<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109277</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2021 20:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 11:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> จาก&#039;หมิงตี้&#039;รอวันจัดการปัญหาโรงงานกลางชุมชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังเกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้โรงงานหมิงตี้ เคมีคอล จำกัด ใน อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เมื่อเช้ามืดวันที่5 กรกฎาคม 2564 ซึ่งต้องใช้เจ้าหน้าที่ และสรรพกำลังหลายฝ่าย ในการควบคุมเพลิง และเฝ้าสังเกตุการณ์ว่าจะไม่เกิดการปะทุหรือระเบิดขึ้นอีกจากสารเคมีจำนวนมหาศาลที่อยู่ในถังที่ฝังใต้ดิน ก็ต้องใช้เวลาถึง 2 วัน 2 คืน แต่ก่อนที่เหตุการณ์จะสงบผู้คนจากชุมชนโดยรอบโรงงาน ก็อกสั่นขวัญแขวน เพราะอุบัติภัยจากสารเคมีครั้งใหญ่นี้สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินมหาศาล แถมยังมีปัญหาเรื่องสารเคมีที่เป็นพิษตกค้าง และเป็นสารก่อมะเร็งที่ปลดปล่อยออกมาขณะเกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เกิดคำถามมากมายว่า เหตุใดโรงงานที่มีเชื้อเพลิงติดไฟง่ายและเต็มไปด้วยวัตถุสารพิษปริมาณมาก ถึงมาตั้งอยู่ในใจกลางชุมชนได้ เป็นความผิดพลาดในการจัดการด้านผังเมืองของรัฐหรือเป็นความผิดของประชาชน ที่เลือกไปซื้อบ้านอยู่อาศัยใกล้โรงงานเอง แล้วใครต้องร่วมรับผิดชอบกับความเสียหายจากอุบัติเหตุครั้งนี้ อีกทั้งสารเคมีที่ค้างคา หรือรั่วไหลออกไป จะมีการจัดการอย่างไรต่อไป เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมและชีวิตผู้คนชุมชนโดยรอบ แล้วชุมชนอื่นๆที่อยู่ใกล้โรงงานที่มีสารเคมีอันตรายเป็นวัตถุดิบสำคัญจะมีการป้องกัน หรือจัดการไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยกับโรงงานกิ่งแก้วนี้ได้อย่างไร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ย้อนไปเมื่อปี 2532 โรงงานหมิงตี้ เคมีคอล ที่เป็นทุนจากไต้หวัน ได้จดทะเบียนก่อตั้งโรงงานขึ้นบนถนนกิ่งแก้ว อ.บางพลี ในสมัยที่พื้นที่แถบนั้น ยังเป็นท้องไร่ท้องนาห่างไกลบ้านเรือน ไม่มีชุมชน และพื้นที่ดังกล่าวถูกจัดเป็นพื้นที่โซนสีม่วง หรือโซนโรงงานอุตสาหกรรม ต่อมาภาครัฐได้ปรับผังเมืองขึ้นใหม่ เมื่อปี 2552 วัตถุประสงค์ก็คือ ต้องการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสนามบินสุวรรณภูมิ ผังเมืองลดระดับพื้นที่จากสีม่วง กลายเปลี่ยนเป็นพื้นที่สีแดง สามารถทำการค้า การพาณิชย์ สร้างที่อยู่อาศัยได้ เป็นเหตุให้เกิดหมู่บ้านจัดสรรผุดขึ้นประชิดรอบรั้วโรงงานในเวลาต่อมา ถ้าดูจากภาพดาวเทียมจะเห็นได้ว่า ในรัศมีรอบโรงงาน 5 กิโลเมตร เต็มไปด้วยชุมชนหนาแน่น ขณะที่ โรงงานหมิงตี้ ยังไม่ได้ขยับไปไหน ยังคงเดินเครื่องผลิตเม็ดโฟม เม็ดพลาสติกต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ จากการตรวจสอบในรัศมี 10 กิโลเมตร จากจุดโรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้ พบว่ายังมีโรงงานตั้งอยู่อีกกว่า1,000 โรงงาน ถือว่าความเสี่ยงที่ประชาชนต้องแบกรับ ในประเด็นนี้ เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ ไล่เรียงให้ฟังว่า กรณีโรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างหลายด้านเริ่มจากด้านผังเมือง โรงงานนี้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการปี 2534 อยู่มาก่อนชุมชน ก่อนที่จะเปลี่ยนพื้นที่ให้เป็นโซนสีแดงจึงดำเนินการผลิตต่อไปได้ในที่สุดเมืองที่ขยายก็มาชิดพื้นที่อุตสาหกรรม มีข้อถกเถียงกว้างขวาง ประเด็นอยู่ที่ว่า เมื่อมีการกำหนดผังเมืองรวมแล้วชัดเจน กรณีหมิงตี้เป็นอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่มีสารอันตรายการใช้ประโยชน์ที่ดินจึงไม่เหมาะสม สะท้อนความผิดพลาดการจัดการด้านผังเมืองที่อนุญาตให้โรงงานประกอบกิจการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อีกประเด็นสำคัญ เพ็ญโฉม ให้ข้อมูลว่าโรงงานหมิงตี้กำลังการผลิตจากเริ่มแรก 2,000 กว่าตันต่อปีเมื่อปี 34 แต่กลางปี 62กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) อนุมัติขยายกำลังการผลิต 36,000 ตันต่อปีเป็นความผิดของ กรอ.ชัดเจนเพราะจังหวัดสมุทรปราการ ประกาศให้เป็นเขตควบคุมมลพิษเมื่อปี 2537 เพราะพื้นที่มีปัญหามลพิษสูง ไม่ควรมีโรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มเติม แต่กรอ.ไม่เคารพกฎหมายสิ่งแวดล้อม และหากจะเพิ่มกำลังการผลิตได้ก็ต้องมีเงื่อนไขกับโรงงาน เช่น ย้ายโรงงานออกจากพื้นที่ก่อนหรือมีโรงงานที่เป็นส่วนขยายเพิ่มในพื้นที่อื่นๆ ไม่ใช่ตั้งที่เดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; กรณีโรงงานหมิงตี้สะท้อนความไม่กล้าหาญตัดสินใจให้โรงงานอยู่หรือไปถ้าให้โรงงานย้ายออกไปก็ต้องจ่ายค่าชดเชยหรือค่าเวรคืนให้แต่ถ้าไม่ให้ไปก็ต้องมีการปรับวางผังใช้ประโยชน์ที่ดินใหม่โดยกำหนดพื้นที่กันชนชัดเจนไม่อนุมัติโครงการก่อสร้างที่พักอาศัยบริเวณรอบโรงงานรวมถึงระงับการพัฒนาพื้นที่รอบสนามบินสุวรรณภูมิต้องมีการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการจากหลายหน่วยงาน &amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เพ็ญโฉม ชี้ไปที่ กรอ.ว่า ต้องเปิดเผยข้อมูลที่แท้จริงปริมาณสารเคมีอันตรายที่โรงงานได้รับอนุญาตให้จัดเก็บ จากข่าวที่ปรากฏหลังเพลิงไหม้ กรอ.เข้าตรวจสอบมี&amp;quot;สารสไตรีนโมโนเมอร์&amp;quot;ตกค้างอยู่ภายในถังเก็บกว่า 1,000 ตัน คำถามที่เกิดขึ้น คือ โรงงานสะสมสไตรีนเกินปริมาณที่ได้รับอนุญาตหรือไม่ หรือ กรอ. อนุมัติให้เพิ่มปริมาณเก็บสารเคมี อีกทั้ง ที่ผ่านมารัฐมีการตรวจสอบให้โรงงานปฏิบัติตามแผนบริหารความเสี่ยงและมาตรการความปลอดภัยตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตรายมากน้อยเพียงใด เหตุที่เกิดสะท้อนความล้มเหลวและความไม่เข้มงวดในการกำกับดูแลทั้งที่โรงงานใกล้ชุมชน ใช้สารไวไฟในการผลิต ต้องเพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; จังหวัดสมุทรปราการมีความเสี่ยงสูงมากเกิดอุบัติภัยสารเคมีห่างไปไม่ไกลจากโรงงานหมิงตี้ มีโรงงานผลิตเม็ดโฟมอีกแห่งตั้งอยู่ภายในจังหวัด ยังเป็นที่ตั้งโรงงานกลั่นน้ำมัน คลังก๊าซอันตรายต่อความปลอดภัยของประชาชน มีโรงงานรีไซเคิลพลาสติกจำนวนมาก ซึ่งหากเกิดไฟไหม้ จะปล่อยมลพิษรุนแรง รัฐต้องมีมาตรการเฝ้าระวังเพลิงไหม้สารเคมีในโรงงาน และการป้องกันการเกิดเหตุแผนอพยพคน ซึ่ง กทม. ปภ. และเขต ต้องทำงานร่วมกัน &amp;ldquo; เพ็ญโฉม ย้ำ ถ้าปล่อยปละละเลยจะเกิดความเสียหาย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรณีโรงงานกิ่งแก้วไม่ถูกตรวจสอบ เพราะ พ.ร.บ.โรงงาน ปี 2562 ฉบับใหม่ เป็นอีกปมปัญหาใหญ่ ที่ต้องถอดบทเรียนไม่ให้วิกฤตครั้งนี้สูญเปล่า เนื่องจาก พ.ร.บ.โรงงาน ฉบับใหม่ มีการปรับเปลี่ยนและตัดบางมาตราของ พ.ร.บ.โรงงานพ.ศ.2535 ฉบับเก่าออก มีการยกเลิกระบบต่อใบอนุญาตทุก 5 ปี ทำให้โรงงานไม่ถูกตรวจสอบ มาตรการความปลอดภัยจึงลดลง ซึ่งถ้าหากโรงงานอยู่ในสภาพไม่ปลอดภัยก็จะไม่ได้รับการแก้ไข และเกิดอันตรายขึ้นได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ในพ.ร.บ.โรงงานใหม่ ยังมีการแก้นิยาม&amp;rdquo;โรงงาน&amp;rdquo; ว่าหมายถึง อาคารที่ใช้เครื่องจักรตั้งแต่ 50แรงม้าขึ้นไป หรือใช้คนงาน 50 คนขึ้นไป ส่งผลให้โรงงานขนาดเล็กกว่า 6 หมื่นแห่ง ไม่ถูกกฎหมายกำกับ สามารถตั้งโรงงานได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; &amp;nbsp;ต้องทบทวน พ.ร.บ.โรงงานฉบับใหม่ และทบทวนอำนาจ กรอ.ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทอนุญาตประกอบกิจการและส่งเสริมการลงทุนของภาคอุตสาหกรรม เดิมมีอำนาจกำกับกิจการด้านสิ่งแวดล้อม การควบคุมมลพิษและการกำกับความปลอดภัยด้านสารเคมีของโรงงานจะต้องยกให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมถึงจะเหมาะสมเพื่อคานอำนาจ นี่คือ เรื่องใหญ่ต้องแก้ไข&amp;quot; เพ็ญโฉม ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ กม.ฉบับใหม่ ยังไม่มีการกำหนดให้จัดทำการประกันความเสี่ยงหรือตั้งกองทุนเพื่อประกันความเสียหายจากการประกอบกิจการทั้งภายในและภายนอกโรงงาน ซึ่งหากเกิดเหตุอุบัติภัยขึ้น กองทุนนี้จะทำหน้าที่ช่วยเหลือเยียวยาประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; มูลนิธิบูรณะนิเวศ มีส่วนร่วมยกร่าง โดยเสนอกฎหมายมาตรานี้ แต่ถูกคณะกรรมการกฤษฎีกาตัดทิ้งไปก่อนเข้าสู่การพิจารณา สนช.หากมีกองทุนนี้หลังเกิดโรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้ ประชาชนจะไม่เคว้งคว้าง หรือมีคำถามจะเอาเงินที่ไหนมารับผิดชอบ อีกหลักรับประกันสำคัญช่วยให้ชุมชนไม่เผชิญกับผลกระทบจากอุบัติภัยทางอุตสาหกรรมซ้ำซาก คือกฎหมาย รายงานการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม (PollutantRelease and Transfer Registers-PRTR) &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพ็ญโฉม ยังบอกอีกว่าตัวกฎหมายรายงานการเคลื่อนย้ายสารพิษสู่สิ่งแวดล้อม ก่อนหน้านี้ นายกฯ ปัดตกร่าง กม.