<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99684</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2021 16:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2021 16:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ขอนแก่น&#039;ลำบากบุคลากรทางการแพทย์ถูกกักตัวเกิน 100คน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 16 เม.ย.2564 พญ.รุจิราลักษณ์ พรหมเมือง รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น &amp;nbsp; เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด- 19 ทำให้ขณะนี้มีประชาชนจำนวนมากทั้งที่เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงและมีประวัติใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อเข้ามาที่โรงพยาบาลขอนแก่นเพื่อตรวจหาเชื้อจำนวนมาก &amp;nbsp;ส่งผลกระทบกับผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาลในอาการปกติต่างๆอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; โรงพยาบาลจึงจัดตั้งสถานที่ให้บริการตรวจหาเชื้อ ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีความเสี่ยง จากเดิม ที่โรงพยาบาลฯ มาเป็นที่ห้องปฏิบัติการอณูวิทยาชั้นสูง ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ ถ.หน้าศูนย์ราชการ ตรงข้ามศาลจังหวัดขอนแก่น โดยรับการตรวจเฉพาะผู้ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตามตัวหรือมีความเสี่ยงสูง โดยในการตรวจนั้นให้บริการเวลา 09.00-12.00 น.ของทุกวัน ซึ่งผลการตรวจจะแจ้งให้ทราบเฉพาะผู้ที่มีผลบวกยืนยันติดเชื้อเท่านั้น โดยในการตรวจจะใช้เวลาประมาณ 1 วันจึงจะทราบผล และหากกรณีผลตรวจเป็นลบยืนยันว่าไม่ติดเชื้อ ก็ยังคงต้องกักตัวเอง 14 วัน และปฎิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.รุจิราลักษณ์ กล่าวต่ออีกว่า &amp;nbsp; ขณะนี้บุคลากรทางการแพทย์ขอโรงพยาบาล ต้องกักตัวเฝ้าสังเกตุอาการเนื่องจากเป็นกลุ่มเสี่ยง &amp;nbsp;จำนวนกว่า 100 คน โดยทำการกักตัวที่โรงแรมลาวิล่า และโรงแรมกรีนโฮเต็ล โดยการกักตัวดังกล่าวเป็นไปตามมาตรการควบคุมและป้องกัน และถือว่าส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลอย่างมากในระยะนี้ อย่างไรก็ดีโรงพยาบาลเตรียมประสานขอกำลังเสริมทดแทน รวทั้งขอความร่วมมือประชาชนที่ยังมีสุขภาพแข็งแรงแต่ยังคงต้องรับยากับทางโรงพยาบาลโดยขอให้รับยาต่อเนื่องทางไปรษณีย์หรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน &amp;nbsp; เพื่อลดจำนวนผู้ป่วยที่เดินทางมาโรงพยาบาล และลดความแออัดที่โรงพยาบาลอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99684</URL_LINK>
                <HASHTAG>งเชื้อไวรัสโควิด- 19, พญ.รุจิราลักษณ์ พรหมเมือง, โรงพยาบาลขอนแก่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210416/image_big_60795d297e9b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43864</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2019 15:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2019 15:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รพ.