<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115938</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2021 19:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2021 19:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โรงงานน้ำตาลต่ออายุรับประกันราคาซื้ออ้อยสดขั้นต่ำที่ตันละ 1,000 บาท อีก 1 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7 ก.ย. 2564 นายสิริวุทธิ์ เสียมภักดี ประธานคณะทำงานด้านประชาสัมพันธ์ 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย หรือ TSMC เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาลมีนโยบายมุ่งสร้างความมั่นคงด้านผลผลิตอ้อยให้แก่อุตสาหกรรม เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีนโยบายสนับสนุนและช่วยเหลือชาวไร่ยึดอาชีพการเพาะปลูกอ้อยและมีรายได้เลี้ยงดูครอบครัว จึงได้ประกาศต่ออายุการรับประกันราคารับซื้ออ้อยสดเข้าหีบในฤดูการผลิตปีถัดไป (2565/66) ที่ราคาขั้นต่ำ 1,000 บาทต่อตันอ้อย ณ ระดับค่าความหวานที่ 10 ซี.ซี.เอส. และหากราคาตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นจะพิจารณาปรับราคาอ้อยเพิ่มขึ้นให้สอดคล้องกับทิศทางราคา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ชาวไร่ และวางแผนขยายพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มผลผลิตอ้อยมากขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;การประกาศประกันราคารับซื้อผลผลิตอ้อยในฤดูถัดไปตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อให้ชาวไร่ได้มีเวลาเตรียมตัววางแผนการเพาะปลูกทั้งการจัดหาพันธุ์อ้อย การขยายพื้นที่เพาะปลูกเพื่อให้ได้ปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น เพื่อสร้างเสถียรภาพด้านความมั่นคงด้านผลผลิตอ้อยให้แก่อุตสาหกรรม โดยเราคาดว่า ด้วยมาตรการที่ต่อเนื่องเช่นนี้จะสร้างความมั่นใจให้ชาวไร่เพาะปลูกอ้อยเพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อปริมาณอ้อยเข้าหีบในฤดูการผลิตปีถัดไปเพิ่มเป็น 100 ล้านตัน&amp;rdquo; นายสิริวุทธิ์ กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นโยบายการประกันราคารับซื้ออ้อยสดขั้นต่ำ 1,000 บาทต่อตัน ณ ระดับค่าความหวานที่ 10 ซี.ซี.เอส ซึ่งเริ่มประกาศใช้ตั้งแต่ฤดูการผลิตปีนี้ (2564/2565 ) ทำให้ชาวไร่ไม่ต้องกังวลเรื่องราคาอ้อยและทุ่มเทการดูแลพื้นที่เพาะปลูกอ้อยอย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ สด สะอาด จัดส่งให้แก่โรงงาน โดยคาดว่า ปริมาณอ้อยเข้าหีบในปี 2564/65 จะเพิ่มขึ้นเป็น 87-90 ล้านตันอ้อย เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีปริมาณอ้อยเข้าหีบที่ 67 ล้านตัน อีกทั้ง เป็นการสร้างแรงจูงใจให้ชาวไร่ตัดอ้อยสดส่งมอบให้แก่โรงงานที่ช่วยลดปัญหาการเผาอ้อยในระยะยาวอีกด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้โรงงานน้ำตาลทุกแห่งได้เตรียมแผนมาตรการป้องกัน เฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 รองรับกับการเปิดหีบอ้อยประจำฤดูการผลิตปี 2564/65 โดยโรงงานได้สนับสนุนให้พนักงานทุกคนได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดเข็มแรกให้ครบ 100% จากปัจจุบันที่มีฉีดไปแล้วกว่า 50% พร้อมกันนี้ ยังได้ยึดกรอบนโยบายตามมาตรการบับเบิล แอนด์ ซีล ของภาครัฐที่มุ่งเน้นการป้องกันการแพร่ระบาดมาเป็นแนวทางปฎิบัติอย่างเคร่งครัดเพื่อเฝ้าระวัง