นี้ไป ทั้งที่กฎหมายนี้นำไปสู่การกำกับให้ผู้ประกอบการมีความรับผิดชอบต่อประชาชนผ่านการรายงานการครอบครอบสารมลพิษ และการปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะฝุ่น PM2.5 ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ น้ำเสีย ขยะอุตสาหกรรม ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีฐานข้อมูลพื้นฐานขนาดใหญ่ เพื่อกำหนดนโยบายสิ่งแวดล้อม รวมถึงแนวทางวางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษ การวางแผนรองรับเหตุฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็วลดความสูญเสียเพราะมีพิมพ์เขียวสารมลพิษอยู่ในมือ ถือเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับพนักงานดับเพลิงโรงพยาบาล ตำรวจ หน่วยกู้ภัย แพทย์หน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินเมื่อเกิดอุบัติภัยสารเคมี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; ถ้ามีกฎหมาย PRTR นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หรือประชาชนจะข้อมูลประกอบการเลือกที่อยู่อาศัยโดยรู้ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากมลพิษรอบตัว หรือเมื่อเกิดเหตุการณ์อุบัติภัยก็ทราบว่ามีโรงงานอันตรายอยู่ใกล้บ้านหรือไม่ มีการเฝ้าระวังมลพิษในพื้นที่ตนเองไม่ต้องโกลาหลหรือใช้ชีวิตด้วยความเสี่ยงเหมือนคนในชุมชนกิ่งแก้วที่เผชิญปัญหาอยู่ในขณะนี้ ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องมีกฎหมายนี้เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนโดยเฉพาะผู้ได้รับผลกระทบจากมลพิษอุตสาหกรรม &amp;ldquo; เพ็ญโฉม กล่าว และว่าภาคประชาชนและองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมจะมีความเคลื่อนไหวเพื่อกดดันให้รัฐบาลผ่านร่าง กม.ปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษหรือ PRTR โดยเร็วหลังได้รับบทเรียนโรงงานโฟมกิ่งแก้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109277</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายPRTR, พ.ร.บ.โรงงานฉบับใหม่, มูลนิธิบูรณะนิเวศ, โรงงานกลางชุมชน, โรงงานหมิงตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210710/image_big_60e99adc3b06c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109274</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2021 19:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แนวทางฟื้นฟูมลพิษกรณีเหตุระเบิดกิ่งแก้ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แนวทางในการฟื้นฟู เยียวยา และการแก้ปัญหาระยะยาว จะเป็นไปในทิศทางใดหลังโศกนาฏกรรม&amp;rdquo;หมิงตี้&amp;rdquo;&amp;nbsp; วงเสวนา &amp;ldquo;ฟื้นฟู-เยียวยา-ป้องกัน&amp;rdquo; ที่ควรมี (ทำ) กรณีเหตุระเบิดกิ่งแก้ว จัดโดยวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย(วสท.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม ชวนนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญร่วมถอดบทเรียนหาทางออกให้เหตุการณ์ครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รศ.ดร.ปิยะบุตร วานิชพงษ์พันธ์ ประธานสาขาวิศวกรรมเคมีและปิโตรเคมี วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย(วสท.) กล่าวว่าข้อสันนิษฐานสาเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตเม็ดโฟม &amp;nbsp;สาเหตุที่แน่นอนยังอยู่ระหว่างการค้นหา ในฐานะวิศวกรกให้ข้อสันนิษฐานใกล้ความเป็นจริงมากที่สุด สาเหตุไฟไหม้อาจจะเกิดจากเม็ดโฟม EPS เพราะความเสี่ยงต่อการระเบิดหรือเพลิงไหม้จากก๊าซเพนเทนที่ผสมอยู่ในเม็ดโฟม ซึ่งเป็นสารไวไฟสูง &amp;nbsp;อีกทั้งไอระเหยของเพนเทน มีน้ำหนักมากกว่าอากาศ ไม่มีสี และสามารถติดไฟได้ เป็นไปได้ว่า เกิดการรั่วไหลของสารดังกล่าว แต่เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุการรั่วไหลของสารเคมี อีกข้อสันนิษฐานมาจากของแข็งที่เป็นวัตถุดิบ อย่าง PS Resin, PS Foam, EPS Foam ที่มีคุณสมบัติเป็นสารติดไฟ เกิดไฟฟ้าสถิตย์ได้ และเป็นของเสียอันตราย ทุกชนิดมีอันตรายต่อสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนการระงับเหตุไฟไหม้ ดร.