<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48857</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2019 15:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2019 15:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อภ.นำเทคโนโลยีระดับโลก  มาใช้กับโรงงานผลิตยารังสิตระยะที่ 2 เป็นแห่งแรกในอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ต.ค.62- ที่ โรงงานผลิตยาองค์การเภสัชกรรม อ.ธัญบุรี &amp;nbsp;จ.ปทุมธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และคณะ รับฟังผลการดำเนินงานขององค์การเภสัชกรรม(อภ.) พร้อมมอบนโยบายการทำงานแก่คณะผู้บริหาร อภ. ตรวจเยี่ยมโรงงานผลิตยารังสิต 1 ความก้าวหน้าโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตยารังสิต 2 โครงการสารสกัดกัญชาทางการแพทย์โดยกล่าวว่า ชื่นชม อภ.ที่พัฒนาก้าวหน้าทั้งประสิทธิภาพ คุณภาพ กำลังการผลิต เป็นที่พึ่งของประชาชน สนองนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะในยามที่ประเทศเกิดภัยพิบัติ ได้สนับสนุนยาและเวชภัณฑ์ ช่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุขประชาชน ได้ให้องค์การเภสัชกรรม ตั้งงบประมาณรองรับการผลิตเป็นการตอบแทนสังคม(CSR )และจากการรายงาน อภ.มีผลประกอบการอยู่ในระดับที่เหนือมาตรฐานธุรกิจทั่วไป ขอให้รักษามาตรฐานการผลิตยาและขยายรายการผลิต สร้างความมั่นคงด้านยาให้กับประเทศ ในส่วนที่ยังเป็นปัญหาคือการค้างจ่ายค่ายาจากโรงพยาบาลและสปสช.รวม 5,000ล้านบาท ได้มอบหมายให้รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขด้านบริหารเร่งรัดการจ่าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทินกล่าวว่า ขณะนี้ อภ. อยู่ระหว่างการเร่งรัดดำเนินงานโครงการสำคัญๆ 4โครงการ ดังนี้ 1.การก่อสร้างโรงงานผลิตยารังสิตระยะที่ 2 นำเทคโนโลยีระดับโลกที่ได้รับการรับรอง WHO Prequalification Program (WHO PQ) ขององค์การอนามัยโลกเป็นแห่งแรกของไทยและอาเซียน เพิ่มกำลังการผลิตอีก 1 เท่าตัว รองรับการผลิตยาจำเป็น ยากลุ่มโรคเรื้อรัง และยาที่มีมูลค่าการใช้สูง คาดว่าจะเปิดทำการผลิตได้ในปี 2565 เพิ่มโอกาสกระจายยาไปประเทศเพื่อนบ้าน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจประเทศ 2.โครงการพัฒนายารักษาโรคมะเร็ง ร่วมมือกับสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และบริษัท ปตท. จำกัด มหาชน ศึกษาวิจัยและพัฒนายาชีววัตถุสำหรับการรักษาโรคมะเร็ง อยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูลการออกแบบโรงงาน มีเป้าหมายดำเนินการผลิตได้ในปี 2570 ช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการนำเข้ายาในกลุ่มนี้ได้มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งปัจจุบันนำเข้าจากต่างประเทศทั้งหมดมูลค่ากว่า 15,000 ล้านบาทต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.โครงการผลิตวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ชนิดเชื้อตาย 3 สายพันธุ์ ที่ผลิตที่โรงงานผลิต(วัคซีน) ชีววัตถุ ที่ ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการทดสอบทางคลินิก และนำผลการทดสอบเป็นข้อมูลดำเนินการขึ้นทะเบียน คาดว่าจะได้รับการขึ้นทะเบียนในปี 2564 และ4.การพัฒนาสมุนไพร ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร และกัญชาทางการแพทย์ โดยได้พัฒนาพื้นที่ที่อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี 1,500 ไร่ เป็นแหล่งผลิตสมุนไพรทางการแพทย์และการดูแลสุขภาพแบบครบวงจรร่วมมือกับภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร โดยนำสรรพคุณเด่นของสมุนไพรแต่ละชนิดที่มีประสิทธิผลเทียบเท่ายาแผนปัจจุบัน อาทิ เถาวัลย์เปรียง ขิง ไพล ผลิตในรูปแบบแคปซูล ให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีรูปลักษณ์และรูปแบบการใช้ให้ทันสมัย มีการศึกษาวิจัยประสิทธิผลรองรับสร้างความเชื่อมั่น นำไปสู่การใช้ระดับโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายแพทย์โสภณ เมฆธน ประธานบอร์ดอภ &amp;nbsp;กล่าวว่า อภ. มีวิสัยทัศน์ที่จะเป็นองค์กรหลักเพื่อความมั่นคงทางยาและเวชภัณฑ์ของประเทศที่ทันสมัยและยั่งยืน โดยมียุทธศาสตร์ 4 ด้านคือ การผลิตและจัดหาวิจัยยาและเวชภัณฑ์ &amp;nbsp;การตลาดและบริการ การบริหารจัดการองค์กรและการพัฒนาองค์กร &amp;nbsp;ปัจจุบันผลิตยา 227รายการ ในปี 2562 มีผลประกอบการ 17,940 ล้านบาท ช่วยรัฐประหยัดค่าใช้จ่ายด้านยามากกว่า 10,548 &amp;nbsp;ล้านบาท ยอดสะสม 5 ปี &amp;nbsp;(2558 &amp;ndash; 2562) ช่วยรัฐประหยัดได้ถึง 34,472 ล้านบาทโดยเน้นการสร้างการเข้าถึงยาและวัคซีนที่จำเป็นของประเทศมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อการพึ่งพาตนเอง และความมั่นคงยั่งยืนด้านยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการสารสกัดกัญชาทางการแพทย์ในระยะที่ 1 ได้มีการปลูกรอบที่ 2 แล้วจำนวน 140 ต้น เน้นการปลูกสายพันธุ์ THC:CBD &amp;nbsp;1:1 &amp;nbsp;และ CBD จะสามารถผลิตเป็นสารสกัดกัญชาชนิดหยดใต้ลิ้นได้ในเดือนธันวาคม 2562 &amp;nbsp;ส่วนระยะที่ 2 ระดับกึ่งอุตสาหกรรม จะปลูกด้วยเทคนิครากลอย (Aeroponic) ซึ่งจะสามารถขยายกำลังการผลิตได้ถึง 10 เท่า คาดว่าเริ่มดำเนินการปลูกได้ในเดือนมิถุนายน 2563 นอกจากนี้ จะปลูกกัญชาแบบ greenhouse และ outdoor (open air greenhouse) ที่อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบดอกกัญชาแห้ง และปรับปรุงสายพันธุ์กัญชาสายพันธุ์ต่างๆ คาดว่าจะปลูกได้ในเดือนมิถุนายน 2563&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48857</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.โสภณ เมฆธน, นายอนุทิน  ชาญวีรกูล, องค์การเภสัชกรรม, โรงงานผลิตยาที่รังสิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191025/image_big_5db2b7a19679e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
