<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117608</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2021 11:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 11:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิลึก! ใบรับรองเสียชีวิต ด.ช.วัย 13 ระบุติดโควิด แต่ ผอ.รพ.กระบี่ บอกเกิดจากอาการ &#039;มิสซี&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีเด็กชายวัชระ ลูกเหล็ม วัย 13 ปี อาศัยอยู่ในพื้นที่ ต.ห้วยน้ำขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ได้เสียชีวิต ที่ รพ.กระบี่ หลังจากติดเชื่อไวรัสโควิด&amp;nbsp;เมื่อคืนวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ทำให้บรรดาญาติสงสัยสาเหตุการเสียชีวิต เนื่องจากก่อนที่น้องวัชระจะเสียชีวิต ได้เข้ารับการรักษาอาการปวดท้อง เมื่อวันที่ 18 ก.ย.ที่ รพ.คลองท่อม เบื้องต้นแพทย์ระบุว่า น้องวัชระป่วยเป็นโรคฉี่หนู และได้ส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลกระบี่ ก่อนที่น้องวัชระเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทำให้ญาติเกิดความสงสัยว่าสรุปแล้วน้องวัชระป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคอะไร เพื่อจะได้ปฎิบัติตัวได้ถูกต้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ญาติเด็กชายวัชระ กล่าวว่า หลังจากได้ฟัง นพ.สุพจน์ ภูเก้าล้วน ผอ.โรงพยาบาลกระบี่ ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่าแพทย์ที่ทำการรักษาให้ข้อมูลว่าเด็กมีประวัติเคยติดเชื้อโควิดรักษาหายแล้ว แต่อาจเกิดภาวะ &amp;quot;มิสซี&amp;quot; MIS-C (Multisystem inflammatory syndrome in children) หรือกลุ่มอาการอักเสบของระบบในร่างกาย เป็นอาการอักเสบรุนแรงในเด็ก หลังหายจากโรคติดเชื้อโควิด ซึ่งอาจจะรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต เป็นอาการที่พบหลังรักษาหายจากโควิด 2-8 สัปดาห์ ซึ่งพบน้อยมากในไทย เบื้องต้นคาดว่าผู้ป่วยเด็กคนนี้น่าจะเป็นภาวะ &amp;quot;มิสซี&amp;quot; และไม่ใช่การติดเชื้อรอบ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ญาติของวัชระ ระบุว่า ถ้าหากว่าเป็นไปตามคำที่ ผอ.รพ.กระบี่ ให้ข้อมูล การตายของน้องก็ต้องไม่ใช่ตายด้วยโรคไวรัสโควิด ตามที่ลงในใบรับรองการตาย แต่ทั้งนี้ตนก็ยังไม่ได้ยินคำพูดดังกล่าวด้วยตัวเอง เพียงแต่เห็นข้อมูลผ่านสื่อเท่านั้น ซึ่งจริงๆแล้วตนอยากให้ ทาง รพ.กระบี่ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวแถลงให้ชัดดีกว่า หรือ มีหนังสือที่เป็นทางราชการออกมายืนยัน ไม่ใช่เพียงแต่การให้ข้อมูลผ่านสื่อ เพราะสิ่งที่มีหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรยืนยันการตายของน้องตอนนี้คือ เสียชีวิตเพราะโควิด 19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตอนนี้ยอมรับว่าญาติและชาวบ้านต่างสับสนมากจึงอยากให้ โรงพยาลบาลออกเอกสารชี้แจงสาเหตุการตายที่แท้จริง และหากว่า น้องไม่ได้ตายด้วยโควิด ใบรับรองการตาย ทาง รพ.