<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107189</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2021 10:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2021 10:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ‘หมอพร้อม’ แจ้ง 25 มิ.ย.นี้จะปลดล็อกให้โรงพยาบาลจัดคิวรับวัคซีนเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิถุนายน 2564 &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า &amp;nbsp;หมอพร้อม ออกประกาศถึงความพร้อมของระบบ MOPH โดยระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป ระบบ MOPH Immunization Center (MOPH-IC) ของหมอพร้อมจะทำการปลดล็อก เพื่อให้แต่ละโรงพยาบาลสามารถจัดระบบคิว ลงนัด เลื่อนนัด และแจ้งเตือนประชาชนที่จะมาฉีดวัคซีนได้ตามความเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฃทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการนัดหมายฉีดวัคซีน ขอให้ท่านติดต่อไปยังโรงพยาบาลที่ท่านได้แจ้งความประสงค์โดยตรง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107189</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดคิวฉีดวัคซีน, ปลดล็อก, หมอพร้อม, โรงพยาบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d157d03513e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95058</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2021 07:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2021 07:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จุ๊บ อิทธิกร’บ่นอุบ โรงพยาบาลค่าล้างแผลแพงแถมพนักงานพูดจาแย่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไปล้างแผลที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งแต่นักแสดงหนุ่ม จุ๊บ-อิทธิกร สาธุธรรม กลับได้รับการบริการด้วยการพูดจาที่แย่ แถมยังราคาแพง โดยเจ้าตัวโพสต์ลงเฟซบุ๊กว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ไปล้างแผลนิดเดียว..แต่ค่าล้างแผลไม่นิดเลย!!!! 1120&amp;nbsp;บาท.....&amp;nbsp;ไม่มียากินมีแต่น้ำยาล้างแผลกับผ้าก็อตแปะ มีใครอธิบายให้ความรู้หน่อยเพราะทุกทีไปล้างคลีนิค150บาท แต่วันนี้ทำธุระเกินเวลา คลีนิคปิด เลยมาล้างที่โรงพยาบาลแทน (แถมพนักงานเข็นรถพูดจาห้าวและกวนมาก)&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งแฟนๆก็เข้ามาแสดงความคิดเห็น หลายคนยอมรับว่าค่าบริการเอกชนแพงแบบนี้เป็นปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95058</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุ๊บ อิทธิกร, จุ๊บ-อิทธิกร สาธุธรรม, โรงพยาบาล, โรงพยาบาลเอกชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210305/image_big_60417fbe1d422.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94632</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 16:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 16:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พริ้นซิเพิล รุกคืบลงทุนเฮลท์แคร์  ขยายฐานรพ.