<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68457</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เบญจกิติ &#039;สวนป่า&#039; กลางกรุง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คงไม่มีใครคิดกระมัง?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าสักวันหนึ่ง..........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะมีป่ารักน้ำขนาด ๔๕๐ ไร่ ผุดใจกลางเมืองหลวง ให้เข้าไปเที่ยวท่องหลากร้อยพันธุ์ไม้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่องเรือในสายน้ำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลัดเลาะพงอ้อ กอกก แซมแทรกแมกไม้ ใบพลิ้วลม ใต้แสงตะวันแทงแยงยอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ทุกคนจะได้เห็นสิ่งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๔ &amp;quot;วันแม่&amp;quot; คือวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๙ พรรษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ป่ารักน้ำ&amp;quot; ที่ว่านี้ อยู่ตรงไหน?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรงพื้นที่ &amp;quot;โรงงานยาสูบ&amp;quot; ย่านคลองเตย โดยโรงงานยาสูบน้อมเกล้าฯ ถวาย เมื่อปี ๓๕ ในยุครัฐบาล &amp;quot;นายอานันท์ ปันยารชุน&amp;quot; เป็นนายกฯ เพื่อใช้สร้างสวนน้ำ สวนป่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงงานยาสูบกำลังย้ายออกไปจากตรงนั้น การส่งมอบพื้นที่เสร็จสิ้น &amp;quot;ป่ารักน้ำ&amp;quot; กำลังจะเกิดขึ้นแทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับไป ๑ ปีเต็มๆ จากนี้........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือจาก สิงหา ๖๓ ถึงสิงหา ๖๔ พื้นที่โรงงานยาสูบกว่า ๓๒๐ ไร่ นอกเหนือจากที่จัดทำเป็น &amp;quot;สวนเบญจกิติ&amp;quot; ไปก่อนแล้วในปัจจุบัน ๑๓๐ ไร่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สวนป่า &amp;quot;เบญจกิติ&amp;quot; ครบสมบูรณ์รูปแบบ จะเกิดขึ้นเต็มพื้นที่ทั้งหมด ๔๕๐ ไร่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นสวนป่าธรรมชาติสมดุล ดิน-น้ำ-ลม และไฟ คือแสงแดด อัจฉริยทัศน์รังสรรค์ด้วย &amp;quot;วิศวนิเวศน์&amp;quot; &amp;nbsp;แห่งยุค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อเฉลิมพระเกียรติและสนองพระราชปณิธาน &amp;quot;สมเด็จพระพันปีหลวง&amp;quot; ในเรื่องป่าและน้ำ ที่ทรงมุ่งมั่นทำมาตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีพระราชเสาวนีย์ไว้ เมื่อปี ๒๕๒๕ ว่า.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ พระเจ้าอยู่หัวทรงสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันจะสร้างป่า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหล่านี้ จากผมได้อ่าน &amp;quot;สวนป่าเบญจกิติ...๒๙ ปี ที่เดินทาง&amp;quot; ของอาจารย์ขวัญสรวง อติโพธิ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ่านแล้ว ได้รับข่าวสารมงคลเป็นเช่นใด ก็เช่นนั้น ตื่นตัว ตื่นใจ และเต็มตื้น จริงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๒๙ ปี ที่ว่า คือ โครงการนี้ เริ่มสมัยท่านนายกฯ อานันท์ ปี ๓๕ ผ่านมา ๒๘ ปี คืบหน้าไปได้แค่ &amp;quot;สวนเบญจกิติ&amp;quot; เฉพาะส่วนเดียว ๑๓๐ ไร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เหลืออีกกว่า ๓๒๐ ไร่ ยังไม่มีอะไรเป็นรูป-เป็นร่างในเรื่องป่าและน้ำสมบูรณ์เลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนถึงสมัย &amp;quot;นายกฯ ประยุทธ์&amp;quot; นี้แหละ!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายใน ๑ ปี หลังมอบพื้นที่เสร็จ เดือน มิ.ย.-ก.ค.นี้ ถึง ๑๒ สิงหา ๖๔ คือปีหน้า อันเป็นปีที่ ๒๙ &amp;nbsp;ของโครงการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หวังไว้ว่า พื้นที่โรงงานยาสูบทั้งหมด......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามพระราชปณิธานสมเด็จพระพันปีหลวง &amp;quot;น้ำและป่า&amp;quot; ต้องปรากฏให้เห็น แทนโรงงานและสิ่งระเกะระกะทั้งหมด ในพื้นที่ ๔๕๐ ไร่ นั้น!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลและพสกนิกรทุกหมู่เหล่าทั้งประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะได้น้อมเกล้าฯ ถวาย &amp;quot;สวนป่าเบญจกิติ&amp;quot; แด่ &amp;quot;สมเด็จพระพันปีหลวง&amp;quot; ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา &amp;nbsp;๘๙ พรรษา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ณ ๑๒ สิงหา ๖๔ ที่จะถึงปีหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี้ เป็นพันธสัญญาทางใจระหว่างรัฐกับราษฎร์ ขีดเส้นใต้ ภายใน ๑ ปี นับจากนี้ &amp;quot;สวนป่าเบญจกิติ&amp;quot; ต้องเสร็จ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นกำหนดเวลานี้ พอดีผมจำได้ เมื่อ ๒๐ มี.