ก็ต้องแก้ให้ด้วย ไม่ใช่ปล่อยไว้อย่างนี้ ซึ่งเรื่องนี้ตนจะติดตามจนกว่าจะได้คำตอบที่แท้จริง&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117608</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกระบี่, โควิด, โรงพยาบาลกระบี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210923/image_big_614bf6f5c170f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71050</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2020 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2020 16:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ค้าร้านอาหารโวย &#039;รพ.กระบี่&#039; หน้าเลือด! ไล่ตะเพิดไม่ให้ขายต่อทั้งที่ร่วมควักเงินสร้างอาคารหลังใหม่  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ่อค้าแม่ค้าร้านอาหารภายในโรงพยาบาลกระบี่ จำนวน 6 ราย ได้เดินทางไปที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.กระบี่ เพื่อขอความเป็นธรรมหลังจากทาง รพ.กระบี่ ให้หยุดขายอาหารโดยไม่แจ้งล่วงหน้า อีกทั้งเงินที่ลงทุนซื้อของมาเพื่อเตรียมขาย ก็ไม่รู้จะเอาไปขายที่ไหน ที่ผ่านมาไม่เคยผิดสัญญาหรือค้างค่าเช่าแต่อย่างใด โดยมีนายสมปอง รัตนะ ผอ.กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรม จ.กระบี่ รับเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เกษศิรินทร์ ขยันการ อ.33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 67/5 ถ.มหาราช ต.กระบี่ใหญ่ อ.เมือง จ.กระบี่ เจ้าของร้านขายข้าวแกงร้านเกษศิรินทร์ เล่าถึงความทุกข์ หลังจากที่ทาง รพ.กระบี่ ให้หยุดขายอาหาร ใน รพ.กระบี่ ว่า ตนเองกับแม่ได้เช่าร้านขายอาหารข้าวแกงและอาหารตามสั่ง ในโรงอาหารของ รพ.มากว่า 20 ปี และเมื่อ 3 ปี ที่ผ่านมา ทาง รพ.กระบี่ แจ้งว่าจะทำการสร้างโรงอาหารหลังใหม่แทนหลังเก่าที่ชำรุด โดยขอรวบรวมเงินจากแม่ค้าพ่อค้าที่ขายอยู่จำนวน 10 ร้าน ร้านละ 3 แสนบาท แทนค่าเช่าปีละ 1 แสนบาท รวม 3 ล้านบาท&amp;nbsp;หลังจากหมดสัญญา 3 ปี ก็จะให้สิทธิบรรดาพ่อค้า แม่ค้ารายเดิมขายต่อเนื่อง ด้วยความหวังว่าจะได้ขายอาหารใน รพ.ตลอดไป ถึงแม้ว่าจะต้องจ่ายรายปีเพิ่มทุกปีก็ยอม ได้หาเงินก้อนรวบรวมให้รพ.สร้างโรงอาหารหลังใหม่เสร็จจะได้สิทธิต่อเนื่อง แต่มีแค่คำพูดปากเปล่า ไม่ได้มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อสร้างเสร็จพวกตนก็ได้ขายจนครบ 3 ปี แต่หลังจากนั้นทาง รพ.บอกว่า ขอปรับปรุงโรงอาหาร อยู่ในช่วงการระบาดของโรคโควิด 19 ที่ผ่านมา และให้พ่อค้าแม่ค้ามาขายที่ใต้ตึก รพ.แทน แต่จู่ๆเมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา รพ.ได้เปิดให้มีการประมูลโรงอาหารแก่รายใหม่ไปแล้ว พ่อค้าแม่ค้าที่ขายอยู่เดิม ต้องย้ายข้าวของออกไป ตกใจมาก เพราะข้าวของที่เตรียมไว้ขายซื้อไว้ครบแล้ว ไม่รู้จะขายที่ไหน ลูกจ้าง 3 คน ต้องตกงาน ภาระเงินผ่อนทั้งรถทั้งบ้าน ไม่รู้จะทำอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เกษศิรินทร์ กล่าวว่า สาเหตุที่รู้ว่าถูกให้ออกจากร้าน เนื่องจากโทรไปถามเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;รพ.กระบี่ คนหนึ่ง บอกว่าพวกตนไม่มีสิทธิแล้ว เนื่องจากทาง รพ.มีผู้ประมูลรายใหม่ได้สิทธิไปแล้ว อยู่ที่ั้ผู้ประมูลได้รายใหม่จะเลือกใครขาย ตนเห็นว่าทาง รพ.กระบี่ ไม่ได้ให้ความเป็นธรรมกับพวกตน จึงได้เดินทางมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ ขอให้ช่วยกลับไปขายอาหารได้อีกครั้ง เพราะได้ติดต่อผู้ประมูลได้รายใหม่แล้วบอกว่าเต็มแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสมปอง รัตนะ​ ผอ.