รุกต่างจังหวัดปั้นคลินิกชุมชน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธุรกิจโรงพยาบาลในปี 2563 ก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการที่มีลูกค้าเป็นชาวต่างชาติจำนวนมาก&amp;nbsp; ขณะเดียวกันพฤติกรรมของผู้ป่วยหรือผู้บริโภคก็ปรับเปลี่ยนไป ทำให้ธุรกิจโรงพยาบาลต้องมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาต่อยอดเพื่อการักษาคนไข้มากขึ้น โดยในส่วนของพริ้นซิเพิล แคปิตอล แม้ว่าจะอยู่ในกลุ่มธุรกิจโรงพยาบาล แต่ก็ได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย เนื่องจากมีการปรับตัวได้ทันต่อสถานการณ์ รวมถึงคนไข้ก็เป็นประชาชนในประเทศมากกว่าต่างชาติ โดยนับจากนี้ พริ้นซิเพิล แคปิตอล ก็เตรียมเดินหน้าพร้อมลงทุนธุรกิจที่เกี่ยวกับสุขภาพต่อเนื่อง เพื่อเป็นการรองรับเทรนด์ในอนาคต และสร้างการเติบโตให้ธุรกิจอย่างยิ่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เทคโนโลยีอำนวยความสะดวกคนไข้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธานี มณีนุตร์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการด้านงานพัฒนาธุรกิจ บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด(มหาชน) (PRINC) เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจปี 2563 ของโรงพยาบาลในประเทศไทยติดลบประมาณ 14% เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด19 เนื่องจากนักท่องเที่ยวในกลุ่ม medical tourism ไม่สามารถเดินทางมาได้ ส่วนกลุ่มที่เป็นคนไทยเองก็ไม่กล้าออกจากบ้าน ขณะเดียวกันกลุ่มเด็กก็ป่วยน้อยลงเพราะว่าอยู่ในช่วงโรงเรียนถูกสั่งปิด ทำให้เด็กเจ็บป่วยน้อยลง และคนก็ระวังการใช้ชีวิตมากขึ้น มีการป้องกันตัวมากขึ้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึงยังมีผู้ป่วยที่เลื่อนการรักษาพยาบาลได้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องทำเร่งด่วน เช่น ผ่าตัดเข่า ผ่าตัดสะโพก ซึ่งเคสเหล่านี้ค่อนข้างมีค่าใช้จ่ายสูงหากเปรียบเทียบกับการรักษาในกลุ่มอาการที่ของโรค เช่น ปวดหัว ตัวร้อน ที่เข้ามารักษาถี่กว่าการผ่าตัด จึงทำให้ภาพรวมของโรงพยาบาลติดลบซึ่งปกติแล้วธุรกิจโรงพยาบาลมีการเติบโตมาอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยที่ 7-8% ต่อปี จะเห็นได้ว่าการติดลบ 14% ของปีที่แล้วนั้น เป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรมนี้&amp;nbsp; สำหรับบริษัทผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นติดลบไม่มากนัก เนื่องจากไม่ได้เป็นโรงพยาบาลที่มีลูกค้าหลักในกลุ่มต่างชาติ แต่เน้นคนไทยเป็นหลักที่เป็นระดับกลางถึงระดับล่าง โดยวมบริษัทติดลบที่ 1-2% แต่ช่วงปลายปีที่มีการระบาดระลอกสองบริษัทได้มีการปรับตัว ซึ่งการเปลี่ยนรูปแบบบริการ ให้มีความกระชับและก็เข้ากับธุรกิจสมัยใหม่มากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในช่วงที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าโรงพยาบาลตั้งอยู่กับที่และรอคนไข้เดินเข้ามารับการรักษา แต่ในวิกฤตแบบนี้ มันทำให้เกิดบริการใหม่ๆ หลายบริการ โดยที่ไม่คิดว่าจะต้องทำ เช่น บริการหมหมออพบคนไข้ที่บ้าน Bring at home ซึ่งก่อนหน้านี้ หมอทุกคนจะตั้งอยู่ในที่มั่นของตัวเอง และคนไข้เดินเข้ามาหาที่โรงพยาบาล แต่ว่าสมัยนี้มันเปลี่ยนไปเพราะว่าคนไข้ลดการเดินทาง และบางครั้งอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย คนไข้ก็จะตัดสินใจรักษาอาการเบื้องต้นด้วยตัวเอง&amp;rdquo; นายธานีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากปัจจัยข้างต้นทำให้โรงพยาบาลต้องนำเทคโนโลยีมาใช้ให้มากขึ้นในงานบริการ เช่น แอปพลิเคชั่นเกี่ยวกับ Telemedicine เป็น Virtual Doctor ,Virtual Hospital