ค.๖๒ นายกฯ ไปตรวจพื้นที่บริเวณโรงงานยาสูบ และท่านปักหมุดหมายเป็นความตั้งใจเช่นนั้นไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใจความที่นายกฯ ประยุทธ์พูดเกี่ยวกับสวนป่าที่จะสร้าง เมื่อได้ดูผังและอ่านที่อาจารย์ขวัญสรวงบอกกล่าวข่าวมงคล เกิดความรู้สึกทันที ๒ อย่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างแรก ขอบคุณนายกฯ ประยุทธ์ ที่มั่นในกตัญญุตาไม่ละเลยน้ำกับป่าแห่งสองพระองค์ จี้งานสานต่อ น่าปลื้ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นอีก ๑ ใน ๑๐๐ ของผลงาน ที่ท่านเข้ามา ๕-๖ ปี ผลักดันที่ค้างคาให้เดินหน้าเป็นรูปธรรม นำประเทศขึ้นจากหล่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างที่สอง ให้เครดิต &amp;quot;กรมธนารักษ์&amp;quot; ด้วยชื่นชมทั้ง รมช.คลัง &amp;quot;นายสันติ พร้อมพัฒน์&amp;quot; ผู้กำกับงาน &amp;nbsp;และอธิบดีกรมธนารักษ์ &amp;quot;นายยุทธนา หยิมการุณ&amp;quot; ผู้เดินงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในฐานะเจ้าของพื้นที่, เจ้าของแผนงาน ต้องบอกว่า ท่านตีโจทย์ &amp;quot;ป่าและน้ำ&amp;quot; ตามพระราชปณิธาน &amp;quot;สมเด็จพระพันปีหลวง&amp;quot; ได้แตกจริงๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงออกมาเป็น โครงสร้าง-ผัง-แบบ &amp;quot;สวนป่าเบญจกิติ&amp;quot; ตามปรากฏ ทั้งลงตัว ทั้งอลังการ ในมิติ &amp;quot;ชีวิต-สิ่งแวดล้อม&amp;quot; สมดุล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ป่ารักน้ำ&amp;quot; เป็นน้ำคู่ป่า......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อน้ำเลี้ยงป่า ป่าเลี้ยงดิน ความชุ่มชื้น-ฉ่ำเย็น ย่อมยังชีวิตและสรรพสิ่ง สอดประสานสมบูรณ์ในทางเกื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ่านตามตัวหนังสือ ดูตามผังภาพ สวนป่าเบญจกิติตาม &amp;quot;ผังแม่บท&amp;quot; ของกรมธนารักษ์ จินตภาพเกิดตามทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำที่นายกฯ พูดวันไปตรวจพื้นที่โรงงานยาสูบ ๒๐ มี.ค.๖๒ ผมยังตัดข่าวเก็บไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;..........พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ พระราชทานโครงการต่างๆ ไว้มากแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ พระราชทานกับนายกรัฐมนตรี ขอให้สืบสานรักษาต่อยอด สิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ &amp;nbsp;ในรัชกาลที่ ๙ ได้พระราชทานไว้ และทำต่อไปให้มากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ ที่ดำเนินการอยู่ เป็นการต่อยอดสิ่งที่ทั้งสองพระองค์ได้พระราชทานไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งสำคัญคือ ทุกคนต้องปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและทันกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าเราปลูกต้นไม้แบบเดิมทั้งหมด คนจะไม่กล้าเข้าไป คือเข้าไปแล้วไม่มีความแตกต่าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น สิ่งที่ผมคิดว่า..........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในฐานะที่ผมได้ตามเสด็จ สมเด็จฯ มาหลายสิบปี ท่านรับสั่งเสมอว่า ให้ตัดตรงนั้น...แต่งตรงนี้หน่อยได้มั้ย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็พัฒนาต่อยอดไปทำนองนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมคิดว่าพระองค์ท่านไม่ได้สติ๊กว่าอย่างนี้ทีเดียว เพราะเราทำหลักการให้แล้วไง หลักการสำคัญถวายพระองค์ท่านไปแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะฉะนั้น เราต้องปรับเปลี่ยนเพิ่มเติม วันนี้ ต้นไม้เป็นแถว เหมือนปลูกต้นยาง คนมองเห็นก็ไม่น่าสนใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น ลองไปจัดกลุ่มแลนด์สเคป ว่าตรงนี้เราจะต้องปลูกอะไรเข้าไปด้วย ให้มันสวยงาม คนเดินเข้าไปในกลุ่มนี้ โดยไม่ต้องรื้อของเก่าออก....&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่นายกฯ บอกว่า..........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและทันกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่..ตรงนี้ ถ้าสวนป่าเบญจกิติ เสร็จตามแผนวันไหน ได้เข้าไปสัมผัสกัน ผมเชื่อ ทุกคนต้องร้อง...ว้าวววว!