ปิยะบุตร อธิบายว่า เพลิงไหม้ที่มีการแปรเป็นสารไฮโดรคาร์บอน ไม่สามารถดับได้ด้วยน้ำ จึงใช้วิธีการระงับเหตุในรูปแบบต่างๆ อย่างโฟม แต่จุดเกิดเหตุขณะนั้นเครื่องมือดับเพลิงไม่มีความพร้อมเป็นอุปสรรค รวมถึงขาดความร่วมมือของโรงงาน ส่งผลให้การระงับเหตุเกิน 24 ชั่วโมง ส่วนผลกระทบจากสารเคมีเมื่อเข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะมาจากการหายใจหรือผ่านผิวหนังก่อให้เกิดพิษเฉียบพลัน เช่น ขาดอากาศหายใจ ระคายเคืองในบริเวณร่างกาย ดวงตา ส่งผลกระทบต่อการสร้างโลหิตและระบบประสาท ส่วนพิษเรื้อรังที่ส่งผลระยะยาว จะทำให้เกิดการผิดปกติทางพันธุกรรม ก่อมะเร็ง มีผลต่อกระดูกและระบบทางเดินหายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความเสี่ยงมลพิษกรณีกิ่งแก้ว ผศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรให้รายละเอียดว่า ไฟไหม้สารอันตราย เกิดการแพร่กระจายสารพิษ &amp;nbsp;การแปรสภาพ และการตกสะสมของมลพิษในอากาศ&amp;nbsp; น้ำและดิน การปลดปล่อยมลพิษจากเหตุการณ์กิ่งแก้ว มีทั้งที่เกิดจากการรั่วไหลที่ยังไม่เผาไหม้ คือ สไตรีน (Styrene) เพนเทน (pentane) แต่หากเกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ อาจจะทำให้มีสไตรีนรั่วไหลออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; &amp;nbsp;จากงานวิจัยปี 2020 ได้จำลองการเผาไหม้สไตรีนแบบที่มีอากาศจำกัด พบว่า แม้ว่าจะมีการเผาแล้ว ก็ยังพบการรั่วไหล และมีการแปรสภาพเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ คาร์บอนมอนนอกไซด์ เขม่า และสารที่เกิดมากที่สุดคือ แนฟทาลีน(Naphthalene) &amp;ldquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เขาระบุการเกิดผลกระทบแบบเฉียบพลัน จะมีเรื่องของกลิ่นที่เกิดขึ้น อย่าง สไตรีน จะมีกลิ่นเหมือนพลาสติก เพนเทน กลิ่นคล้ายน้ำมัน สารเหล่านี้มีความไวต่อจูมกมนุษย์ &amp;nbsp;หากไม่ได้กลิ่นอาจจะเป็นไปได้ว่า ไม่ได้รับสารเคมีแบบเฉียบพลัน แต่เมื่อสารเหล่านี้ระเหยขึ้นไปในชั้นบรรยากาศ จะเกิดปฏิกิริยาเคมีกลายเป็นฝุ่น PM2.5 และอาจจะมีการตกผสมลงมาสู่ผิวดินได้ด้วย จากการประเมินการปลดปล่อยมลพิษและโมเมนตัมการเผาไหม้ ที่การเผาไหม้ทำให้เกิดกลุ่มก้อนอากาศสีดำซึ่งเป็นมลพิษเห็นได้ด้วยตาเปล่าลอยขึ้นสูงกว่า 300 เมตรจากจุดพื้นผิวดิน ส่งผลให้สารพิษส่วนที่มนุษย์จะได้สัมผัสมีความเบาบางลงตามด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กลุ่มก้อนอากาศสีดำที่พวงพุ่งออกจากจากเหตุการณ์นี้ &amp;nbsp;ผศ.ดร.ธนพล ได้ทำแบบจำลองจากสมมุติฐานการเผาไหม้ 1,600 ตันใน 22 ชั่วโมง และมีการนำไปแปรผลในแบบจำลอง AERMOD พบว่า ในสารสไตรีน คนจะสามารถได้กลิ่นในระดับ 70 ไมโครกรัม/ลบ.ม. แต่ไม่น่าได้รับพิษแบบเฉียบพลัน ส่วนการตกสะสมสู่พื้นดินและแหล่งน้ำ แม้ว่าจะมีกระจายเป็นวงกว้าง แต่ยังมีความเสี่ยงต่ำ โดยใช้มาตรฐาน US.EPA(2021) ที่ได้รับการยอมรับมาตรฐานและความปลอดภัย ส่วนสารแนฟทาลีนแม้ไม่มีความเสี่ยงแพร่กระจายถึงพื้นผิวและการตกสะสมในดิน แต่ควรจะมีการเก็บตัวอย่างเพื่อยืนยัน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่อาจมีการตกสะสมสูง และเขม่าที่มีการแพร่กระจายได้น้อยกว่าสารที่กล่าวมาข้างต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.ดร.ธนพล บอกว่า ในพื้นที่ซอยกิ่งแก้วมีสภาพเป็นชั้นดินเหนียวปนทราย ดังนั้น การรั่วไหลของสารสไตรีนสู่น้ำใต้ดินนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด อาจจะต้องมีการเก็บตัวอย่างมาเพื่อยืนยัน ได้ทำแบบจำลองการรั่วไหลของสารทั้งหมด 1,600 ตันใน 2 ชั่วโมง และปล่อยให้น้ำพัดพาไปอีก 30 ปี แบ่งเป็นแบบที่ธรรมชาติบำบัดและไม่มีธรรมชาติบำบัด การทำแบบจำลองจะสามารถระบุพื้นที่ในการเก็บตัวอย่างได้ เพื่อความสบายใจของชุมชนด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; หากพบสารสไตรีนตกค้างสามารถใช้ทั้งจุลชีพหรือสารเคมีในการฟื้นฟูใช้ระยะเวลาประมาณ 3 เดือน ทั้งนี้ หากประชาชนที่ยังได้รับกลิ่นสารเคมีอยู่ อาจจะมาจากการปนเปื้อนในดิน และกลายเป็นไอที่ลอยขึ้นมา หรือสารเคมีที่คงค้างในพื้นที่ ต้องจัดการที่แหล่งกำเนิดให้ไวที่สุด กำหนดระยะเวลาการฟื้นฟูที่แน่นอน &amp;ldquo;  นักวิชาการ ม.นเรศวรบอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุการณ์เพลิงไหม้หมิงตี้ไม่ใช่อุบัตภัยสารเคมีครั้งแรก&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในอดีตเคยเกิดขึ้นในพื้นที่ จ.กรุงเทพฯ ปทุมธานี ชลบุรี ระยอง เชียงใหม่ &amp;nbsp;ผศ. ดร.ธนพล เสนอแนวคิดการทำโมเดลแบบจำลอง SAFER SYSTEMS คือ การนำ Chemical sensors + Real time air dispersion Modeling and Source locator algorithm ซึ่งสามารถคำนวนย้อนกลับหาแหล่งกำเนิดสารรั่วไหล และตรวจวัดสารเคมีระเหยง่าย (VOC) ไซยาไนต์ แอมโมเนีย ไฮโดรเจนซัลไฟด์ หรือก๊าซไข่เน่า ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ คาร์บอนมอนอกไซด์ สารประกอบไนโตรเจนออกไซด์ และคาร์บอนไดออกไซด์ได้แบบเรียลไทม์ เพื่อหยุดปัญหาการรั่วไหลของสารเคมีในโรงงาน จนทำให้เกิดเพลิงไหม้ และนำไปสู่ผลกระทบสิ่งแวดล้อมหลายด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109274</URL_LINK>