ติดตามและป้องกันการแพร่ระบาด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;quot;เรามีมาตรการคัดกรองพนักงานที่เข้ามาปฏิบัติงานภายในโรงงานทุกวันและผู้ที่มาติดต่อทุกรายเข้าเขตพื้นที่โรงงาน พร้อมจัดหาพื้นที่คัดแยกผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการ เพื่อเฝ้าระวังและประสานงานไปยังสาธารณสุขจังหวัดหรืออาสาสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หากพบผู้ป่วยที่มีอาการเข้าไปรับการรักษาต่อไป&amp;quot;นายสิริวุทธิ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115938</URL_LINK>
                <HASHTAG>รับประกันราคาซื้ออ้อยสด, โรงงานน้ำตาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210907/image_big_61376182192a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79044</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2020 09:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2020 09:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวสามชุกระทึก!ศาลปกครองกลางอ่านชี้ขาดคดีฟ้องอนุญาตสร้างโรงงานน้ำตาล-โรงไฟฟ้าชีวมวล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;ในเวลา 10.30 น. ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ ส.4/2559 ระหว่าง สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ที่ 1 กับพวกรวม 26 คน (ผู้ฟ้องคดี) กับนายกเทศมนตรีตำบลสามชุก ที่ 1 กับพวกรวม 6 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้ฟ้องคดี ฟ้องว่า นายกเทศมนตรีตำบลสามชุก ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 อุตสาหกรรมจังหวัดสุพรรณบุรี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ออกใบอนุญาตการประกอบกิจการโรงงานน้ำตาลของบริษัท อุตสาหกรรมน้ำตาลสุพรรณบุรี จำกัด และใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานไฟฟ้าชีวมวลของบริษัท ทิพย์สุพรรณบุรี ไอโอเอนเนอยี่ จำกัด โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก่อให้เกิดมลพิษแก่ผู้ฟ้องคดีที่อาศัยอยู่รอบบริเวณโรงงาน ณ ห้องพิจารณาคดี 7 ชั้น 3 อาคารศาลปกครอง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79044</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำพิพากษา, นายกเทศมนตรีตำบลสามชุก, ศาลปกครองกลาง, สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน, โรงงานน้ำตาล, โรงงานไฟฟ้าชีวมวล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190604/image_big_5cf5e937662e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54865</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2020 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2020 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภัยแล้งฉุดหีบอ้อย62/63ไม่สดใส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ม.ค.2563 นายสิริวุทธิ์ &amp;nbsp;เสียมภักดี รองประธานคณะกรรมการบริหารบริษัท ไทยชูการ์ มิลเลอร์ จำกัด (TSMC) เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายไทย กำลังเผชิญความท้าทายครั้งสำคัญต่อการบริหารจัดการด้านต้นทุนการเพาะปลูกอ้อยและต้นทุนการผลิตน้ำตาลทรายที่เพิ่มขึ้น สวนทางปริมาณอ้อยเข้าหีบในฤดูการผลิตปี 62/63 ซึ่งคาดว่า จะลดลงเมื่อเทียบกับฤดูการผลิตปีก่อน จากสภาพปัญหาภัยแล้งในพื้นที่เพาะปลูกและในบางพื้นที่เจอสภาพอากาศแปรปรวน ส่งผลภาพรวมอุตสาหกรรมมีความเสี่ยงสูงขึ้น นอกจากนี้ อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลไทย ยังได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาทส่งผลให้ปริมาณการส่งออกลดลง 3-4 ล้านตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในฐานะประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกน้ำตาลรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก ต้องเร่งวางแผนบริหารจัดการด้านต้นทุนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ ตั้งแต่กระบวนการเพาะปลูกอ้อยในไร่ การจัดหาแหล่งน้ำให้เพียงพอต่อการเพาะปลูก เพื่อรับมือกับปัญหาภัยแล้งที่คุกคามอุตสาหกรรม ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณผลผลิตต่อไร่และคุณภาพอ้อยเข้าหีบ ทำให้ผลผลิตน้ำตาลทรายต่อตันอ้อยไม่ดีเท่าที่ควร และต้นทุนการผลิตโดยรวมเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น โรงงานจะเร่งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตหีบสกัดน้ำตาลให้สูงที่สุด เพื่อให้ชาวไร่รับผลประโยชน์สูงสุดจากการเพาะปลูก โดยปีการผลิต 2562/63 ชาวไร่และโรงงานต้องร่วมมือบริหารจัดการต้นทุนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ เนื่องจากคาดว่าจะมีอ้อยเข้าหีบไม่เกิน 100 ล้านตันเท่านั้น ต่ำกว่าปีก่อนหน้าที่มีปริมาณอ้อยเข้าหีบถึง 130 ล้านตันอ้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน คุณภาพผลผลิตอ้อยยังเสี่ยงสูงจากปัญหาอ้อยไฟไหม้ เนื่องจากชาวไร่มีต้นทุนสูงในการจัดเก็บผลผลิตอ้อยสดส่งโรงงาน แม้ที่ผ่านมา โรงงานน้ำตาลพยายามจัดส่งรถตัดอ้อยเข้าไปช่วยเหลือชาวไร่คู่สัญญาแล้ว แต่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ดังนั้น ภาครัฐควรให้ความช่วยเหลือ เช่น การสนับสนุนรถตัดอ้อยดอกเบี้ยต่ำให้แก่โรงงาน เพื่อนำไปสนับสนุนชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสด เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายไทยปีนี้ ต้องบริหารความเสี่ยงด้านต้นทุนการผลิตที่ดี ในยามที่อ้อยเข้าหีบลดลงและยังมีปัญหาอ้อยไฟไหม้ที่ส่งผลต่อการหีบสกัด ทำให้ได้น้ำตาลต่อตันอ้อยลดลง แถมยังได้รับแรงกดดันจากค่าเงินบาทแข็งที่กระทบต่อรายได้ของอุตสาหกรรม เพราะรายได้กว่า 75% ของอุตสาหกรรมมาจากส่งออก หากเงินบาทแข็งมาก รายได้เป็นเงินบาทก็จะลดลง จะส่งผลทำให้มีรายได้ที่จะนำไปแบ่งปันระหว่างชาวไร่และโรงงานลดลง&amp;rdquo; นายสิริวุทธิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โรงงานน้ำตาลอยู่ระหว่างการติดตามสถานการณ์ราคาน้ำตาลในตลาดโลกว่า หลังเกิดความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านนั้น จะส่งผลต่อราคาน้ำมันในตลาดโลกเพียงใด โดยหากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น มีความเป็นไปได้ที่ผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่ อย่างประเทศบราซิล จะนำอ้อยไปผลิตเป็นเอทานอลมากขึ้น ทำให้ซัพพลายน้ำตาลเข้าสู่ตลาดลดลง อีกทั้งหลายประเทศประสบปัญหาสภาพอากาศ โดยเฉพาะ ไทย มีผลผลิตน้ำตาลลดลงอย่างมาก จึงมีโอกาสที่ราคาน้ำตาลในตลาดโลกจะปรับเพิ่มขึ้นได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54865</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภัยแล้ง, โรงงานน้ำตาล, ไร่อ้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190309/image_big_5c83a4e48851e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26205</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2019 08:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2019 08:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โรงงานน้ำตาลโอดผลผลิตอ้อยหาย  ชี้ระยะยาวอาจชะลอตัวเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ม.