กลุ่มงานศูนย์ดำรง​ธรรม​ จ.กระบี่ กล่าวว่า หลังจากรับเรื่องจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้า ก็จะประสานแจ้งความเดือดร้อนของพ่อค้าแม่ค้าที่ขายอยู่เดิมไปยัง รพ.กระบี่ ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71050</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกระบี่, ร้องขอความเป็นธรรม, ร้องทุกข์, ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่, โรงพยาบาลกระบี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200710/image_big_5f0828ac212b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60964</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2020 10:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2020 10:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระทึก! ผู้ป่วยโควิดหนีออกจากรพ.กระบี่ โชคดีจนท.เจอตัวที่บขส.กำลังจะขึ้นรถกลับบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค.63 - นพ.สุพจน์ ภูเก้าล้วน ผอ.รพ.กระบี่ ได้แจ้งประสานไปยัง พ.ต.อ.ณรงค์ ลักษณะวิมล ผกก.สภ.เมืองกระบี่ ให้ช่วยติดตามตัวผู้ป่วยชายรายหนึ่งอายุประมาณ 20-25 ปี หลบหนีออกจาก รพ.กระบี่ โดยเป็นผู้ป่วยที่ถูกกักตัวไว้รักษา หลังตรวจพบผู้ป่วยชายรายดังกล่าวมีเชื้อไวรัสโควิด-19 ตำรวจพร้อมด้วยทีมแพทย์ และพยาบาล ของ รพ.กระบี่ จึงเร่งออกติดตามตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา รับแจ้งจาก เจ้าหน้าที่บขส.กระบี่ ว่าพบชายไทยคนหนึ่งเข้ามายังจุดตรวจคัดกรองของ บขส.แล้วเจ้าหน้าที่ตรวจพบร่างกายมีอุณหภูมิสูงผิดปกติ ทางตำรวจ พร้อมด้วย แพทย์ พยาบาล รพ.กระบี่ จึงเร่งเดินทางไปตรวจสอบ พบเป็นผู้ป่วยที่หลบหนีออกจาก รพ. จึงรีบนำตัวกลับไปกักตัวเพื่อรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นทราบว่าชายคนดังกล่าว พยายามจะเดินทางกลับไปบ้านในพื้นที่ จ.ตรัง แต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจคัดกรอง และได้ตัวก่อนจะขึ้นรถโดยสารกลับบ้านสำหรับผู้ป่วยชายรายนี้ ทาง รพ.กระบี่ รับตัวเข้ามารักษาอาการป่วยตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยทราบว่าเดินทางมาจากเกาะพีพี ถูกนำตัวอย่างสารคัดหลั่งส่งตรวจหาเชื้อ พบว่ามีเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงกักตัวไว้รักษาในห้องความดันลบชั้น 1 อาคาร 45 ปี รพ.กระบี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งช่วงเย็นที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่พยาบาล กำลังจะเข้าไปตรวจวัดไข้ แต่ไม่พบผู้ป่วยในห้อง คาดว่าผู้ป่วยน่าจะหลบหนีออกทางระเบียงหลังห้อง กระโดดออกจากตัวอาคารไป เบื้องต้นประสานให้ทางนิติกรของ รพ. ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ป่วยรายดังกล่าวแล้วด้วย ตามความผิด พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยากฝากถึงผู้ที่ป่วยด้วยไวรัสโควิด-19 ทุกคน ขอให้ทุกคนมีจิตสำนึกในการเก็บตัวรักษา เพราะผู้ติดเชื้อมีโอกาสที่จะรักษาให้หายได้ แต่ต้องให้ความร่วมมือกับทางทีมแพทย์ด้วย กรณีดังกล่าว จึงต้องดำเนินคดีให้เป็นตัวอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันมีผู้ป่วยเข้ามาตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ใน รพ.กระบี่ จำนวนมากขึ้นจากหลายหลายกลุ่มอาชีพ&amp;nbsp; ซึ่งเบื้องต้นทาง สสจ.รายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อใน จ.กระบี่ อยู่ที่ 6 ราย และรอผลตรวจเชื้ออีก 16 ราย คาดว่าอาจพบผู้ป่วยที่ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีกนับ 10 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60964</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, จังหวัดกระบี่, บขส.กระบี่, สภ.เมืองกระบี่, โรงพยาบาลกระบี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200326/image_big_5e7c1b472056b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60511</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2020 13:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2020 13:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เก๋งชนสนั่นจักรยานยนต์3คันรวดดับ2เจ็บ5</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มี.ค 63 - ร.ต.อ.วิโชติ มีภพ รองสว.(สอบสวน)สภ.เมืองกระบี่ รับแจ้งเหตุรถยนต์เก๋ง ชนกับรถจักรยานยนต์ที่จอดริมถนน 3 &amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;เป็นเหตุให้มีผู้เสีย ชีวิต 2 ศพและบาดเจ็บจำนวนมากโดยเหตุเกิดบริเวณถนนเพชรเกษม บ้านน้ำจาน ม.2 ต.กระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่ จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย แพทย์เวร รพ.กระบี่ และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกระบี่ พิทักษ์ประชา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุ เป็นถนนเพชรเกษม ช่วงขาออกจากตัวเมือง กระบี่ &amp;nbsp; พบรถเก๋งมาสด้า สีขาว ทะเบียน&amp;nbsp;ชท.1676 กรุงเทพฯ สภาพพลิกตะแคง ด้านข้างซ้ายรถอัดติดเสาไฟฟ้าพังยับกระจกด้านหน้ารถแตก ส่วนคนขับรถ ทราบชื่อคือ น.ส.ชวิศา &amp;nbsp;เพชรช่วย อายุ 25 ปี &amp;nbsp;ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกนำตัว ส่งรพ.กระบี่ ก่อนหน้านี้ ใกล้กันพบศพผู้เสียชีวิต 2 &amp;nbsp;ศพ ทราบชื่อ คือนายกฤษฎา กำทา อายุ 18 ปี และอีกศพเป็นชายไม่ทราบชื่ออายุประมาณ 17ปี เจ้าหน้าที่นำศพไปส่งชันสูตรโรงพยาบาลกระบี่ ในที่เกิดเหตุยังพบรถจักรยายนต์อีก3 คัน อยู่ในสภาพพังยับเยิน นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 4 &amp;nbsp;ราย ประกอบด้วย นายภาสกร &amp;nbsp;นุ่มน้อย อายุ 44 ปี นายสุริยัณห์ และเล็ม อายุ 20ปี นายสรวุฒิ จอมแก้ว อายุ 19 ปี และนส.จันจิรา เกิดศิริ อายุ 17 ปี ทั้งหมดถูกนำตัวส่งรพ.กระบี่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุทราบว่ามีกลุ่มวัยรุ่นผู้บาดเจ็บขับรถจักรยานยนต์รวม3 คัน มาจากในตัวเมืองกระบี่ แล้วมาจอดคุยกันริมถนน ที่เกิดเหตุ จากนั้นได้มีรถเก๋งซึ่งมีนส.ชวิศา เป็นคนขับเสียหลักพุ่งมาชน กลุ่มผู้บาดเจ็บ กระเด็นไปคนละทาง ก่อนไปฟาดกับเสาไฟฟ้า เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า ก่อนเกิดเหตุรถเก๋งคันดังกล่าว น่าจะเฉี่ยวชนกับคนคันอื่น แล้วเสียหลักหมุนออกข้างทางแล้วมาชนกับรถจักรยานยนต์ ที่มีกลุ่มผู้บาดเจ็บ ดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง และสอบสวนทั้งสองฝ่ายอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60511</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถชน, สภ.