                <HASHTAG>สารเคมีตกค้าง, แนวทางฟื้นฟูมลพิษหมิงตี้, โรงงานหมิงตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210710/image_big_60e997f1bbe57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109094</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2021 22:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ห่วงถังสารเคมีตกค้าง  ควบคุมอุณหภูมิ24ชม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;สุริยะ&amp;rsquo; เผยชุมชนรอบโรงงานหมิงตี้กลับเข้าพื้นที่ได้แล้ว ย้ำอากาศ-น้ำโดยรอบอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่อันตรายต่อสุขภาพ ห่วงถังเก็บสารเคมีตกค้างให้เฝ้าระวังต่อ ผู้เชี่ยวชาญ-กู้ภัยลำเลียงใส่ DEHA ยับยั้งปฏิกิริยาคายความร้อนก่อระเบิดซ้ำ สอบปากคำ ปชช.ที่ได้รับผลกระทบแล้ว 500 ราย เสียหายเบื้องต้น 250 ล้านบาท
วันที่ 8 ก.ค. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กรณีไฟไหม้โรงงานบริษัท หมิงตี้เคมีคอล จำกัด ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 30 ราย และเสียชีวิต 1 ราย ซึ่งแรงระเบิดทำให้บ้านเรือนเสียหายเป็นวงกว้าง และได้มีการอพยพประชาชนไปในที่ปลอดภัยในรัศมี 5 กิโลเมตร โดยตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ได้สั่งการให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและตรวจสอบคุณภาพอากาศ คุณภาพน้ำ และสารเคมีที่ตกค้างในพื้นที่อย่างเร่งด่วน&amp;nbsp;ล่าสุดจากการลงพื้นที่ของ กรอ.พบว่า คุณภาพอากาศอยู่ในระดับที่ปลอดภัยต่อระบบทางเดินหายใจของประชาชนโดยรอบ แต่เพื่อเป็นการป้องกันความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงบริเวณโดยรอบโรงงาน เพราะยังมีสารเคมีตกค้างในโรงงาน อาจเกิดปฏิกิริยาเคมีและเกิดระเบิดได้ ขณะนี้ได้ฉีดน้ำเพื่อรักษาอุณหภูมิไว้ไม่ให้เกิดปฏิกิริยาเคมี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จากการตรวจสอบมลพิษช่วง3 วันที่ผ่านมา พบว่า พื้นที่บริเวณโดยรอบในระยะ 0-8 กม. จำนวน 14 จุด มีค่าสารสไตรีนที่เกิดเผาไหม้ในอุบัติเหตุอยู่ในช่วง 0.42-0.83 ppm (ส่วนในล้านส่วน) ไม่เกินมาตรฐานบรรยากาศตามที่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กำหนดที่ 20 ppm ขณะที่คุณภาพน้ำตรวจสอบพบสารสไตรีนในน้ำจากการดับเพลิงที่อยู่ในบริเวณโรงงาน แต่ไม่พบสารสไตรีนปนเปื้อนในคลองปากน้ำและคลองประเวศบุรีรมย์หน้าวัดสังฆราช จากข้อมูลด้านมลพิษสิ่งแวดล้อมจากเหตุไฟไหม้ครั้งนี้ ประชาชนโดยรอบสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ สถานการณ์สารมลพิษไม่อยู่ในระดับก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ แต่ควรงดใช้น้ำคลองเพื่อการอุปโภคบริโภคช่วงนี้เป็นการชั่วคราว อก.จะเร่งดำเนินการรื้อถอนปรับปรุงสภาพพื้นที่ ตลอดจนนำกากของเสียที่เกิดจากอุบัติภัยออกไปกำจัดตามหลักวิชาการและความปลอดภัย&amp;quot; นายสุริยะกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.อุตสาหกรรมกล่าวต่อว่า ส่วนของการเยียวยาประชาชน กระทรวงได้สั่งให้โรงงานดำเนินการตาม พ.ร.บ.โรงงาน มาตรา 39 (1) เพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายที่ประชาชนจะต้องได้รับอย่างเร่งด่วน โดยได้สั่งการให้ตั้งจุดรับเรื่องร้องทุกข์ 3 แห่ง คือ 1.หน้าโรงงานหมิงตี้ 2.สถานีตำรวจบางแก้ว และ 3.สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรปราการ ทั้งนี้ขอให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนสามารถไปติดได้ตามจุดที่เปิดบริการดังกล่าว ทั้งนี้ อก.จะร่วมเป็นหน่วยงานกลางประสานเพื่อเยียวยาประชาชน เพื่อประโยชน์ในการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป ทั้งนี้ กระทรวงได้กำหนดมาตรการป้องกันโรงงานที่มีความเสี่ยง โดยระยะสั้นให้ กรอ.จัดทำหนังสือแจ้งให้โรงงานปฏิบัติตามแผนบริหารความเสี่ยงอย่างเคร่งครัด โดยให้ประสานกับสำนักอุตสาหกรรมจังหวัดตรวจสอบโรงงานที่มีความเสี่ยงสูงอย่างเร่งด่วน และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้ในทุกช่องทาง&amp;nbsp;และระยะยาวกำชับให้ กรอ.และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดจัดลำดับโรงงานที่มีความเสี่ยงและตรวจสอบอย่างเป็นระบบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประกอบ วิวิธจินดา อธิบดี กรอ. กล่าวว่า กรอ.ตรวจสอบแล้วมีสารสไตรีนโมโนเมอร์ตกค้างอยู่ภายในถังเก็บประมาณ 1,000 ตัน และมีอุณหภูมิเกินกว่า 70 องศาเซลเซียส ซึ่งไม่ปลอดภัยในการเข้าใกล้ถัง เนื่องจากอาจเกิดปฏิกิริยาคายความร้อนออกมาจำนวนมาก เป็นเหตุให้เกิดการระเบิดหรือเพลิงไหม้ได้อีก จึงประสานผู้เชี่ยวชาญให้ขจัดสิ่งกีดขวางรอบๆ ถังเก็บ และให้เจ้าหน้าที่ฉีดน้ำไปที่ถังเก็บสารสไตรีน พร้อมทั้งใส่สารเคมีรอบๆ ถังเพื่อควบคุมสถานการณ์ โดยต้องการลดอุณหภูมิลงให้ได้ต่ำกว่า 40 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;ต้องเฝ้าระวังต่อเนื่องอีก 24 ชั่วโมง จนแน่ใจว่าสามารถควบคุมอุณหภูมิได้คงที่ หลังจากนั้นจะพยายามสอดท่อลงไปทางด้านบนเพื่อใส่สาร DEHA ลงไปเพื่อยับยั้งปฏิกิริยา ทั้งนี้ หลังจากปรับสภาพได้ตามข้อกำหนดแล้วจะส่งสารสไตรีนไปกำจัด ณ โรงงานบำบัดกำจัดของเสียอันตรายที่ได้รับอนุญาตจาก กรอ.ต่อไป
ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบเหตุเพลิงไหม้โรงงานว่า ขณะนี้ทางศูนย์รับแจ้งความเสียหาย ณ สถานีตำรวจภูธรบางแก้ว จ.สมุทรปราการ สอบปากคำผู้ที่ได้รับความเสียหายแล้วกว่า 500 ราย รวมมูลค่าความเสียหายที่ได้รับแจ้งจากผู้ได้รับผลกระทบเบื้องต้นประมาณ 250 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 7 ก.ค.) โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้กำชับให้ระดมสรรพกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ รถยนต์สายตรวจ รถจักรยานยนต์สายตรวจ พร้อมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องสนับสนุนภารกิจการป้องกันเหตุร้าย และไม่ให้กลุ่มเหล่ามิจฉาชีพฉวยโอกาสก่อเหตุซ้ำเติมประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน บริเวณพื้นที่เกิดเหตุเพลิงไหม้และบริเวณใกล้เคียง รวมทั้งศูนย์พักพิงและบริเวณพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ สนับสนุนภารกิจการเคลื่อนย้ายประชาชนส่งกลับบ้าน ชุมชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109094</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, โรงงานหมิงตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210417/image_big_607a9c695b3fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108944</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2021 15:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2021 15:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เอนก &#039;ลั่น&#039;อว.&#039;พร้อมเป็นกองทนุนระดมเทคโนโลยี ช่วยเหลือสถานการณ์ไฟไหม้โรงงานกิ่งแก้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
7ก.ค.64- นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวว่า ตนได้มีข้อสั่งการให้หน่วยงานต่างๆ ของ อว. ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนการแก้ไขปัญหาและบรรเทาความรุนแรงจากเหตุระเบิดที่โรงงานหมิงตี้ เคมีคอล ต.ราชเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดย อว. ได้ระดมเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาร่วมดูแลสถานการณ์นี้ เช่น ให้ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมแบบทันต่อสถานการณ์ แผนที่แบบละเอียดถึงบริเวณเสี่ยง รวมทั้งทิศทางลม โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า ซึ่งล่าสุดได้เปิดเผยแผนที่ละเอียดการเปลี่ยนแปลงและการขยายตัวของชุมชนบริเวณรอบๆ โรงงาน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่และประชาชนเข้าใจ สามารถประเมินสถานการณ์ของโรงงาน ชุมชน หมู่บ้านในบริเวณใกล้เคียงได้ในเบื้องต้น หรือเตรียมการเคลื่อนย้ายได้ทันการณ์ นอกจากนี้ ยังได้ให้การสนับสนุนทีม &amp;ldquo;Novy โดรน&amp;rdquo; สตาร์ทอัพผู้ให้บริการโดรนเพื่อการเกษตร ที่สนับสนุนโดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งได้เข้ามาร่วมทีมเฉพาะกิจ โดยการปล่อยโดรนบินเพื่อหาจุดปิดวาล์วถังสารเคมีที่อยู่ใต้ดิน จนพบจุดสำคัญ ทำให้เจ้าหน้าที่ผจญเพลิงฉีดโฟมเข้าสกัด และปิดวาล์วดังกล่าวได้สำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอนก กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกัน กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) ได้เข้ามาเป็นหน่วยให้ข้อมูลชนิดของสารเคมี ความเสี่ยง อันตราย ข้อควรระวังต่างๆ โดยเฉพาะการป้องกันและการทำงานสะอาดหากมีการสัมผัสสารสไตรีนโมโนเมอร์ (styrene monomer) และยังมีสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ได้ให้ข้อมูลความปลอดภัยทางรังสีจากการเข้าไปตรวจสอบในระบบฐานข้อมูลใบอนุญาติมีไว้ในครอบครองหรือใช้วัสดุกัมมันตรังสีของโรงงานในบริเวณนั้นแล้ว พบว่าทั้งโรงงานหมิงตี้ฯ และโรงงานที่ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยรัศมี 5 กม.