เพื่อให้สามารถติดต่อกับทางคนไข้และบริการได้เสมือนคนไข้ได้พบกับหมอหรือเสมือนเดินทางมารักษาอาการที่โรงพยาบาล และถ้าคนไข้ต้องการให้หมอเข้าไปดูแลอย่างต่อเนื่อง จะมีทีมแพทย์เข้าไปดูแลถึงที่บ้าน อย่างเช่น กรณีคนไข้ต้องล้างแผล ปกติต้องเดินทางมาล้างแผลที่โรงพยาบาล 2 วันหรือ 3 วันมาล้าง 1 ครั้ง ซึ่งเป็นการล้างแผลอย่างต่อเนื่อง แต่ตอนนี้คนไข้ไม่จำเป็นต้องเดินทางมาที่โรงพยาบาล แต่จะมีทีมพยาบาลเดินทางไปหาคนไข้ เพื่อล้างแผลให้ที่บ้าน ก็จะเกิดความสะดวกต่อคนไข้ที่ไม่ต้องการเดินทางออกมาข้างนอก&amp;nbsp; แน่นอนว่าเมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป โรงพยาบาลผู้ให้บริการก็ต้องปรับตัวตาม ไม่เช่นนั้นจะทำให้เสียโอกาสทางธุรกิจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรับพอร์ตเน้นโฟกัสธุรกิจเฮลท์แคร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธานีกล่าวว่าปัจจุบันธุรกิจในเครือประกอบด้วย 3 กลุ่มธุรกิจ คือ 1.โรงพยาบาล 2.อสังหาริมทรัพย์ และ3.คลินิกชุมชน ศูนย์ดูแลและฟื้นฟูผู้สูงอายุ โดยในปี 2563 รายได้โรงพยาบาล 2,682 ล้านบาท ส่วนแผนธุรกิจปี 2564 มีการปรับพอร์ต โดยหยุดลงทุนในส่วนอสังหาริมทรัพย์และโฟกัสในส่วน Health Care มากขึ้น ซึ่งการปรับพอร์ตลักษณะนี้ค่อนข้างใช้เวลาประมาณ 1 - 3 ปี ตอนนี้ได้เริ่มขายอสังหาฯบางส่วนออกไปแล้ว เพื่อนำมาลงทุนในส่วนของโรงพยาบาลมากขึ้น และมองว่าแผนในอนาคตจะขยายธุรกิจออกไปในตลาดอื่นที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;การเลือกโฟกัสธุรกิจ health Care อย่างเดียว ไม่ได้มองว่าการทำธุรกิจอสังหาฯไม่ดี ซึ่งที่ผ่านมาเราก็ทำอสังหามาในระยะหนึ่งผลตอบรับก็ดีต่อเนื่อง แต่ด้วยปณิธานขององค์กร เราต้องการสร้างคนที่มีจิตใจเป็นผู้ให้ ฉะนั้นการที่จะทำอะไรในการดำเนินธุรกิจหรือการขยายธุรกิจในแต่ละครั้ง ก็ต้องย้อนกลับไปนึกถึงว่าองค์ประกอบขององค์กรเรามีปณิธานอย่างไร ซึ่งการทำธุรกิจอสังหาฯอาจไม่ได้ตอบโจทย์ในส่วนนี้มากนัก จึงมีการเปลี่ยนแปลงและปรับโฟกัสของธุรกิจให้มันตรงกับสิ่งที่มีอยู่แล้ว&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดินหน้าลงทุนโรงพยาลต่างจังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายธานี กล่าวว่า โรงพยาบาลเอกชนส่วนมากมักไปกระจุกตัวที่จังหวัดใหญ่ ๆ เช่น จังหวัดศรีสะเกษที่มีโรงพยาบาลเอกชนที่เดียวที่อาจไม่ค่อยดีมากนัก ซึ่งถ้าจะเข้าไปตั้งโรงพยาบาลก็ต้องได้คุยกับบุคลากรและคนพื้นที่ ซึ่งต้องการความทันสมัยทั้งอุปกรณ์และสถานที่ในการรักษา นับเป็นเรื่องพื้นฐานที่ยังไปไม่ถึงจังหวัดเมืองรอง การที่บริษัทเข้าไปตั้งในพื้นที่นั้นจะทำให้คนมีทางเลือกในการรักษากับโรงพยาบาลเอกชนที่มีคุณภาพที่เท่าเทียมกับที่กรุงเทพฯ ได้ใช้บริการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันบุคลากรที่ทำงานในนั้นก็จะมาจากคนของท้องถิ่นในพื้นที่ ซึ่งจะเห็นเมื่อมีการประกาศรับสมัครบุคลากร คนในจังหวัดนั้นที่ทำงานในกรุงเทพฯ ก็จะสมัครเข้ามาเพื่อที่จะได้กลับไปทำงานในจังหวัดบ้านเกิด เพื่อพัฒนาบ้านเกิด ซึ่งบริษัทยินดีที่ได้มีโอกาสคัดเลือกบุคลากรล่านั้น ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความมุ่งมั่นอยากทำงานให้บ้านเกิด และมีแพชชั่นในการทำงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกำลังซื้อของกลุ่มระดับกลางถึงล่างมีกำลังซื้อที่ดี เพราะทุกคนอยากได้การดูแลรักษาที่ดี