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจาก &amp;quot;ป่า-น้ำ&amp;quot; พระหทัยแห่งพระองค์เพื่อทวยราษฎร์เด่นชัดแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อื่นๆ ตอบโจทย์คำว่า &amp;quot;ทันสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลง&amp;quot; ได้เกินจินตนาการถึง อย่างนั้นเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างแรก &amp;quot;สวนป่าเบญจกิติ&amp;quot; พื้นที่ ๔๕๐ ไร่ โรงงานยาสูบเดิม ผนวก &amp;quot;สวนลุมพินี&amp;quot; พื้นที่ ๓๖๐ ไร่ &amp;nbsp;สองสวน ๘๑๐ ไร่ เชื่อมต่อถึงกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิดดูซิ........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปอดเมืองที่ไหนในโลก จะใหญ่ขนาดนี้ รองรับคนเฉียดแสน เข้าไปวิ่งออกกำลังกาย ไปปั่นจักรยาน &amp;nbsp;ไปพายเรือ ไปชมนก-ชมไม้ ไปนันทนาการ ไปศึกษาหาความรู้หลายหลากที่พิพิธภัณฑ์ โดยไม่เกิดสภาพแออัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๒ สวน เชื่อมต่อถึงกันอย่างไร อาจสงสัย?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ต้องสงสัยหรอก เพราะมีสะพานลอยฟ้า ที่เรียกสกายวอล์ก เชื่อมระหว่างสวนลุม กับสวนป่าเบญจกิติ เป็นระยะทางร่วม ๒ กิโลเมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือ ขึ้น-ลง สกายวอล์ก ลอยฟ้าไปได้ทั่วทุกทิศทางของสวนเบญจกิติ ไม่ว่าทางสุขุมวิท ทางรัชดา &amp;nbsp;ทางพระราม ๔ คลองเตย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากสวนลุม ขึ้นตรง Bangkok One ของเสี่ยเจริญ หรือตรงซอยโปโล แถวๆ โรงพักลุมพินี ลอยข้ามทางด่วนไปเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๒ กิโล ว่าเดินขาลาก.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ตามที่ดู จะบ่นว่า &amp;quot;เร็วจัง&amp;quot; ด้วยซ้ำ เพราะเขาออกแบบเหมือนเส้นทางเหาะชมเมืองแบบพาโนรามา ชนิดว่า ขึ้นสกายวอล์ก &amp;quot;ที่เดียว&amp;quot; เห็นครบ จบสองสวนทุกจุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าเสร็จจริงๆ ไม่แน่ใจ ระหว่างคนทอดน่องจรบนสกายวอล์กชมสวนป่า กับคนอยู่บนพื้นสวนป่า &amp;nbsp;ไหนจะมากกว่ากัน?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งหมดนี้ เป็นความรู้สึกตอบสนอง เมื่อเห็นผัง แนวคิด-รูปแบบสวนป่าเบญจกิติ ของกรมธนารักษ์ ที่จะลงมือสร้างปีนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แค่ &amp;quot;ตาเหลว&amp;quot; กลางนาและ &amp;quot;หมวกงอบ&amp;quot; ของไทย มันชินตา จนไม่ค้างใจ แต่วิศวะจำลองลักษณ์ แล้วรังสรรค์ออกมาเป็น &amp;quot;อาคารหอชมสวน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นแล้ว....ใจจะขาด!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยโพสต์อยู่คลองเตย อยากไปนั่งเฝ้า-นอนเฝ้า ดูสวนป่าเบญจกิติเกิดเป็นจริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะ &amp;quot;หมวกงอบ&amp;quot; ที่เคยสวมพายเรือฝ่าแดดไปล่มน้ำเหนือปากอ่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเป็นหอ.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็อยากเห็น ว่า &amp;quot;หองอบ&amp;quot; กับ &amp;quot;หอไอเฟล&amp;quot; ไหนจะเด่นเหนือเด่นกว่ากัน?
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68457</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยุทธนา หยิมการุณ, สันติ พร้อมพัฒน์, อานันท์ ปันยารชุน, โรงงานยาสูบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62974</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2020 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2020 10:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยสท.&#039;รับกำไร62ทรุดจากพิษภาษีบุหรี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 เมษายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) ได้ออกรายงานประจำปีงบประมาณ 2562 เปิดเผยข้อมูลผลการดำเนินงานของ ยสท. มีรายได้รวม 50,839 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายรวม 50,326 ล้านบาท กำไรสุทธิ 513 ล้านบาท และมีอัตราส่วนทำกำไรต่อผู้ถือหุ้น (ROE) 2.7% โดยเมื่อเทียบกับผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2561 แล้วพบว่า กำไรสุทธิลดลงถึง 39% และถ้าย้อนกลับไปดูในปีงบประมาณ 2560 ก่อนการขึ้นภาษีบุหรี่ในเดือน ก.ย. 2560 จะพบว่า ลดลงถึง 95% ส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบจากการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตยาสูบเมื่ ก.ย. 