โดยรอบไม่มีการครอบครองหรือใช้วัสดุกัมมันตรังสี อีกทั้งรายงานตรวจวัดปริมาณรังสีในอากาศจากสถานีเฝ้าระวังทางรังสียังพบว่าอยู่ในระดับปกติอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว. กล่าวว่า สำหรับการช่วยเหลือผู้ประสบภัยนั้น อว. ได้เตรียมการให้โรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยในพื้นที่ใกล้เคียง เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉินหากมีผู้ประสบภัยเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์รามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ จ.สมุทรปราการ ซึ่งมีอุปกรณ์และเครื่องมือพร้อมในการดูแลในสถานการณ์ขนาดใหญ่ รวมทั้งให้เตรียมความพร้อมรับดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยมหาวิทยาลัยและสถานศึกษาในพื้นที่ ก็ได้จัดเตรียมอาคารสถานที่ไว้รองรับ หากจำเป็นต้องมีการเคลื่อนย้ายหรืออพยพคนในบริเวณพื้นที่เสี่ยงออกมา ในส่วนของนิสิตนักศึกษาและบุคลากรที่มีที่พักอาศัยหรือหอพักในบริเวณใกล้เคียง ทางมหาวิทยาลัยต่างๆ เช่น สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยราชภัฎธนบุรี สมุทรปราการ และจุดอื่นๆ เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็ได้เตรียมการที่จะดูแลให้สถานที่และที่พักสำหรับผู้ได้รับผลกระทบด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108944</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์, เหตุการณ์ไฟไหม้, โรงงานหมิงตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210414/image_big_6076951a5e765.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108920</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2021 12:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2021 12:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เด็กเพื่อไทย’พูดเองเออเองเสร็จสรรพเรื่องรง.หมิงตี้ระเบิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ค.2564 - &amp;nbsp;น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) &amp;nbsp;กล่าวถึงเหตุระเบิดภายในโรงงานหมิงตี้ เคมิคอล ย่านกิ่งแก้ว ทำให้สารเคมีที่เป็นส่วนผสมในการผลิตเม็ดพลาสติกกระจายฟุ้งไปในอากาศ รวมทั้งส่งผลกระทบในวงกว้างต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ในย่านโรงงานดังกล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุระเบิดเมื่อวันที่ 5 ก.ค. ในฐานะ ส.ส.ที่มีพื้นที่ใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ ได้เข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบที่เป็นผู้ประสบภัย แรงงานต่างด้าวหลายร้อยคน ที่อยู่ในรัศมีของโรงงาน ที่ต้องอพยพไปอยู่ตามวัดต่างๆ ในเขตลาดกระบัง และต้องขอขอบคุณภาคประชาชน ที่ได้นำข้าวอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ไปมอบให้ผู้ประสบภัย ส่วนของการช่วยเหลือจากภาครัฐในเวลานั้น ยังไม่เห็น ทั้งที่ควรเข้ามาดูแล เคลียร์พื้นที่ มาตรการชดเชย แนวทางการช่วยเหลือ โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวหลายร้อยคนต้องอพยพ ไปนอนตามพื้นศาลาวัดต่างๆ ขอเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งช่วยเหลือ ชดเชยผู้ประสบภัยทั้งในแง่กฎหมายที่ต้องไปดูว่า เหตุใดโรงงานดังกล่าวมาตั้งในพื้นที่ชุมชน ถึงแม้ว่า ชุมชนจะมาที่หลังก็ต้องไปดูอีกว่า ทำไมปล่อยให้เกิดขึ้น สำหรับด้านมลพิษที่กระจายไปในอากาศ ก็ขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ และต้องไม่ใช่การทำงานแบบผักชีโรยหน้า ลูบหน้าปะจมูก ควรลงพื้นที่ไปดูสถานการณ์จริงในพื้นที่ด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108920</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์, พท., พรรคเพื่อไทย, ส.ส.กทม., โรงงานหมิงตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210707/image_big_60e542026e561.