ค. 2562 นายสิริวุทธิ์ &amp;nbsp;เสียมภักดี รองประธานคณะกรรมการบริหารบริษัท ไทยชูการ์ มิลเลอร์ จำกัด (TSMC) เปิดเผยว่า หลังจากที่ คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) เห็นชอบการเปิดหีบอ้อยของ ประจำฤดูการผลิตปี 2561/62 ตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย. 2561 จนถึงปัจจุบัน คิดเป็นระยะเวลาเปิดรับผลผลิตแล้ว 49 วัน โดยมีผลผลิตอ้อยเข้าหีบลดลงจากปีก่อนโดยทำได้ 35.15 ล้านตันอ้อย ขณะที่ปีที่แล้วมีอ้อยเข้าหีบ 38.21 ล้านตันอ้อย และผลิตน้ำตาลทรายได้แล้ว 33.44 ล้านกระสอบ(100 กก./กระสอบ) ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงระยะเวลาการหีบอ้อยที่เท่ากันของฤดูการผลิตปีก่อนที่ผลิตน้ำตาลทรายได้ 37.15 ล้านกระสอบ ซึ่งเป็นผลมาจากสภาพอากาศไม่หนาวเย็นเหมือนเช่นทุกปี นอกจากนี้ยังทำให้ค่าความหวานอ้อยลดลงเหลือ 11.43 ซี.ซี.เอส. เทียบกับปีก่อนอยู่ที่ 11.57 ซี.ซี.เอส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จากการรณรงค์ให้ชาวไร่ตัดอ้อยสด ลดปัญหาอ้อยไฟไหม้ ส่งผลให้มีอ้อยไฟไหม้เข้าหีบ จำนวน 19.84ล้านตัน ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงระยะเวลาการหีบอ้อยที่เท่ากันของปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 22.97 ล้านตัน ประกอบกับโรงงานน้ำตาลทรายได้เพิ่มประสิทธิภาพการหีบสกัดอ้อยได้ดีขึ้น แต่ผลผลิตน้ำตาลทรายต่อตันอ้อย (ยิลด์) ในช่วงโค้งแรกของฤดูการหีบอ้อยปีนี้อยู่ที่ 95.15 กิโลกรัมต่อตันอ้อย เทียบกับปีก่อนที่มียิลด์ 97.21 กิโลกรัมต่อตันอ้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในช่วงแรกของฤดูการหีบอ้อยประจำฤดูการผลิตปี 2561/62 ยังอยู่ในเกณฑ์เป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากยังสามารถรักษาระดับทำให้ผลผลิตน้ำตาลทรายต่อตันอ้อยยังอยู่ในระดับที่ดี แต่ในระยะยาวแล้ว คงต้องดูกันอีกครั้ง เนื่องจากสภาพอากาศปีนี้ไม่เอื้อให้อ้อยสร้างค่าความหวานได้ดีมากนัก ซึ่งสุดท้ายแล้วอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำตาลทรายได้&amp;rdquo; นายสิริวุทธิ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26205</URL_LINK>
                <HASHTAG>TSMC, กอน., นายสิริวุทธิ์  เสียมภักดี, ผลผลิตอ้อยหาย, โรงงานน้ำตาล, ไทยชูการ์ มิลเลอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181105/image_big_5be0213283945.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15749</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2018 09:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2018 09:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่พึ่งม.44 อุตฯจี้โรงงานน้ำตาลกู้เงินไปชดเชยชาวไร่ แก้ปัญหาราคาอ้อยตกต่ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปิ๊งไอเดียช่วยวิกฤตราคาอ้อยตกต่ำในรอบ 10 ปี จี้โรงงานน้ำตาลกู้เงินสะสมที่เจียดจาดการขายน้ำตาล ของ กท. เดือนละ 800 ล้านบาท เพื่อไปชดเชยชาวไร่อุ้มราคาอ้อยขั้นต้น ไม่ง้อม.44 ดึงดูดให้ชาวไร่ไม่เปลี่ยนใจปลูกพืชอื่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่4 องค์กรชาวไร่อ้อย ได้แก่ สหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย สหสมาคมชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย ชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน และสมาพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทยเสนอให้กระทรวงอุตสาหกรรม ขอให้รัฐบาลใช้มาตรา44 มาแก้ไขปัญหาวิกฤติราคาอ้อยขั้นต้นฤดูการผลิตปี 2561/62ที่จะเปิดหีบในเดือนพ.