ขอนแก่น เปิด &#039;คลินิกกัญชา&#039; เน้นผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ล็อตแรก 350 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รพ.ขอนแก่น เปิดให้บริการแล้วคลินิกกัญชา ลอดแรก 350 คน คลุม 4 จังหวัดภาคอีสานตอนกลาง เน้นเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย แพทย์แนะควรตรวจคัดกรองให้ละเอียดหวั่นใช้งานผิดพลาด ขณะที่ผู้ป่วยเข้าคิวขอรับบริการเนืองแน่น แต่ก็ไม่สามารถจ่ายน้ำมันกัญชาได้ทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.62 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ป่วยที่ต้องการเข้ารับการรักษาด้วยน้ำมันกัญชา ต่างมายื่นความจำนงเพื่อขอรับการรักษา ที่คลินิกกัญชา เพื่อการรักษาทางการแพทย์ หรือ CBD Clinic ชั้น 1 โรงพยาบาลขอนแก่น ซึ่งในวันนี้เป็นวันแรกของการเปิดให้บริการรักษาตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข โดยบรรยากาศโดยทั่วไปเป็นไปอย่างคึกคักผู้ป่วยที่ต้องการเข้ารับการรักษาด้วยน้ำมันกัญชา ทั้งที่ได้มีการลงทะเบียนไว้ก่อนหน้านี้ รวมทั้งผู้ป่วยทั่วไปที่ทราบข่าวต่างมาลงทะเบียนเพื่อเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง โยทีมแพทย์และพยาบาล ที่รับผิดชอบคลินิกกัญชา ได้มีการทำการตรวจคัดกรองผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยมะเร็งระยะที่ 3 หรือ 4 หรือมะเร็งระยะสุดท้ายที่ต่างต้องการเข้ารับการรักษาในคลีนิกดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยที่ รพ.ขอนแก่น ได้กำหนดให้การรักษาด้วยนั้นกัญชา ในทุกวันอังคาร ตั้งแต่เวลา 13.00-16.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ในการเข้ารับการรักษาวันแรกวันนี้พบว่ามีผู้ป่วยที่ทีมแพทย์ได้นัดเข้ารับการรักษาจำนวน 10 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยมะเร็งระยุสุดท้าย โดยพบว่า 2 รายแรกนั้นเมื่อทำการตรวจสภาพร่างกายและอาการบ่งชี้ของโรคแล้วพบว่าผู้ป่วยไม่ขอรับการรักษาด้วยน้ำมันกัญชา ขณะที่ผู้ป่วยที่ไม่ได้ลงทะเบียนแต่ทราบข่าวนั้น ได้มาติดต่อเพื่อขอเข้ารับการรักษาจำนวนมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องบันทึกประวัติและทำรายละเอียดการรักษาเพื่อจัดลำดับการให้บริการ และการตรวจร่างกายอย่างละเอียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สมศักดิ์ ประฎิภาณวัตร ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ กล่าวว่า การให้การรักษาด้วยน้ำมันกัญชาชุดแรก ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้จัดส่งให้กับ รพ.ขอนแก่น 350 ขวดนั้นเป็นแบบ THC ซึ่งเป็นแบบที่ช่วยรักษาในอาการปวด และทำให้ผ่อนคลาย ซึ่งโรงพยาบาลได้กำหนดไว้ในการทำการรักษาในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งระยะที่ 3 หรือ 4 หรือที่เรียกว่าผู้ป่วยมะเร็งระยุสุดท้าย ซึ่งวันแรกวันนี้มีนัดผู้ป่วยมาเข้ารับการรักษาทั้งหมด 10 ราย ซึ่ง รพ.ฯจะให้สิทธิ์ผู้ป่วยที่ลงทะเบียนก่อน สำหรับผู้ป่วยทั่วไปที่ทราบข่าวและต้องการเข้ารับการรักษานั้นจะต้องผ่านการตรวจคัดกรองอย่างละเอียดอีกครั้งเพราะการให้การรักษาด้วยน้ำมันกัญชานั้นไม่สามารถที่จะให้การรักษาได้ทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ล็อตแรกที่เราได้รับคือ 350 ขวด เท่ากับว่าเราสามารถที่จะรักษาผู้ป่วยชุดแรกได้ 350 คน ดังนั้นขณะนี้ รพ.