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยสท. ได้เสนอสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ขอยกเว้นการนำส่งเงินรายได้แผ่นดินจากผลการดำเนินงานประจำปี 2560 - 2563 จำนวน 16,718 ล้านบาท เพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงินให้เพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ ยอดจำหน่ายบุหรี่ของ ยสท. เท่ากับ 18,645 ล้านมวน ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2561 ที่มียอดจำหน่าย 18,508 ล้านมวน แต่ยอดจำหน่ายบุหรี่กลุ่มราคาสูงกว่า 60 บาท ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่บุหรี่กลุ่มราคาต่ำกว่าหรือเท่ากับ 60 บาท มียอดจำหน่ายเพิ่มสูงขึ้น สะท้อนให้เห็นว่า อัตราภาษีสรรพสามิตแบบ 2 อัตราส่งผลให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่เปลี่ยนไปสูบบุหรี่ราคาประหยัดมากขึ้น และส่งผลต่อผลกระทบต่อผลการดำเนิงานของ ยสท. โดยทำให้มูลค่าจำหน่ายบุหรี่ของ ยสท. ลดลงเหลือ 55,389 ล้านบาท หรือลดลง 2% จากปีที่แล้ว แม้มียอดขายบุหรี่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในปีงบประมาณ 2562 ยสท. ได้ก้าวเข้าสู่ธุรกิจการค้าใบยาสูบ โดยเริ่มจำหน่ายใบยาดิบ ใบยาอบ/ทำความสะอาดแล้ว รวมถึงผลิตผลพลอยได้อื่นจากการผลิตใบยา ให้แก่บริษัทเอกชน เพื่อบริหารคงคลังใบยาสูบ และสร้างรายได้เพิ่มในอนาคต อีกทั้งช่วยรักษาอาชีพของเกษตรกรผู้เพาะปลูกยาสูบ เนื่องจาก ยสท. จำเป็นต้องปรับลดโควตาการรับซื้อใบยาลง โดยในปีงบประมาณ 2563 ยสท. ยังคงปฏิบัติตามนโยบายเดิม คือ รับซื้อใบยาน้อยกว่าความต้องการใช้ เพื่อควบคุมปริมาณใบยาคงคลังและคุณภาพใบยาให้เหมาะสมกับการนำมาผลิตบุหรี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับอัตราภาษีสรรพสามิตบุหรี่ที่ประกาศใช้ในปี 2560 ทำให้บุหรี่ถูกจัดเก็บภาษีเป็น 2 กลุ่ม โดยมีราคากลาง 60 บาทเป็นตัวแบ่งกลุ่ม แต่กรมสรรพสามิตยังคงยืนยันขึ้นภาษีบุหรี่ 40% หลังผ่อนผันมา 1 ปี จากเดิมที่ต้องปรับขึ้นในวันที่ 1 ต.ค. 2562 และจะทำให้บุหรี่มีราคาใกล้เคียงกันหมดในปีงบประมาณ 2564 โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เคยจัดอยู่ในกลุ่มราคาประหยัดจะมีราคาใกล้เคียงกับบุหรี่ราคาสูง และส่งผลต่อยอดจำหน่ายของบุหรี่ของ ยสท. ลดลง โดยผู้บริโภคหันไปสูบบุหรี่ต่างประเทศ บุหรี่ลักลอบนำเข้าผิดกฎหมาย บุหรี่ปลอม ผลิตภัณฑ์ยาสูบไร้ควัน และยาเส้นที่มีอัตราการเติบโตสูงมาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62974</URL_LINK>
                <HASHTAG>การยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.), ผลประกอบการ, โรงงานยาสูบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200413/image_big_5e93d9186a9a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21357</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2018 09:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2018 09:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ดอดไฟเขียวทำแสตมป์ยาเส้นมวนเองแก้ขาดทุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครม. ดอดอนุมัติทำแสตมป์ยาเส้นมวนเอง หวังแก้ป้ญหาขาดทุน &amp;ldquo;สรรพสามิต&amp;rdquo; รับต้นทุนผลิตแสตมป์แพงกว่าภาษีที่เก็บได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบร่างกฎกระทรวงเพื่อเพิ่มลักษณะแสตมป์ยาสูบอื่นนอกจากบุหรี่ (แสตมป์ยาเส้นมวนเอง) เพื่อลดการขาดทุน เนื่องจากปัจจุบันต้นทุนการผลิตแสตมป์ยาเส้น แพงกว่าอัตราภาษีที่เก็บได้ โดยเฉพาะยาเส้นที่เป็นซองขนาดเล็กต่ำกว่า 20 กรัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปัจจุบันต้นทุนเเสตมป์ต่อดวงเท่ากับ 0.1264 บาท สำหรับยาเส้นที่มีขนาดบรรจุมากกว่า 20 กรัม ซึ่งเก็บภาษี 0.1791 บาท มีกำไรอยู่ 0.0507 บาทต่อซอง ขณะที่ต้นทุนเเสตมป์ต่อดวงของยาเส้นที่บรรจุห่อต่ำกว่า 20 กรัม อยู่ที่ 0.1264 บาท แต่อัตราเก็บภาษีอยู่ที่ 0.0608 บาท ทำให้ขาดทุน 0.0676 บาท ต่อถุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้รายงาน ครม. ว่า ในช่วงเดือน ต.ค.ค 2560 - ก.พ. 2561 มีภาษียาเส้นที่ได้รับชำระ 40.89 ล้านบาท แต่ต้นทุนแสตมป์เท่ากับ 41.62 ล้านบาท ขาดทุน 7.3 แสนบาท เนื่องจากปริมาณการจำหน่ายยาเส้นต่ำที่ขนาดบรรจุต่ำกว่า 20 กรัม มีปริมาณมากกว่าขนาดที่เดิน 20 กรัม อยู่มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวทางการแก้ปัญหา กรมสรรพสามิตได้มอบหมายให้โรงงานไพ่ศึกษาการลดค่าใช้จ่ายในการพิมพ์เเสตมป์ เพื่อให้เกิดความคุ่มค่าในการเก็บภาษียาเส้น แทนที่จะเสนอขึ้นภาษียาเส้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรมสรรพสามิตยังอยู่ระหว่างการศึกษาขึ้นอัตราภาษีเก็บยาเส้น ยังคงต้องใช้เวลาศึกษาอีกระยะหนึ่ง เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นธรรมกับผู้ประกอบการ และไม่กระทบกับผู้ปลูกใบยาสูบ ซึ่งที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากการขึ้นอัตราภาษีบุหรี่ ทำให้ผู้ผลิตบุหรี่ลดการรับซื้อใบยาสูบน้อยลง&amp;rdquo; นายพชร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อออกมาตรการช่วยเหลือผู้ปลูกใบยาสูบ ตามที่นายกรัฐมนตรีสั่งการในที่ประชุม ครม. ก่อนหน้านี้ ซึ่งยังไม่สามารถสรุปมาตรการช่วยเหลือที่ชัดเจนออกมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการจำหน่ายยาเส้นมียอดขายเพิ่มมากขึ้น หลังจากที่มีการขึ้นภาษีอัตราบุหรี่ตั้งแต่ปลายปี 2560 โดยการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) ได้ทำยาเส้นหลายยี่ห้อออกมาขายในตลาดเพื่อชดเชยยอดขายบุหรี่ที่ลดลง ขณะที่ผู้ประกอบการนำเข้าบุหรี่ต่างประเทศรายใหญ่ก็อยู่ระหว่างการสำรวจตลาดเพื่อทำยาเส้นออกมาจำหน่ายเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21357</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรัฐมนตรี, ตลาดยาเส้นมวน, พชร อนันตศิลป์, อธิบดีกรมสรรพสามิต, แสตมป์ยาเส้นมวนเอง, โรงงานยาสูบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180905/image_big_5b8f3e213d95a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2018 21:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2018 20:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดตำนานโรงงานยาสูบ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค.2561 &amp;ndash; เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระราชบัญญัติการยาสูบแห่งประเทศไทย พ.ศ.2561 และมีผลบังคับใช้ในวันที่ 14 พ.ค.นี้ โดยเนื้อหาของกฎหมายมีทั้งสิ้น 45 มาตรา ซึ่งเหตุผลในการประกาศใช้ระบุไว้ว่า โดยที่โรงงานยาสูบ กระทรวงการคลังเป็นรัฐวิสาหกิจประเภทหน่วยงานธุรกิจที่รัฐบาลเป็นเจ้าของ แต่ไม่เป็นนิติบุคคล ทำให้มีข้อจำกัดบางประการในการดำเนินกิจการ ประกอบกับการผลิตบุหรี่ซิกาแรตเป็นกิจการผูกขาดของรัฐ สมควรดำเนินการโดยนิติบุคคล ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยกฎหมายเฉพาะ และกำหนดให้มีคณะกรรมการการยาสูบแห่งประเทศไทยซึ่งแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ เพื่อทำหน้าที่และมีอำนาจวางนโยบายและควบคุมดูแลกิจการอันจะส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพในเชิงอุตสาหกรรมและขจัดอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งส่งเสริมด้านการวิจัยและพัฒนา การปรับปรุงและควบคุมมาตรฐานการผลิต โดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมจึงจำเป็นต้องตรากฎหมายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื้อหาของกฎหมายดังกล่าวคือการยกเลิกโรงงานยาสูบ โดยให้เปลี่ยนเป็นการยาสูบแห่งประเทศไทย ใช้ชื่อย่อว่า &amp;ldquo;ยสท.&amp;rdquo; และใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า &amp;ldquo;Tobacco Authority of Thailand&amp;rdquo; เรียกโดยย่อว่า &amp;ldquo;TOAT&amp;rdquo; โดย ยสท. เป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์ในการผลิตบุหรี่ซิกาแรตซึ่งเป็นกิจการผูกขาดของรัฐตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต และการกระทำกิจการอื่น อาทิ ประกอบอุตสาหกรรมและดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับยาสูบ ใบยา หรือผลิตภัณฑ์จากพืชอื่นทั้งในและนอกราชอาณาจักร รับจ้างผลิตยาสูบเพื่อส่งออกไปจำหน่ายนอกราชอาณาจักรดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอุปกรณ์ เครื่องมือ หรือเครื่องใช้ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมหรือธุรกิจที่เกี่ยวกับใบยาสูบ ส่งเสริมให้มีการศึกษา วิจัย พัฒนา และปรับปรุงคุณภาพและมาตรฐานการผลิตยาสูบ ใบยาหรือผลิตภัณฑ์จากพืชอื่นและให้ความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาสูบ ใบยา หรือผลิตภัณฑ์จากพืชอื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กฎหมายยังให้อำนาจ ยสท.ให้กู้หรือให้ยืมเงินโดยมีหลักประกันด้วยบุคคลหรือทรัพย์สินเพื่อส่งเสริมกิจการใบยาอุตสาหกรรมยาสูบ หรือผลิตภัณฑ์จากพืชอื่น และออกพันธบัตรหรือตราสารอื่นใดเพื่อใช้ในการลงทุน รวมทั้งจัดตั้งบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดเพื่อประกอบธุรกิจเกี่ยวกับหรือเกี่ยวเนื่องกับกิจการของ ยสท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบทเฉพาะกาลได้กำหนดให้กระทรวงการคลังโอนบรรดากิจการ เงิน ทรัพย์สิน สิทธิ หน้าที่ หนี้ และความรับผิด ของกระทรวงการคลังในส่วนที่เกี่ยวกับกิจการของโรงงานยาสูบ กระทรวงการคลัง ที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับไปเป็นของ ยสท. แต่ทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ให้โอนเฉพาะในส่วนที่จำเป็นต่อการดำเนินกิจการของ ยสท. ให้ประธานกรรมการและกรรมการอำนวยการโรงงานยาสูบ ตามระเบียบการบริหารงานโรงงานยาสูบ พ.