ย.นี้ เพราะ4 องค์กรฯ คาดว่า ราคาจะไม่เกิน730 บาทต่อตัน ซึ่งถือเป็นราคาต่ำสุดในรอบ 10 ปี นับตั้งแต่ฤดูปี2551/52 ด้วยการให้กองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย(กท.)ไปกู้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) เพื่อนำมาเพิ่มราคาอ้อยขั้นต้นให้สูงเกิน 800 บาทต่อตันขึ้นไป เหมือนปีการผลิตที่ผ่านๆมา

ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย(สอน.)ได้ข้อสรุปหลังการหารือร่วมกันระหว่างชาวไร่และโรงงานน้ำตาล ว่า สนอ.ได้เสนอให้นำเงินส่วนหนึ่งที่เกิดจากการจำหน่ายน้ำตาลในประเทศ ที่โรงงานและชาวไร่ทำได้ และกันเงินส่วนนี้ส่งเข้าไปสมทบให้กับ กท. 3-4 บาทต่อกิโลกรัม(กก.) เป็นรายเดือนที่คำนวณจากการขายส่งน้ำตาลหน้าโรงงานน้ำตาลทั่วประเทศ โดยคาดว่าจะมีเม็ดเงินส่งเข้ากท.เดือนละประมาณ400 ล้านบาท

ทั้งนี้ หากนับตั้งแต่มีการลอยตัวราคาขายปลีกน้ำตาลเมื่อเดือนม.ค.2560 จนถึงขณะนี้ มีเม็ดเงินสะสมรวม 10,000 ล้านบาท ซึ่งกท.สามารถนำเงินก้อนนี้ออกมาใช้เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนของชาวไร่อ้อยได้ก่อน ด้วยการให้โรงงานมากู้แบบปลอดดอกเบี้ยหรือคิดดอกเบี้ยอัตราต่ำที่สุด เพื่อนำไปจ่ายค่าอ้อยเพิ่มเติมจากราคาอ้อยขั้นต้นที่จะมีการคำนวณออกมา เหมือนกับค่าเกี๊ยวอ้อย(เงินยืมล่วงหน้า)ที่โรงงานให้ยืมล่วงหน้าไปก่อนแล้วมาหักกลบลบหนี้เมื่อนำอ้อยมาขายก่อนการลอยตัวราคาน้ำตาลซึ่งหากใช้วิธีการนี้ก็จะไม่จำเป็นต้องขอให้รัฐบาลออกมาตรา 44 แต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อเสนอดังกล่าวได้ถูกส่งให้ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมรับไปพิจารณาเรียบร้อยแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านี้ฝ่ายโรงงานแสดงความไม่เห็นด้วยเพราะไม่ต้องการรับภาระดังกล่าวแต่ สอน.ได้ชี้แจงว่าฝ่ายโรงงานจะต้องให้ความร่วมมือเพราะเป็นผลประโยชน์ร่วมกันของชาวไร่และโรงงาน เพราะหากโรงงานไม่ช่วยเหลือชาวไร่อ้อยในระยะยาวชาวไร่อ้อยอาจหันไปปลูกพืชเกษตรอื่นๆแทนเพราะรายได้จากการปลูกอ้อยลดลงแต่หากโรงงานให้ความร่วมมือชาวไร่ก็ปลูกอ้อยตามเดิมโรงงานก็มีอ้อยป้อนเข้าหีบตามปกติ

นอกจากนี้มาตรการดังกล่าว ก็เป็นแผนการรองรับวิกฤตราคาอ้อยขั้นต้นฤดูการผลิต2561/62 ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการเปิดหีบ และหากเริ่มเปิดหีบอ้อยเดือนพ.ย.นี้ราคาน้ำตาลตลาดโลกในช่วงนั้นไปจนถึงเดือนมี.ค.2562อาจปรับตัวดีขึ้น ก็จะส่งผลให้ราคาอ้อยขั้นต้นสูงกว่าที่ประมาณการณ์ไว้ที่ 730 บาทต่อตัน ก็อาจไม่จำเป็นต้อนให้โรงงานไปกู้เงินกท.