เมื่อกำหนดการรักษาพยาบาลที่เข้าถึงได้ เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นว่าจะต้องมีเงินถุงเงินถังในการเดินเข้ามาเพื่อรักษาพยาบาล อย่างโรงพยาบาลของบริษัทที่ลำพูนก็รับประกันสังคม ซึ่งมองว่าตลาดนี้เป็นโอกาสที่จะขยายการเติบโตได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บริษัทเป็นโรงพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญที่ระดับกลางถึงล่าง มีศักยภาพในการดูแลคนในภาพรวมที่ต้องการเข้าถึงคนในชุมชน เป็นภาพของโรงพยาบาลเอกชนที่คนเข้าถึงได้ ซึ่งในต่างจังหวัดบางแห่งไม่มีโรงพยาบาลลักษณะนี้ เช่น ในจังหวัดที่เป็นเมืองรอง บริษัทก็จะเข้าไปตั้งอยู่ในจังหวัดนั้นเพื่อให้มีทางเลือกให้กับคนมากขึ้น ส่วนราคาก็ไม่ได้ต่ำกว่าของโรงพยาบาลรัฐ แต่ก็ไม่สูงถึงกับโรงพยาบาลเอกชนทั่วไป ปัจจุบันมีโรงพยาบาล 11 แห่ง เบื้องต้นคาดการณ์ว่าปีนี้จะซื้อเพิ่ม 2-3 แห่ง และภายใน 3 ปี คาดว่าจะมีประมาณ 20 แห่ง &amp;quot;นายธานีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปั้นคลินิกเข้าถึงชุมชนมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธานีกล่าวว่า ส่วนคลินิกชุมชนจะเป็นธุรกิจหนึ่งของแผนที่กำลังเกิดขึ้น โดยได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ขณะนี้มีประมาณ 16 แห่ง เป็นลักษณะของคลินิกที่กระจายอยู่ตามชุมชนแต่ละแห่ง เบื้องต้นนำร่องที่ชุมชนภายในกรุงเทพฯ โดยมองว่าคลินิกเหล่านี้จะทำให้ได้ใกล้ชิด ดูแลคนที่อยู่ในพื้นที่ชุมชนจริงๆ และที่ตั้งของคลินิกจะเลือกทำเลที่เป็นชุมชน เช่น ตลาด หรือใกล้กับร้านสะดวกซื้อ เพราะทำให้คนเข้าถึงคลินิกได้ง่ายขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในช่วงที่ผ่านมาได้มีการเปิดคลินิกไปแล้ว 16 แห่ง ตอนนี้ผ่านไป 1-2เดือนเริ่มมีคนไข้เข้ามาแล้ว เนื่องจากการเปิดคลินิกชุมชนจะต้องทำสัญญาร่วมกับภาครัฐคือ สปสช. เพราะฉะนั้นจึงมีการจัดทำเรื่องเอกสารค่อนข้างหลายขั้นตอน ตอนนี้เราอยู่ในเฟสของการโปรโมทและทำมาร์เกตติ้ง สร้างการรับรู้ให้กับคนในชุมชน ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีคนเข้ามาที่คลินิกเฉลี่ยแล้ว 10-20 คนต่อวัน คาดหวังว่าต่อวันควรจะมีประมาณ 60 คน โดยปีนี้ตั้งเป้าขยายไว้ที่ 30 แห่ง และมองที่ 100 แห่งภายใน 3 ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธานี กล่าวว่า การเข้าซื้อหุ้นบำรุงราษฎร์เป็นการเข้าซื้อบางส่วน ซึ่งมองว่าไม่ใช่ประเด็นที่จะทำให้เกิดปัญหา มองว่าแนวโน้มธุรกิจนี้ดีสามารถลงทุนได้ และเกิดความร่วมมือกันทั้งสองเครือ เนื่องจากบริษัทเป็นโรงพยาบาลระดับกลางและทำคลินิกที่เป็นระดับกลางถึงล่าง การที่จะต่อยอดในส่วนของเฮลท์แคร์จริงๆ จะต้องมีส่วนที่อยู่ในระดับบนด้วย เป็น Luxury Care ซึ่งโรงพยาบาลบํารุงราษฎร์เป็นผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้านนี้มานาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น จะทำให้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ระหว่างกัน ซึ่งปัจจุบันวิทยาการทางการแพทย์ก้าวไกลค่อนข้างมาก เช่น การรักษาด้วยยาในคนไข้ แต่ละคนไม่สามารถรับยาตัวเดียวกันได้ เพราะฉะนั้นการวิเคราะห์ทางเทคนิคเหล่านี้เรายังไม่เชี่ยวชาญมากขนาดนั้น ซึ่งบำรุงราษฎร์มีทีมอาจารย์แพทย์ที่ทำอยู่แล้วเนื่องจากใช้ในการรักษาผู้ป่วยต่างชาติ การที่ได้องค์ความรู้จากบำรุงราษฎร์เข้ามาช่วยประกอบในการรักษา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จับเทรนด์ผู้สูงวัยลุยโคงการใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธานีกล่าวถึงแผนการลงทุนด้านศูนย์ฟื้นฟูดูแลผู้สูงอายุ ว่า เป็นโครงการใหม่ที่จะเริ่มตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา แต่ติดปัญหาโควิด-19 ทำให้ในช่วงไตรมาส4/2563 กลับมาปรับแผนและเริ่มใหม่อีกครั้ง หลักการคือทำร่วมกับบริษัท Nihon Kei ซึ่งเป็นบริษัทเก่าแก่ของญี่ปุ่นที่ให้บริการดูแลผู้สูงอายุ โดยส่งคนเข้าไปดูแลในโรงพยาบาลต่างๆที่เป็นพันธมิตรธุรกิจประมาณ 2,000-3,000 คน ถือว่าเป็นเครือโรงพยาบาลที่ใหญ่มากในญี่ปุ่น&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากญี่ปุ่นเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยก่อนไทยมานาน ความรู้ความชำนาญและประสบการณ์จึงพร้อมกว่า บริษัทจึงนำองค์ความรู้เข้ามาและร่วมลงทุนด้วยกันเปิดเป็นบริษัทใหม่ที่ชื่อว่าบริษัท พริ้นซ์ เอ็นเค จี จำกัด&amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับโมเดลของญี่ปุ่นจะไม่เหมือนโมเดลบ้านพักคนชราในประเทศไทย ซึ่งผู้สูงอายุที่เข้ามาจะเข้ามาอยู่เป็นคอร์สสั้นๆ ประมาณ 6-8 เดือน เพื่อฟื้นฟูให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ&amp;nbsp; อาทิกลุ่มผู้ป่วยทีเส้นเลือดในสมองแตก สูญเสียศักยภาพในการดำรงชีวิต หรือผู้ป่วยนอนติดเตียง โดยคาดหวังว่าหลังจากที่ได้เข้าร่วมโปรแกรมแล้ว จะสามารถที่จะออกมาเดินและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ สามารถดูแลตัวเองได้ เช่น เข้าห้องน้ำเองได้ ตักข้าวรับประทานเองได้ ซึ่งญี่ปุ่นมีวิธีในการรักษาประสบความสำเร็จมาแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงของการถ่ายทอดองค์ความรู้ มีการอบรมในทุกวัน ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา โดยหลังจาหนี้ จะมีการทำ Pilot Case 3 เดือน และใช้สถานที่ที่สุวรรณภูมิก่อน และจะขยายไปอีก 5 แห่งทั่วประเทศ มองว่าอีก 3 ปี จะเห็นภาพชัดขึ้น และหลังจากนั้นจะต้องดูว่าเมื่อกลับออกไปใช้ชีวิตที่บ้านจำเป็นต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรเพิ่มเติม เพราะไทยยังไม่มีการเข้ามาดูแลส่วนนี้อย่างจริงจังจากรัฐบาล&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94632</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธานี มณีนุตร์, บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด(มหาชน) (PRINC), พริ้นซิเพิล, หมอ, โรงพยาบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603caa69532c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87340</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2020 14:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2020 14:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ก้อย&#039;พลิกวิกฤตเป็นโอกาส ขณะเฝ้า&#039;ตูน&#039;ที่โรงพยาบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตั้งแต่สามี ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม เข้าโรงพยาบาลเพราะมีปัญหาหมอนรองกระดูกต้นคอกดทับเส้นประสาท ทำให้แขนซ้ายมีอาการชา นิ้วมือซ้ายบังคับไม่ได้เป็นบางนิ้ว ทาง ก้อย-รัชวิน วงศ์วืริยะ ในฐานะภรรยา &amp;nbsp;ก็ได้ดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี โดยล่าสุดสาวก้อยเองก็ได้โพสต์ข้อความว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ทุกๆ เช้าที่รพ.