ศ.2543 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบการบริหารงานโรงงานยาสูบ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2557 ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับเป็นประธานกรรมการและกรรมการการยาสูบแห่งประเทศไทยตามพระราชบัญญัตินี้ และปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีคณะกรรมการการยาสูบแห่งประเทศไทยตามพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งต้องไม่เกิน 90 วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และให้ผู้อำนวยการยาสูบ ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ เป็นผู้ว่าฯ ต่อไปจนกว่าจะครบกำหนดตามสัญญาจ้าง ทั้งนี้ ให้ได้รับค่าตอบแทนคงที่ ค่าตอบแทนพิเศษ และสิทธิประโยชน์อื่นตามสัญญาจ้างต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9096</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, การยาสูบแห่งประเทศไทย, พระราชบัญญัติการยาสูบแห่งประเทศไทย, ยสท., ราชกิจจานุเบกษา, เว็บไซต์, โรงงานยาสูบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180304/image_big_5a9b7def04429.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7042</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2018 10:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2018 10:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิงห์อมควันสูบบุหรี่ดุ! ดันยอดภาษียาสูบมี.ค. พุ่งแตะ 7.17 พันล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรรพสามิตฟุ้ง! รีดภาษียาสูบเดือนมี.ค. 2561 พุ่ง 10.97% แตะ 7.17 พันล้านบาท สะท้อนสิงห์อมควันยังสูบหนักแม้ภาษี-ราคาบุหรี่ขยับเพิ่ม พร้อมแจงยิบ &amp;quot;พนักงานโรงงานยาสูบ&amp;quot; หลังยังโวยอัตราภาษีใหม่กระทบยอดขาย ชี้การปรับกลยุทธ์ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ช่วยดึงส่วนแบ่งการตลาดเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 เม.ย. 61 - แหล่งข่าวจากกรมสรรพาสามิต เปิดเผยว่า การเก็บภาษีสรรพสามิตยาสูบในเดือน มี.ค. 2561 จัดเก็บได้ 7,170 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 10.97% และโตกว่าปีที่แล้วในช่วงเดียวกัน 2.47% ซึ่งถือว่าการเก็บภาษีบุหรี่เข้าสู่ภาวะปกติ หลังจากที่ใช้อัตราภาษีใหม่ตั้งแต่ 16 ก.ย. 2560 ทำให้ภาษีและราคาบุหรี่เพิ่มขึ้นมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้การเก็บภาษียาสูบในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2561 จัดเก็บได้ทั้งหมด 3.47 หมื่นล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 8.03% แต่ยังต่ำกว่ารายได้ที่จัดเก็บได้ในช่วงปีเดียวกันเมื่อปีที่แล้วอยู่ 0.88% แสดงให้เห็นว่าการบริโภคบุหรี่ยังมากขึ้นเรื่อย ๆ จนใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับการเก็บภาษีสรรพสามิตทั้งหมดในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2561 จัดเก็บได้ทั้งหมด 2.68 แสนล้านบาท ต่ำกว่าเป้า 1.27% และต่ำกว่ารายได้จัดเก็บได้ในช่วงปีเดียวกันเมื่อปีที่แล้วอยู่ 3.3% เนื่องจากการเก็บภาษี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า กรมสรรพสามิตจะเข้าชี้แจงให้พนักงานโรงงานยาสูบเข้าใจถึงอัตราภาษีบุหรี่ใหม่ หลังจากกลุ่มสหภาพของโรงงานยาสูบมองว่ากระทบกับยอดขายทำให้มีผลการดำเนินงานขาดทุน ซึ่งที่ผ่านมาทางโรงงานยาสูบก็ได้ปรับกลยุทธ์ทางการตลาด ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ทำให้ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้คาดว่าคาดว่าการดำเนินงานปี 2561 โรงงานยาสูบจะมีกำไรจากที่ประเมินไว้ว่าจะขาดทุน 1,500 ล้านบาท และไม่จำเป็นต้องกู้เงินเพื่อจ่ายเงินเดือนพนักงาน แต่ต้องกู้มาเพื่อลงทุนตามแผนสร้างโรงงานแห่งใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาโรงงานยาสูบมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ 70% หลังจากอัตราภาษีใหม่มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2560 ทำให้ยอดส่วนแบ่งการตลาดของโรงงานยาสูบ 2 เดือนแรกลดลงเหลือ 60% แต่ปัจจุบันได้ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่กว่า 60%