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108917</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2021 12:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2021 12:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทุกหน่วยงาน​เร่งเยียวยาเหตุบึ้มโรงงานหมิงตี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ค.2564 - น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ทุกส่วนราชการได้เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุโรงงานหมิงตี้ เคมิคอล อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ระเบิด ตามบัญชา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งนายกฯ ยังได้สั่งการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงการเฝ้าระวังในพื้นที่อีกระยะหนึ่ง เพื่อป้องกันเหตุเพลิงไหม้ไม่ให้เกิดซ้ำ &amp;nbsp;พร้อมยืนยันจะให้การดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและความเสียหายตามสิทธิ รวมทั้งได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งค้นหาสาเหตุ เพื่อป้องกันไม่ได้เกิดเหตุขึ้นอีกในอนาคต &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ยังเปิดเผยถึงมาตรการช่วยเหลือจากส่วนราชการ อาทิ กระทรวงแรงงาน สำนักงานประกันสังคมจะได้ตรวจสอบสถานะความเป็นผู้ประกันตนที่ได้รับบาดเจ็บทั้งผู้ประกันตนตาม มาตรา 33 มาตรา 38 &amp;nbsp;มาตรา 39 และมาตรา 40 ให้เข้ารับการรักษาพยาบาลตามสิทธิประโยชน์ในเรื่องของการรักษาพยาบาล และสิทธิอื่น ๆ ที่พึงได้ โดยแยกเป็นการประสบอันตรายเนื่องจากการทำงาน ซึ่งมีสิทธิได้รับสิทธิความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537 และพระราชบัญญัติเงินทดแทน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 เป็นค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น และค่าทดแทนกรณีหยุดพักรักษาตัว ร้อยละ70 ของค่าจ้างรายเดือน กรณีลูกจ้างสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานของร่างกาย จะจ่ายร้อยละ70 ของค่าจ้างรายเดือนตามระยะเวลาที่กำหนดแต่ไม่เกิน 10 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ &amp;nbsp;โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้ให้เงินช่วยเหลือสำหรับการย้ายบ้านชั่วคราว จากไม่สามารถอยู่อาศัยในที่พักเดิมได้ ครอบครัวละ 18,000 บาท &amp;nbsp;การเคหะแห่งชาติ จัดหาโรงแรม/ห้องพักราคาถูก สำหรับผู้ต้องการที่อยู่อาศัยเร่งด่วน หากไม่สามารถจ่ายค่าใช้จ่าย การเคหะแห่งชาติจะจัดสรรห้องพักเพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป โดยติดต่อที่สายด่วน พม. โทร. 1300 บริการ 24 ชั่วโมง สำหรับกระทรวงศึกษาธิการจัดหาที่พักให้ครู บุคลากร และครอบครัว ของโรงเรียนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย บูรณาการร่วมกับภาคอุตสาหกรรมประกันภัย สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัยไทย และบริษัทประกันภัย ตรวจสอบข้อมูลการทำประกันภัยของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ เพื่อให้ความช่วยเหลือเยียวยาด้านประกันภัยอย่างเร่งด่วน เพื่อบูรณาการการจ่ายสินไหมทดแทนให้กับประชาชนผู้เดือดร้อนจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ &amp;nbsp;สำหรับรายที่ไม่ได้ทำประกันภัยครอบคลุมความสูญเสียหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นไว้ จะได้รับการชดใช้จากการประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอก ซึ่งโรงงานได้ทำประกันภัยดังกล่าวรองรับไว้ด้วยวงเงินเอาประกันภัย 20 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หน่วยงานยังมีการเฝ้าระวังในพื้นที่ เพื่อไม่เกิดเหตุซ้ำรวมทั้งหาทางกำจัดสารเคมีที่เหลืออยู่ &amp;nbsp;และหลังจากนี้ จังหวัดสมุทรปราการจะร่วมกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อสำรวจความเสียหายและผลกระทบกับประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บ บ้านเรือนและทรัพย์สินเสียหาย เพื่อให้การเยียวยาตามระเบียบหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินต่อไป&amp;rdquo; น.ส.รัชดากล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108917</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.รัชดา ธนาดิเรก, รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, โรงงานหมิงตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60dae66499436.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