พระมงกุฏฯ คุณหมอผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้านจะเข้ามาตรวจ มีทั้งคุณหมอศัลยกรรมกระดูก,ศัลยกรรมประสาท,อายุรกรรมประสาท,วิสัญญีแพทย์(ดูเรื่องระงับปวด),รังสีแพทย์ และคุณหมอเวชศาสตร์ฟื้นฟูมาช่วยดูเรื่องการกายภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก้อยมองภาพนี้แล้วรูสึกเหมือนพี่ตูนกำลังมีเหล่ายอดมนุษย์อเวนเจอร์มาคอยดูแลรักษา คุณหมอและพยาบาลทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถ และเท่าที่เทคโนโลยีในบ้านเราจะมี เพื่อช่วยให้พี่ตูนหายจากอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้เร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความยากของคุณหมอคือ เราไม่รู้เลยว่าอาการนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไร เพราะมันเป็นอาการที่สะสมมาจากการใช้ร่างกายของพี่ตูนมาตลอดหลายปี ไม่ใช่เกิดขึ้นแบบเฉียบพลันเหมือนตอนที่หมอนรองกระดูกเคลื่อนเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ขณะที่พี่ตูนเล่นคอนเสิร์ต...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในตอนนั้น ก้อยมาเฝ้าพี่ตูนที่โรงพยาบาล พี่ตูนใส่เฝือกคอนอนอยู่บนเตียง แล้วก็เอ่ยปาก ขอก้อยเป็นแฟน... (เอิ่ม ต้องคนแบบไหนถึงมาขอเป็นแฟนตอนตัวเองใส่เฝือกที่คอ) แล้วหลังจากนั้นมา ทุกวันที่ 1 กันยายน จึงกลายเป็นวัน Anniversary ของเรา คิดภาพตอนนี้แล้วก็แอบขำ แต่ตอนนั้นขำไม่ออกเลย...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใครจะไปคิดว่า 10 ปีผ่านไป เหตุการณ์คล้ายเดิมจะกลับมาอีกครั้ง ก้อยกลับมาเฝ้าพี่ตูนอีกครั้งในสถานภาพที่เปลี่ยนไป และความรู้สึกรับผิดชอบต่อคนที่ก้อยรักมากยิ่งขึ้น อยากดูแลเค้าให้ดีที่สุด ก้อยเลยถือโอกาสพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสในช่วงที่อยู่รพ.นี้ ฝึกซ้อมการเป็นศรีภรรยาที่ดี เป็นแม่บ้านคอยจัดเตรียมอาหาร ปลอกส้ม (ผลไม้ที่พี่ตูนชอบ) เตือนให้ทานยาตรงเวลา ดูแลแขกที่มาเยี่ยม เล่นตลกให้สามีดู เพราะไม่อยากให้นางเครียด ... ก้อยเองก็ไม่รู้ว่าต้องอยู่รพ.ไปอีกกี่วัน แต่ก้อยเชื่อว่าทุกคนกำลังพยายามทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุด ทั้งคุณหมอ พยาบาล คนป่วย และคนเฝ้า แล้วอีกไม่นาน เราคงได้กลับบ้านด้วยกันนะ&amp;hellip;รัก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม &amp;nbsp;rachwinwong&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87340</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้อย รัชวิน, ดูน บอดี้สแลม, ตูน อาทิวราห์, โรงพยาบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201219/image_big_5fddb037a9148.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83886</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2020 13:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2020 13:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบผู้ป่วยโควิด-19เพิ่มอีก8 รายอยู่ระหว่างรักษาที่โรงพยาบาล99ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ย.63-ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัส Covid-19 (ศบค.) &amp;nbsp;แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ประจำวันว่า พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 8 ราย ทั้งหมดในสถานที่กักกันในไทย