายามที่จะปกปิดการติดเชื้อของพนักงาน ห้ามพนักงานแพร่งพรายการติดเชื้อไปให้บุคคลภายนอกทราบ หากใครฝ่าฝืนมีโทษถึงไล่ออกจากงาน และเมื่อพนักงานคนใดติดเชื้อกลับไม่มีมาตรการการจำกัดบริเวณหรือแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อส่งตัวไปรักษาแต่อย่างใด เพราะกลัวบุคคลภายนอกจะล่วงรู้ จะทำให้แคมป์หรือโรงงานถูกสั่งปิด ทำให้ธุรกิจเสียหาย&amp;quot; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยกล่าวว่า นายจ้างส่วนใหญ่หละหลวมต่อมาตรการที่เข้มงวดในแคมป์คนงานก่อสร้างและโรงงานส่วนใหญ่ที่เป็นแรงงานต่างด้าวและคนไทย เมื่อมีการติดเชื้อโควิดแล้วมักไม่กล้าบอกนายจ้างหรือหัวหน้างาน เพราะเกรงว่าจะถูกสั่งพักงาน ถูกกักตัว 14 วัน ทำให้ขาดรายได้ ไม่มีค่าแรง ที่จะนำมาจุนเจือตนเองและครอบครัว ทำให้แคมป์คนงานและโรงงานต่างๆ เป็นแหล่งบ่มเพาะเชื้อโรค และเป็นพาหะที่สำคัญในการนำไปแพร่กระจายยังบุคคลในครอบครัวและเพื่อนพ้อง หรือบุคคลทั่วไปในชุมชนย่านตลาดร้านค้า เพราะปิดบังตนเองว่าเป็นผู้ติดเชื้อ หรือเมื่อบุคคลอื่นจะรู้ว่าติดเชื้อก็มักแสดงอาการที่หนัก จนยากที่จะรักษาแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณกล่าวว่า สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยจึงต้องนำความมาร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรีในฐานะที่เป็น ผอ.ศบค. เพื่อขอให้ออกข้อกำหนดหรือมาตรการที่เด็ดขาดในการเอาผิดเจ้าของแคมป์คนงานก่อสร้างและเจ้าของหรือผู้ประกอบการโรงงานที่ปล่อยให้คนงานติดเชื้อโควิด โดยไม่มีมาตรการป้องกันการติดเชื้อใดๆ ภายในแคมป์หรือโรงงานเลย รวมทั้งต้องลงโทษการปกปิดข้อมูลการติดเชื้อโควิดของคนงานหรือพนักงาน และเอาผิดพนักงานเจ้าหน้าที่ที่รู้เห็นเป็นใจเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการดังกล่าวตามกฎหมายที่เคร่งครัดด้วย เพราะการสั่งปิดแคมป์หรือโรงงานเพียง 5-10 วันไม่ใช่ทางออกของปัญหา.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111551</URL_LINK>
                <HASHTAG>จี้เอาผิดนายจ้างซุกผูติ้ดเชื้อ, ปกปิดข้อมูล, ศบค., ศรีสุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, โควิด, โรงงาน-แคมป์ก่อสร้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_6102951397107.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