มาช่วยเหลือชาวไร่อ้อยก็ได้เช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15749</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงอุตสาหกรรม, กู้เงิน, ชาวไร่อ้อย, นายอุตตม สาวนายน, สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย, โรงงานน้ำตาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180215/image_big_5a85acbf97df7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8151</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2018 10:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2018 10:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิบล้อขนอ้อยต่อคิวยาวเหยียด ส่งอ้อยขายโรงงานหลังใกล้ปิดหีบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเกษตรชาวไร่อ้อยในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ , จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดนครราชสีมารวมตัวกันเรียกร้องให้โรงงานอ้อยชะลอการปิดหีบ โดยให้ทางจังหวัดแต่ละจังหวัด , อุตสาหกรรม และหอการค้าช่วยเจรจาจนได้รับคำตอบที่พอใจในการขยายเวลาปิดหีบออกไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเกษตรกรชาวไร่อ้อยเร่งบรรทุกผลผลิตส่งขายโรงงานน้ำตาลราชสีมา ที่อำเภอแก้งสนามนาง จังหวัดนครราชสีมา ทำให้ขณะนี้มีรถบรรทุกอ้อยกว่า 1,000 คันเข้าคิวต่อแถวขายอ้อยให้กับโรงงานน้ำตาลยาวเหยียดแน่นขนัดเต็มพื้นที่ โดยผลผลิตอ้อยปีนี้มีปริมาณมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่โรงงานน้ำตาลในพื้นที่อำเภอแก้งสนามนาง โดยนายนิเวช ง่วนสำอางค์ ผู้อำนวยการอาวุโสบริหารกิจการโรงงานกลุ่มวังขนาย อุตสาหกรรมอ่างเวียน หรือโรงงานอ้อยราชสีมา หรือโรงงานน้ำตาลแก้งสนามนางประกาศขยายเวลาปิดหีบรับซื้ออ้อยไปจนถึงวันที่ 5 พฤษภาคมนี้ จากเดิมกำหนดปิดหีบตั้งแต่วันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อย เนื่องจากช่วงนี้มีฝนตกลงมาในพื้นที่ต่อเนื่องจึงทำให้เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตล่าช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิเวช &amp;nbsp;กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์เปิดหีบอ้อยปีการผลิต 2560/61 โรงงานน้ำตาลทั่วประเทศเปิดหีบอ้อยตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้มีปริมาณผลผลิตอ้อยออกสู่ตลาดประมาณ 129 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 40 % เมื่อเทียบกับผลผลิตอ้อยปีที่ผ่านมา ที่มีปริมาณอ้อยเข้าหีบอยู่ที่ 93 ล้านตัน เนื่องจากช่วงฤดูปลูกอ้อยปีนี้มีปริมาณฝนเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของต้นอ้อย ทำให้ผลผลิตอ้อยเฉลี่ยต่อไร่เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 15 - 20 ตันต่อไร่ และขณะนี้เกษตรกรจำนวนมากเก็บเกี่ยวอ้อยส่งโรงงานน้ำตาลไม่ทัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งยังมีผลผลิตอ้อยในเขตพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ขอนแก่น และชัยภูมิเหลือตกค้างในไร่อ้อยเป็นจำนวนมาก ทางจังหวัดนครราชสีมาจึงได้ประสานโรงงานน้ำตาลพื้นที่ให้ขยายเวลาปิดหีบรับอ้อยเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งจากการคาดการณ์ล่าสุดยังคงมีผลผลิตอ้อยตกค้างอยู่ประมาณ 200,000 ตัน และมั่นใจว่าภายในวันที่ 5 พฤษภาคมนี้เกษตรกรในพื้นที่จะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตอ้อยส่งขายโรงงานได้ทันกำหนดระยะเวลาปิดหีบ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8151</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิเวช ง่วนสำอางค์, ปลูกอ้อย, รถสิบล้อบรรทุกอ้อย, สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย, โรงงานกลุ่มวังขนาย, โรงงานน้ำตาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180430/image_big_5ae68eff439d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