ขอนแก่น ได้ประสานงานร่วม รพ.กาฬสินธุ์ , รพ.มหาสารคาม และ รพ.ร้อยเอ็ด ในการคัดสรรผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาชุดแรกให้ได้รับสิทธิ์ดังกล่าวนี้ก่อน ซึ่งน้ำมันกัญชาชุดแรกที่เราได้รับคือแบบ THC ขวดละ 5 ซีซี โดยเมื่อผู้ป่วยที่เข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์แล้วและอนุญาตให้ใช้การรักษาได้ก็จะถูกสั่งจ่ายน้ำมันกัญชาเพื่อทำการรักษาทันที&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นพ.วัชรพงษ์ รินทระ นายแพทย์ชำนาญการ กลุ่มงานเวชกรรมสังคม รพ.ขอนแก่น กล่าวว่า เราไม่สามารถที่จะจ่ายน้ำมันกัญชาให้กับผู้ป่วยได้ทุกคน วันนี้ 2 คนแรกนั้นแม้จะป่วยเป็นมะเร็งแต่ข้อมูลบ่งชี้และอาการของผู้ป่วยนั้นทำให้ไม่สามารถที่จะสั่งจ่ายได้ อีกทั้งผู้ป่วยขอกลับไปคิดวิเคราะห์ก่อนว่าจะใช้น้ำมันกัญชาเป็นทางเลือกในการรักษาหรือไม่ ดังนั้นเมือมีการสั่งจ่ายน้ำมันกัญชาไปก็จะต้องสอนวิธีการใช้คือจะต้องหยดครั้งละ 1 หยด หรือ 0.05 ซีซี เท่านั้น อย่าเกินกว่านั้นเพราะจะมีผลข้างเคียงเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยจะต้องทำความเข้าใจในการใช้ให้ครอบคลุมด้วย เพราะฤทธิ์ของน้ำมันกัญชานั้นอาจทำให้ติดได้ ดังนั้นผู้ป่วยที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปี จะไม่สั่งจ่ายน้ำมันกัญชาเด็ดขาด อย่างไรก็ตามน้ำมันกัญชา 1 ขวด ใช้หยอดทุกวันๆละ 1 หยด 1 ขวดจะอยู่ที่ประมาณ 100 หยด หรือประมาณ 3 เดือนในการบำบัดรักษาดังนั้นเมื่อผู้ป่วยได้รับไปแล้วควรใช้อย่างถูกต้องและตามที่แพทย์กำหนดหากวันใดลืมใช้ก็ไม่ควรที่จะใช้เพิ่มในวันถัดไปและหากพบอาการข้างเคียง ให้รีบกลับมาพบแพทย์ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนางสุดารัตน์ โมธินา อายุ 46 ปี ญาติผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ระยะสุดท้าย ซึ่งแพทย์ระบุว่าจะสามารถมีชีวิตอยู่ต่อได้อีก 6 เดือน ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ในวันนี้ได้มาลงทะเบียนเนื่องจากญาติที่ กทม.แนะนำมาว่าที่ รพ.ขอนแก่น จะมีการแจกน้ำมันกัญชาในผู้ป่ยมะเร็ง ซึ่งตนเองและผู้ป่วยได้พูดคุยกันจึงตัดสินใจว่าต้องลองดู เพราะมีความหวังว่าจะหาย ต้องลองทำทุกวิถีทาง และที่สำคัญคงจะดีกว่าไปหาซื้อเองเพราะเป็นน้ำมันกัญชาที่ได้รับจากทางโรงพยาบาลซึ่งมีความน่าเชื่อถือกว่ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางกองคำ สุภรัตนกุล อายุ 62 ปี ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะที่ 2 กล่าวว่า ทราบว่าที่ รพ.ขอนแก่น เปิดคลินิกแจกน้ำมันกัญชาในวันนี้ จึงตัดสินใจมาลงทะเบียนขอรับน้ำมันกัญชา ด้วยความเชื่อว่าต้องลองทุกวิถีทางเพราะอยากจะหายจากโรคมะเร็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43864</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชารักษาโรค, ขอนแก่น, คลินิกกัญชา ขอนแก่น, น้ำมันกัญชา, โรงพยาบาลขอนแก่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190820/image_big_5d5bb566a1e4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