เป็นผู้เดินทางมาจากประเทศเบลเยี่ยม 1 ราย , เอมิเรตส์ 1 ราย , อียิปต์ 2 ราย , อินเดีย 3 ราย และ สวิตเซอร์แลนด์ 1 ราย รวมยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,874 ราย รักษาหายป่วยแล้วกลับบ้านรวมสะสม 3,715 ราย + 8 วันนี้ รักษาหายกลับบ้าน 8 ราย กำลังรักษาอยู่อีก 99 ราย &amp;nbsp;พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม - ราย รวมมีผู้เสียชีวิตสะสม 60 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83886</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศบค., ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัส, สถานที่กักกัน, โควิด-19, โรงพยาบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201115/image_big_5fb0c917ae4b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78855</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2020 13:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2020 13:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พ่อรอง&#039;เป่าเค้กบนเตียงโรงพยาบาล ฉลองวันเกิดครบรอบ 73 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันเกิดครบรอบอายุ 73 ปี ของศิลปินแห่งชาติ พ่อรอง หรือ รอง เค้ามูลคดี ในปีนี้ ต้องฉลองกันบนเตียงโรงพยาบาล เพราะก่อนหน้านั้นพ่อรองมีอาการวูบกลางกองละครจนต้องนำส่งโรงพยาบาล ซึ่งก่อนหน้านี้พ่อรองเคยวูบที่บ้านและต้องนำส่งโรงพยาบาลมาครั้งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย ยุ้ย-ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี ลูกสาว ได้โพสต์คลิปที่ตนเองและเพื่อนๆ ยกเค้กมาเซอร์ไพรส์พ่อรอง ที่ห้องพักในโรงพยาบาล พร้อมระบุข้อความว่า&amp;ldquo;สุขสันต์วันเกิดนะคะพ่อ... งือออ วันนี้หนูเริ่มแข็งแรงขึ้นแล้ว พ่ออย่าป่วยแบบนี้สิ เราต้องแข็งแรงไปด้วยกันสิคะพ่อ หนูรักและเป็นห่วงพ่อที่สุด @rong_kao&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขอบคุณพี่เอ น้องออฟ พี่ดาเอ้ พี่ดา จอย พี่อุ้ย รวมทั้งทุกๆ คนที่โทรและส่งข้อความมาแสดงความเป็นห่วงคุณพ่อด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @yuipattamawan&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78855</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครบรอบวันเกิด, ยุ้ย ปัทมวรรณ, รอง เค้ามูลคดี, อายุ 73 ปี, โรงพยาบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200928/image_big_5f717f988fc91.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72005</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2020 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2020 15:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นวยทนไม่ได้&#039;ถามตำรวจอยู่ไหนทำไมปล่อยแก๊งอันธพาลทำร้ายหมอ-พยาบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.63-พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน อดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;quot;พลตำรวจโท อำนวย นิ่มมะโน&amp;quot; เรื่อง &amp;quot;รุมตื้บหมอ - พยาบาล กลางห้องฉุกเฉิน โวยช่วยเพื่อนช้าจนตายก่อนยกพวกตีกัน&amp;quot; ระบุว่า เห็นพาดหัวข่าวไทยรัฐออนไลน์นี้แล้ว อดไม่ได้ที่จะเข้าไปอ่าน แต่พอได้อ่านทั้งๆที่ตัวดำๆ แต่หน้ากลับแดง(เข้าใจว่า) เพราะเลือดฉีดขึ้นหน้าจนรู้สึกร้อนผ่าว ซึ่งตามเหตุการณ์ วัยรุ่นที่ยกพวกตีกันเป็นแก๊งวัยรุ่นแถบจังหวัดสมุทรปราการ มีชื่อแก๊งเป็นภาษาจีนสองแก๊ง ทำให้นึกถึงข้อหา &amp;quot;อั้งยี่&amp;quot; &amp;quot;ซ่องโจร&amp;quot; ซึ่งเป็นกฎหมายที่ยังใช้อยู่ ตอนผมจบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจมาใหม่ๆ ก็ได้ทำสำนวนข้อหา&amp;quot;ซ่องโจร&amp;quot; อยู่บ้างแหละ!! แต่ข้อหาอั้งยี่ ไม่ค่อยได้ทำ จนถึงตอนจะเกษียณทั้งสองข้อหา ไม่มีให้ทำแล้ว เพราะแก๊ง ก๊วนประเภทนี้มันสูญพันธุ์ไปแล้ว ..........&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คงต้องขอบใจตำรวจสมุทรปราการที่ยังอุตส่าห์อนุรักษ์สิ่งนี้ไว้ให้ชนรุ่นหลังได้สัมผัส โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณหมอ(เป็นผู้หญิง) และพยาบาลของทาง รพ.วิภารามชัยปราการที่ถูกแก๊งนี้บุกเข้าไปทำร้ายถึงห้องทำงานใน รพ. ทำลายข้าวของใน รพ.เสียหายยับเยิน จากนั้นก็กรีธาทัพไปยัง รพ.เมืองสมุทรปู่เจ้าฯ ซึ่งได้ข่าวว่าคู่อริรักษาตัวอยู่ ตีกันไป ตีกันมา โดยที่ตำรวจทราบเหตุมาตั้งแต่ต้น ตั้งแต่ตีกันครั้งแรกตอนห้าโมง หกโมงเย็นแล้ว เพราะเมื่อแต่ละฝ่ายได้รับบาดเจ็บก็แยกย้ายกันไปรักษาตัวคนละ รพ. กัน ซึ่งตอนนี้มีตำรวจ 2 นาย(เข้าใจว่าเป็นสายตรวจ สน.สำโรงใต้)ตามไปดูอาการที่ รพ. ด้วย ภายหลังจากนั้นสองแก๊งนี้ยกพวกตีกันไปมาระหว่างสอง รพ. ซึ่งแค่นั้นยังไม่พอ แก๊งที่ไม่พอใจที่เพื่อนผู้ร่วมอุดมการณ์เสียชีวิตจึงรุมทำร้ายหมอ พยาบาล และข้าวของ รพ. เสียหายเป็นจุลดังกล่าวแล้ว ขอถามว่า &amp;quot;ตำรวจหายไปไหน&amp;quot; &amp;nbsp;&amp;quot;บำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับประชาชน&amp;quot; ให้สมกับคำว่า &amp;quot; z^h พิทักษ์สันติราษฎร์&amp;quot; ต้องทำอย่างไร???&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บ้านเมืองต้องมีขื่อ มีแป&amp;quot;
กระผมในฐานะอดีตตำรวจ และ ในฐานะเป็นผู้บัญชาตำรวจภูธรภาค ๑ ซึ่ง จังหวัดสมุทรปราการ เป็นหนึ่งในเก้าจังหวัดในปกครอง รู้สึกสลด หดหู่ใจ และเกิดคำถามขึ้นในใจตัวเองว่า ถ้าเป็นเช่นนี้ จะ &amp;quot;มีตำรวจไว้ทำไม&amp;quot; ตำรวจหายไปไหน? ทำไมปล่อยให้อันธพาลครองเมืองได้ถึงขนาดนี้ อย่ามาอ้างว่าไม่ได้รับแจ้งเหตุอีกนะ!!! เพราะตำรวจสายตรวจตามไปดูคนเจ็บที่ รพ. ตั้งแต่รอบแรกแล้ว การสืบสวน สอบสวน ป้องกันปราบปราม การใช้ศาสตร์ และศิลป์ วิชาเทพ วิชามาร เข้าด้วย เพื่อจัดการกับปัญหาทำนองนี้ ตามที่ร่ำเรียนมาก็ดี จากประสบการณ์ที่สั่งสมสืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุนเอาไปไหนหมด ทำไมไม่เอามาใช้? ทำกันอย่างไร? ตำรวจระดับผู้ปฎิบัติการหายไปไหน? ตำรวจระดับผู้บริหารมัวทำอะไรกันอยู่? ปล่อยให้แก๊งอันธพาลครองเมือง ระวังให้ดีเถอะสักวันหนึ่งมันคงยกพวกมาตีกันที่โรงพัก และบุกเข้าไปทำร้ายผู้กำกับ ทำนองเดียวกับที่ไปทำร้ายหมอ ให้ได้เห็นกัน ใครจะเป็นอย่างไรกระผมไม่ทราบ แต่กระผมอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนีแล้วครับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72005</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.สมุทรปราการ, ตำรวจ, ทำร้ายหมอ-พยาบาล, พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน, แก๊งอันธพาล, โรงพยาบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200720/image_big_5f1558eb96203.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
