<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59537</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2020 10:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2020 10:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่ม KTIS ขายแอลกอฮอล์ราคาถูกสู้โควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 มี.ค.2563 นายประพันธ์ &amp;nbsp;ศิริวิริยะกุล &amp;nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท &amp;nbsp;เกษตรไทย &amp;nbsp;อินเตอร์เนชั่นแนล &amp;nbsp;ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือกลุ่ม KTIS ผู้นำในอุตสาหกรรมน้ำตาลและอุตสาหกรรมต่อเนื่องครบวงจร เปิดเผยว่า กลุ่ม KTIS พร้อมที่จะจำหน่ายแอลกอฮอล์ที่ผลิตโดยโรงงานเอทานอลของกลุ่มที่ตั้งอยู่ที่จังหวัดนครสวรรค์ &amp;nbsp;มีกำลังการผลิต 230,000 ลิตรต่อวันเข้าสู่ตลาด เพื่อบรรเทาผลกระทบจากความต้องการใช้แอลกอฮอล์ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ซึ่งแม้ว่า ความต้องการใช้จะสูงขึ้นจากช่วงเวลาปกติมาก แต่ก็มั่นใจว่า แอลกอฮอล์จะไม่ขาดแคลนอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กลุ่ม KTIS มีเจตนารมณ์ชัดเจนที่ต้องการจะช่วยเหลือสังคม โดยเราจะจำหน่ายแอลกอฮอล์ที่ผลิตจากโรงงานของ บริษัท เคทิส ไบโอเอทานอล จำกัด (KTBE) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม KTIS ในราคาหน้าโรงงานที่ลิตรละ 35 บาท โดยคุณภาพของแอลกอฮอล์ที่ผลิตได้จากโรงงานของเรามีมาตรฐานในระดับสากล สามารถนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค รวมถึงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้ ซึ่งเราเชื่อว่า จะช่วยลดปัญหาการขาดแคลนหรือความต้องการแอลกอฮอล์ในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้อย่างแน่นอน&amp;rdquo; นายประพันธ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่า ในช่วงที่ผ่านมา การใช้แอลกอฮอล์มีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ผู้ประกอบการเชิงพาณิชย์นำแอลกอฮอล์ไปผลิตเจลล้างมือจำนวนมาก ทำให้ราคาแอลกอฮอล์ปรับตัวสูงขึ้น เพราะเมื่อความต้องการสูงขึ้น ราคาก็ปรับเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ส่งผลกระทบไปถึงผู้บริโภคที่ต้องซื้อเจลล้างมือในราคาแพง ดังนั้น จึงเชื่อว่า การป้อนแอลกอฮอล์ในราคาหน้าโรงงานเข้าสู่ระบบของกลุ่ม KTIS จะช่วยทำให้ปัญหานี้คลายตัวลงได้ในระดับหนึ่ง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรากำลังทำอยู่ 2 ด้าน คือ กลุ่ม KTIS ได้เตรียมแอลกอฮอล์และเจลล้างมือ เพื่อบริจาคให้กับโรงพยาบาล และสถาบันการศึกษา เบื้องต้นจำนวน 30-40 แห่งโดยกระจายทั้งในกรุงเทพฯและจังหวัดนครสวรรค์ ด้วยความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเจ้าพระยา และอีกส่วนหนึ่งเราจะขายแอลกอฮอล์เข้าสู่ตลาดในราคาโรงงาน เพื่อให้ผู้บริโภคได้ใช้แอลกอฮอล์และเจลล้างมือในราคาถูกลงกว่าปัจจุบัน ที่สำคัญคือ เป็นการส่งสัญญาณให้ตลาดรับรู้ว่า แอลกอฮอล์ไม่ได้ขาดตลาด และไม่ได้มีการปรับราคาเพิ่มขึ้น ดังนั้น ราคาสินค้าที่ใช้แอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมจึงไม่ควรจะมีราคาแพงในภาวะที่ผู้บริโภคมีความจำเป็นต้องใช้แอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นในชีวิตประจำวัน&amp;rdquo; ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม KTIS กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59537</URL_LINK>
                <HASHTAG>KTIS, ประพันธ์  ศิริวิริยะกุล, โรงงานเอทานอลราชบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200312/image_big_5e69adeba8d78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40616</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2019 14:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2019 14:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คพ.ฟ้องค่าเสียหาย 5.7 ล้านจากโรงงานเอทานอลราชบุรี ทำกระเบนราหูตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 10 ก.ค.&amp;nbsp;นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ(คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า จากกรณีปลากระเบนราหูและสัตว์น้ำอื่นๆ ตายเป็นจำนวนมากในแม่น้ำแม่กลอง จังหวัดราชบุรี และจังหวัดสมุทรสงคราม ในระหว่างวันที่ 1-7 ตุลาคม 2559 โดยเฉพาะในเขตอำเภอบางคนที และอำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม จากการตวจสอบและวิเคราะห์คุณภาพน้ำของ คพ. และจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีสาเหตุมาจากการระบายน้ำกากส่าสุดท้ายที่ผ่านการบำบัดแล้วลงสู่คลองแฉลบและไหลลงสู่แม่น้ำแม่กลองของโรงงานเอทานอลราชบุรี (บริษัท ราชบุรี เอทานอล จำกัด)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประลอง กล่าวว่า คพ. และกรมประมงจึงเป็นโจทก์ฟ้องเรียกค่าใช้จ่ายและค่าเสียหายตามมาตรา 96 และมาตรา 97 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 จากบริษัท ราชบุรี เอทานอล จำกัด กับพวกเป็นเงินจำนวน 5,785,996.50 บาท โดยค่าใช้จ่ายและค่าเสียหายดังกล่าวเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงจากการเข้าไปดำเนินการประเมินผลคุณภาพสิ่งแวดล้อมของ คพ.จำนวน 306,440 บาท และค่าเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ปลากระเบนราหู กุ้ง หอยของกรมประมง จำนวน 5,479,556.50 บาท โดยยื่นฟ้องคดีต่อศาลจังหวัดราชบุรี เป็นคดีหมายเลขดำที่ สวพ.1/2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ แต่ก่อนที่ศาลจะกำหนดนัดชี้/สืบพยาน ศาลได้นัดไกล่เกลี่ยคดี ระหว่างโจทก์ทั้งสองและจำเลยเมื่อวันที่&amp;nbsp;2 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา โดยในวันดังกล่าว ทนายซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจของจำเลยได้รับเอาข้อเสนอของโจทก์ที่ให้รับผิดตามฟ้องไปเสนอให้คณะกรรมการของบริษัทฯ พิจารณา และศาลนัดไกล่เกลี่ยอีกครั้งในวันที่ 26 สิงหาคม 2562 และหากตกลงกันไม่ได้ศาลจะนัดชี้/สืบพยานต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40616</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมมลพิษ, กรมประมง, กะเบนราหูตาย, นายประลอง ดำรงค์ไทย, ปล่อยน้ำเสีย, โรงงานเอทานอลราชบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190710/image_big_5d25967332a41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