เมืองกระบี่, โรงพยาบาลกระบี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200322/image_big_5e77061e7eccb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17858</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2018 14:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2018 14:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รพ.กระบี่รณรงค์หิ้วปิ่นโตกินมื้อเที่ยง หวังลดขยะถุงพลาสติก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ย.61 -&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมคมกริบ อาคารประสิทธิ์พัฒนา โรงพยาบาลกระบี่ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่ นายแพทย์ชลวิทย์ หลาวทอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกระบี่ พร้อมเจ้าหน้าที่ร่วมรับประทานอาหารเที่ยงด้วยกัน โดยทาง ผอ.รพ.กระบี่ และเจ้าหน้าที่พร้อมใจกันหิ้วปิ่นโตใส่อาหารแทนการใช้ถุงพลาสติก ซึ่งทางโรงพยาบาลกระบี่ได้มีการประชาสัมพันธ์ เจ้าหน้าที่ทุกตึกทุกแผนกให้เป็นสถานพยาบาลแห่งแรกในจังหวัดกระบี่ เลิกใช้ถุงพลาสติกใส่อาหารและเครื่องดื่ม โดยทุกวันจันทร์จะมีการรวมตัวกันกินอาหารเที่ยงที่ห้องประชุมคมกริบ อาคารประสิทธิ์พัฒนา ส่วนในวันอื่นๆก็จะกินตามตึกต่างๆของแต่ละแผนก สร้างความคึกครื้นระหว่างรับประทานอาหารและสร้างความสามัคคีภายในองค์ ภายใต้สโลแกนที่ว่า ปิ่นโตอิ่มสุข สู่องค์กรสร้างสุข เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม ลดขยะ ลดภาวะโลกร้อน สู่เศรษฐกิจพอเพียง โรงพยาบาลกระบี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์ชลวิทย์ หลาวทอง &amp;nbsp;ผอ.โรงพยาบาลกระบี่ กล่าวว่า โครงการหิ้วปิ่นโตมารับประทานข้าวที่หน่วยงานเป็นโครงการที่เจ้าหน้าที่พยาบาลโรงพยาบาลกระบี่ได้คิดค้นขึ้นมา เพื่อที่จะให้ทุกคนมีส่วนร่วมช่วยลดภาวะโลกร้อน ลดการใช้พลาสติก และที่สำคัญเพื่อเพิ่มความผูกพันภายในองค์ ซึ่งตนเองในฐานะผู้บริหารได้ชื่นชมโครงการดังกล่าวในการรณรงค์อย่างจริงจังด้วยการเริ่มนำปิ่นโตมารับประทานอย่างเป็นทางการในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครสนใจที่จะขึ้นมากินข้าวกับ ผอ.หรือกับผู้บริหารก็สามารถหิ้วปิ่นโตขึ้นมาทานข้าวด้วยกัน ไม่จำเป็นต้องเป็นอาหารหรือกับข้าวที่เลิศหรู อะไรก็ได้ที่เจ้าหน้าที่ทำมาหรือซื้อ เพียงขอแค่ใส่ปิ่นโตหิ้วมาก็พอ วันต่อไปทาง ผอ.และผู้บริหารก็จะเดินไปทานอาหารเที่ยงตามแผนกต่างๆเพื่อรณรงค์ให้เจ้าหน้าที่ ลูกจ้าง ลดปริมาณขยะ &amp;nbsp;ลดการใช้ถุงพลาสติก เพื่อให้เป็นตัวอย่างแก่หน่วยงานของภาครัฐในจังหวัดกระบี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17858</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกระบี่, นายแพทย์ชลวิทย์ หลาวทอง, รณรงค์ลดขยะถุงพลาสติก, หิ้วปิ่นโตมื้อกลางวัน, โรงพยาบาลกระบี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180918/image_big_5ba0a24930837.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