ปัจจุบันอัตราภาษับุหรี่ใหม่เก็บตามปริมาณ 1.20 บาทต่อมวน และเก็บตามมูลค่า 20%ของราคาสำหรับบุหรี่ที่ไม่เกิน60บาทและ40%สำหรับบุหรี่ที่เกิน 60 บาท หลังจากนั้น 2 ปี ซึ่งเหลือเวลาอีกประมาณ 1 ปีกว่า จะเก็บตามมูลค่าเท่ากันหมดที่ 40% ซึ่งโรงงานยาสูบก็ยังสามารถแข่งขันได้เพราะบุหรี่ต่างประเทศจะปรับราคาเพิ่มขึ้นเป็นซอง 80-90 บาท ขณะที่บหรี่ของโรงงานยาสูบจะอยู่ที่ 60-70 บาท ซึ่งสามารถขายและมีกำไรได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า คณะกรรมการกฤษฎีกายังไม่ได้ตอบเรื่องการแก้ไขปัญหาอัตราภาษีบุหรี่ใหม่มาให้กรมสรรพสามิต ซึ่งตอนนี้การใช้อัตราภาษีบุหรี่ใหม่มาได้ 6 เดือนแล้ว ผู้ประกอบการต่างๆ ปรับกลยุทธ์การขายเป็นไปตามกลไกตลาดมากขึ้น การเก็บภาษีบุหรี่ของกรมก็ได้ตามคาดไว้ ดังนั้นอาจจะไม่จำเป็นออกมาตรการใดๆ เพิ่มเติม หากโรงงานยาสูงรักษาส่วนแบ่งการตลาดไว้ได้และมีรายได้และกำไรกลับมา เพราะเหลืออีกไม่ถึง 1 ปีครึ่ง ภาษีทุกยี่ห้อก็ต้องเสียภาษีในอัตราเดียวกัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7042</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสรรพสามิต, การจัดเก็บรายได้, บุหรี่, ภาษียาสูบ, ภาษีสรรพสามิต, สรรพสามิต, โรงงานยาสูบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180316/image_big_5aab861a3aea9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5622</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2018 09:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2018 09:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“สรรพสามิต” ชี้ตลาดยาสูบเข้าภาวะปกติหลังตัวเลขรีดภาษีพุ่งปรี๊ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สรรพสามิต&amp;rdquo; แจงกฤษฎีกายังนิ่งตอบคำถามรื้ออัตราภาษียาสูบ พร้อมระบุสถานการณ์ตลาดยาสูบเข้าสู่ภาวะปกติแล้วหลังประกาศใช้อัตราใหม่ หลังตัวเลขรีดภาษียาสูบทะลุเป้าหมาย มองยาวอีกปีครึ่งใช้อัตราเดียวทั้งหมดช่วย &amp;ldquo;ยาสูบ&amp;rdquo; มีเวลาปรับตัวสู้การแข่งขันในตลาดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะกรรมการกฤษฎีกายังไม่ตอบหนังสืออย่างเป็นทางการเรื่องการแก้ไขอัตราภาษีสรรพสามิตยาสูบใหม่ว่าสามารถทำได้หรือไม่ อย่างไรก็ตามตอนนี้สถานการณ์ตลาดบุหรี่เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว หลังจากเริ่มใช้อัตราภาษีบุหรี่ใหม่มาตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การเก็บภาษีสรรพสามิตยาสูบของกรมสรรพสามิต ในเดือน ก.พ. 2561 เก็บได้ 6.9 พันล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1.36 พันล้านบาท หรือ 24.7% ซึ่งถือว่าเป็นการเก็บภาษีได้มากเทียบกับในช่วงเดือนแรก ๆ ที่อัตราภาษีใหม่มีผลบังคับใช้ และส่งผลให้สามารถจัดเก็บภาษียาสูบได้เพียงเดือนละ 1-2 พันล้านบาทเท่านั้น ซึ่งมองว่าภาษียาสูบเข้าสู่ภาวะปกติได้ 2-3 เดือนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับภาพรวมการจัดเก็บภาษียาสูบในช่วง 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2561 (ต.ค. 60 &amp;ndash; ก.พ. 61) สามารถจัดเก็บได้สูงกว่าประมาณการ 1.87 พันล้านบาท หรือคิดเป็น 7.3% และคาดว่าทั้งปีงบประมาณกรมสรรพสามิตจะสามารถจัดเก็บภาษียาสูบ และภาษีในภาพรวมทั้งหมดได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 6 แสนล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การใช้อัตราภาษีสรรพสามิตใหม่ใช้มาเป็นเวลา 6 เดือนแล้ว ในส่วนของภาษียาสูบได้มีการจัดเก็บ 2 รูปแบบ โดยเก็บตามปริมาณ 1.20 บาทต่อมวน และตามมูลค่า 20% สำหรับบุหรี่ที่ราคาขายปลีกไม่เกิน 60 บาท และตามมูลค่า 40% สำหรับบุหรี่ที่ราคาขายปลีกเกิน 60 บาท โดยมีกำหนดใช้เป็นเวลา 2 ปี&amp;rdquo; แหล่งข่าว กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า &amp;nbsp;ในช่วงเวลาที่เหลือประมาณ 1 ปีครึ่ง ก่อนจะมีการใช้ภาษียาสูบในอัตราเดียวกันทั้งหมดนั้น คือ คิดตามปริมาณที่ 1.20 บาทต่อมวน และตามมูลค่า 40% เชื่อว่าไม่กระทบกับยอดขายของโรงงานยาสูบ หากในช่วงเวลาที่เหลือมีการปรับกลยุทธ์การตลาดเหมือนในช่วงที่ผ่านมาที่ยอดขายลดลงเหลือ 60% ในช่วง 2 เดือนแรกที่ได้ประกาศใช้อัตราภาษียาสูบใหม่ ซึ่งจากข้อมูลพบว่าปัจจุบันยอดขายของโรงงานยาสูบปรับขึ้นมาอยู่ที่ 67% เกือบอยู่ในระดับปกติแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในอนาคตปีกว่าที่ภาษียาสูบจะเหลืออัตราเดียว โรงงานยาสูบก็ยังสามารถแข่งขันได้เพราะบุหรี่ต่างประเทศจะปรับราคาเพิ่มขึ้นเป็นซอง 80-90 บาท ขณะที่บุหรี่ของโรงงานยาสูบจะอยู่ที่ 60-70 บาท ซึ่งยังมีกำไร โดยที่ภาครัฐไม่จำเป็นเข้าไปช่วยเหลือให้มีปัญหากฎหมายการค้าโลก&amp;quot; แหล่งข่าวกรมสรรพสามิต กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5622</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสรรพสามิต, บุหรี่, ภาษียาสูบ, ภาษีสรรพสามิตใหม่, สรรพสามิต, โรงงานยาสูบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180323/image_big_5ab467c85bed4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5154</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2018 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2018 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าดราม่า!! สรรพสามิตยืนยัน&#039;ยาสูบ&#039;ฐานะปึ้กมีเงินจ่ายพนักงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สรรพสามิต&amp;rdquo; ชี้แจงกรณีโรงงานยาสูบขอกู้เงิน ไม่ใช่เอาไปจ่ายพนักงาน แต่กู้ไปเพื่อลงทุนโรงงานใหม่เท่านั้น หลังพบสภาพคล่องยังแกร่ง ไม่ได้วิกฤตเหมือนกระแสข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ได้มีตัวแทนสหภาพโรงงานยาสูบเดินทางมาที่กรมสรรพสามิตเพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากอัตราภาษีสรรพสามิตใหม่ ที่ประกาศใช้เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2560 โดยได้มอบหมายให้ผู้บริหารของกรมฯ ไปรับเรื่องและชี้แจงทำความเข้าใจกับสหภาพโรงงานยาสูบ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐกร อุเทนสุต ผู้อำนวยการสำนักแผนภาษี กรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ทางตัวแทนสหภาพโรงงานยาสูบมองว่าอัตราภาษีสรรพสามิตใหม่ ส่งผลกระทบกับยอดขายของโรงงานยาสูบ ทำให้มีผลการดำเนินงานขาดทุน กิจการจะอยู่ไม่ได้ และไม่มีเงินจ่ายเงินเดือนพนักงาน ซึ่งทางกรมสรรพสามิตก็ได้ชี้แจงให้ทางตัวแทนเข้าใจได้ในระดับหนึ่ง และมีแผนที่จะเดินทางไปโรงงานยาสูบเพื่อชี้แจงให้พนักงานทุกคนได้รับทราบข้อมูลที่แท้จริงใน 2-3 ประเด็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเด็นเรื่องยอดขายบุหรี่ของโรงงานยาสูบลดลง ทำให้ขาดทุนนั้น ซึ่งเรื่องนี้ก่อนหน้านี้นายยุทธนา หยิมการุณ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ในฐานะกรรมการโรงงานยาสูบ ได้ออกมาเปิดเผยแล้วว่า ปี 2561 โรงงานยาสูบจะมีกำไร จากเดิมที่เคยประเมินไว้ว่าจะขาดทุน 1.5 พันล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐกร กล่าวอีกว่า โรงงานยาสูบเคยมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ 70% หลังจากอัตราภาษีใหม่มีผลใช้บังคับ ทำให้ยอดส่วนแบ่งการตลาดของโรงงานยาสูบ 2 เดือนแรกลดลงเหลือ 60% แต่ปัจจุบันได้ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 67% แล้ว เนื่องจากโรงงานยาสูบได้มีการออกสินค้าใหม่ทำให้ยอดขายดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ประเด็นเรื่องโรงงานยาสูบขาดสภาพคล่องจนต้องกู้เงินมาจ่ายเงินเดือนพนักงาน ทางกรมสรรพสามิตได้สอบถามกับทางสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) แล้วว่า ยังไม่มีความจำเป็นต้องกู้เงิน เพราะโรงงานยาสูบมีรายได้ และรายรับมากกว่ารายจ่าย ยังมีสภาพคล่องเหลือเพียงพอจ่ายเงินเดือนพนักงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประเด็นเรื่องผลกระทบจากอัตราภาษีบุหรี่ใหม่ทำให้โรงงานยาสูบต้องกู้เงินมาจ่ายเงินเดือนพนักงานนั้น ไม่เป็นความจริง การกู้เงินดังกล่าวเป็นการกู้เพื่อมาลงทุนโรงงานแห่งใหม่ตามแผนที่ได้วางไว้&amp;rdquo; นายณัฐกร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการช่วยเหลือโรงงานยาสูบ เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เพราะผู้ประกอบการต่างประเทศติดตามและเก็บข้อมูลอย่างละเอียด ดังนั้นหากดำเนินการไม่รอบคอบ อาจจะมีการฟ้ององค์การการค้าโลก (WTO) ว่าทำให้การแข่งขันไม่เป็นธรรม กรมสรรพสามิตจึงต้องระมัดระวังในการดำเนินการต่าง ๆ และเชื่อว่าโรงงานยาสูบจะสามารถปรับกลยุทธ์ทางการตลาดกลับมามียอดขายรายได้กำไรเหมือนกับที่ผ่านมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสุจิตรา เลาหวัฒนภิญโญ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี กรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ปัจจุบันส่วนแบ่งทางการตลาดของโรงงานยาสูบเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 67% จากเดิมที่ 60% แล้ว เนื่องจากการปรับแผนการผลิต หรือการหารายได้อื่น ๆ เพิ่มขึ้น เป็นต้น และในวันที่ 4 เม.ย. นี้ จะมีการเดินทางไปชี้แจงแนวทางการให้ความช่วยเหลือพนักงานโรงงานยาสูบเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5154</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสรรพสามิต, กฤษฎา จีนะวิจารณะ, พนักงาน, ภาษีสรรพสามิตใหม่, ยาสูบ, เงินเดือน, โรงงานยาสูบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180316/image_big_5aab861a3aea9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
